Qysty : มาด้วยนะ
ข้อความของเพื่อนในสาขาทักมาเมื่อ 1 ชั่วโมงที่แล้วเื่ปาร์ตี้สายรหัส ตอนแรกฉันจะไม่ไปหรอก กะว่าจะพัก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเพราะไม่อยากมีปัญหากับพวกรุ่นพี่เพราะแค่นี่ฉันก็โดนพวกผู้หญิงในสาขาหมั่นไว้เกินพอแล้ว
นั่งรถจนมาถึงที่หมายพอลงจากรถก็ถึงกับต้องขมวดคิ้ว นี่มันไม่ใช่ร้านหมูกระทะตามที่บอกตอนแรกหนิ นี่มันคลับนะ! หยิบมือถือขึ้นมาเช็คข้อความอีกทีชื่อร้านมันก็เขียนว่าร้านหมูกระทะติดดาว เงยหน้าขึ้นมาดูป้ายหน้าคลับอีกทีก่อนจะร้องอ๋อออกมา
ชื่อคลับมันชื่อว่า ‘ร้านหมูกระทะ’ แต่ภายในมันคือคลับ ใครมันสรรหาตั้งชื่อเนี่ยเล่นเอาฉันสับสนไปหมดเลย
เดินเข้าร้านกวาดสายตามองหาเพื่อนก่อนจะไปเจอเพื่อนในสาขาที่ยกมือเรียกอยู่ไกลๆ เดินไปตามเสียงเรียกจนมาถึงโต๊ะก่อนจะไล่สวัสดีรุ่นพี่แต่ละคน
“หวัดดีจ้า นั่งๆๆ”
นั่งลงตรงที่ว่าง พึ่งสังเกตว่าสายรหัสของทุกคนมากันครบยกเว้นของฉันแค่คนเดียว
“เอ่อ พี่โยยังไม่มาหรอคะ” หันไปถามลุงรหัสของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ “มาแล้ว ไปแล้ว”
“เอ๊ะ?”
“มันถูกหญิงฉุดไปเมื่อกี้น่ะ ทรงนี้ดูท่าจะกลับโต๊ะยาก เอาเป็ว่ากินเลยไม่ต้องไปรอมัน” ได้แต่พยักหน้าเออออไป ช่วยไม่ได้งั้นกินก่อนก็แล้วกัน
ผ่านไปสักประมาณครึ่งชั่วโมงได้ตอนนี้ทุกคนในโต๊ะเริ่มจะกรึ่มๆ กันแล้ว ส่วนฉันไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะกินไปแก้วเดียวจากนั้นก็กินแค่น้ำอัดลมเพราะไม่อยากเมาแล้วเกิดเหตุการณ์แบบวันนั้นอีกถึงแม้ที่นี่พี่แบล็คไม่ได้เป็เ้าของก็เถอะ แต่เพราะพี่โยมาด้วยไง แค่พี่โยคนเดียวฉันก็เสี่ยงพอแล้ว
“ไงพวก โทษทีที่มาช้า” เสียงของใครสักคนให้ทุกคนในโต๊ะต้องพากันหันไปมอง แต่ก็ต้องใเมื่อคนที่มาร่วมโต๊ะคนใหม่เป็รุ่นพี่ที่เคยเอ่อ…มีสัมพันธ์ด้วย ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็เพื่อนแก๊งเดียวกับพี่โยพี่แบล็คด้วย
“ไอ้เหี้ย ช้าซะจนกูคิดว่ามึงขับรถลงข้างทางไปแล้วนะเนี่ย”
“มึงนี่ก็เว่อร์ตลอด” รุ่นพี่คนนั้นฉันไม่รู้ว่าเขาชื่ออะไร เอาเป็ว่าตอนนี้เขานั่งลงที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงข้ามของฉัน “เด็กๆ นี่ไอ้โฟลทนะ อยู่แก๊งไอ้โย”
ปีหนึ่งทุกคนพากันยกมือไหว้รวมถึงฉันด้วย “มาไอ้โฟลท เอ้า ของมึง”
“thanks”
เริ่มกลับมาตี้กันต่อ ฉันก็มีพูดคุยกับรุ่นพี่และเพื่อนคนอื่นบ้างยกเว้นแค่พี่โฟลทแค่คนเดียว ไม่ใช่รังเกียจพี่เขานะ แค่เกร็งเท่านั้น ถึงเราจะเคยมีสัมพันธ์กันแต่นั่นเขารุกเข้ามาเอง
ฉันจำได้ดี ใบหน้าที่เหมือนคนเฟรนลี่จะควสมจริงร้ายสุดๆ เขาไม่ปล่อยช่องว่างให้ฉันได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ได้แต่ต้องจำยอมเพียงอย่างเดียว
“หนูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”
“ไปคนเดียวได้ใช่มั้ย” เพื่อนคนหนึ่งในสาขาหันมาถาม “ได้ๆ”
“เคๆ รีบกลับมานะ”
ลุกจากโต๊ะเดินตรงไปเข้าห้องน้ำแต่กว่าจะหาห้องน้ำเจอเล่นเอาแทบเหนื่อยรีบจัดการธุระของตัวเองก่อนจะเดินออกมาแต่ก็ต้องชะงักเพราะลืมทางกลับโต๊ะ
แย่ล่ะ จะกลับยังไงล่ะทีนี้
เดินวนหาทางออกแต่ทำไมยิ่งเดินเหมือนยิ่งห่างไกลจากโต๊ะขึ้นทุกที เปิดประตูบานหนึ่งกวาดสายตารอบๆ เหมือนนี่จะเป็ด้านหลังของคลับแล้ว
“พี่โฟลทไม่ทักมี่มาเลย”
“โทษที พอดี่นี้พี่ไม่ว่างน่ะ” บทสนทนาของใครสักคนที่อยู่ใกล้ๆ ทำให้ฉันต้องเดินตามเสียงเพื่อหาต้นตอจนมาหยุดที่มุมตึกด้านหนึ่งก่อนจะชะงักขาตัวเองเมื่อเห็นพี่โฟลทกับผู้หญิงคนหนึ่ง
จังหวะเดียวกันเหมือนเขาจะเห็นฉันก่อนจะหันไปคุยอะไรสักอย่างก่อนเธอคนนั้นจะทำหน้าบึ้งแล้วสะบัดตูดหันหนีไป
“มาแอบดูคนอื่นเขาคุยกันมันไม่ดีเลยนะสาวน้อย”
“ขอโทษค่ะ หนู…”
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ พี่ไม่ได้โกรธหนูสักหน่อย” อีกคนเดินตรงเข้ามาไม่พอยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำเอาฉันต้องถอยหนีจนหลังติดกำแพง
ได้แต่หลับตาเม้มปากแน่นก่อนจะมีมือมาบีบแก้มให้สะดุ้งเฮือก “พี่ทำให้สาวน้อยกลัวเลยหรือนี่ ถึงต้องหลับตาแน่นขนาดนั้น”
ไม่ได้ตอบอะไรแต่ได้ยินคนตรงหน้ากลั้วหัวเราะ
“บอกพี่ได้มั้ย พี่ต้องทำยังไงเราถึงจะหายกลัวคะ” เหลือบมองคนตรงหน้า ก้อนเนื้อในอกก็เต้นแรงจนจะหลุดออกมาจากอก
“หนูขอตัวก่อนนะคะ-”
“เดี๋ยวสิ” ยังไม่ทันจะหนีก็ถูกพี่โฟลทรั้งแขนเอาไว้ “ยังคุยกันไม่จบเลยจะหนีกันซะแล้ว”
“หนู…หนู” พี่โฟลทยกยิ้มมุมปากก่อนจะเอื้อมมือมาบีบแก้มอีกรอบ “หยุดทำหน้าตาน่ากินแบบนั้นได้มั้ย เดี๋ยวพี่ก็อดใจไม่ไหวหรอก”
มือหนาที่บีบแก้มเริ่มคลายออกก่อนจะเปลี่ยนมาลูบไล้แก้มเบาๆ “สาวน้อย พี่จะนับหนึ่งถึงสามให้เราเลือกว่าจะอยู่เล่นกับพี่หรือจะหนีกลับโต๊ะอย่างปลอดภัย”
“อะไรนะคะ” จังหวะที่พี่โฟลทพูดเป็จังหวะเดียวกันกับที่มีเสียงรถพยาบาลเข้ามาแทรกทำให้แทบไม่ได้ยินที่พี่โฟลทพูด
“หนึ่ง”
“นับทำไมคะ”
“สอง”
“พี่โฟลท”
“สาม”
“อื้อ!!!!!”
ยังไม่ทันจะถามประโยคต่อไปพี่โฟลทก็เข้าจู่โจมจูบทันที ริมฝีปากหนาละเมียดชิมอย่างช้าๆ ค่อยๆ สร้างความปั่นป่วนในท้องของฉันได้อย่างชำนาญ
“อื้อ~” ลิ้นร้อนตักตวงความหวานทั่วปากก่อนจะผละออก่หนึ่งให้ได้หายใจ
“สาวน้อยกำลังทำให้พี่ใจแตกรู้มั้ย”
“แฮ่ก!”
“ถ้าหนูไม่หนีพี่ก็ไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
พูดจบพี่โฟลทก็จู่โจมจูบเข้ามาอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับดุเดือดมากกว่าครั้งเมื่อกี้แถมยังสอดลิ้นร้อนเข้ามากะจะไม่ให้หายใจกันเลย
“อื้อ!!”
มือหนาจากที่ลูบไล้หลังค่อยๆ ไล่สอดเข้าใต้เสื้อครอปพร้อมกับดันตัวฉันจนแผ่นหลังติดกำแพง มือหนาถกเสื้อชั้นในขึ้นจนเผยให้เห็นยอดอกสีชมพู
คนตัวสูงก้มชิมยอดอกพร้อมกับบีบคลึงหนักๆ เพื่อเร้าอารมณ์ ด้วยความเสียวให้ฉันต้องแอ่นตัวรับ “อึก!”
“พี่ขอชิมตัวหนูหน่อยนะคะ”
ไม่รอคำตอบเขาจัดการปลดกางเกงยีนส์ของฉันด้วยมือข้างเดียวก่อนจะจับอุ้มพร้อมกับสอดใส่ความเป็ชายเข้ามาในตัว
“อ๊าส์!!”
สะโพกแกร่งเริ่มขยับจากช้าๆ ก่อนจะค่อยๆ เร็วขึ้นพร้อมกับก้มลงมาจูบหนักๆ เพื่อเป็การปลอบประโลม
“อ่าส์~”
ด้วยความเสียวที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยให้ฉันต้องจิกไหล่ของอีกเพื่อระบายความเสียว ไม่นานตัวก็กระตุกเกร็งก่อนจะปล่อยน้ำในตัวออกมา
ครืด~
เสียงเรียกเข้าจากมือถือของรุ่นพี่ให้เขาต้องหยิบมือถือขึ้นมาดูก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกดรับ
“อะไร ทำธุระอยู่ เหี้ยอะไรของพวกมึงอีกเนี่ย ให้กูจู๋จี๋กับสาวอย่างสงบสักวันจะได้มั้ยไอ้พวกเหี้ย เออๆ เดี๋ยวไป” วางเสร็จพร้อมกับจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันมาจุมพิตที่หน้าผากของฉันเบาๆ
“คงต้องพักไว้แค่นี้ก่อนถ้าไอ้พวกเพื่อนเหี้ยของพี่ไม่ตีกันซะก่อนเราคงได้สนุกกันอีกยาว เสียดายนะแต่เอาเถอะ ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน บอกไว้ก่อนนะ ครั้งหน้าพี่ใส่ไม่ยั้งแน่”
จุ๊บ!
คนตรงหน้าจุ๊บลงที่ปากหนักๆ “พี่ไปก่อนนะคะ หนูก็อย่าลืมจัดการตัวเองด้วยเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอา”
จุ๊บเสร็จพี่โฟลทก็เดินจากไปปล่อยทิ้งฉันให้ยืนหมดแรงอยู่คนเดียว ไอ้รุ่นพี่บ้า! มาเอาแล้วทิ้งแบบนี้ได้ไง เกลียดที่สุดเลย!!
ปาร์ตี้ดำเนินมากว่า 2 ชั่วโมงแล้ว ทุกคนเริ่มเมาได้ที่ยกเว้นแค่ฉันที่ไม่ค่อยดื่มอยู่คนเดียว ส่วนเื่ระหว่างฉันกับพี่โฟลทตอนนี้ไม่มีใครรู้ ดีแล้วล่ะ ไม่อยากเป็ขี้ปากใคร
นั่งดื่มไปจนเริ่มอยากจะกลับบ้านก่อนจะหันไปสะกิดลุงรหัสของตัวเอง “พี่ศินคะ คือหนูจะกลับแล้วค่ะ”
“หือ? จะกลับแล้วหรอ รอแป๊บเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไปส่งเหี้ยอะไร มึงเมาแล้วมึงจะไปส่งน้องมันได้ไงเดี๋ยวก็พาลงข้างทางหรอก รู้จักมั้ยเมาไม่ขับน่ะไอ้สัส” พี่ศินเกาหัวแกรกตรงที่โดนตบ
“ตบทำเหี้ยไรเนี่ย”
“เดี๋ยวหนูกลับแท็กซี่ไม่ก็แกร๊บก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้ๆ มันอันตราย เรายิ่งสวยๆ อยู่ถ้าเกิดเจอคนไม่ดีฉุดขึ้นมาทำไงห๊ะ รอแป๊บเดี๋ยวพี่เรียก…มันมารับเราไปส่ง”
ลุงรหัสหยิบมือถือขึ้นมากดยิกๆ ก่อนจะยกหูโทรหาใครสักคน “ไอ้เชี่ย แม่งไม่รับว่ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่ เดี๋ยวหนูกลับเองก็ได้ หนูพกสเปรย์พริกไทยมาด้วย”
“นานา สเปรย์พริกไทยมันช่วยได้ก็จริงแต่ถ้าเจอคนมีอาวุธก็จบ รออยู่นี่แหละเดี๋ยวพี่ตามมันมารับเรา” พี่ศินพยายามกดโทรอยู่หลายรอบแต่เหมือนว่าคนปลายสายจะไม่ยอมรับสักที
“ไอ้เชี่ยเอ้ย~ นานา”
“คะ?” พี่ศินเบะปากเหมือนเด็กน้อย “ดูเหมือนหนูจะต้องกลับเองแล้วล่ะ เพราะไอ้คนที่พี่จะให้มารับหนูมันไม่ยอมรับโทรศัพท์พี่เลย”
ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูลุงรหัส “ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหนูถึงแล้วเดี๋ยวทักไปนะคะ พี่ศินจะได้ไม่ต้องห่วง”
พี่ศินพยักหน้าตอบหนักๆ พอพี่เขาเมาแล้วเหมือนเด็กน้อยเลยแฮะ “อย่าลืมทักพี่มานะ”
“ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”
“มีไรก็โทรมาล่ะ”
“ค่า”
ยกมือไหวโบกมือลารุ่นพี่กับเพื่อนๆ ก่อนจะเดินปลีกตัวออกมาด้านนอก นั่งรอที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่ถัดจากร้านไปไม่ไกลให้อย่างน้อยเวลาเกิดเื่จะได้ขอความช่วยเหลือได้
“น้องสาว ไปเที่ยวกับพวกพี่มั้ยจ๊ะ” จู่ๆ ก็มีเด็กแว๊นสองคันขับมาจอดตรงหน้า ฉันไม่ตอบโต้อะไรก่อนจะลุกเพื่อเดินหนีแต่ไอ้พวกเด็กแว๊นนั่นก็รีบวิ่งมาดักหน้าฉันทำให้ไปไหนไม่ได้
“ถอยไปนะ”
“เดี๋ยวสิ คุยกันก่อน จะกลับบ้านใช่มั้ยเดี๋ยวพี่ไปส่ง”
หนึ่งในเด็กแว๊นเอื้อมมือหมายจะแตะตัวทำให้ฉันต้องชักมือออก จังหวะนั้นเองก็มีเสียงหวอรถตำรวจดังมาแต่ไกลก่อนจะหยุดจอดที่ตรงหน้าทำให้พวกเด็กแว๊นต้องวิ่งหนีแตกกระเจิง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
รถตำรวจขับตามพวกเด็กแว๊นจนลับสายตาไป พอเห็นว่ารอดแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมา “เกือบแล้วเรา”
“เกือบอะไรหรอ”
“กรี๊ด!”
รีบยกมืออุดปากพร้อมกับหันมองหาต้นเสียงจนเจอพี่โฟลทที่มายืนอยู่ข้างหลังั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก่อนจะฟาดมือลงที่แขนเขาไปทีนึง
“หนูในะ!!”
“โอ๊ย! เจ็บนะ ทำไมสาวน้อยแรงเยอะจัง ตัวก็ติดเดียวเอง” คนตรงหน้ายกมือลูบแขนตรงพร้อมกับยู่ปากน่ารัก “ก็พี่โฟลททำหนูใอ่ะ”
“โอ๋ๆ ขอบโทษครับ พี่โฟลทคนนี้ผิดไปแล้ว น้องนานาคนสวยหายโกรธพี่นะคะ”
พี่โฟลทเอื้อมมือมาบีบแก้มราวกับกำลังหมั่นไส้กัน คิดว่าฉันยอมหรอ เหอะ! “หนูจะกลับล่ะ ขอตัวก่อนนะค”
ยังไม่ทันจะเดินหนีก็ถูกอีกคนรั้งแขนเอาไว้จนถึงกับเซไปกระแทกอกแกร่ง “นี่โกรธพี่จริงๆ หรอเนี่ย”
“พี่ขอโทษนะคะ พี่จะไม่แกล้งหนูอีกแล้ว ยกโทษให้พี่นะคะคนดี” เสียงทุ้มนุ่มข้างหูเล่นเอาใจฉันอ่อนยวบโกรธเขาไม่ลง
“ก-ก็ได้ค่ะ”
“หึ ขอบคุณค่ะ งั้นเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งนะคะ” เม้มปากแน่นพร้อมกับพยักหน้าตอบ
เดินตามแผ่นหลังกว้างพลางนึกย้อนไปั้แ่เห็นเขาคุยกับผู้หญิง ผู้ชายอะไรร้ายกาจชะมัด ทั้งคารมทั้งคำพูดหวานหว่านล้อมให้ตายใจ ถ้าจำไม่ผิดในบรรดาแก๊งพี่โยพี่โฟลทหมือนจะเป็คนที่เ้าชู้แพรวพราวที่สุดด้วย ไม่แปลกเลยที่จะมีผู้หญิงมาติดพันพี่แกเยอะขนาดนี้
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกภายในรถมีเพลงสากลเปิดคลอเบาๆ ระหว่างทางเราไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่รู้เพราะพี่โฟลทกำลังโฟกัสกับการขับรถหรือฉันที่กำลังเกร็งจนไม่กล้าพูดกันแน่
นั่งไปสักพักเหมือนแอร์จะเริ่มหนาวขึ้นทำให้ฉันต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนเพื่อคลายความหนาว
“หนาวหรอ”
“ค่ะ”
“แย่ล่ะ พี่ไม่ได้ติดผ้าห่มหรือเสื้อคลุมไว้ด้วย”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหนูทนเอาก็ได้ แค่นี้เอง”
“นานาคะ หอเรากลับคลับมันคนละโยชน์เลยนะคะ” จริงด้วย ลืมนึกไปเลยตอนมาก็ไม่ได้สังเกตด้วย แต่… “ไม่เป็ไรค่ะ หนูไหว”
“แน่นะ กว่าจะถึงหอเราชั่วโมงกว่าเลยนะ” ในใจอยากจะบอกว่าทนไม่ไหวแต่ก็ไม่อยากแสดงท่าทีอ่อนแอ พี่โฟลทยิ่งดูเ้าเล่ห์ร้ายดูเป็ผู้ชายที่จ้องจะกินฉันทุกวินาทีอยู่ ถ้าเผลอแสดงท่าทีอ่อนแอปวกเปียกไปเดี๋ยวจะตกหลุมพรางผู้ชายเ้าชู้กันพอดี
“คิดว่าพี่จ้องจะกินหนูอยู่รึไงคะ” ประโยคของคนข้างตัวที่พูดราวกับรู้ความคิดทำเอาฉันถึงกับต้องหันขวับไปมอง “ทำหหน้าแบบนั้นแสดงว่าพี่พูดสินะ”
ทำฉันเลิ่กลั่กไปไม่ถูกเลย นี่หน้าตาของฉันมันอ่านง่ายขนาดนั้นเลยหรอทำไมคนรอบตัวถึงได้รู้ความคิดฉันกันหมด
“อยากรู้มั้ยว่าทำไมพี่ถึงรู้ความคิดหนู” พยักหน้าตอบไป พี่โฟลทหันมายกยิ้มเ้าเล่ห์พร้อมกับไล่สายตาจนมาหยุดที่กางเกงทำเอาฉันต้องตีไหล่กลับไป
“พี่โฟลททะลึ่ง!”
“โอ๊ย! ตีพี่อีกแล้ว เจ็บนะเนี่ย”
“ก็พี่โฟลทมองซะ…เหมือนอยากทำ…เลย” ยกมือลูบแก้มที่ร้อนผ่าว ให้ตายเถอะ ก็รู้อยู่แหละว่ารุ่นพี่คนนี้อันตรายแต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้
“ก็หนูน่ากินนี่คะ พี่ก็หิวอยู่ด้วยมันก็เผลอเป็ธรรมดา” คำพูดของคนข้างๆ ทำเอาใบหน้าของฉันร้อนผ่าวก่อนจะหันไปฟาดแขนอีกคนทีนึง
“โอ๊ย! ตีพี่อีกแล้ว”
“พี่โฟลททะลึ่ง!”
“คร้าบๆ พี่มันคนทะลึ่งคนไม่ดีเองตีพี่เลย”
“มัวแต่เล่นอยู่นั่นแหละค่ะไฟเขียวแล้ว” คนข้างๆ แค่นหัวเราะก่อนจะหันกลับไปโฟกัสกับการขับรถต่อ
ในที่สุดก็มาถึงหอสักที ทันทีที่เท้าถึงพื้นฉันก็รีบโกยอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเฮือกใหญ่
“สาวน้อย หนูทำเหมือนกำลังดีใจที่รอดจากพี่เลยนะคะ กลัวพี่จะจับเรากินกลางทางรึไง”
“กลัวสิคะ พี่โฟลทรู้ตัวรึเปล่าว่าสายตาที่พี่มองหนูมันเหมือนเสือที่กำลังเห็นเหยื่ออันโอชะอยู่ตรงหน้านะคะ หนูรอดกลับบ้านปลอดภัยก็ต้องดีใจ”
“หึ ปากร้ายจังนะ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนไอ้โยจะเคยเล่าให้พี่ฟังว่าเราเป็เด็กเรียบร้อยสงสัยพี่คงต้องคิดใหม่แล้วแหละ” มองคนที่กำลังยิ้มเ้าเล่ห์
ก็ดูพี่โฟลทสิ แค่มองไกลๆ ก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่แถมยังพูดทะลึ่งใส่กันอีก ฉันปกป้องตัวเองก็ถูกแล้วมั้ย ถึงแม้ที่ผ่านมาจะปล่อยตัวไปเยอะก็เถอะ
“จะว่าไป…ไหนก็เจอกันอีกรอบแล้ว” จู่ๆ พี่โฟลทก็เดินตรงมาทำให้ฉันต้องถอยหลังจนหลังชนต้นไม้ “เรามาต่อที่เราค้างคากันมั้ย”
เสียงกระซิบกึ่งกระเส่าทำเอาใจฉันเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก สติหลุดขาวโพลนจนไม่รู้ว่าตอนนี้บรรยากาศรอบๆ เป็ยังไงก่อนจะได้สติผลักอกคนตรงหน้าแล้วรีบวิ่งขึ้นหอโดยไม่ลืมะโขอบคุณเขาไป
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ไม่รู้ว่าพี่โฟลทจะทำหน้าตาแบบไหนหรือจะโกรธฉันมั้ยได้แต่วิ่งหนีเข้าหอโดยไม่หันมองคนข้างหลัง
พอเข้ามาในตึกเมื่อเห็นว่าลับสายตาจากอีกคนแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือจับอกหัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด
ไม่พร้อมอ่ะ ถึงก่อนหน้าฉันกับพี่โฟเลทจะเคยมีสัมพันธ์กันแต่ตอนนี้ฉันยังไม่พร้อมที่จะต่อ คงเป็เพราะแววตาที่เหมือนเสือร้ายที่พร้อมจะกินเหยื่อทุกเมื่อนั่นแหละ ฉันคิดว่าถ้าเราเกิดเผลอมีสัมพันธ์กันคิดว่ายังไงก็ไม่ได้กลับขึ้นหอแน่ๆ
พักก่อน ่นี้บ่อยเกินไปขอพักน้องบ้าง แต่ถ้าเจอเขาคราวหน้าอันนี้ค่อยคิดอีกทีก็แล้วกัน