ด้านฝั่งโอบอุ่น
“เดี๋ยวเรารอปีย์ ที่หน้าหอนะ เื่นั้นเดี๋ยวเราเล่าให้ฟังอีกที เจอกัน”
อุ่นยืนชะเง้อคอมองถนนรอเพื่อนหนุ่มอีกคนมารับไปห้างสรรพสินค้าให้มหาวิทยาลัย ถามว่าทำไมไม่ขับรถไปเอง ถ้าขับเองเป็คงไมต้องมายืนรอให้คนมารับแบบนี้หรอกครับ อยู่ที่อยู่บ้านผมเดินทางด้วยคนขับรถมาตลอด ที่บ้านไม่อนุญาตให้ขับทุกประเภท ยกเว้นรถจักรยาน
จะให้เอาจักรยานมาปั่นเดินทางออกถนนเส้นหลักก็คงไม่ใช่เื่ ผมเคยปั่นแค่ในรั้วบ้านเท่านั้น นานทีถึงจะได้ออกมาปั่นข้างนอก ข้างนอกนี่หมายถึงนอกรั้วบ้านตามถนนภายในโครงการที่ดินจัดสรร หมายถึงโครงการที่ขายแค่แปลงที่ดินเปล่า
แต่จะมีบริการรับสร้างบ้านตามการออกแบบของแต่ละเ้าของ เหมาะสำหรับผู้ซื้อที่ไม่้าให้บ้านตัวเองเหมือนบ้านหลังอื่น แต่ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่ส่วนกลาง และความปลอดภัย เหมือนหมู่บ้านจัดสรรโครงการอื่น ทว่าเื่พวกนี้มันแลกมากับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกว่าโครงการชนิดอื่น หากผู้ซื้อไม่สามารถควบคุมความ้าของตัวเองสร้างบ้านให้บานปลายเกินงบ ทั้งหมดที่ว่ามาเป็หนึ่งในโครงการของที่บ้านผม จบ่อวดรวย
“อุ่นขึ้นรถเร็ว โทษทีหน้ามอรถติด”
BMW สีขาวจอดเทียบฟุตบาตถนนหน้าหอพัก เพื่อจอดรับโอบอุ่นที่ยืนยื่นคอรออยู่ก่อนแล้ว
“หิว”
“นอกจากเื่กิน มึงเคยนึกถึงเื่อื่นบ้างไหมอุ่น”
“ไม่มี ตอนนี้อุ่นหิวมากกกกกก รีบเหยียบไปเลย”
“มึงใจเย็นๆ ก่อนครับ กูรู้แล้วว่ามึงหิว แต่ช่วยคุมสตินิดนึง นี่เขตมหาลัยนะครับ”
“ขี้บ่น”
“มึงนั่นแหล่ะเื่เยอะ”
ใช่ครับ ปีย์คือเพื่อนผมั้แ่สมัยจำความได้ แล้วผมก็มีปีย์เป็เพื่อนแค่คนเดียว ตอนที่คุณปู่สร้างบ้านก็มีบ้านของปีย์นี่แหละครับ ที่มาปลูกบ้านอยู่แปลงข้างๆกัน กับตระกูลที่ประกอบธุรกิจ จำหน่ายวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ที่บริษัทผมสั่งซื้อมาใช้ในโครงการ ถึงได้เป็ทั้งพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจและเพื่อนบ้านกันมาจนถึงทุกวันนี้ พวกผมเลยสนิทกันั้แ่เด็กๆ
.
.
“เล่ามาเลยไอ้ตัวดี ใครใช้ให้มึงไปตกลงอะไรแบบนั้น อยู่คนเดียวดีๆ ไม่ชอบ”
หลังจากที่หมาล่าซุปกระดูกหมูเน้นหวานไม่เน้นเผ็ด ได้ลงไปอืดอยู่ในท้องเป็ที่เรียบร้อย ปีย์ก็เร่งเอ่ยถามสิ่งคาใจขึ้นมาทันที คราแรกปีย์ถามผมั้แ่ยังไม่ทันเดินเข้าร้าน แต่ผมไม่ตอบปีย์หรอก ผมหิวจนหน้ามืดตามัวไปหมดแล้ว วันนี้ยิ่งใช้แรงเยอะอยู่ จัดของจนเหนื่อยเลย
“เปรมน่าสงสาร เข้าเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่ก็ไม่มี เป็เด็กทุนกีฬาคณะเดียวกันกับเรานี่แหละ แถมยังต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำหาเงินเลี้ยงตัวเองอีก เลยคิดว่าให้อาศัยอยู่ด้วยสักพัก จนเขาตั้งตัวมีเงินเก็บเช่าหอนอกแล้วค่อยย้ายออก อีกอย่างเด็กปีหนึ่งใช้เงินเยอะจะตาย ของก็ซื้อใหม่หมดเลย น่าสงสาร”
“เฮ้อออ มึงเป็สะอย่างนี้ไง เห็นใครน่าสงสารหน่อยไม่ได้เลย แต่คนนั้นเป็คนดีแน่นะ”
เอ๊ะ? เป็คนดีรึเปล่านะ แต่ว่าเปรมทำงานบ้านเก่ง ของใช้ของแบรนด์เนมมีราคา เครื่องประดับมีมูลค่าของเขาที่ขนมาด้วยก็อยู่ครบทุกชิ้น ไม่ได้มือไวแอบหยิบไป ต่อให้ตัวเองไม่มีเงินแต่ก็ไม่ได้เป็ลักขโมย แบบนี้ก็น่าจะถือว่าเป็คนดีละมั้ง
“เป็คนดี มีน้ำใจ”
“มึงเพิ่งเจอเขาไม่ถึงวัน เอาอะไรมาวัดว่าเป็คนดีไม่ทราบ”
“เปรมช่วยเราทำความสะอาดห้อง”
“แค่นี้? ถามจริง”
“ใช่ รอดูไปก่อนได้ไหมล่ะ”
“ได้กูจะรอดู มันจะดีจริงอย่างที่มึงบอกไหม โดนหลอกขึ้นมา อย่ามาร้องให้ให้กูปลอบนะ”
“ไม่มีทางอ่ะ โอบอุ่นเเข็งเเกร่ง”
“มึงเก็บความแข็งแกร่งไว้ใช้กับที่บ้านมึงเถอะ อยู่กับกูมึงเป็ตัวของตัวเองได้เลยอุ่น”
“อื้ม รู้แล้ว ขอบคุณมากที่เข้าใจเรา”
“มึงเลิกขอบคุณกูดิ มึงขอบคุณมาเป็สิบปีแล้ว กูี้เีฟัง”
ใช่ครับ อุ่นมีเื่บ้างอย่างที่ปิดบังครอบครัวไว้ แล้วเื่นี้ก็เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจออกจากบ้านมาอยู่คนเดียว
“เกาเหลาหมาล่าซุปกระดูกหมูสั่งกลับบ้านได้แล้วค่ะ”
พนักงงานสาวเอ่ยขัดจังหวะสนทนา ก่อนวางถ้วยซุปหมาล่าแบบกลับบ้านขนาดสองคนทานลงบนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ เช็คบิลเลยครับ”
“มึงไม่อิ่ม?”
“อิ่มแล้ว”
“แล้วสั่งเพื่อ?”
“ฝากรูมเมท”
“มึงเป็คนดีเนอะ กูชักอยากจะเห็นหน้าเพื่อนร่วมห้องมึงแล้วสิ”
“ยุ่ง เราสั่งไปฝากเป็มารยาท ถ้าเขาไม่อยากกินเราก็จะกินเอง”
“จ้าาาา พ่อคนดี พ่อพระ แล้วมึงจะซื้ออะไรอีกไหม”
“ไม่มี แม่ขนมาให้หมดแล้ว ตอนนี้ขาดของหวาน”
“ถามจริงอุ่น มึงหยุดกินอะไรแบบนี้ดิ กูได้ยินแล้วเบาหวานขึ้นตา”
“ไม่ได้ มันบาป”
“กูี้เีเถียงแล้ว อยากกินไรนำไปเลย”
ปากก็บ่นทุกครั้งที่ผมชวนกินของหวาน แต่สุดท้ายก็ยอมพาไปอยู่ดี แถมออกเงินจ่ายเลี้ยงผมตลอด เื่นี้เขาไม่ขัดหรอกนะ บ้านปีย์รวยจะตายเลี้ยงขนมเขาแค่เล็กๆ น้อยๆ ไม่ะเืหรอก ถึงแม้จะวัยเดียวกัน ทว่าปีย์กลับดูโตเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเขาเสียอีก บางคนยังเข้าใจผิดว่าเขาเป็ของน้องปีย์อยู่เลย ผมก็ไม่ได้โตช้านะ สูงยาว เข่าดี ตรงตามมาตราฐานชายไทยทั่วไป สูงตี๋แบบผมตรงไทป์ผู้หญิงหลายคนเลยนะครับจะบอกให้
.
.
จ๊อกกกก~
กลิ่นอะไรว่ะ จมูกโด่งฟุดฟิดตามกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยอยู่ตอนนี้ นี่ผมหิวข้าวถึงขนาดตอนนอนยังฝันว่าได้กลิ่นอาหารเลยเหรอว่ะ มันจะเกินไปรึเปล่า ท้องนี่ก็ร้องดีจังรู้แล้วว่าหิว
เชี่ย! ตากูแทบบอด ใครแม่งมาเปิดไฟว่ะ
เปรมนั่งกุมหัวหลับตาแน่นหนีความปวดหนึบของรูม่านตา ที่ได้รับแสงสว่างจ้ากระทันหัน ระหว่างนั้นหูก็ได้ยินเสียงน้ำไหลในห้องน้ำข้างกัน อุ่นคงกลับมาแล้วละ
เเต่เดี๋ยวนะ กลิ่นหอมเมื่อกี้ก็ไม่ใช่ความฝันอะดิ เจอแล้วตัวการปลุกน้ำย่อยของผม ผมลืมตาปรับรับแสงไฟภายในห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าถ้วยพลาสติกขนาดใหญ่แปลกตาตั้งวางอยู่โต๊ะทำงานปลายเตียงผม
เอือก! / แกร๊ก
เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องน้ำข้างกัน มาพร้อมกับชายหนุ่มผมเปียกชุดนอนสีฟ้าคราม
“อ้าวว ตื่นแล้วเหรอ เรารบกวนรึเปล่า”
รบกวนครับ กลิ่นอาหารคุณหนูรบกวนผมอย่างแรงเลยครับ ปล่อยกลิ่นออกมาทรมานกันแบบนี้มันบาปนะครับคุณหนู
“เราซื้อหมาล่ามากฝาก ไม่รู้ว่าเปรมกินเผ็ดได้รึเปล่า เลยซื้อซุปกระดูกหมูเผ็ดน้อยมาให้ ถ้าไม่รังเกียจลองกินดูก่อนนะ”
ขอบคุณพระสงค์องค์เ้า ที่ทำให้ผมรอดพ้นจากความหิวโหยในวันนี้ เปรมเนื้อเต้นดีใจ ที่ตื่นมาก็มีอาหารเย็นตั้งรออยู่ตรงหน้า
“ไม่เป็ไร เกรงใจ”
“เราไม่คิดเงิน เชิญตามสบาย ถือว่าเป็ปาร์ตี้ตอนรับรูมเมท”
ไอ้คุณหนูนี่นอกจากจะหน้าตาดีแล้ว ยังใจดีอีกวุ้ย ของฟรีแบบนี้ก็จัดเลยสิครับ
“ขอบคุณมาก จะกินให้อร่อย”
เปรมขยี้มือเช็ดขี้ตา ก่อนจะพุ่งไปหาถ้วยซุปตรงหน้าหยิบเดินออกไปนั่งกินคนเดียวนอกระเบียงอย่างระมัดระวัง กลัวคุณหนูจะเหม็นกลิ่นอาหารติดห้อง
อุ่นเห็นอย่างนั้นก็ยกยิ้มน้อยๆ ที่อีกคนใส่ใจกับข้อตกลงอยู่ร่วมกัน ถือว่าเป็การเริ่มต้นรูมเมทวันแรกได้ดี
จะว่าไปผมตื่นเต้นอยู่นะ ที่มีรูมเมทเป็คนแปลกหน้าครั้งแรกในชีวิต นอกจากปีย์และคนในครอบครัว ผมไม่เคยนอนร่วมห้องกับคนอื่น ไม่รู้ว่าเป็รูมเมทกันต้องทำตัวยังไง จะให้เดินแก้ผ้าไปมาอยู่ในห้องเหมือนเดิมก็ไม่ได้ ไหนจะเปิดเพลงที่ชอบเสียงดัง ไหนจะที่ว่างนั่งทำงานอาร์ต ไหนจะเื่… อันนี้ข้ามไปเถอะความลับ
คงต้องปรับตัวกันอีกเยอะละนะ ต่อไปจะทำตามใจตัวเองไม่ได้แล้ว ถือว่าเป็การฝึกความแข็งเเกร่งไปในตัว ขืนยังดูแลตัวเองไม่ได้แบบนี้มีหวังที่บ้านเรียกกลับก่อนกำหนดแน่
.
.
.
อีกด้านฝั่งนอกระเบียง
เสียงซู้ดน้ำแกงหมาล่าดังถี่ตามความหิวโหยของชายหนุ่ม ความเผ็ดร้อนระดับเด็กอนุบาลแบบนี้ทำอะไรเปรมไม่ได้หรอก นี่มันของดีในรอบหลายเดือน ส่วนใหญ่อาหารหลักคนจรอย่างผม หนีไม่พ้นมาม่าน้ำร้อนดีขึ้นมาหน่อยก็ตามสั่งทั่วไป วันไหนมีงานที่ผับก็จะได้อนิสงค์จากทางร้าน สวัสดิการอาหารเย็นฟรีให้กับพนักงาน
“นี่น้ำ เราเอามาให้”
“แค่กๆๆๆ”
“กินน้ำก่อน”
อุ่นส่งแก้วน้ำในมือให้เปรม ที่กำลังสำลักอาหารหน้าดำหน้าแดงไม่หยุด หรือเขามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง อีกคนถึงได้ใสำลักอาหารเอาเสียดื้อๆ
อึก!
“ขอบใจมาก เกือบตายเมื่อกี้”
เื่เกือบตายไม่ได้พูดเล่นเมื่อกี้ผมสำลักหนักจริงๆ ดีนะผมกลืนลูกชิ้นในปากหมดแล้วไม่งั้นได้พุ่งกระจายเต็มตรงนี้แน่
“โทษที เราไม่นึกว่าจะใขนาดนี้ เอาน้ำอีกไหมเดี๋ยวเราไปรินให้”
“ไม่ต้องๆ”
“แน่ใจนะ หน้าเปรมยังไม่หายแดงเลย”
“ขอบคุณมาก แต่ไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ อีกอย่างกูกินหมดแล้วด้วย”
อุ่นชะงักเล็กน้อยที่อีกคนเเทนตัวเองว่ากูเป็ครั้งแรกกับอุ่น ดูเหมือนเปรมจะสังเกตสีหน้าอุ่นได้ทัน รีบเอ่ยขอโทษออกมาทันควัน
“โทษๆ มันติดปาก”
“พูดได้ เราไม่ได้ติดอะไร เพื่อนเราก็พูดแทนตัวเองแบบนี้เหมือนกัน”
“เพื่อนในคณะเดียวกันป่ะ”
“อยู่บริหาร เปรมเป็คนแรกของเรา แล้วก็เป็คนแรกในอีกหลายๆ เื่ในเวลาไม่ถึงวันแบบนี้”
ประโยคมันฟังดูทะเม่งทะเม่งนะ แต่ก็แอบดีใจอยู่เหมือนกันที่ได้เป็คนแรก ใครๆ ก็อยากเป็คนแรกทั้งนั้น ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ตาม
“ง่วงยัง”
“เริ่มๆ แล้ว วันนี้ทำงานใช้แรงเยอะ”
ถามจริงอุ่น มึงใช้แรงอะไรก่อนนอกจากแรงนั่งมองดูกูเก็บของให้มึงเนี่ย แต่เอาเถอะลูกคุณหนูเด็กอนามัยเข้าใจได้
“งั้นนอนไปเลย นี่จะออกไปทำงานแล้ว”
“งานอะไรเหรอ”
“เด็กเสิร์ฟในบาร์เหล้านั่งชิลล์ทั่วไป”
“อ๋อ แล้วแบบนี้จะได้นอนกี่โมง”
“นอนเช้า”
“ห้ะ? นอนเช้า แล้วจะนอนยังไงอ่ะ ไม่ไปเรียนเหรอ”
“ไป”
“เช้ากี่โมง เราเข้าเรียนแปดโมงเช้าเกือบทุกวันเลยนะ เปรมไหวเหรอ”
โอบอุ่นซักถามเปรมด้วยความใคร่รู้ปนสนใจกิจวัตรประจำวันของอีกคน ที่ใช้ชีวิตคนละขั้วกับตน คนเราต้องทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอ อายุแค่นี้ทำไมต้องลำบากขนาดนี้
“ไม่ต้องห่วง นี่ชินแล้ว นอนแค่วันละสามสี่ชั่วโมงก็พอ”
เปรมเห็นแววตาใปนสงสารจากอุ่น ก็รีบอธิบายทันควัน คงไม่เคยใช้ชีวิตในความยากลำบากสินะ ถึงได้แสดงสีหน้าแบบนี้ออกมา ชีวิตคนเรามันลำบากได้มากกว่านี้โอบอุ่น มึงแค่ยังไม่รู้ว่าความจนมันน่ากลัวขนาดไหน
“แล้วเปรมกลับห้องยังไงอ่ะ ผับปิดดึกไม่น่าจะมีรถโดยสารประจำทางแล้วนะ หรือว่าเปรมมีรถ”
โถ่พ่อคุณ ลำพังหาเงินซื้อข้าวกินในแต่ละวันยังลำบากเลยครับ คนจนแบบผมจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อรถขับ ขนาดรถจักรยานยังไม่มีจะซื้อเลยครับคุณหนู
“อาศัยรถเพื่อนกลับ แค่นี้สบาย”
“ลำบากน่าดูเลยเนอะ”
“ชินแล้ว ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”
เปรมตอบปัดหนีแววตาสงสารจากคนตรงหน้า มึงเก็บอาการหน่อยเถะอุ่นชีวิตกูไม่ได้น่าสงสารอะไรขนาดนั้น(มั้ง)
“เวรกรรม ลืมเก็บผ้าเช็ดตัวกลับมา”
เปรมสบถเบาๆ กับตัวเอง ทว่าคนหูดีอย่างอุ่นกลับได้ยินชัดเจน ไม่รอช้าอุ่นเปิดไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบของที่รูทเมทอีกคน้า
“ถ้าไม่รังเกียจใช้ของเราไปก่อนก็ได้ เรามีหลายผืน”
เปรมมองผ้าเช็ดตัวผืนสีข้าวตรงหน้า เป็ผืนเดียวกันกับที่เขาพับเก็บให้อีกคนเมื่อ่บ่ายที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าที่บ้านอุ่นซักด้วยผงซักฟอก หรือซักด้วยน้ำหอมกันแน่ กลิ่นหอมเตะจมูกเปรมโดยไม่ต้องก้มดมก็ได้กลิ่น เป็กลิ่นเดียวกับที่อยู่บนเตียงที่เปรมนอน ก่อนหน้านี้อุ่นคงใช้นอนก่อนจะยกให้เขาเป็แน่
“ขอบใจมาก จะใช้ให้อย่างดี”
อุ่นพยักหน้าก่อนแยกย้ายกลับพื้นที่ตัวเอง เปรมอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก่อนออกจากห้องก็ไม่วายหันมามองอุ่น ที่กำลังตั้งอกตั้งใจนั่งวาดภาพอะไรสักอย่างบนกระดาษขนาดใหญ่ คนไม่เข้าใจศิลปะอย่างเปรมเองก็ดูไม่ออก ทำเพียงพำพัมกับอีกคนเบาๆ ก่อนจากไป
“ฝันดีครับคุณหนู”