พาร์ทของไนน์
ร่างสูงใหญ่ลืมตาขึ้นมาในตอนบ่ายแก่ๆของวันอาทิตย์ด้วยอาการปวดระบมไปทั้งกบาลราวกับว่ามันกำลังจะแตกเป็เสี่ยงๆ ในไม่ช้าดวงตาตี่ชั้นเดียวที่แทบจะไม่มีพยายามจ้องมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนบนผนังห้องมันบอกว่าตอนนี้เป็เวลาสี่โมงครึ่ง ไอ้เหี้ยนี่กูหลับหรือซ้อมตายวะ
มือใหญ่ขยี้ตาช้าๆ แล้วลุกจากที่นอนประคองสารร่างที่ยังสะลึมสะลือไปยังห้องน้ำเพื่อเช็คสภาพตัวเอง แสดงว่าเมื่อคืนคงสนุกสุดเหวี่ยงจนลืมโลกเลยสินะนานแค่ไหนที่ไม่ได้ตื่นมาเจอความยับเยินแบบนี้
“เหี้ย !กางเกงในใครวะ !?”
ผมแหกปากลั่นห้องเมื่อพบว่ากางเกงตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มอวัยวะข้างในแม่งไม่ได้มีขนาดเข้ากันเลยมิน่าถึงได้รู้สึกอึดอัดั้แ่ที่ตื่นลืมตาแล้วตอนนี้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไม่นอนขวัญเสียไปแล้วเหรอกูจะตายด้านไหมวะ
“ชัดเลยทีนี้ไอ้ไนน์มึงไปเอากับใครมาเนี่ย !?”
มือใหญ่ยกขึ้นตบกะโหลกตัวเองสุดแรงหลังจากที่จมูกดมกลิ่นบางอย่างบนอาภรณ์ขึ้นเล็กกะทัดรัดอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่า ผมเป็โรคจิตที่ชอบสูดดมกลิ่นกางเกงใน ลองเป็มึงที่ตื่นมาในสภาพนี้มึงก็ต้องทำเชื่อสิ
มันเป็กลิ่นสตรอเบอร์รี่ !
คิดว่านี่คือพีคสุดแล้วใช่ไหมยังก่อนคนอย่างผมจะไม่ยอมปักใจเชื่ออะไรง่ายๆจนกว่าจะหาหลักฐานให้ได้อย่างน้อยสามข้อ นี่มันเพิ่งได้แค่สองเองนะ
“กูไปเอากับใครมาวะเนี่ย !?”
ในที่สุดก็ต้องยอมจำนนต่อหลักฐานที่สนับสนุนแนวความคิดข้างต้นเพราะนอกจากสองอย่างนั้นแล้วยังมีอีกหลายอย่างที่ทำให้มั่นใจว่าผมไม่ได้คิดไปเองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง
ขณะที่ผมกำลังจะถอดเสื้อยืดสีหม่นออกจมูกก็พลันได้กลิ่นบางอย่างในจุดที่มันไม่ควรอยู่ไอ้เ้าสิ่งนี้มันควรไปอยู่ในกองทิชชู่ที่ถูกขยำไว้มุมห้องหลังจากเสพสื่อสามกในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เหรอวะแล้วมันมาอยู่ที่เสื้อกูได้ไง
นั่นยังไม่สาแก่ใจหลังจากถอดเสื้อออกเพื่อไปชำระล้างร่างกายหวังให้อาการเมาค้างหมดสิ้นไปก็ต้องเจอกับร่องรอยแห่งมรสุมา
“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปดเก้า โอ๊ย ช่างแม่งเหอะ !”
ผมนับรอยมาร์คคิสพวกนั้นอยู่นานจนหมดความอดทนในที่สุดหนักสุดที่ต้นคอนอกร่มผ้าเลยนะ ชักสงสัยซะแล้วสิว่าไปเอากับคนหรือตัวทากดูดเืกันแน่แม่งดูดซะแทบไม่เหลือเค้าโครงผิวเดิม
และเซอร์ไพรส์สุดท้ายก็โผล่มาอีกเมื่อผมหยิบกางเกงตัวโปรดขึ้นมาเพื่อจะหากระเป๋าตังค์ ซองถุงยางอนามัยยี่ห้อดูเร็กซ์ขนาด54 ที่ถูกฉีกปลิวตกมาด้วย
ให้ทายว่ากลิ่นอะไร
มันเป็กลิ่นสตรอเบอร์รี่!
นี่ผมต้องช็อคกับเื่ราวที่ผ่านมาเมื่อคืนอีกกี่ครั้งวะเนี่ย แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าต้องแดกยาต้านไวรัสหรอกเพราะมันมีอุปกรณ์ป้องกันที่น่าจะช่วยได้ในระดับนึง มันเป็กลิ่นสตรอเบอร์รี่ !
“ว่าไงไอ้เสือ กูนึกว่ามึงตายไปแล้วนะเนี่ย ?”
ไอ้เหนือกล่าวทักทายหลังจากผมเดินเข้าไปในร้านกาแฟ
“นี่มึงกล้าแช่งเ้าของร้านเหรอวะ?”
ผมชี้หน้ามันก่อนจะยิ้มออกมาแต่มันก็ไม่ใช่รอยยิ้มปกติหรอก ไอ้กลิ่นบ้านั้นมันยังติดจมูกไม่หาย
“คนเลวไม่ตายง่ายๆหรอก เอาไปเสิร์ฟให้หน่อยดิพี่”
น้องชายตัวดีได้ทีล่ะอวยพรเป็การใหญ่แต่จะว่าไปวันนี้ผมก็ปล่อยให้มันตื่นมาเปิดร้านคนเดียวเพราะลูกน้องขอลาหยุด
“มอคค่าร้อนกับเค้กใบเตยโต๊ะสี่”
มันยื่นถาดใบเครื่องดื่มและเค้กมาให้ผมรับมาแล้วหันหลังเตรียมไปเสิร์ฟตามคำสั่งของน้องชายแต่ก็ต้องหยุดเพราะถูกเรียกเอาไว้
“เกือบลืมอีกแก้วนึงพี่... สตรอเบอรี่สมูทตี้ !”
มาทั้งรูปรส กลิ่น เสียงแบบนี้ถ้ากูอ้วกจะผิดไหมวะ
“เมื่อคืนใครพากูมาส่งบ้าน?”
หลังเดินเสิร์ฟจนทั่วร้านผมก็หย่อนก้นลงไปนั่งข้างเพื่อน
“จะใครซะอีกล่ะก็กูนี่ไงลดน้ำหนักบ้างนะไอ้เหี้ย แดกจนจะเป็ควายเข้าไปทุกวันแล้วมึงอ่ะ”
“โทษทีว่ะพอดีมันหลุดไปหน่อย”
ผมสบตาไอ้เหนือก่อนจะมองไปนอกหน้าต่างเมฆครึ้มที่แผ่ปกคลุมท้องฟ้าแบบนี้ไม่นานเม็ดฝนก็คงโปรยปรายลงมาในไม่ช้า
“เื่แบบนี้มันยากที่จะรับได้ว่ะกูเข้าใจ”
มันตบไหล่ผมเบาๆแล้วพูดปลอบโยน
“มึงไม่จำเป็ต้องทำตัวเข้มแข็งอะไรหรอกไม่ไหวก็ปล่อยออกมาให้สุดแต่อย่าลืมว่าวันนึงมึงก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตคนเดียวให้ได้ไม่ใช่สิมีกูกับไอ้เปอร์ด้วยอีกคนเพราะงั้นมึงไม่มีทางโดดเดี่ยวแน่ ๆ”
“กูขอเวลาสักระยะว่ะแต่รับรองว่าอีกไม่นานไอ้ไนน์คนเดิมกลับมาแน่”
“คนเหี้ยๆคนเดิมอ่ะนะ ลดลงบ้างก็ได้ม๊าง”
ไอ้เพื่อนผมยาวตบหัวผมเบาๆแต่นั่นมันก็ทำให้ผมยิ้มได้
ผมชื่อไนน์ไนน์ที่แปลว่าเก้า เป็เ้าของร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีขนาดร้านเพียงแค่ 48 ตารางวาในย่านชุมชน แต่ถ้านับพื้นที่สวน ลานจอดรถและอื่นๆก็อาจจะมากกว่านี้ไม่กี่เท่า หลังจากจบโทด้านบริหารจากต่างประเทศผมก็เอาเอกสารรับรองพวกนั้นแปะไว้ฝาบ้านแล้วมาใช้ชีวิตที่ร้านนี้สลับกับไร่กาแฟบนดอยบางครั้งการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและสร้างเม็ดเงินให้ด้วยมันก็มีความสุขไปอีกแบบ
แต่ความสุขของผมมันถูกบั่นทอนลงไปจนแทบหมดสิ้นเมื่อได้รับการ์ดใบเล็กๆ สีชมพูน่ารักจากมือผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุดชื่อ้าเป็ชื่อของเธอแต่ด้านล่างนั้นอ่านยังไงก็ไม่ใช่ชื่อผม
“ไนน์ปรางขอโทษจริงๆ ยกโทษให้ปรางนะ”
มันต้องเข้มแข็งแค่ไหนวะที่ต้องฝืนยิ้มว่าไม่เป็ไรทั้งที่ในใจแม่งแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีนี่แฟนกูนะเว๊ย แฟนกูไปท้องกับคนอื่นจนต้องแต่งงานกันให้เป็เื่เป็ราวเอาเวลาที่ไหนไปเอากันวะเนี่ยในเมื่อโทรคุยกันทุกคืน
“ยินดีด้วยนะปรางไนน์ขอตัวไปรับลูกค้าก่อนนะ”
ผมกลัวว่าความบอบช้ำข้างในมันจะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านสีหน้าที่พยายามฝืนกลั้นเอาไว้เลยต้องรีบหันหลังให้แล้วเดินจากไป
“ปรางอยากให้ไนน์มาร่วมยินดีนะ”
ถ้าแฟนแต่งงานกับคนอื่นคุณจะกล้าไปร่วมงานด้วยความยินดีไหมถึงจะไม่ให้คำตอบอะไรออกไปแต่เชื่อไหมว่าไอ้ไนน์ไปร่วมแสดงความยินดีให้กับคู่รักคู่ใหม่ที่พร้อมจะมีทายาทตัวเล็กๆน่ารักมาเป็โซ่ทองคล้องใจ
ถ้าแสนดีกว่านี้คงต้องไปโกนหัวห่มผ้าเหลืองแล้วล่ะ
และนั่นคือเหตุผลที่ผมไปเมาเละสิ้นสภาพจนเพื่อนต้องหิ้วปีกมาส่งบ้านและที่ยิ่งไปกว่านั้นผมได้แบกเอาความสงสัยกลับมาเต็มหัว