“เข้าไปดูกันเถอะ” สวีหลานจือหัวเราะ หึ หึ แล้วเดินนำเข้าไป
กั่วกัวซอยเท้าสั้นๆ วิ่งเหยาะๆ เข้าไปด้วยความตื่นเต้น
“ป่าป๊า ป่าป๊า ในถังมีของเยอะไหมค้า?”
“ขอดูหน่อยเร็วเข้า!”
กั่วกัวคาดหวังเต็มเปี่ยม
หลี่รุ่ยที่กำลังเดินเข้ามา แกล้งตีหน้าเศร้า ทำท่าทางหมดอาลัยตายอยาก พูดเสียงอ่อยว่า “ในถังป่าป๊าไม่ค่อยมีอะไรเลยลูก”
พอได้ยินแบบนั้น กั่วกัวก็เหี่ยวเฉาลงเหมือนมะเขือยาวโดนน้ำร้อนลวกทันที
ฝีเท้าที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วก็ชะลอลง
ทำไมเป็แบบนี้ไปได้นะ?
ในใจกั่วกัวรู้สึกโหวงเหวง ไม่สบายใจเอาเสียเลย
เสียงของเฉินเหยาเหยาดังแทรกเข้ามาในหูกั่วกัวได้จังหวะพอดิบพอดี “ฮิฮิ เป็ไงล่ะ ฉันพูดผิดซะที่ไหน!”
“กั่วกัว ที่เมื่อวานพ่อเธอได้ของจนล้นถัง มันก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละ”
“เมื่อคืนพ่อฉันวิเคราะห์ให้ฟังแล้ว ว่าพ่อเธอไม่มีทางทำถังะเิได้ทุกวันหรอก การหาของทะเลมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น มันต้องมีเทคนิคตั้งเยอะแยะ”
“รูอากาศแบบไหนข้างในมีตัวอะไร มีแต่คนหาของทะเลรุ่นเก๋าเท่านั้นแหละที่รู้”
กั่วกัวเบะปากเงียบกริบ เถียงไม่ออก
บนฝั่ง สวีหลานจือหันไปมองซูเซียงยวี่ แล้วพูดเยาะเย้ยว่า “เซียงยวี่ เห็นไหมล่ะ ฉันพูดถูกเป๊ะเลย!”
“ผัวเธอน่ะ คิดจะยึดอาชีพหาของทะเลหากิน มันแทบจะเป็ไปไม่ได้หรอก”
“ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะเก่งเหมือนผัวฉัน”
“ในวงการหาของทะเลเนี่ย ฉันยอมรับแค่ผัวฉันคนเดียว”
วินาทีนี้ ความหลงตัวเองของสวีหลานจือพุ่งทะลุปรอทแตก
เธอ... ซูเซียงยวี่ ต่อให้เก่งกว่าฉันทุกอย่าง แต่เธอก็ดันแต่งงานกับไอ้ขยะที่ไม่ได้เื่
ส่วนฉัน... สวีหลานจือ ได้แต่งงานกับคนดีมีฐานะ
คนเรานะ แข่งบุญแข่งวาสนากันไม่ได้หรอก จะอกแตกตายเอาเปล่าๆ
“แหะๆ” ซูเซียงยวี่ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ
“หลี่รุ่ย อย่าเพิ่งท้อนะ การหาของทะเลมันก็แบบนี้แหละ บางวันก็ได้เยอะ บางวันก็ไม่ได้อะไรเลย” สวีหลานจือเดินเข้าไปใกล้ แสร้งทำเป็พูดปลอบใจ
ซูเซียงยวี่ก็เดินตามเข้าไปด้วย
ในที่สุด ซูเซียงยวี่, กั่วกัว, สวีหลานจือ และเฉินเหยาเหยา ก็มายืนล้อมวงอยู่ตรงหน้าหลี่รุ่ย
“หลี่รุ่ย ไม่เป็ไรหรอกนะ เื่หาของทะเลมันอยู่ที่ดวงอยู่แล้ว” ซูเซียงยวี่พูดปลอบใจหลี่รุ่ยจากใจจริง
“ที่บอกว่าไม่ค่อยมีอะไรเนี่ย มันเท่าไหร่กันแน่ค้า!” กั่วกัวทำปากยื่นปากยาวจนเหมือนเป็ด
ปัง!
วินาทีถัดมา หลี่รุ่ยก็หลุดขำ แล้ววางถังในมือลงตรงหน้ากั่วกัว
ทันทีที่กั่วกัวเห็นว่าในถังนั้นมีของอยู่เต็มเอี๊ยด...
หนูน้อยก็ดีใจจนแทบจะบินขึ้นฟ้า
“อ๊าย!”
“ป่าป๊าหลอกหนู! รอบนี้ป่าป๊าก็เกือบจะะเิถังอีกแล้วนี่นา”
“ป่าป๊าเก่งที่สุดเลย!”
กั่วกัวดีใจจนตัวลอยเหมือนเด็กๆ (ก็เด็กจริงๆ นั่นแหละ)
ซูเซียงยวี่มองดูของทะเลในถัง แล้วก็ยืนอึ้งเป็ไก่ตาแตก
ของที่อยู่ในถัง แทบทั้งหมดล้วนเป็ของมีราคาแพง
ปูทะเลราคาไม่ใช่เล่นๆ
หอยเม่นราคาก็สูงลิ่ว
กุ้งโครงกระดูกยิ่งแพงระยับเข้าไปใหญ่
ของพวกนี้รวมกัน ต้องขายได้เงินไม่น้อยแน่ๆ!
สวีหลานจือชี้ไม้ชี้มือไปที่ของในถัง ปากคอสั่น “นี่... นี่... นี่...”
นางพูดจาไม่เป็ภาษาคนไปแล้ว
เฉินเหยาเหยากระพริบตากลมโตปริบๆ พึมพำกับตัวเองว่า “ทำไมวันนี้พ่อกั่วกัวดวงดีอีกแล้วเนี่ย?”
“พ่อแค่ล้อเล่นน่ะ พ่อเก่งไหมครับ?” หลี่รุ่ยย่อตัวลง ใช้นิ้วขูดสันจมูกโด่งสวยของกั่วกัวเบาๆ แล้วถามยิ้มๆ
“ป่าป๊าเก่งม๊ากมากเลยค่า” กั่วกัวชูนิ้วโป้งข้างขวาให้ทันที
เฉินเหยาเหยาแค่นเสียง ชิ อย่างขัดใจ “ก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละ”
กั่วกัวหันขวับไปสวนกลับเฉินเหยาเหยาทันควัน “เมื่อกี้ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าดวงดีก็ถือเป็ฝีมืออย่างหนึ่ง ถ้าแน่จริง ให้พ่อเธอะเิถังเหมือนป่าป๊าฉันบ้างสิ!”
“วันนี้พ่อฉันต้องะเิถังแน่นอน” เฉินเหยาเหยาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
เช่นเดียวกับกั่วกัว เธอก็เชื่อหมดใจว่าพ่อของเธอคือคนที่เก่งที่สุด
ซูเซียงยวี่ยังคงมึนงงไม่หาย
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “หลี่รุ่ย ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย!”
เมื่อวานหลี่รุ่ยหาเงินได้ 3,650 หยวน
วันนี้หลี่รุ่ยหาของมาได้อีกตั้งเยอะ น่าจะขายได้หลายพันหยวน
หลี่รุ่ยหาของทะเลแค่สองรอบ เงินที่ได้รวมกันมากกว่าเงินเดือนเธอทั้งเดือน เผลอๆ จะเกือบเท่าเงินเดือนสองเดือนของเธอด้วยซ้ำ
“เมียจ๋า ชีวิตดีๆ ของเรายังรออยู่ข้างหน้านะ” หลี่รุ่ยบีบแก้มเนียนนุ่มของซูเซียงยวี่ด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ก็แค่หาของได้เยอะจนล้นถัง มีอะไรน่าตื่นเต้นนักหนา เฉินสยงบ้านฉันก็ทำได้บ่อยไป” สวีหลานจือที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าเขียวคล้ำ พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยา
พอมองดูของในถัง สวีหลานจือแทบจะกระอักเืตายด้วยความอิจฉา
ปูทะเลหนักจินครึ่ง, หอยเม่นป่า, กุ้งโครงกระดูก... ของแพงๆ พวกนี้ สามีของนางไม่ได้จับได้มาสักพักใหญ่แล้ว
ไอ้หลี่รุ่ยมันต้องเหยียบขี้หมาดวงดีมาแน่ๆ!
“น้าสวี ป่าป๊าหนูหาของได้จนล้นถัง มันก็น่าตื่นเต้นสุดยอดไปเลยต่างหากล่ะคะ” กั่วกัวเป็เด็กปากตรงกับใจ ไม่คิดจะไว้หน้าสวีหลานจืออยู่แล้ว
ชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของสวีหลานจือก็ยิ่งดูไม่จืดหนักเข้าไปอีก
เฉินเหยาเหยาไม่ยอมแพ้ “พ่อฉันรอบนี้ก็น่าจะะเิถังเหมือนกันแหละ!”
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
ในตอนนี้...
เฉินสยงหิ้วถังน้ำ มือถืออุปกรณ์หาของทะเล เดินกะเผลกๆ เข้ามา
“สามี คุณเป็อะไรไปคะ?” สวีหลานจือรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็ห่วง
“ผมไม่เป็ไร” เฉินสยงโบกมือปัด
ชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านมา หลี่รุ่ยเดินเก็บทั้งปูทะเลหนักจินครึ่ง ทั้งหอยเม่นป่า ไปต่อหน้าต่อตาเขา
ส่วนเขา... ไม่ได้อะไรเลย
ทำเอาเขาโกรธจนควันออกหู
ด้วยความโมโห เขาเลยเตะระบายอารมณ์ แต่ดันไปเตะโดนหินโสโครกเข้าเต็มเปา
ผลก็คือ ตอนนี้เลยต้องเดินขากะเผลกอย่างที่เห็น
“พ่อ ของพ่อก็เกือบจะล้นถังแล้วนี่นา” เฉินเหยาเหยามองไปที่ถังของพ่อ แล้วะโด้วยความตื่นเต้น
แต่ในถังนั้น... มีแต่ของราคาถูกๆ ทั้งนั้น
หอยขมทะเล (Mud Snail), หอยหนาม (Spicy Snail), หอยนางรมป่า, ปลาบู่...
ของพวกนี้รวมกัน ขายได้เต็มที่ก็ร้อยกว่าหยวน
“สามี ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องทำได้” สวีหลานจือเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง แต่พอก้มลงไปมองชัดๆ หน้าก็เหี่ยวลงทันที
มีแต่ขยะเปียกอะไรก็ไม่รู้!
หอยนางรมป่า จินละ 3-5 หยวน
หอยขมทะเล จินละไม่กี่หยวน
หอยหนาม จินละ 12 หยวน
จะมีก็แค่ปลาบู่ที่พอจะมีราคาหน่อย
นอกนั้น... แทบไม่มีค่าให้พูดถึง
ของทั้งถังนี้รวมกัน ยังเทียบไม่ได้กับปูทะเลตัวเดียวของหลี่รุ่ยเลยด้วยซ้ำ
น่าขายหน้าชะมัด!
“หลี่รุ่ย สายแล้ว ฉันต้องรีบไปทำงาน คุณดูลูกด้วยนะ” ซูเซียงยวี่เหลือบดูเวลา พบว่าอีกสิบนาทีจะถึงเวลาเข้างาน จึงรีบพูดสั่งความ
ซูเซียงยวี่รีบจ้ำอ้าวจากไป
ก่อนไป ในหัวใจของเธอหวานล้ำยิ่งกว่ากินน้ำผึ้งเสียอีก
“เดินระวังๆ นะ!” หลี่รุ่ยโบกมือไล่หลัง
“หลี่รุ่ย ไหนขอดูหน่อยซิว่าแกจับอะไรมาได้บ้าง รอบนี้ของที่แกจับได้ ต้องน้อยกว่าของฉันแน่ๆ” เฉินสยงพูดไปก็ชะโงกหน้าเข้าไปดูในถังของหลี่รุ่ย
ไม่ดูไม่เป็ไร
พอได้ดูเท่านั้นแหละ ปากของเฉินสยงก็อ้ากว้างจนแมลงวันบินเข้าไปได้
คุณพระช่วย!
ในถังของหลี่รุ่ยทำไมถึงมีกุ้งโครงกระดูกเยอะขนาดนั้น
เฉินสยงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ด้วยความอิจฉา
“ผมจับได้ไม่เยอะเท่าพี่หรอก ของพี่เต็มถังเชียว” หลี่รุ่ยพูดเหน็บแนมพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
พูดตามตรง ของในถังเฉินสยงส่วนใหญ่ หลี่รุ่ยไม่คิดจะแลด้วยซ้ำ
หอยนางรมป่า หอยขม หอยหนาม... ไม่เห็นจะมีราคาค่างวดตรงไหน
“กั่วกัว มาหาของทะเลกับพ่อดีกว่า” หลี่รุ่ยวาง ‘พลั่วนำโชคสำหรับการหาของทะเล’ ลงตรงหน้ากั่วกัว
เ้าพลั่วนำโชคอันนี้เขาเพิ่งแลกมาจากระบบ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะดีจริงสมชื่อไหม
กั่วกัวหยิบพลั่วขึ้นมา ขุดลงไปที่พื้นทรายมั่วๆ หนึ่งที
กึ๊ก!
ขุดทีเดียว ก็งัดเอาปูทะเลหนักครึ่งจินตัวหนึ่งออกมาได้
ภาพที่เห็น ทำเอากั่วกัวกรี๊ดลั่นด้วยความตื่นเต้น “ป่าป๊า! ปูตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย! รีบจับเร็วเข้า!”