“คุณใจร้ายกับผมมากเลยรู้ไหมส้ม ทำผมเกือบร้องไห้ ขอผมกอดอีกหน่อยให้หายคิดถึงแล้วกัน” เขาพูดกับเธอทันทีเมื่อเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน โอบกอดเธอแน่นด้วยความคิดถึง ดอมดมตามผิวกายและพวงแก้มจนมันแทบจะช้ำ
(“ไม่นะไม่! จะกินหัวกันแล้ว น้องจะทำยังไงดีต้องหาคนมาช่วย”)
“แม่อร แม่อร ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่เวอร์ ๆ แล้วค่า แดดดี๊กับคุณแม่ขาจะกินหัวกันแล้วค่า”
((“อะไรกินหัวคะมะนาวแม่อรไม่เข้าใจ”) )
“แดดดี๊ไง น้องบอกว่าแดดดี๊กับคุณแม่กินหัวกันแล้ว แม่อรรีบมาช่วยหน่อยสิคะ เร็ว ๆ นะคะมาตอนนี้เลย”
((“แดดดี๊กลับมาแล้วเหรอ?”) )
“ใช่นะสิคะตอนนี้อยู่บ้านของน้อง กำลังงาบหัวกันอยู่ข้างล่าง แม่อรต้องรีบมานะ”
((“มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอลูก”) )
“ก็ใช่สิคะ น้องเห็นเต็มฉองตาเลยรีบโทรหาแม่อรนี่ไง แดดดี๊กัดคุณแม่ แล้วคุณแม่ก็กัดคอแดดดี๊ขยุ้มผมแดดดี๊ด้วย มันรุนแรงเวอร์ ๆ เลยค่ะแม่อร”
((“โอเค ๆ เดี๋ยวแม่อรรีบไปตอนนี้เลย”) )
“โอเคค่ะ”
พฤติกรรมระหว่างน้ำส้มและนักรบที่น้องมะนาวเห็น สร้างความเข้าใจผิดไปคนละทิศคนละทาง ความเดียงสาที่ยากจะเข้าใจทำให้เด็กหญิงคิดว่าการสัมผัสกันที่เหมือนรุนแรงเป็นการตบตีทะเลาะวิวาท ความคิดของเด็กน้อยที่ช่างจินตนาการ จนเธอต้องรีบโทรขอความช่วยเหลือกับเอมอร สร้างความตื่นตระหนกจนเอมอรต้องเร่งรีบ
“พอแล้วค่ะ หอมแก้มไม่ว่า แต่มาดูดแก้มฉันช้ำหมดแล้วมั้งเนี่ย” เธอปรามและพยายามดันเขาให้ออกห่าง
“ขอโทษน้า ฉันก็แค่อยากทำโทษที่คุณหายไปโดยไม่บอกฉันสักคำ รู้ไหมคะว่าทุกคนเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน ต่อไปไม่ทำแบบนี้อีกได้ไหมคะ” สองมือของน้ำส้มยกประกบใบหน้าของนักรบ เธอเอ่ยเสียงหวาน เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่อบอุ่น
“อืม...ก็ผมกลัว” เขาจับมือของเธอมากุมไว้ แล้วก้มหน้าพูดเสียงเบา นึกถึงสิ่งที่ทำลงไปแล้วไม่กล้าสบตาสู้หน้าเธอ
“กลัวอะไรคะ ไม่ถามไม่พูดกับฉันสักคำและคิดไปเองทั้งนั้น คุณเห็นฉันเป็นคนใจแคบ ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเลยหรือไงกัน” เธอแย้งเขาและพูดเป็นนัย
“ไม่ใช่แบบนั้น ยอมรับว่าผมคิดมากจริง ๆ ก็เราเพิ่งจะเริ่มต้นกัน แต่ดันมีเรื่องนี้และทุกคนปิดบังผม แม้ผมจำอะไรไม่ได้แต่ใครต่อใครปิดบังผมแบบนี้ผมเลยรู้สึกเหมือนไม่ค่อยดี แล้วก็กลัวว่าคุณจะเกลียดผม ผมเสียความรู้สึกมากที่ได้ยินเรื่องพวกนั้นจากปากของแม่ ตอนนั้นผมรู้สึกอยากอยู่คนเดียว ไม่อยากรับรู้อะไรและไม่อยากได้ยินคำบอกลาจากคุณ” เขาพูดสิ่งที่คิดต่อหน้าเธอด้วยสีหน้าหม่นเศร้า รู้สึกผิดเมื่อสิ่งที่เขาคิดกับสิ่งที่เธอคิดไม่แตกต่างกัน เขากลัวการจากลา แต่เธอกลัวว่าเขาจะโดดเดี่ยวเมื่ออยู่คนเดียว เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะได้รับอันตรายมากกว่า
“แล้วตอนนี้คุณโอเคหรือยัง” เธอถามเขา ทุกอย่างที่เอ่ยออกไปล้วนเกิดจากความห่วงใยทั้งสิ้น เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัยมันทำให้เธอโล่งใจอย่างมาก
“อืม ผมโอเค”
“คุณนักรบ” เธอเรียกเขาด้วยแววตาที่เรียบนิ่ง สีหน้าของเธอเริ่มเข้าโหมดจริงจัง
“ครับ” เขาตอบรับด้วยหัวใจระทึก คาดเดาจากแววตาสีนิลที่กำลังจ้องมอง มันเป็นแววตาที่ทำให้เขาหวาดหวั่น กลัวว่าหลังจากนี้ไปจะมีคำพูดที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจออกมาหรือไม่ เขากำลังลุ้น
“จะเป็นไปได้ไหมคะว่านับจากนี้หากคุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไร จะสามารถพูดกับฉันตรง ๆ ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกไม่ว่าคุณจะทุกข์หรือมีความสุขก็สามารถแบ่งปันกับฉันได้...ฉันแคร์คุณนะคะ” เธอพูดกับเขาในจังหวะที่ขยับตัวเข้าไปกอดหลวม มันเป็นการกอดเพื่อขอความไว้ใจ และสื่อความหมายเป็นนัยว่าจะเคียงกายเขานับจากนี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
“ขอบคุณมากนะน้ำส้ม ขอบคุณจริง ๆ ผมรับปากและยินดีที่สุด ต่อไปผมจะไม่ทำให้คุณเป็นห่วงอีก...รักที่สุดเลยครับเบบี๋” สิ้นคำพูดที่แสนซึ้งเขากระชับกอดเธอจนแนบแน่น ดีใจที่เธอยินดีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนับจากนี้
“เบบี๋อะไรล่ะ ไม่ใช่วัยรุ่นแล้วนะคุณน่ะ” น้ำส้มทุบอกของนักรบ เธอเขินกับสรรพนามที่เขาเรียกอย่างหวานหยด
“โอ๊ย ๆ เจ็บ ๆ ทำไมมือหนักแบบนี้ล่ะ”
(“แม่อรใกล้จะถึงหรือยัง ตอนนี้คุณแม่กำกำปั้นตีแดดดี๊แล้ว”)
((“ใกล้แล้ว ๆ แม่อรกำลังจอดรถอยู่หน้าบ้าน”) )
(“เร็วค่ะตีกันอีกแล้ว”)
((“จ้ะ”) )
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุดตีกัน แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เอมอรตะโกนเสียงดังห้ามปราม โดยที่ไม่ได้ดูเหตุการณ์จริงเลยว่าเป็นเช่นไร เธอเร่งรีบตามคำที่น้องมะนาวบอกเล่า พอวิ่งเข้ามาในบ้านก็เหนื่อยหอบแทบหายใจไม่ทัน ได้แต่ยืนสองมือก้งโค้งค้ำหัวเข่าให้ผ่อนคลาย “โอ๊ยเหนื่อย เลิกทะเลาะกัน”
เสียงของเอมอรทำให้คนทั้งสองผละกอดจากกัน แล้วหันมามองตามเสียงด้วยความตกใจที่ปะปนด้วยความงุนงง
“แกโอเคไหมอร...ทะเลาะกัน? ใครทะเลาะกับใคร” น้ำส้มเดินเข้ามาจับบ่าของเอมอรที่ตอนนี้ยังไม่หายหอบเหนื่อยจากความเร่งรีบ เพื่อมาห้ามปรามการวิวาทที่น้องมะนาวบอกเล่า
“ฉันโอเค แกสองคนนั่นแหละที่ไม่โอเค ไหนเล่าสิทำไมถึงตีกันทะเลาะกันได้” เอมอรสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยถามตามที่น้องมะนาวโทรไปเล่าให้ฟัง
“อะไรของแกยัยอร ทะเลาะอะไรกันฉันกับน้ำส้มปกติดีมาก ๆ จะกอดกันด้วยความคิดถึงไม่ได้หรือไง?” นักรบเอ่ยแทรก
“เอ้า!!! ก็น้องมะนาวโทรไปบอกว่าแกกับพี่นักรบกำลังทะเลาะกันรุนแรงมาก ถึงขั้นลงไม้ลงมือตีกัน” เอมอรบอกเล่า
((หา?) ) ทำเอาน้ำส้มกับนักรบถึงกันงุนงงกันไปใหญ่ จนเอ่ยออกมาพร้อมกันด้วยความไม่เข้าใจ
“อุ๊ย!! มองน้องพร้อมกันเลย อ้า...ปวดฉี่จังพี่หมีเราไปฉี่กันเถอะ” น้องมะนาวที่แอบซุ่มมองอยู่ตรงบันได เธอได้ยินการสนทนาของผู้ใหญ่ สายตาทั้งสามคู่ที่มองเธอเป็นสายตาเดียว ทำให้เด็กหญิงเริ่มรู้สถานการณ์ สายตาพิฆาตมองเธอจนต้องหาทางหลบหลีกเดินหนีขึ้นห้องนอน
(( (ยัยเปรี้ยวจี๊ด!!!) ))
“น้องไม่รู้เรื่อง!!!”
ทั้งสามคนยืนมือเท้าสะเอวแล้วเปล่งเสียงดังลั่นขานฉายาของน้องมะนาวพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดแนะ และมีเสียงแหลมตอบโต้ด้วยความเฉไฉไร้เดียงสา สร้างความปั่นป่วนจนผู้ใหญ่ปวดหัวไปตาม ๆ กัน