“อื้ออออ~~”
ปวดตัวชะมัด ฉันกระพริบตาถี่ ปรับแสงที่แยงตา ผ้าม่านสีขาวคลุมล้อม และกลิ่นแอลกอฮอล์เช็ดแผลฉุนจนปวดจมูก
‘อ่อ ใช่ ไอ้บ้านั่นลากฉันมาโรงพยาบาลนิ’
“เจเดน…”
ฉันเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่แหบพร่า ไม่ถึงนาที ผ้าม่านก็ถูกเปิด พยาบาลสาวเดินเข้ามา วัดไข้ให้แล้วถอดสายน้ำเกลือออก
“กลับบ้านได้แล้วค่ะ… ญาติคนไข้รออยู่ด้านนอก”
“ค่ะ เอ่อ ขอโทษนะคะ นี่ กี่โมงแล้ว”
“เที่ยงคืนกว่าค่ะ”
หืม ตอนฉันโดนลากมา ยังตะวันสาดอยู่เลย นี่เที่ยงคืนแล้วหรอ เกือบ 7 ชั่วโมงที่ฉันสลบไปเพราะฤทธิ์ยา
…หวังว่าเขาคงไม่นั่งเฝ้าฉันหน้าห้องตลอดเวลานะ
“ญาติคุณพรีมคะ..คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ”
“ครับ“ เขาลุกเดินตัวตรง ปรี่เข้ามาหาฉัน แล้วจ้องมองั้แ่หัวจรดเท้า ยกมือขึ้นทาบหน้าผากเบาๆ
”ดีขึ้นแล้วใช่ไหม“
”อะ อื้ม“
เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วรับถุงยาในมือฉันไปถือแทนพลางจูงมือฉันเดินตามไปด้วยช้าๆ
”ฉันเดินเองได้น่าา ไม่หลงหรอก“
ฉันพูด พลางกระตุกมือตัวเองออกจากฝ่ามือของเขา ก้มหน้าลงพื้น ปกปิดอาการใจสั่น… ที่ไม่รู้ว่ามันคืออาการข้างเคียงจากการป่วย หรือว่าดีใจที่เขาอยู่เฝ้า
“นาย อยู่เฝ้าฉันตลอดเลยหรอ”
“อืม”
“ไม่กลับไปรอบ้านล่ะ นายทิ้งแขกวะ…” ฉันยังพูดไม่ทันจบ เขาหันตัวมาหาฉัน ยืนจ้องเขม็งจนฉันต้องหันหน้าหนี
“จะพัฒนาจากเด็กเลี้ยงแกะเป็แม่สื่อหรอ”
“มะ ไม่ใช่ซะหน่อย”
เขาไม่ตอบอะไรสักคำ จนพากันกลับถึงบ้าน ส่งฉันถึงประตูห้องแล้ว เขาก็หันหลังเข้าห้องตัวเองไปเงียบๆ
รุ่งเช้า ฉันสะดุ้งตื่นจากเสียงเอะอะลั่นบ้านของพ่อ ลงไปดูก็ต้องใในของฝากที่เหมือนจะเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน
”อุ้ย ลูกสาวคนสวยของพ่อตื่นแล้วววว“ พ่อทักทายยามเช้าด้วยน้ำเสียงร่าเริง ปรี่เข้ามากอดฉันแน่น แล้วคิ้วขมวด
“ตัวอุ่นๆ นะลูก” พ่อยกมือขึ้นทาบหน้าผากฉัน
“อ่อ เป็ไข้จ้ะพ่อ แต่ดีขึ้นแล้ว”
“หืม ไข้หรอน้องพรีม?” น้าลิลเดินมาถาม วางตะกร้าผลไม้ลง พลางยกมือขึ้นทาบหน้าผากฉันอีกคน
“แล้วไปหาหมอหรือยังลูก”
”แหะๆ พี่เจเดน พาไปเมื่อวานแล้วค่ะ“
”เอ๋ ตาลูกคนนั้นพึ่งพาได้ด้วยหรอเนี้ย“ น้าลิลแกล้งบ่น
“แหม่ เห็นผมเป็คนยังไงครับแม่ เห็นอย่างนี้ ผมก็เป็พี่ชายที่แสนดีของน้องพรีมนะครับ”
และแล้วไอ้หัวทองก็เดินเปลือยท่อนบน โชว์กล้ามที่น่าจับ กับรอยสักสุดเท่ห์นั้น หาวหวอดโชว์อีกหนึ่งที พร้อมกับยกแขนหนักๆ เทินไหล่ฉัน ขยี้ผมจนฟู
”นี่!! ไอ้..อุ๊ป“ ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปาก เพราะลืมตัวจะว้ากด่าเขาต่อหน้าน้าลิล
”อะแฮ่ม พะ พี่เจเดน ไม่ออกไปหาเพื่อนหรอคะ“
”น้องสาวไม่สบาย พี่ชายก็ต้องอยู่ดูแลน่ะสิ“ เขาพูดด้วยน้ำเสียงกวนบาทา ขยิบตาให้ฉัน
”พี่น้องคู่นี้สนิทกันไวดีนะเนี้ย“ พ่อเอ่ยแซว
”คร้าบบบบ “ เขาขานรับ แล้วหันมายักคิ้วใส่ ฉันยิ้มหวานตอบ แต่แอบหยิกหลังจนเ้าตัวหน้านิ่วด้วยความเจ็บ
“แหะๆ ค่ะ พี่เจเดน”
“จะไปฉีดยาซ้ำอีกสักเข็มไหมลูก เดี๋ยวพ่อพาไป” พ่อบอก
”พะ พรีมไม่ได้เป็อะไรแล้วน่าา ฉีดยาแล้ว กินยาแล้ว เดินได้สบายปรื่อ…“ ฉันหันไปบอกทุกคนที่ยืนรุมจ้องฉันอยู่ด้วยแววตาเป็ห่วง
”โอเคจ้ะ งั้นเจไปช่วยลุงขนของก่อนลูก แม่จะไปทำข้าวต้มให้น้อง“
”ครับ“ เขาขานรับอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปช่วยพ่อฉันแบกผลไม้เข้าบ้าน
หลังรวมตัวกินมื้อเช้าเป็ข้าวต้มกุ้งกันแล้ว พ่อก็แยกตัวไปพัก น้าลิลไปเคลียร์ของฝาก เอาไปแจกเพื่อนบ้าน และตาหมอพี่ชายก็ขอปลีกตัวออกไปหาเพื่อนแล้ว ส่วนฉันก็ไล่เก็บของเตรียมตัวกลับมหา’ลัย
ก็อกๆๆ
”ค่าาาา“ ฉันขานรับ โดยที่มือยังพับผ้าใส่กระเป๋าอยู่
“น้องพรีม กินยาหรือยังลูก“ น้าลิลเดินตามเข้ามา เอามือทาบหน้าผากฉัน ถามด้วยความเป็ห่วง
”เรียบร้อยแล้วค่ะน้า ตอนนี้เหลือแค่เจ็บคอนิดหน่อยเอง“
”หรือจะลาหยุดสักวันดีไหมลูก รอหวัดหายดีค่อยไปเรียน เดี๋ยวจะเป็หนักอีกนะ“
”ไม่เป็อะไรจริงๆ ค่ะ น้าลิล แค่ไข้เอง อีกอย่างอาทิตย์หน้าพรีมต้องสอบแล้ว ลาไม่ได้ค่ะ“
”งั้นเดี๋ยวน้าเตรียมข้าวต้มไว้ให้หนูพกไปกินที่หอด้วยดีกว่า“
”ขอบคุณค่ะ“ น้าลิลยิ้มให้ แล้วลุกทำท่าจะเดินออก
”อ้อจริงสิ น้ากับพ่อคุยกันว่า ถ้าอาทิตย์หน้าหนูสอบเสร็จแล้ว เรายกครัวไปเที่ยวทะเลกันซัก 3 วัน ดีไหม“
”ทะเลหรอคะ“ ฉันถามทวนด้วยอาการตื่นเต้น
”จ้ะ เพราะั้แ่พี่เขากลับมา เรายังไม่เคยยกครอบครัวไปเที่ยวกันเลย“
”...เอ่อ หมายถึงพี่เจเดนด้วยหรอคะ“
“ใช่จ้ะ พี่เขาจะได้ติดใจประเทศไทยแล้วมาหาน้าบ่อยๆ น่ะ”
น้าลิลพูดด้วยสีหน้าดีใจ ปรบมือรัวเหมือนตื่นเต้น ฉันยิ้มแหยๆ ให้ เพราะยังกระอักกระอ่วนใจกับ ”พี่ชาย“ ตัวดีของฉัน
‘ลืมๆ ไปเถอะน่าาา มันเป็เื่ที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดนิ… ใช่ไหม’