ทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 25 พบภัย(1)

      

            สวี่ฮุ่ยพักสักครู่พอหายเหนื่อยก็เริ่มเตรียมอาหารเย็น

            แม่ของเสี่ยวเหลียนมาหาบอกว่าสวี่ฮุ่ยเกรงใจเกินไป แค่ยืมชุดไปวันเดียวก็ยังให้ของขวัญตอบแทน

            สวี่ฮุ่ยยิ้มแล้วบอกว่าเป็๞เ๹ื่๪๫สมควร

            แม่ของเสี่ยวเหลียนพูดคุยอีกสองสามประโยคก็จากไป

            ปลาตะเพียนหลายตัวยังล้างไม่เสร็จจ้าวชิงชิงก็มาถึงแล้ว

            สวี่ฮุ่ยเหลือบมองตะกร้าผักในมือของเธอยกยิ้มแล้วพูดว่า "รู้อยู่แล้วว่าเธอต้องเอาผักมาฉันเลยไม่ได้ซื้อ"

            จ้าวชิงชิงเป็๞ชาวนาแถวตำบลเถาฮวาที่บ้านปลูกผัก จนกินกันแทบไม่หมด เอาไปขายในเมืองก็ได้เงินไม่กี่อีแปะ

            จ้าวชิงชิงเด็ดผักมาให้สวี่ฮุ่ยพ่อแม่ของเธอก็ไม่เคยว่าอะไร

            จ้าวชิงชิงหยิบผักออกมาทีละอย่าง"เป็๞ผักที่เธอชอบกินทั้งนั้น มีผักโขมจีนผักโขมแดง ยอดอ่อนต้นมันเทศแล้วก็ถั่วแขกดองหนึ่งขวด"

            จ้าวชิงชิงกำชับว่า"กินผักดองหมดแล้วต้องเอาขวดมาคืนฉันนะเดี๋ยวแม่จะตีฉันเอา"

            ยุคนี้ขาดแคลนวัตถุดิบแม้แต่ขวดแก้วธรรมดา ๆ ครอบครัวทั่วไปก็ทิ้งไม่ลง เอามาใช้ใส่ของต่อ

            สวี่ฮุ่ยยิ้มรับคำ

            จ้าวชิงชิงหยิบผ้าลายดอกออกมาจากตะกร้าเดินไปหาสวี่ฮุ่ยที่กำลังล้างปลาอย่างตั้งใจ

            ยื่นผ้านั้นไปจ่อหน้าเธอ"แถ่น แทน แท๊น! ชอบไหม? ให้เธอ"

            ผ้านั้นมีลวดลายสวยงามสวี่ฮุ่ยพยักหน้า "ชอบ"

            จากนั้นก็ถามคาดเดาว่า"เมื่อกี้เธอไม่ได้ไปซื้อเกลือกลับบ้านแต่ไปซื้อผ้านี่มาให้ฉันใช่ไหม?"

            จ้าวชิงชิงหัวเราะแห้งๆ สองที "สมกับเป็๞จ้วงหยวน โดนเธอเดาถูกเต็มๆ เธอสอบได้ที่หนึ่ง ฉันยังไม่ได้ซื้อของขวัญอะไรให้เธอเลยอีกอย่างไม่กี่วันก็วันเกิดเธอแล้วด้วย วันนี้ฉันเลยคิดจะซื้อผ้ามาให้เธอเป็๞ทั้งของขวัญแสดงความยินดีที่เธอสอบได้อันดับหนึ่งและเป็๞ของขวัญวันเกิดเธอด้วย ไม่คิดว่าอีกนิดก็จะเกือบโดนเธอจับได้ฉันถึงต้องโกหกน่ะสิ"

            สวี่ฮุ่ยพูดพลางล้างปลา"เธอเองก็หาเงินลำบาก พ่อแม่ก็คุมเงินเดือนเธอแจจะเก็บเงินส่วนตัวได้สักเท่าไหร่กันเชียว ยังจะซื้อผ้าให้ฉันอีก ฉันไม่เอาหรอก!"

            จ้าวชิงชิงนั่งยองๆ ข้างเธอ วางมืออุ่น ๆ ไว้บนบ่าของเธอ

            แล้วผลักเธอเบาๆ "รับไปเถอะ อีกเดือนกว่า ๆเธอก็จะไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องมีเสื้อผ้าใหม่ที่ดูดีบ้างสิ"

            สวี่ฮุ่ยครุ่นคิดสักพักก็พยักหน้ายอมรับไว้ค่อยตอบแทนบุญคุณนี้ทีหลังก็แล้วกัน

            จ้าวชิงชิงยิ้มออกทันทีก่อนจะช่วยสวี่ฮุ่ยเตรียมอาหารเย็น

            เต้าหู้ผัดน้ำแดงแกงปลาตะเพียนต้มผักชี เสริมด้วยไก่ย่างหนึ่งตัว อาหารเย็นก็เสร็จเรียบร้อย

            สวี่ฮุ่ยรู้ว่าฐานะทางบ้านของจ้าวชิงชิงไม่ค่อยดีพ่อแม่ก็ลำเอียงรักลูกชาย

            ขอแค่มีของอร่อยๆ ในบ้านก็จะเป็๞ของพี่ชาย๠ี้เ๷ี๶๯ไม่เอาไหน ไม่ค่อยตกถึงเธอ

            สวี่ฮุ่ยเห็นจ้าวชิงชิงซื่อเกินไปตอนกินข้าวด้วยกันกินแค่ปลากับเต้าหู้ผัดซอส ไม่กล้ากินไก่เยอะ  

            สวี่ฮุ่ยจึงฉีกไก่ออกเป็๞สองส่วนเอาชิ้นใหญ่ใส่ชามของจ้าวชิงชิง

            จ้าวชิงชิงยิ้มเขินๆ ให้เธอ

            จ้าวชิงชิงดองผักเก่งผักดองที่เธอดองอร่อยเป็๞พิเศษ สวี่ฮุ่ยชอบกินมาก

            สวี่ฮุ่ยกินข้าวเย็นกับผักดองเปรี้ยวของจ้าวชิงชิงเธอกินข้าวเยอะกว่าปกติตั้งหนึ่งชาม

            หลังกินข้าวเสร็จจ้าวชิงชิงช่วยเก็บจานชามแล้วกลับบ้านไป

            สวี่ฮุ่ยก็ออกไปตกปลาไหลเหมือนทุกวัน

            คืนนี้โชคดีมากตกตะพาบน้ำได้สองตัว

            สวี่ฮุ่ยรีบกลับบ้านเอาตาชั่งมาชั่งด้วยความตื่นเต้นดีใจตัวหนึ่งหนักสองจินกว่า ๆ อีกตัวหนักห้าจินกว่า ๆ

            ได้ยินมาว่าตอนนี้ราคาตะพาบดีตัวอำเภอขายได้ถึงจินละสามหยวน ส่วนในเมืองหลวงแพงกว่านั้นอีก

            ต่อให้ขายตะพาบสองตัวนี้ในอำเภออย่างน้อยก็ได้เงินมากกว่ายี่สิบหยวน

            เช้าวันรุ่งขึ้นสวี่ฮุ่ยตื่นนอน สวมชุดเดรสแขนกุดลายดอกไม้ที่อาจารย์ใหญ่โจวซื้อให้เมื่อวานกับรองเท้าแตะคู่ใหม่

            ถึงแม้อายุจริงของเธอจะยี่สิบเก้าแล้วแต่ผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่รักสวยรักงาม

            โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงอย่างสวี่ฮุ่ยที่ไม่เคยใส่เสื้อผ้าดีๆ ทั้งสองชาติ พอมีเสื้อผ้าใหม่ใส่ ย่อมไม่อยากใส่เสื้อผ้าเก่า ๆที่สวี่เยว่ให้แล้ว

            สวี่ฮุ่ยถักเปียยาวหลวมๆ สองข้าง สวมที่คาดผมสีแดงกุหลาบที่อาจารย์ใหญ่โจวซื้อให้เมื่อวาน

            ส่องกระจกแล้วก็รู้สึกเหมือนตัวเองเปลี่ยนไปเป็๞คนละคนดูทันสมัยและสวยงาม

            สมดังคำว่า‘ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งจริงๆ

            สวี่ฮุ่ยหิ้วถังใส่ตะพาบกับปลาไหลออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดี

            เพื่อนบ้านเห็นเธอแต่งตัวใหม่ก็ชมกันเป็๲แถวว่าเธอสวยระหว่างทางก็ได้รับสายตาชื่นชมจากผู้คน

            พอไปถึงร้านอาหารของคุณลุงจางคุณลุงจางเห็นตะพาบตัวใหญ่สองตัวในถังของสวี่ฮุ่ยก็ถามว่า "ตะพาบตัวใหญ่มากเลยนะจะขายเหรอ?"

            "ค่ะ"สวี่ฮุ่ยพยักหน้า

            คุณลุงจางถามด้วยความเป็๞ห่วง"เธอจะเอาไปขายที่ไหน?"

            "ขายที่ตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอค่ะ"

            "ขายในอำเภอราคาต่ำเกินไปได้แค่จินละห้าถึงหกหยวน เธอเอาไปขายที่เมืองเอกดีกว่าได้ยินมาว่าตะพาบหนักสองจินขายได้ถึงจินละสิบหยวนเลยนะ"

            คุณลุงจางใช้สายตาชี้ไปที่ตะพาบตัวใหญ่หนักห้าจินในถังของสวี่ฮุ่ย"ตะพาบหนักห้าจินแบบนี้อาจจะขายได้ถึงจินละยี่สิบถึงสามสิบหยวน"

            สวี่ฮุ่ย๻๷ใ๯มากไม่คิดว่าราคาตะพาบจะแพงขนาดนี้ แถมราคายังแตกต่างกันตามขนาดอีกด้วย

            สวี่ฮุ่ยรอคุณลุงจางจับปลาไหลในถังทั้งหมดเสร็จก็หิ้วถังที่มีตะพาบเหลือเพียงสองตัวไปที่เมืองเอก

            ถ้าขายได้แพงกว่าเธอเลือกไปขายในตัวเมืองเอกอยู่แล้ว

            จากอำเภอเข้าเมืองเอกนั่งรถโดยสารใช้เวลาห้าชั่วโมงกว่า ๆ นั่งรถไฟใช้เวลาสามชั่วโมงกว่า ๆ

            แต่รถโดยสารทางไกลมีทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงส่วนรถไฟมีรอบตีห้ากับเจ็ดโมงครึ่ง เธอพลาดทั้งสองรอบแล้วรอบต่อไปคือบ่ายสามโมงกว่า ๆ

            สวี่ฮุ่ยไม่อยากรอรอบบ่ายสามโมงกว่าจึงขึ้นรถโดยสารรอบแปดโมงไปเมืองเอกแทน

            สวี่ฮุ่ยคิดว่าตัวเองหิ้วถังใส่ตะพาบมาเลยนั่งแถวหลังเพื่อไม่ให้เป็๞การรบกวนคนอื่นอย่างรู้มารยาท

            พนักงานขายตั๋วเดินมาขายตั๋วตั๋วรถไปเมืองเอกราคาห้าหยวน แพงกว่าเงินที่เธอขายปลาไหลได้หนึ่งวันเสียอีก

            สวี่ฮุ่ยควักเงินซื้อตั๋วอย่างเสียดาย

            รถโดยสารทางไกลยุคนี้สามารถรับคนได้ตลอดทาง

            รถออกจากสถานีไม่ถึงสิบห้านาทีก็มีชายหนุ่มแต่งตัวดีสองคนขึ้นรถมา

            ชายหนุ่มทั้งสองซื้อตั๋วเสร็จก็ไม่ได้รีบเดินไปด้านหลังแต่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่สวี่ฮุ่ยโดยไม่ได้นัดหมาย

            สวี่ฮุ่ยทำเป็๞มองออกไปนอกหน้าต่างแต่ในใจกลับเต้นตึกตัก ๆ ด้วยความประหม่า

            ดวงตาของชายหนุ่มทั้งสองคนเลิ่กลั่กอยู่ไม่นิ่งดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี เป็๲พวกมิจฉาชีพแน่ ๆ

            สวี่ฮุ่ยสวี่ฮุ่ยพกเงินทั้งหมดติดตัวรวม ๆ แล้วประมาณสองพันหยวน เธอกลัวว่าจะโดนมิจฉาชีพสองคนนี้หมายหัว

            ยิ่งกลัวอะไรก็ยิ่งเจอสิ่งนั้น

            มิจฉาชีพสองคนเดินตรงมาหาเธอแล้วนั่งขนาบข้างเธอซ้ายขวา