ตัวร้ายผู้นี้ต้องเป็นของข้า

    เล่ม 1 บทที่ 9 หลักฐาน

    บทที่ 9หลักฐานสายตาของผู้มาร่วมงานฉลอง จับจ้องหลินเหมยกุ้ยไม่วางตา หลักฐานที่ เด็กสาวกล่าวอ้างออกมา สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้ทุกคนยิ่งนัก ยามนี้ผู้ตกอยู่ในการสนทนามีสีหน้าแตกต่างกัน คนหนึ่งกำมือแน่นจนเล็บที่ตกแต่งอย่างดีจิกฝ่ามือ เป็นรอยลึก ส่วนอีกคนยกมือลูบหน้าท้องที่ยังคงแบนราบด้วยใบหน้าซีดเซียว“ท่านประมุข ผู้ใช้โอสถจางมาถึงแล้วขอรับ”อันจิ้งชิงเดินนำหน้าผู้ใช้โอสถชราเข้ามาในงาน จางฉวนหน้าแดงก่ำ ยืนหายใจหอบเสียงดังอยู่ด้านข้าง จนหลินอี้หยางต้องให้บ่าวรับใช้ช่วยกันยกเก้าอี้และจัดหาน้ำชามาให้ ผู้ใช้โอสถสูงวัยจะได้ไม่เป็นลมล้มพับไปเสียก่อน“ผู้ใช้โอสถจาง ท่านช่วยตรวจครรภ์ให้ฮูหยินรองตระกูลจินสักหน่อยเถิด”หลินอี้หยางเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นอาการเหนื่อยหอบของผู้ใช้โอสถชราจางหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เขาเห็นอู๋ฟางซินจิบน้ำชาผสมหรู่เซียงเข้าไปเพียงเล็กน้อย นางน่าจะไม่เป็นอันใดมาก ผู้ใช้โอสถเดินทางมาถึงรวดเร็วยิ่งนัก หากรีบรักษาน่าจะทันการณ์อย่างแน่นอน“บิดาได้โปรดให้ผู้ใช้โอสถจางหยุดการรักษาไว้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ”คำขอร้องของหลินเหมยกุ้ยสร้างความฉุนเฉียวให้กับจินลู่หลางอย่างมาก ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ระงับโทสะไม่อยู่อีกต่อไป“คุณหนูใหญ่ท่านคิดจะทำอันใดกันแน่ หากท่านยังประวิงเวลาอยู่เช่นนี้ บุตรของข้าเป็นอันใดขึ้นมา ข้าคงต้องขอให้ท่านชดใช้แก่ข้าด้วยชีวิต”จินลู่หลางเป็นห่วงอู๋ฟางซินและทายาทของตนเองจะแย่อยู่แล้ว ผู้ใช้โอสถ มาช้าไม่ทันใจ หากมีการขัดขวางทำให้การรักษาล่าช้าเกินไป คนของเขาอาจตกอยู่ในอันตรายได้ ถึงตระกูลหลินจะไม่ชอบใจเขาสักเพียงใด แต่จะไม่เห็นแก่เด็กน้อย ในครรภ์บ้างเลยหรือ คนตระกูลนี้ช่างไร้ความเมตตาเกินไปแล้ว“เหตุใดกุ้ยเอ๋อถึงให้บิดาชะลอการรักษาเอาไว้ก่อนเล่า”หลินอี้หยางไม่พอใจคำพูดข่มขู่ของจินลู่หลาง เขาใช้ความพยายามอย่างหนักในการสะกดกลั้นโทสะเอาไว้ แสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจคุณชายสายรองของตระกูลไป๋ แต่หันไปให้ความสนใจกับการกระทำของบุตรสาวแทน“เพราะความลับสำคัญที่ข้าจะบอกทุกท่าน คือเรื่องการตั้งครรภ์ของท่านน้าฟางซินเจ้าค่ะ”หลินเหมยกุ้ยตอบคำถามของบิดา ก่อนจะหันกลับมาที่สามีวายร้ายของสตรีตระกูลอู๋“คุณชายจิน ข้าขอเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น เมื่อท่านรู้ความลับของท่านน้าฟางซินแล้ว ท่านจะตัดสินโทษข้าเช่นไรก็ได้ ข้ายินดีน้อมรับทั้งสิ้น”“ได้ เช่นนั้นคุณหนูใหญ่รีบพูดเถิด”ท่าทางนอบน้อมถ่อมตนของหลินเหมยกุ้ย ละลายความอึดอัดคับข้องใจ ของจินลู่หลางให้บรรเทาลง ชายหนุ่มผายมืออนุญาต เขาอยากรู้เช่นกัน อู๋ฟางซิน มีความลับมืดดำอันใดปิดบังไม่ให้เขารับรู้“ท่านน้าฟางซินบอกกับท่านว่านางตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้วใช่หรือไม่”“คุณหนูใหญ่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว”จินลู่หลางยืนยัน หลังจากฮูหยินใหญ่ตั้งครรภ์ ชายหนุ่มย้ายข้าวของไปอยู่ที่เรือนของอู๋ฟางซิน ให้นางปรนนิบัติรักใคร่จนอีก 1 เดือนต่อมานางจึงตั้งครรภ์ หากนับช่วงเวลาทั้งหมดนั้น ฮูหยินใหญ่ของเขาตั้งครรภ์ 2 เดือน ฮูหยินรองของเขาตั้งครรภ์ 1 เดือนพอดิบพอดี“ความลับของท่านน้าฟางซินคือ นางไม่ได้ตั้งครรภ์เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ยามนี้ครรภ์ของนางมีอายุสามเดือนแล้ว”ความลับของอู๋ฟางซินที่คุณหนูตระกูลหลินประกาศออกมา ช่างเหลือเชื่อเกินกว่าจินลู่หลางจะยอมรับได้ก่อนหน้านี้ชายหนุ่มเสนอตัวไปทำธุระทางการค้าให้บิดาที่เมืองหานลั่ว นานถึง 3 เดือน พอกลับมาถึงเมืองหลวง เขาถูกฮูหยินใหญ่รั้งตัวไว้ที่เรือนหลักไม่ได้ออกไปค้างอ้างแรมที่เรือนอื่น อู๋ฟางซินไม่มีทางตั้งครรภ์ 3 เดือนได้เด็ดขาด หากนางอ้างว่าตั้งครรภ์ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำธุระให้บิดา อายุครรภ์ของนางจะต้องมากกว่า 4 เดือนอย่างแน่นอนจินลู่หลางเหลือบมองฮูหยินรองของตนเอง ชายหนุ่มเกิดความหวาดระแวงขึ้นมา แต่ยังคงปักใจเชื่อว่า หลินเหมยกุ้ยใส่ความอู๋ฟางซินเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ให้ทุกคนกล่าวร้ายในเรื่องอันตรายที่นางทำผิดพลาด“มะ.ไม่จ..ริ.ง เจ้าใส่ความข้า นางมารน้อยเจ้าพูดปดเช่นนี้ต้องการสิ่งใด จากข้ากันแน่”อู๋ฟางซินโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ยิ่งเห็นสีหน้ายากตีความของสามี นางยิ่งร้อนรนจนทำอันใดไม่ถูก“ข้าขออภัยที่ต้องเปิดเผยความลับของท่านน้าฟางซินให้ทุกคนรับรู้ ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากพิสูจน์ความจริงให้ปรากฏออกมาเท่านั้น หากอายุครรภ์ของท่านเป็นดั่งที่ข้าพูด คำกล่าวหาของน้าเขยที่บอกว่า ข้าคิดปองร้ายท่านและทารก ในครรภ์ย่อมไม่ใช่เรื่องจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเข้าใจผิด ข้าไม่รู้ความ ชงชาสมุนไพรตามที่เห็นพวกท่านทำเท่านั้นเอง”“พูดปด ทุกอย่างเจ้าพูดปดทั้งนั้น”อู๋ฟางซินปฏิเสธเสียงแข็ง นางยืนกรานไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันทำผิดต่อสามีอย่างแน่นอน“ข้าพูดปดหรือไม่ ขอผู้ใช้โอสถจางได้โปรดตรวจสอบอายุครรภ์ของท่านน้าฟางซินด้วยเถิด เรื่องราวทั้งหมดจะได้กระจ่างเสียที”คำท้าทายของหลินเหมยกุ้ย ทำให้สองสามีภรรยามีสีหน้าแตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งดวงตาสั่นไหว ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด ส่วนอีกคนหนึ่งดวงตาแวววาวกระตุกยิ้มอย่างถือดี“มะ.ไม่..ข้า.”อู๋ฟางซินพูดไม่ทันจบประโยค เสียงของจินลู่หลางดังขึ้นกลบคำปฏิเสธ ของนางไปจนหมดสิ้น“เชิญผู้ใช้โอสถจางลงมือเถิด จะได้รู้เสียทีว่าผู้ใดโป้ปดกันแน่ หากเรื่องที่คุณหนูใหญ่พูดไม่เป็นความจริง ข้าจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้ฮูหยินรองของข้าอย่างสาสมเลยทีเดียว”จินลู่หลางนั่งเชิดหน้าด้วยท่าทางหยิ่งทะนง เขาต้องการพิสูจน์ความจริง ให้ทุกคนประจักษ์แก่สายตา เขามั่นใจในตนเอง มั่นใจในตัวอู๋ฟางซิน สตรีของเขาซื่อสัตย์ภักดี ไม่มีทางทำเรื่องหยาบช้า ผิดต่อเขาอย่างแน่นอน นางเด็กใจคออำมหิต คิดปองร้ายคนของเขายังไม่พอ ยังคิดยุแยงให้เขากับฮูหยินแสนรักผิดใจกันอีกด้วยบรรยากาศระหว่างคุณชายใหญ่ตระกูลจินและคุณหนูตระกูลหลินช่างกดดันยิ่งนัก ผู้ใช้โอสถชรายืนหันรีหันขวางทำอันใดไม่ถูก“ผู้ใช้โอสถจางลงมือเถิด”ทันทีที่ได้รับอนุญาตจากหลินอี้หยาง จางฉวนเริ่มลงมือตรวจสอบครรภ์ของ อู๋ฟางซินทันที เขาใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้น จึงลุกขึ้นไปยืนด้านข้าง เตรียมรายงาน สิ่งที่ตนเองตรวจพบให้ประมุขตระกูลใหญ่รับรู้“ครรภ์ของฮูหยินรองเป็นเช่นไรบ้าง”หลินอี้หยางถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายของผู้ใช้โอสถชรา เขาเห็นจางฉวนพยายามเหลือบตามองไปทางจินลู่หลางอยู่บ่อยครั้ง เหมือนต้องการเตือนบางอย่างให้คุณชายไร้มารยาทรับรู้“เรียนประมุขหลิน เรียนคุณชายจิน ฮูหยินรองและทารกในครรภ์ปลอดภัย โชคดีที่หรู่เซียงไม่ใช่ยาขับเลือดชนิดรุนแรง ฮูหยินรองดื่มเข้าไปเพียงเล็กน้อย จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่ครั้งหน้าควรระวังให้หนัก หากสตรีมีครรภ์ กินหรู่เซียงเข้าไปเป็นจำนวนมาก ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้แท้งบุตรได้”คำตอบของผู้ใช้โอสถชรา ทำให้ผู้ที่เฝ้าดูเหตุการณ์รู้สึกโล่งใจไปตามกัน“พวกนางไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ครั้งหน้าคุณหนูใหญ่อย่าได้ผสมสิ่งใด ที่ตนเองไม่รู้ลงไปในน้ำชาของผู้อื่นอีกก็แล้วกัน จบเรื่องเสียที ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี คงต้องขอตัวกลับเรือนก่อน”จินลู่หลางสั่งสอนหลินเหมยกุ้ยราวกับผู้ใหญ่เอ็นดูเด็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาดึงอู๋ฟางซินให้ลุกขึ้น แรงกระชากรวดเร็วและรุนแรง ทำให้หญิงสาวหลุดปากร้องออกมาเสียงดัง แต่จินลู่หลางไม่สนใจยังคงดึงแขนของนางให้ตามออกไป โดยเร็วที่สุด ยามนี้สีหน้าของชายหนุ่มดำคล้ำย่ำแย่ยิ่งนักเมื่อครู่จินลู่หลางสังเกตเห็นสายตาของผู้ใช้โอสถชราลอบมองมาที่ตนเอง สายตาหวาดหวั่นเห็นอกเห็นใจ รวมถึงส่งสัญญาณให้ราวกับมีถ้อยคำใดอยากจะบอก เขาไม่ใช่บุรุษโง่เขลามีหรือจะเดาไม่ออกว่า สิ่งที่คุณหนูใหญ่ตระกูลหลินพูดมาเป็น เรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัยความลับของสตรีที่รัก ทำให้จินลู่หลางรู้สึกโมโหจนแน่นหน้าอกไปหมด เขาไม่น่าบีบบังคับอู๋ฟางซินให้ตรวจสอบอายุครรภ์เลย เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า นางจะกล้าสวมหมวกเขียวให้ โดยที่เขาไม่เคยคิดระแวงมาก่อน หากเรื่องนี้เปิดเผยออกไป เขาจะกลายเป็นตัวตลก ตกเป็นหัวข้อสนทนา อับอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้า ไปไว้ที่ไหน [สวมหมวกเขียว = ถูกสวมเขา, มีชู้]จินลู่หลางพยายามกลับเรือนตระกูลจินให้เร็วที่สุด เมื่อกลับไปถึง ชายหนุ่มจะจัดการสตรีที่ทำลายความไว้วางใจของเขาให้สาสม แต่เรื่องราวทั้งหมดดำเนินมา ถึงขั้นนี้แล้ว จินลู่หลางไม่อาจยกมือปิดแผ่นฟ้าได้อีกต่อไป“ช้าก่อนคุณชายจิน เรื่องทั้งหมดยังไม่คลี่คลาย ข้าคงให้พวกท่านกลับไปตอนนี้ไม่ได้”หลินอี้หยางเอ่ยท้วงเสียงนุ่ม ใบหน้าประมุขหนุ่มเคลือบไปด้วยความยินดี เขาไม่ได้ยินดีที่ครอบครัวของคุณชายท่าทางก้าวร้าวมีปัญหา แต่ยินดีที่ได้รู้ว่า กุหลาบน้อยของเขาจะหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน หากคำพูดของหลินเหมยกุ้ยได้รับการยืนยัน บุตรสาวที่ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็นสตรีไร้ค่า ไร้พรสวรรค์ จะกลายเป็นสตรีทรงคุณค่าที่ไม่อาจหาผู้ใดเทียบได้“ผู้ใช้โอสถจาง แล้วเรื่องอายุครรภ์ของฮูหยินรองตระกูลจินเล่า ไม่ทราบว่านางมีอายุครรภ์กี่มากน้อย”หลินอี้หยางหันไปถามผู้ใช้โอสถชราด้วยน้ำเสียงที่ปกปิดความอยากรู้ อยากเห็นเอาไว้ไม่อยู่จางฉวนหน้าซีดเผือด เขาเหลือบตามองคุณชายใหญ่ตระกูลจิน ก่อนตอบคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับจะกลืนหายไปในอากาศ“สามเดือนพอดีขอรับ”คำตอบของผู้ใช้โอสถจาง ทำให้จินลู่หลางทำหน้าเหมือนกับปลาสำลักน้ำ ฮูหยินรองของเขาตั้งครรภ์ในช่วงเวลาที่สามีไม่ได้อยู่ในเรือน กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนจำนวนมากล่วงรู้ไปเสียแล้วจินลู่หลางไม่ใช่คุณชายที่เหมาะแก่การคบค้าสมาคมนัก สายตาที่จับจ้องด้วยความขบขันและเย้ยหยัน จึงมีมากกว่าความสงสารหรือเห็นอกเห็นใจ สายตาทิ่มแทงของผู้คนมากมาย ทำให้ชายหนุ่มที่ได้รับหมวกเขียวโดยไม่รู้ตัวขบกรามแน่น‘อู๋ฟางซินช่างกล้านัก เขาเชื่อมั่นในตัวนาง แต่นางกลับทรยศความไว้วางใจ ที่เขามอบให้ ทั้งยังกล้ายัดเยียดลูกชู้ให้เขาเลี้ยง สตรีสารเลวเยี่ยงนี้ ช่างสมควรตายเหลือเกิน’ความโมโหและความอับอาย ทำให้จินลู่หลางบันดาลโทสะเตะร่างฮูหยิน ที่เคยรักเต็มแรง อู๋ฟางซินมัวแต่ตกตะลึงที่ความลับของตนถูกเปิดเผย นางไม่ทันระวังล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง เลือดสีแดงสดไหลหลั่งออกมาจากหว่างขา ภาพชวนสยองตรงหน้า ทำให้สตรีในงานพากันกรีดร้องด้วยความตกใจ“รีบไปช่วยนาง เร็วเข้า!!”เหตุการณ์ไม่คาดฝันสร้างความตกใจให้หลินอี้หยางยิ่งนัก เขาสั่งให้บ่าวรับใช้ช่วยกันแยกสามีภรรยาตระกูลจินออกจากกัน ก่อนที่การทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม จะก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมหนึ่งศพสองชีวิตขึ้นหลินอี้หยางให้ผู้ใช้วรยุทธ์ประจำตระกูลคุมตัวจินลู่หลางกลับเรือน สั่งห้ามไม่ให้สร้างความวุ่นวายอีก หากไม่ฟังเขาจะใช้กำลังจัดการ ส่วนอู๋ฟางซินถูกหาม เข้าไปรักษาในเรือนรับรองของตระกูลหลินอย่างรวดเร็ว“กุ้ยเอ๋อ มาหาแม่เล็กเร็วเข้า”ว่านหนิงฮวายื่นมือไปข้างหน้า คว้าลูกเลี้ยงเข้ามาในอ้อมแขน ใช้ร่างกายของตนเองบดบังภาพระคายสายตา“กุ้ยเอ๋ออย่ามองนะ แม่เล็กอยู่กับเจ้าแล้ว ไม่ต้องกลัว”มือนุ่มตบเบา ๆ ที่แผ่นหลังบอบบาง พลางเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม ว่านหนิงฮวาโอบกอดลูกเลี้ยงเอาไว้กับอก นางจึงมองไม่เห็นว่า ใบหน้าของหลินเหมยกุ้ยไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเด็กสาวเย็นชา ริมฝีปากแดงระเรื่อเหยียดยิ้มออกมาด้วยความสาแก่ใจ“แม่เล็ก กุ้ยเอ๋อไม่กลัวแล้วเจ้าค่ะ”หลินเหมยกุ้ยกระซิบบอก พลางดันตนเองออกจากวงแขนเรียวสวยอู๋ฟางซินมีนิสัยเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ นางจึงไม่อาจปล่อยให้สตรีเช่นนี้ มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายได้ หากวันนี้เด็กสาวไม่ได้เปิดเผยความลับของอู๋ฟางซินออกไป เรื่องที่นางลอบสวมหมวกเขียวให้จินลู่หลางจะถูกปิดบังต่อไปอีกนานแสนนานวันที่เรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผย วันที่กำจัดสตรีไร้ยางอายผู้นี้ได้ คงต้องรออีกยาวนานเหลือเกิน หลินเหมยกุ้ยไม่รู้ว่าตนเองจะมีชีวิตรอดจนถึงวันนั้นหรือไม่ นางอุตส่าห์ได้รับชีวิตใหม่กลับคืนมา นางไม่ปล่อยให้สตรีชั่วช้ามีโอกาสหลุดรอดไปอย่างแน่นอนหลินเหมยกุ้ยต้องติดตามกู้เถียนสงไปเรียนรู้การปรุงยา นางไม่อยากปล่อยให้ว่านหนิงฮวาเผชิญหน้ากับอสรพิษร้ายในเรือนตระกูลหลินเพียงลำพัง นางต้องกำจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมดสิ้น แม่เล็กของนางจะได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องหวาดกลัวหรือกังวลว่าจะมีผู้ใดมาทำร้ายนางได้อีกต่อไป“อนุว่านให้กุ้ยเอ๋ออยู่กับข้าเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางเอง”จ้าวหลิงเหออาสา เขาจูงมือหลานสาวมานั่งข้างตนเอง ดวงตาอ่อนโยนของคุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวเกิดระลอกคลื่น ยามเห็นรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้างดงามหลินเหมยกุ้ยหน้าตาเหมือนพี่สาวของเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน แต่นิสัยของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว หากเปรียบเทียบพวกนางเป็นดอกไม้ จ้าวเหมยหลิงคือดอกไป๋เหอฮวา งดงาม อ่อนหวาน บริสุทธิ์ดุจรักแรก [ไป๋เหอฮวา = ดอกลิลลี่]ส่วนหลินเหมยกุ้ยคือดอกกุหลาบ งดงาม เย้ายวนชวนหลงใหล แต่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมพร้อมทิ่มแทงทุกคนที่เข้าใกล้ จ้าวหลิงเหอกังวลเหลือเกินว่า นิสัยดุร้ายของเด็กสาว จะนำภัยร้ายอันตรายมาให้นางในภายภาคหน้ายามนี้ผู้คนในงานเลี้ยงพากันจับกลุ่มถกเถียงกันไม่หยุด คำพูดน่าเหลือเชื่อของคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินเป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ สายตาทุกคู่จึงจับจ้องไปยังคนร้ายอีกผู้หนึ่งที่เด็กสาวกล่าวถึงฮูหยินรองตระกูลหลินลอบปองร้ายฮูหยินใหญ่จริงหรือไม่เรื่องราวทั้งหมดจะคลี่คลายได้อย่างไรความจริงที่กำลังเปิดเผยจะน่าตกตะลึงพรึงเพริดสักเพียงใด พวกเขาทุกคนสนใจใคร่รู้ยิ่งนัก













    นิยายแนะนำ

    แม่ทัพฉินขย่มวังหลัง

    แม่ทัพฉินขย่มวังหลัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    30K 30
    เมื่อคุณหนูใสซื่อ กลายเป็นของเล่นคนงานในไร่ (ฮาเร็ม) NC SM PWP

    เมื่อคุณหนูใสซื่อ กลายเป็นของเล่นคนงานในไร่ (ฮาเร็ม) NC SM PWP

    นิยาย อีโรติก
    11K 9
    My Sugar Bossy Daddy : บอสซี่ แด๊ดดี้...ของหนู

    My Sugar Bossy Daddy : บอสซี่ แด๊ดดี้...ของหนู

    นิยาย อีโรติก
    573 5
    ย้อนอดีตไป…ให้ดีกว่าพันเท่า!

    ย้อนอดีตไป…ให้ดีกว่าพันเท่า!

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    13K 72
    เกิดใหม่เป็นบอสในเกม ผู้เล่นทั้งโลกต้องยอมสยบ

    เกิดใหม่เป็นบอสในเกม ผู้เล่นทั้งโลกต้องยอมสยบ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    175 5
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูสามแห่งจวนต้าเจียงจวิน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูสามแห่งจวนต้าเจียงจวิน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243 1
    สวีเหมยลี่ เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะต้องรอด

    สวีเหมยลี่ เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะต้องรอด

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3K 117
    สหภาพโซเวีบนในต่างแดน

    สหภาพโซเวีบนในต่างแดน

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    218 1
    สตรีมวันนี้จะทำเค้กอะไรดีนะ

    สตรีมวันนี้จะทำเค้กอะไรดีนะ

    นิยาย Y (Yaoi)
    287 2
    ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์สยบฟ้า

    ปรมาจารย์วิญญาณยุทธ์สยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13K 37