ชายหนุ่มหัวเราะขำในลำคอ “ครั้งนี้คุณแม่มาเหนือเมฆนะครับพอผม ไม่ยอมแต่งงานและลงเอยกับใครสักที คุณแม่ก็เร่งรัดเอาเื่หลานมาอ้างผมยังยืนยันคำเดิมครับคุณแม่” ชายหนุ่มย้ำเสียงหนักในท้ายประโยคคำว่ายืนยันคำเดิมเป็ที่รู้กันระหว่างเขากับมารดาว่าเขาไม่ยินยอมแต่งงานชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ย้ำประโยคชัดเจนกับมารดาอีกครั้ง
“ผมยังไม่พร้อมและคุณแม่ก็ไม่ต้องห่วงเื่หลาน วิวัฒนาการทางการแพทย์สมัยนี้ก้าวหน้าไปมาก ผมรับรองว่าจะต้องมีหลานสืบสกุลให้คุณแม่อย่างแน่นอน”
“ป้องคิดว่าแม่จะอยู่รอดูหน้าหลานได้อีกกี่ปี”นางหันมาถามลูกชาย “อายุของแม่เกือบจะเจ็ดสิบแล้วนะป้องมีลูกชายคนเดียวก็ใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศเป็ส่วนใหญ่”
ชายหนุ่มสะอึกไปหยุดนิ่งหันกลับมามองใบหน้าของมารดา ท่านแก่ลงไปมากจริงๆคำพูดของคนเป็แม่สะท้อนถึงความตัดพ้อต่อว่า เป็อย่างที่ท่านพูด ทุกอย่าง เขาเพียงใช้เงินดูแลมารดาจ้างทุกอย่างเพื่ออำนวยความสะดวกให้ท่านในขณะที่ตัวเขาเองแทบจะหาเวลาอยู่กับมารดาได้น้อยมากในแต่ละปี
“แม่จะไม่บังคับให้ป้องแต่งงานเพียงแค่ป้องมีลูกกับเธอเท่านั้น จะไม่มีความสัมพันธ์หรือข้อผูกมัดใดๆเกิดขึ้นระหว่างลูกกับเธอหลังจากที่เธอคลอด” นางวรากุลยื่นข้อเสนอ
ชายหนุ่มส่ายหน้าแม้เขาจะรู้สึกเห็นใจความรู้สึกของแม่ คล้อยตามท่านในเบื้องต้น แต่วิธีการของท่านก็ขัดกับความรู้สึกของเขาอยู่ดี
“ชีวิตของคนไม่ใช่ละครนะครับคุณแม่เด็กที่เกิดมาจะต้องแบกรับความอาภัพรันทดมากแค่ไหนหากรู้ว่าเขาเกิดขึ้นมาเพราะเหตุผลบางอย่างและกำพร้ามาั้แ่เกิดพ่อกับแม่ของเขาไม่ได้รักกัน เด็กคนนั้นจะมีความอบอุ่นได้อย่างไร” ชายหนุ่มพยายามอธิบายให้มารดาเข้าใจ
“ก็ในเมื่อป้องไม่พร้อมที่จะแต่งงานและอยู่กับใครแม่ก็ไม่บังคับ นี่เป็ทางออกเดียว แม่ขอป้องแค่เื่นี้ มีหลานให้แม่เอาไว้สืบสกุลสักคนหลังจากนี้แม่จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับชีวิตอิสระของป้องอีก” นางวรากุลบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“แม่แก่แล้ว และลูกก็อายุมากขึ้นแม่ไม่รู้ว่าจะสามารถอยู่จนได้เห็นหน้าหลานหรือเปล่า แม่ขอนะป้อง”
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เขาพยายามหาข้ออ้างมาหลายปี และเขาก็ยังตั้งมั่นและยืนยันคำเดิมว่ายังไม่พร้อมจะแต่งงานและใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใคร
หากแต่ครั้งนี้เขาต้องจนมุมด้วยเหตุผลของมารดายิ่งได้เห็นแววตาและน้ำเสียงของท่านเขาก็อดสงสารไม่ได้
“แล้วผู้หญิงคนไหนพร้อมที่จะรับข้อเสนอโดยการรับเป็แม่พันธุ์ให้หลานคุณแม่ล่ะครับ”เขาถามหยั่งเชิงแต่น้ำเสียงในประโยคของชายหนุ่มบอกได้ถึงความไม่พอใจเขาไม่ค่อยชอบวิธีการแบบนี้เท่าใดนัก ยิ่งถ้าเป็ผู้หญิงไร้ค่า ไม่ทำงานทำการรอวันที่จะมีสามีและให้ผู้ชายเป็ฝ่ายหาเลี้ยง เขายิ่งรู้สึกต่อต้าน
“เพียงแค่ป้องรับปาก” นางวรากุลยังไม่ตอบคำถามลูกชาย
ชายหนุ่มพยักหน้าแทนคำตอบที่ทำเพื่อความสบายใจของคนเป็แม่ โดยที่เขาไม่รู้สึกคล้อยตามสักนิดหวังว่าเื่นี้จะจบลง
ป้องเขตเป็ผู้ชายหัวสมัยใหม่เขารักผู้หญิงทำงาน ผู้หญิงเก่งที่จะสามารถยืนหยัดเคียงข้างเขาสามารถเชิดหน้าชูตาและเกื้อหนุนกันและกันแต่ที่เขายอมตกลงกับมารดาอย่างง่ายดายก็เพราะไม่คิดว่าจะหยิบผู้หญิงคนนั้นมาเป็ภรรยาอย่างเด็ดขาดอย่างเก่งก็แค่แม่พันธุ์สร้างหลานให้มารดาของเขาเท่านั้น
การตอบรับทางกายของลูกชายทำให้นางวรากุลยิ้มออกแต่นางก็ย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “เพียงแค่ป้องรับปากว่าก่อนเดินทางป้องจะผลิตทายาทให้แม่สืบสกุล เื่ทุกอย่างแม่จะจัดการเอง”
ชายหนุ่มก็เพียงพยักหน้าเบาๆเป็เชิงตอบรับแบบผ่านๆ เหมือนเดิม เขาไม่สนใจจะถามรายละเอียดด้วยซ้ำ
“หมดธุระของคุณแม่แล้วใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มบอกตัดบท
“ถ้าป้องสัญญา แม่ก็หมดธุระพรุ่งนี้แม่จะพาหนูศกุนตลาเข้ามาอยู่ในบ้านเพื่อทำความคุ้นเคยกับลูก” นางวรากุลบอกย้ำอีกหน บอกรายละเอียดให้อีกฝ่ายรับรู้แต่เขากลับไม่สนใจที่จะจดจำและใส่ใจรายละเอียดนั้นเลย
ป้องเขตทำหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อเขาไม่ยืนกรานที่จะขัดแย้งหรือคัดค้านนางก็ชอบ วางแผนต่อตามอำเภอใจทุกความคิดและการกระทำของมารดาแทบจะขัดแย้งและสวนทางกับความคิดของเขาในขณะนี้อย่างสิ้นเชิงแต่เขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาให้เื่ราวบานปลายไปอีก
“แล้วแต่คุณแม่จะจัดการเถอะครับ”
นางวรากุลยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจจากเริ่มต้นนางไม่คิดว่าเื่ราวจะจบลงและลงเอยอย่างง่ายดายเพียงนี้
ป้องเขตเป็คนรักษาสัญญาเสมอนั่นเป็คุณสมบัติที่ทำให้นางสามารถเชื่อใจเขาได้เขาไม่มีอาการต่อต้านและรู้สึกถึงการยัดเยียด แต่ยอมรับอย่างมีเหตุและผล
“ขอบใจป้องที่เข้าใจแม่นะ”
“ครับ... ผมขอตัวนะครับคุณแม่”ชายหนุ่มตอบรับเบาๆ หยิบเสื้อสูทที่วางอยู่บนพนักโซฟามาคล้องไว้ที่แขนและเตรียมตัวจะเดินออกไปแต่เหมือนเขานึกอะไรได้บางอย่าง
“คุณแม่สั่งกระเช้าของว่างให้ผมแล้วใช่ไหมครับ”ชายหนุ่มถามถึงกระเช้าของว่างที่เขาฝากให้มารดาช่วยเป็ธุระให้เมื่อหลายวันก่อน
“แม่เกือบลืมบอกป้องไปวันศุกร์บ่ายแม่ไม่ว่างเอาเข้าไปให้ที่สำนักงาน ป้องแวะไปรับที่ร้านเองได้ไหม”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างหากไม่ใช่ร้านขนมใกล้บ้านที่เป็รายการโปรดที่ผู้ใหญ่ท่านนี้ชื่นชอบเขาคงไม่ต้องวุ่นวายให้มารดาจัดแจงให้ เพราะเพียงแค่เลขานุการประจำสำนักงานของเขาเธอก็สามารถจัดแจงทุกอย่างได้เสร็จสรรพ
วันศุกร์เขาไม่มีตารางนัดหมายด่วนอะไรสามารถเข้าไปรับเองได้แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาก้าวเข้าไปในร้านขนมไทยใกล้บ้านหากความอร่อยกลับเลื่องชื่อไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงหลายคน
หลังจากที่มารดาแนะนำให้ใช้เป็กระเช้าของฝากใน่ปีใหม่ของเมื่อหลายปีก่อนเขาก็ได้รับคำชื่นชมและถามถึงขนมของร้านนี้อยู่เป็ประจำจนกลายเป็ของฝากประจำตัวโดยปริยายไม่ต้องเสียเวลาคิดจะเลือกซื้อของฝากอะไรสำหรับผู้ใหญ่อย่างอื่นด้วย
เมื่อนางวรากุลเห็นลูกชายมีอาการลังเลก็รีบสำทับ “เดี๋ยวแม่จะโทรไปแจ้งที่ร้านเอาไว้ป้องเดินเข้าไปแล้วบอกว่าแม่สั่งไว้แค่นั้นเอง”
“ก็ได้ครับ” ชายหนุ่มตอบตกลง
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามนั้นไปพักผ่อนเถอะ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับอีกครั้งและเดินออกไปทันที