ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 พบคนรู้จัก (1)

            ครั้นจุนห่าวและหานรุ่ยออกมาจากหอหยุนเซียว ก็จวนจะเที่ยงแล้ว จุนห่าวมองดูกลุ่มฝูงชนที่พลุกพล่าน พร้อมพูดกับหานรุ่ยว่า “เสี่ยวรุ่ย เราไปหาอะไรกินกันเถอะ ไปร้านอาหารที่ใหญ่และดีที่สุดของเมืองอวี้หวากัน ข้าได้ยินมาว่าอาหารที่นั่นไม่เลวเลย” บัดนี้กระเป๋าคาดเอวของจุนห่าวทั้งหนาและแน่นไปด้วยเงิน เขาจึงไม่ใส่ใจเรื่องเงินค่าอาหารเท่าไหร่

            หานรุ่ยกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นลองไปดูกันเถอะ ข้าได้ยินมาว่าอาหารร้านนี้กินแล้วเพิ่มพลังปราณได้ด้วย” สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรก็คือ พลังปราณ ดังนั้นโรงเตี๊ยมนี้จึงเต็มไปด้วยแขกที่มาจากต่างถิ่นเสมอ อาหารรับรองของเมืองอวี้หวาเป็นอาหารชั้นเลิศ แต่มีราคาสูงลิ่ว คนธรรมดาไม่มีปัญญาที่จะกินได้ คนที่เทียวไปเทียวมาที่โรงเตี๊ยมนี้คือ คนที่มีฐานะของเมืองอวี้หวาเท่านั้น

            ในเมื่อทั้งสองอยากกิน จึงพากันไปที่โรงเตี๊ยมนี้ คนหนึ่งมีหน้าตาหล่อเหลา ส่วนอีกคนหนึ่งมีท่าทีที่สง่างาม (หานรุ่ยเป็นชายร่างสูงและมีหน้าตาหล่อเหลา ถ้ามองเขาเป็นผู้ชาย แต่น่าเสียดายที่เขาเป็นซวงเอ๋อร์) ด้วยท่วงท่าที่โดดเด่น การเดินบนถนนของสองคนนี้จึงเป็นดั่งทิวทัศน์ที่งดงาม

            “เสี่ยวรุ่ย ทำไมพวกเขาถึงมองพวกเราล่ะ” จุนห่าวเป็นคนที่ไวต่อสายตารอบข้าง เขารู้สึกได้ว่าผู้คนรอบตัวมองเขาและหานรุ่ยด้วยสายตาแปลกๆ แต่จุนห่าวรู้สึกว่าคนเหล่านั้นไม่ได้อันตราย แค่มองดูเฉย ๆ

            แน่นอนว่าหานรุ่ยก็รู้สึกว่าคนอื่นมองพวกเขาเช่นกัน แต่เขาไม่ได้สนใจ “อาจเป็นเพราะเจ้ารูปงามล่ะมั้ง” หานรุ่ยกล่าว พลางแอบคิดในใจว่า เพราะพวกเขาถือตะกร้ากันคนละใบ มิหนำซ้ำยังมีทารกน้อยตัวอ้วนพีนอนอยู่ในตะกร้าพลางหัวเราะคิกคักแบบนี้ ถ้าคนอื่นไม่มองสิ ถึงจะแปลก

            “ข้าดูรูปงามขนาดนั้นเชียวหรือ” จุนห่าวถามอย่างหลงตัวเอง

            “แน่นอน เจ้าหล่อที่สุดในสายตาข้าแล้ว” หานรุ่ยพูดโดยไม่ต้องคิด การที่ได้รับคำชมจากที่รักของเขา หัวใจของจุนห่าวก็พองโต

            ในขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดพลางหัวเราะกันไปกันมา ก็มีคนเข้ามาต้อนรับ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลากินอาหาร จึงมีคนในร้านเพียงไม่กี่คน ทั้งสองคนเลือกที่จะนั่งอย่างหรูหราบนชั้นสองริมฝั่งหน้าต่างที่พวกเขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งบนถนนได้

            หลังจากที่จุนห่าวและหานรุ่ยนั่งลง พวกเขาก็อุ้มจุนตงและจุนหนานออกมาจากตระกร้า จุนห่าวอุ้มเด็ก ๆ ไว้ด้วยมือคนละข้าง และให้ลูกๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง จุนตงและจุนหนานอยู่ในตระกร้ามากว่าครึ่งวันแล้ว พวกเขาคงจะรู้สึกเบื่อหน่ายมานาน พอได้ออกมาก็ราวกับม้าป่าที่สลัดหลุดจนไม่สามารถดึงกลับมาได้แล้ว สองแขนเล็ก ๆ โบกสะบัดไปมาอย่างสนุกสนานด้วยความดีอกดีใจ “อ๊ากกกกก” เด็กทั้งสองร้องเจี๊ยวจ๊าวกันไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตื่นเต้นกันแค่ไหน

            "พวกเขาคงอึดอัดกันแทบแย่เลย" จุนห่าวพูดกับหานรุ่ย

            “ใช่ พวกเขาไม่เคยว่าง่ายขนาดนี้ แต่ช่วงสายนี้กลับไม่งอแงเลยแม้แต่น้อย” หานรุ่ยพูดพลางดูเมนูไปด้วย เขาคิดว่าลูกทั้งสองคนนี้ คือ อันธพาลตัวน้อยที่ชอบสร้างปัญหา ไม่คิดเลยว่าพอถึงช่วงสายจะว่าง่ายได้ถึงเพียงนี้

            “อาจจะรู้ว่าท่านพ่อและท่านแม่ของพวกเขากำลังหาเงินให้พวกเขาอยู่ จึงไม่สร้างปัญหากระมัง” จุนห่าวกล่าวพลางจ้องมองไปที่หน้าผากของลูกทั้งสอง “พวกเจ้าบอกมาสิว่าใช่ไหม?”

            จุนตงและจุนหนานให้ความร่วมมือกันประสานเสียงร้อง “อ๊ากกกกก” พร้อมกันอีกหลายครั้ง จุนห่าวพูดว่า “ลูกชายข้านี่ ฉลาดจริง ๆ” เด็ก ๆ บนแผ่นดินชางหลานจะแข็งแรงมาก อายุเพียงสามเดือนก็มีร่างกายที่แข็งแรง โดยไม่ต้องคอยอุ้มประคองที่หลังแล้ว ทั่วไปแล้วประมาณเจ็ดเดือนก็จะสามารถเดินได้ 

            หานรุ่ย: ...... สักวันก็คงจะรู้ล่ะมั้ง แค่ลูกส่งเสียงว่า “อ๊ากกกกก” เนี่ย เขายังมองไม่ออกเลยว่าฉลาดตรงไหน

            “โอ๊ะ นี่ใครกัน?” จุนห่าวได้ยินเสียง จึงเงยหน้าขึ้นมอง โลกช่างกลมยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าแค่มากินข้าว จะมาเผอิญเจอกับหลิวสือ เจ้าหมาเห่าใบตองแห้ง [1] จุนห่าวแอบคิดในใจ ดวงซวยเสียจริง ดูเหมือนว่าครั้งก่อนเขาจะเบามือไปหน่อย เขาน่าจะจัดการให้หลิวสือลุกจากเตียงไม่ได้สักครึ่งปี

            เมื่อจุนห่าวเงยหน้าขึ้นมอง หลิวสือก็พูดอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นว่า “ได้ยินว่าเจ้าถูกขับไล่ออกจากตระกูลแล้วนี่” หลิวสือคิดว่าหลังจากที่จุนห่าวถูกไล่ออกตระกูล ก็คงจะใช้ชีวิตอย่างตกระกำลำบาก สามเดือนที่ผ่านมาไม่มีข่าวคราวของจุนห่าวเลย พอมาเจอจุนห่าวอีกครั้ง กลับอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ซะนี่ มิหนำซ้ำยังเห็นว่าจุนห่าวแต่งกายด้วยชุดที่สวยสดงดงามยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่ถูกปลดชื่อออกจากตระกูลเสียอีก

            “ใช่” จุนห่าวสงบนิ่ง เขาตอบกลับไปเพียงหนึ่งคำอย่างไม่ยินดียินร้าย แล้วพูดกับหานรุ่ยว่า “เสี่ยวรุ่ย เจ้าเลือกได้หรือยัง? อยากกินอะไรก็สั่งเต็มที่เลย พวกเรามีเงินแล้ว”

            “ประมาณหนึ่งเลยล่ะ เจ้าอยากสั่งอะไรเพิ่มอีกไหม?” หานรุ่ยพูดกับจุนห่าว

            จุนห่าวหยิบเมนูมาดูคร่าว ๆ อยู่ครู่หนึ่ง พลางกล่าวกับพนักงานว่า “ขออาหารแนะนำทั้งหมดของที่นี่อย่างละหนึ่งจาน แล้วก็ขอเหล้าบ๊วยอีกสองขวดด้วย” จุนห่าวสั่งอาหารเสมือนคนร่ำรวย ยามนี้เขามีเงินและไม่ต้องการที่จะขายหน้าต่อหน้าหลิวสือ

             [1] หมาเห่าใบตองแห้ง คือ คนที่ดีแต่พูดอวดเก่ง เสียงดัง แต่ไม่กล้าจริง

    นิยายแนะนำ

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774