หัวใจของฉันยังคงเต้นรัวะเิด้วยความสั่นสะท้านยามเมื่อหวนนึกถึงััร้อนผ่าจากปลายนิ้วยาวและลมหายใจทุ้มต่ำหอบแหบของลุงสถาปนิกใหญ่เมื่อวานนี้ คำพูดบงการบีบคั้นของลุงนนท์ที่กระซิบหยอดอยู่ข้างใบหูยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของฉันตลอดเวลาไม่เว้นแม้กระทั่งยามหลับตาลงนอน คำพูดที่ว่า "ภาพวาดเหล่านี้งดงาม... แต่ไม่สู้เสียงสะท้อนของอารมณ์ดิบกามารมณ์ในห้องปิดตายนี้หรอกนะเชียวค่ะ คุณริน" มันกลายเป็กุญแจมือเหล็กล่องหนที่ล่ามพันธนาการความคิดและอารมณ์ใคร่ของฉันไว้ให้วนเวียนอยู่แต่กับความวาบหวามในเงามืดใต้ดินนั้น ทุกครั้งที่ฉันต้องสวมชุดสูทเป็ทางการออกงานสังคมและสบสายตากับคนในตระกูล ฉันกลับจินตนาการถึงความเย็นเยียบของห้องใต้ดินและฝ่ามืออุ่นร้อนของลุงนนท์ที่ทาบทับขยำสะโพกของฉันอย่างหยาบโลน
คืนนี้ ฉันจำใจต้องเดินกลับเข้ามาในห้องนิรภัยใต้ดินเพียงลำพังยามวิกาล อ้างกับเลขาส่วนตัวและคนดูแลหอศิลป์ว่าจะลงมาตรวจสอบการจัดวางภาพเขียนและการปรับระบบอุณหภูมิห้องควบคุมความชื้นของงานศิลปะโบราณก่อนการส่งมอบงานขั้นสุดท้าย แต่ทว่าความจริงแล้ว ร่างกายของฉันต่างหากที่เพรียกหากระสันความสงบเงียบแสนวิปริตในพื้นที่แห่งนี้ พื้นที่ที่ตัดขาดจากความกดดันของตระกูล หน้ากากสังคม และคำนินทาของแวดวงไฮโซที่ฉันแสนจะเบื่อหน่ายและขยะแขยงเต็มทน
ประตูกลหนาพิเศษปิดล็อกตัวเองตามด้วยเสียงกลไกไฮดรอลิกทำงานเบาๆ ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันระดับห้องอัจฉริยะตัดเสียงรบกวนภายนอก มีเพียงแสงไฟสปอตไลท์สีนวลตาที่ส่องสว่างกระทบภาพวาดสีน้ำมันแนวอีโรติกชิ้นเอกที่แสดงภาพเรือนร่างของหญิงสาวที่สยบยอมอยู่ใต้พันธนาการของชายหนุ่ม กลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นผ้ากำมะหยี่สีแดงใหม่ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ยิ่งกระตุ้นให้จิตใต้สำนึกของฉันเตลิดเปิดเปิงราคะสั่นสะท้าน
ความเงียบที่เงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองเต้นกระหึ่มช่างดูน่าหวาดเสียวสยิว แต่ทว่ามันกลับช่วยกระตุ้นความรู้สึกอิสระอย่างน่าประหลาด ผิวเนื้อภายใต้ชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมซาตินสีดำตัวบางเริ่มรู้สึกอุ่นร้อนระอุขึ้นมาเฉยๆ ยามที่ฉันจ้องมองภาพเรือนร่างสมบูรณ์แบบบนผืนผ้าใบ สายตาสวยคู่เยิ้มกวาดมองไปที่ผนังกระจกเงาสะท้อนสลับทาง บานใหญ่ั์ที่ลุงนนท์เพิ่งติดตั้งเสร็จ มันสะท้อนเงาเรือนร่างระหงส์ของฉันในเดรสสายเดี่ยวบางเบาที่เน้นรอยคอดส่วนเว้าโค้งของเอวและหน้าอกอวบอิ่มชูชันชูยอดปทุมถันอย่างชัดเจน
ฉันพร่ำบอกตัวเองว่าที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครเห็น และไม่มีใครได้ยิน... มันคือห้องปิดตายส่วนตัวของฉันคนเดียวในการเสพสุขราคะ
ฝ่ามือบางสั่นระริกของฉันลูบไล้ผ่านต้นขาเนียนละเอียดของตัวเองขึ้นมาตามเนื้อผ้าไหมซาตินลื่นๆ ปลายนิ้วััได้ถึงความเปียกชื้นแฉะเฉอะของน้ำหวานรักที่ซึมผ่านแพนตี้ลูกไม้สีหวานตัวบางยามที่หัวสมองจินตนาการถึงััดิบเถื่อนบงการสวาทคุกคามของลุงนนท์และแววตากระหายของเสือร้ายจอมวางแผนคราวก่อน ฉันสะดุ้งน้อยๆ ยามจินตนาการไปไกลว่าเขากำลังจ้องมองฉันอยู่จริงๆ หลังกระจกบานนี้
"ฮื้อ... ลุงนนท์..." ฉันครางชื่อลุงสถาปนิกใหญ่วัยคราวพ่อออกมาเบาๆ ในความเงียบ ยินยอมสลัดความละอายใจทิ้งแล้วเอื้อมมือไปรูดซิบชุดเดรสลงปล่อยให้ผ้าไหมเนื้อนุ่มร่วงหล่นลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้า เผยร่างกายขาวผุดผ่องสะคราญตาที่เหลือเพียงแพนตี้ลูกไม้สีขาวตัวจิ๋ว ทรวงอกอวบใหญ่ตั้งเต้าชูชันชูยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อท้าทายสายตาของรูปวาดและเงาสะท้อนในกระจกเงาั์ ผิวเนียนละเอียดสั่นสะท้านน้อยๆ ยามััอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
ฉันเอื้อมมือสองข้างขึ้นมาบีบเค้นเต้าเต่งตึงของตัวเองเบาๆ ปลายนิ้วสะกิดขยี้หัวนมสีหวานจนแข็งตึงสู้ัั ความเสียวซ่านสาดซัดเข้าใส่ท้องน้อยจนฉันตัวโยน สะโพกกลมกลึงบิดส่ายเบาๆ ไปมาตามจังหวะอารมณ์ใคร่ที่พุ่งสูงขึ้น ฉันขยับกายไปพิงหลังเข้ากับกรอบรูปทองคำโบราณริมหน้าต่างกระจกเงานั้น ค่อยๆ เกี่ยวสอดนิ้วสลัดแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วออกจนร่างกายเปลือยเปล่าไร้สิ่งปิดบังใดๆ
เรียวขาสวยถูกแยกออกจากกันกว้างขึ้น สะโพกมนบดเบียดเสียดกับผนังกระจกเงาเย็นเฉียบที่ตัดกับความร้อนรุ่มของร่างกายอย่างชัดเจน ปลายนิ้วกลางของฉันเริ่มััสำรวจแตะลงบนปุ่มเสียว/ปุ่มกระสันสีชมพูหวานฉ่ำที่เฉอะแฉะเหนอะหนะเปียกเยิ้มด้วยน้ำรัก ลากครูดบดขยี้เน้นย้ำรัวถี่ยิบสั่นะเือารมณ์กามอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊า... เสียว... อูย... เสียวเหลือเกิน... ลุงนนท์ขา..." ฉันหลับตาพริ้มครางเสียงหวานหลงด้วยความเสียวซ่านกระสันที่ทวีคูณ บิดส่ายสะโพกแอ่นรับแรงกดขยี้ของนิ้วตัวเอง ยิ่งคิดว่าความอับอายและตัณหาดิบนี้ถูกเก็บงำไว้ในห้องปิดตายใต้ดินอย่างไร้คนล่วงรู้ ฉันยิ่งปลดปล่อยความร่านร้อนบดขยี้ปุ่มเสียวจนเกิดเสียงเปียกชื้น แจ๊ะ... แจ๊ะ... ดังสะท้อนผนังซับเสียงรอบทิศทาง ร่องเนื้อตึงบีบขยำน้ำรักให้ไหลเอ่ออาบย้อนง่ามขาเฉอะแฉะเปียกชุ่มมือบาง
เื้ัผนังกระจกเงาสะท้อนสลับทาง ที่ดูเหมือนผนังกระจกตกแต่งธรรมดายามมองจากด้านในหอศิลป์ใต้ดิน แท้จริงแล้วมันคือห้องควบคุมระบบเสียงและกล้องนิรภัยของวิลล่าที่สว่างไสวเพียงแสงสีครามสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และสัญญาณควบคุมของระบบ
ผมยืนกอดอกสะพายหน้ายิ้มเ้าเล่ห์ใต้กรอบแว่นสายตา จ้องมองภาพดวงใจของตระกูลดังอย่างคุณหนู 'รินรดา' ผู้แสนเรียบร้อยสูงส่งสง่างามกุลสตรีไฮโซในตอนกลางวัน บัดนี้กำลังยืนเปลือยเปล่ากางขาเรียวสวยอิงพิงกระจกบดขยี้บี้ปุ่มเสียวช่วยตัวเองอย่างกระสับกระส่ายร่านร้อน ไร้คราบหญิงสาวผู้ดีที่เย่อหยิ่งทระนงเหลืออยู่ เสียงครางระเส่าหวานสยิวมารวยรินและเสียงเฉอะแฉะของการใช้นิ้วถูไถร่องเนื้อดังสะท้อนกังวานผ่านลำโพงซับวูฟเฟอร์ในห้องควบคุมอย่างละเอียดชัดเจน
ข้างๆ ตัวผมมี 'ธีร์' ศิลปินหนุ่มนักบูรณะผลงานศิลปะวัย 28 ปี (รูปร่างดิบเซอร์สูง 182 เิเ) ยืนจ้องมองภาพการช่วยตัวเองสุดวาบหวามกระสันรักของคุณหนูเ้านายสาวของเขาผ่านกระจกใสแผ่นใหญ่ แววตาคมเข้มใต้เรือนผมยาวเซอร์ของศิลปินหนุ่มสั่นระริกจับจ้องภาพเรือนร่างขาวผ่องเต้าอวบส่ายโยก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นถี่หนักหน่วง ลำคอหนาขยับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ฝ่ามือแกร่งกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดขึ้นมาตามท่อนแขนเพศผู้
ท่อนเอ็นอุ่นร้อนขนาดั์ยาว 7.5 นิ้วสีเข้มหนาปึดดีดตัวผงาดพุ่งกางเกงยีนส์ออกมาชูชันตึงแน่น แข็งปั๋งดุร้ายจนเป้ากางเกงแทบะเิ แกนกายของธีร์ใหญ่ยาวและแข็งกร้าวปูดไปด้วยเส้นเืรอบลำเนื้อ บ่งบอกพละกำลังดิบทางเพศ
"ดูเขาสิธีร์... คุณหนูรินรดาผู้แสนถือตัวและเ็าของเธอ" ผมกระซิบข้างหูของศิลปินหนุ่มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำบงการจิตวิทยา ปลุกปั่นอารมณ์ดิบในตัวเขาให้เตลิด "แท้จริงแล้วเรือนร่างที่เธอเฝ้าฝันหามานานปี กำลังเฉอะแฉะเปียกเยิ้มน้ำรักและร้องครางหาความสุขสมอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง... ได้ยินเสียงครางหวานของเธอผ่านลำโพงไหมคะเด็กดี"
"อึก... คุณนนท์... เธอสวยมากครับ... สวยจนผมจะคลั่งตายอยู่แล้ว... เป้าผมมันแข็งจนทนไม่ไหวแล้วครับ..." ธีร์ตอบเสียงแหบพร่าดุดัน แผงอกแกร่งใต้เสื้อยืดสีดำขยับไหวรวดเร็ว ยามที่สายตามองเห็นนิ้วเรียวของคุณหนูรินลากครูดสลับรูดช่องทางรักสีหวานสะท้านกระตุก ท่อนเอวสอบของเขาเกร็งเขม็งขยายตัวขึงขัง
"ร่างกายของเธอสร้างขึ้นมารองรับความดิบและอารมณ์สวาทป่าเถื่อนของพวกเราค่ะธีร์... ยิ่งเธอกลัว ยิ่งเธออาย ร่องเนื้อนุ่มๆ ของเธอมันจะยิ่งต้อนรับขยำท่อนเนื้อร้อนๆ ของเราแน่นจนแทบแตก" ผมวางมือหนาลงบนไหล่แกร่งของเขา บดบี้ขยำกระตุ้นแรงตัณหาอย่างท้าทาย "อยากเข้าไปร่วมลงแปรงสร้างงานศิลป์ชิ้นเอกบนร่างบางนั้นหรือยังคะศิลปินหนุ่ม... พรุ่งนี้อาจะจัดฉากให้หนูรินได้รู้จักกับปลายพู่กันดิบๆ ของเธอเอง"
ธีร์จ้องมองหน้าอกอวบกระเพื่อมไหวส่ายส่ายกลมสะดุดตาของรินรดาที่กำลังแอ่นลอยหัวนมสั่นระริก แขนแกร่งของเขาเกร็งสั่นสะท้านอย่างยอมสยบต่อกติกาเกมลับของผม "ผมอยาก... อยากกดขี่และกระแทกรูรักของคุณหนูรินลงบนเตียงบุกำมะหยี่สีแดงนั้นเหลือเกินครับ... ผมยอมทำตามที่อานนท์สั่งทุกอย่าง"
"อ๊า! อูย... จะเสร็จ... รินจะเสร็จแล้ว... ฮื้อ..." ฉันกรีดร้องครางเสียงหวานลั่นหอศิลป์ใต้ดิน ร่องรักบีบรัดตัวเกร็งสั่นระริกยามปลายนิ้วกลางขยี้เน้นย้ำจุดกระสันแรงสี่ห้าครั้งสุดท้าย ร่างกายระหงส์สะท้านริ้วจนตาปรือเยิ้มลอย น้ำรักอุ่นร้อนเหลวข้นหลั่งไหลพรั่งพรูชโลมทั่วมือและกระจกเงาเย็นเฉียบ ฉันหายใจรวยรินปวกเปียกทรุดลงนอนหอบเหนื่อยอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงข้างเตียงใหญ่ พยายามระงับลมหายใจหอบกระชั้นเหนื่อยล้าจากพายุราคะที่เพิ่งสงบลง
ความเงียบสงบกลับเข้าปกคลุมห้องนิรภัยอีกครั้ง ฉันนอนกอดหน้าอกอวบอัดมองดูภาพวาดอีโรติกบนผนังด้วยความสุขสมและผ่อนคลาย รู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่ได้ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงในกรงกระจกแสนสุขแห่งนี้โดยที่ไม่มีคนล่วงรู้
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกข้างโซฟาสั่นะเืสลับแสงหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว ฉันขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ยื่นมือบางที่ยังเปียกชื้นน้ำรักเหนอะหนะไปหยิบขึ้นมาเปิดดู
มันเป็ข้อความแชตส่งมาจากหมายเลขปริศนาที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ในสมุดโทรศัพท์ หัวใจของฉันพลันหยุดเต้นในวินาทีที่สายตาไล่อ่านตัวอักษรบนหน้าจอ
"ภาพวาดชิ้นนั้นดูงดงามยิ่งขึ้นยามเรือนร่างของคุณเปียกชื้นและบิดส่ายสะโพกใต้แสงไฟ... อาจะส่งช่างภาพส่วนตัวเข้าไปช่วยจัดแสงให้คุณถึงด้านในนะคะ"
ฉันสะดุ้งสุดตัวจากโซฟา หัวใจรัวกระหน่ำในอกโครมครามด้วยความกลัวสะคนปนความตระหนกใอย่างรุนแรง หน้าผากเนียนเปียกชุ่มเหงื่อเย็นเฉียบ สายตาสวยเบิกกว้างกวาดมองไปที่รอบผนังห้องนิรภัยใต้ดินที่เงียบสงัด... โดยเฉพาะบานกระจกเงาสะท้อนสลับทาง บานั์บานนั้นที่สะท้อนภาพร่างกายสั่นระริกของฉันในสภาพเปลือยเปล่า ฉันเพ่งมองกระจกเงาด้วยความหวาดระแวงสุดขีด รู้สึกราวกับว่าภายใต้เงาสะท้อนของฉันมีดวงตาของใครบางคนกำลังจับจ้องมองดูอยู่จริงๆ ในเวลานี้
ความลับที่ปิดบังจากโลกภายนอกถูกเปิดเผยต่อหน้าบุคคลอื่นแล้ว... และความเสียวซ่านกระสันเสียวปนเปความระแวงอับอายสุดกู่กลับทวีคูณพุ่งทะยานในท้องน้อยจนเปียกแฉะหลั่งน้ำหวานออกมารอบใหม่ในกรงแก้วไร้ทางออกแห่งนี้อย่างน่าหวั่นใจและแสนกระสันเสียวซ่านรัญจวนใจเป็ที่สุด