หลังจากเดินเท้าอยู่หลายวันอวี้หลันก็มาถึงเมืองหย่งเฉิงผู้คนในตลาดมากมายเดินกันให้ขวักไขว่ ด้วยความหิวเสียงท้องร้องดังขึ้นแต่ยังต้องเก็บเงินไว้เพื่อเดินทางต่อจึงได้แต่ตีหน้าเศร้ากุมท้องเข้าไปหาเถ้าแก่ร้านซาลาเปา
“ท่านลุงข้าขอเศษซาลาเปาที่ท่านไม่เอาแล้วได้หรือไม่ ข้าเห็นท่านเขี่ยทิ้งไว้ข้างๆ ตรงนั้น”
เถ้าแก่ร้านซาลาเปาจ้องมองนางหัวจรดปลายเท้า
“นี่เ้าเป็ขอทานก็ไปยืนขอให้ได้เงินสิ ของซื้อของขายไปๆ”
“แต่ท่านลุงเศษพวกนั้นท่านก็ไม่เอาแล้วนี่นา ท่านก็ให้ข้าเถอะ” อวี้หลันกล่าวด้วยสีหน้าร้องขอ
แต่เถ้าแก่ร้านซาลาเปากลับยิ่งไล่นางให้พ้นร้าน อวี้หลันที่เห็นว่าคงไร้ประโยชน์จึงได้เดินออกมาแต่ท้องน้อยๆ ยังคงร้องดังเรี่ยวแรงก็แทบไม่เหลือแล้วนางนั่งลงที่ตรอกถนนอย่างจนใจ ขณะที่นั่งลงชาวบ้านที่ผ่านไปมาก็ได้โยนเศษเงินที่พวกเขามีให้นางตรงหน้า
“นี่ข้าเป็ขอทานจริงเหรอเนี่ย” อวี้หลันกล่าวกับตนเองพลางหยิบเหรียญบนพื้นขึ้นมามอง
“เอาสิอย่างน้อยจะได้มีข้าวกิน”
อวี้หลันนั่งขอทานอยู่เช่นนั้นทั้งวันด้วยความที่นางนั้นมีหน้าตาน่าสงสารทั้งการแต่งกายที่ดูซอมซ่อชาวบ้านต่างก็เวทนาจึงได้ให้เศษเงินกับนางมากมาย
“สิบ สิบเอ็ด สิบสอง” อวี้หลันนั่งนับเงินที่ได้อย่างดีใจ ก่อนลุกวิ่งไปยังร้านซาลาเปาอีกครั้ง
“ท่านลุงข้ามาซื้อซาลาเปาท่านแล้ว ครั้งนี้ขอไม่ได้ขอท่านฟรีๆ นะ”
“ขอทานยังไงก็ขอทาน” เถ้าแก่ร้านเอ่ยอย่างดูถูกพรางหยิบซาลาเปาให้นาง
“นี่ท่านลุงยังไงข้าก็ขอทานขอเศษพวกนั้นด้วยสินะ ให้ข้าเถอะ” อวี้หลันกล่าวโดยที่ไม่ใส่ใจในคำดูถูกนั้น
เถ้าแก่ก็หยิบเศษเ่าั้ใส่ให้นางไปอย่างรำคาญ อวี้หลันยิ้มกับอาหารที่ตนหามาได้
“อย่างน้อยขอทานก็ไม่อดตาย” นางกล่าวพลางยิ้มพลางกินพลาง
โดยที่ไม่รู้เลยว่าภัยนั้นกำลังจะมาถึงตน อวี้หลันก้าวเดินต่อไปเพื่อเดินทางต่อเส้นทางในป่าทั้งมืดทั้งเปลี่ยวแต่ด้วยที่นางนั้นชินกับการอยู่ในป่ามาแต่เด็กสิ่งเหล่านี้จึงไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว แต่เวลาเดียวกันนั้นนางเองก็คล้ายได้ยินเสียงเดินตามมาอย่างกระชั้นชิดขึ้นทุกที แม้ไม่รู้ว่าสิ่งใดสองเท้าของนางนั้นก็รีบออกวิ่งโดยไม่รีรอ
“ไปจับนางเด็กขอทานนั้นมาให้ได้” ชายรูปร่างใหญ่หน้าตาออกคำสั่งต่อลูกน้องตน
สิ้นเสียงคำสั่งกลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนออกวิ่งไล่จับตัวนาง
อวี้หลันวิ่งต่ออย่างสุดกำลังขณะที่สองขากำลังจะหมดแรงก็เห็นแสงกองเพลิงจากคณะเดินทางทำให้นางนั้นฮึดแรงเฮือกสุดท้ายเข้าขอการช่วยเหลือ
“นายท่านช่วย ช่วยข้าด้วย” นางเอ่ยอย่างเหนื่อยหอบก่อนสลบไป
กลุ่มคณะเดินทางเห็นหญิงสาวไร้ที่มาวิ่งเข้ามากลางวงต่างพากันประหลาดใจ ก่อนที่จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งตามมาติดๆ กล่าวขึ้นอย่างน่าสงสัย
“ทุกท่านรบกวนพวกท่านแล้วนางเป็น้องสาว” หัวหน้ากลุ่มนักล่าเด็กสาวเอ่ยขึ้น
“น้องสาวหรือเช่นนั้นทำไมนางวิ่งหนีมาเช่นนี้” หนึ่งในคณะเดินทางเอ่ยถามอย่างสงสัย
หัวหน้ากลุ่มนักล่าเด็กสาวเผยยิ้มออกมาก่อนกล่าวต่อ
“ท่านพ่อจะให้นางแต่งงานนางไม่อยากก็เลยหนีมาเช่นนี้ ไม่รบกวนท่านล่ะ” เขาเอ่ยเสร็จทำท่าจะเดินเข้าไปอุ้มตัวอวี้หลันขึ้น
ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งท่าทางสูงศักดิ์เดินออกมาจากกระโจมที่พัก เขามองที่กลุ่มชายฉกรรจ์เ่าั้ก่อนจ้องมองอวี้หลันที่หมดสติอยู่บนพื้น
“พวกเ้าช่างกล้าดีนะ” คนสนิทของเขาเอ่ยขึ้น
“อะไรของท่านข้าแค่จะพาน้องสาวข้ากลับเท่านั้น พวกข้าก็ขอโทษที่รบกวนแล้วไง” หัวหน้ากลุ่มยังคงจะเดินเข้ามา
บุรุษสูงศักดิ์คนนั้นก็ชักดาบออกมา ทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างชักอาวุธของตนเพื่อรอคำสั่งทั้งสองคนมองหน้ากันอยู่นาน
“หากเ้าเป็พี่ชายนางงั้นบอกข้าสิว่านางมีปานที่ใด”
หัวหน้ากลุ่มนักล่าเด็กสาวยิ้มอย่างได้ใจแม้ตนเองไม่รู้ว่านางมีปานที่ใดแต่เขาเองก็พึ่งได้พบทั้งยังไม่มีใครอุ้มนางขึ้นจึงตอบไปอย่างกวนโทสะ
“ข้าเป็พี่ชายนางต้องรู้แน่ นางมีปานที่หน้าอกคุณชายท่านจะเปิดดูหรือไม่ล่ะ”
บุรุษสูงศักดิ์เพียงยิ้มออกมาด้วยสายตาเยือกเย็น
“หากพวกเ้าไม่ไปอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
“หากข้าจะไปก็ต้องได้ตัวน้องสาวข้าก่อนท่านก็อย่าขวางละกัน”
ทั้งสองฝั่งเปิดฉากปะทะกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่กลุ่มนักล่าเด็กสาวนั้นจะพ่ายแพ้ไป บุรุษสูงศักดิ์สั่งให้คนของตนนำกลุ่มคนชั่วเหล่านี้ไปส่งให้กับทางการ ส่วนตัวเขาเองก็อุ้มร่างของอวี้หลันขึ้นมาแล้วเข้ากระโจมไปเขาวางนางลงอย่างเบามือแล้วไปนั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือต่อ
“คุณชายท่านให้นางนอนที่เตียงแล้วท่านจะนอนที่ใดขอรับคืนนี้” คนสนิทเขาเอ่ยถามขึ้น
“จงซื่อเ้าให้หลิวเหนียงนำชุดสตรีมาเปลี่ยนให้นางที” คุณชายหยางกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนกลับไปอ่านหนังสือในมือต่อ
จงซื่อจึงได้รับคำมาแล้วออกไปตามหลิวเหนียงเข้ามาเพื่อเปลี่ยนชุดให้กับนาง เมื่อหลิวเหนียงมาถึงพร้อมชุดสตรีคุณชายหยางก็เดินออกจากกระโจมไป
“คุณชายข้าให้คนเตรียมกระโจมอีกที่หนึ่งให้ท่านแล้วท่านไปพักที่นั่นเถอะ”
คุณชายหยางหันไปมองกระโจมของตนก่อนเดินตามไปเพื่อเข้าพักในกระโจมอีกหลังหนึ่ง
ในตอนเช้าอวี้หลันตื่นขึ้นอย่างมึนงงที่พบว่าตัวเองนั้นถูกเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้งอยู่ที่ใดก็ไม่รู้ในใจนางคิดไปร้อยแปดว่าอาจตายแล้วจึงได้ลองหยิกมือตัวเองดู
“ยังเจ็บนี่นางั้นที่นี่ที่ไหน”
“นี่เป็กระโจมที่พักของข้าเองตื่นแล้วหรือ” คุณชายหยางเดินเข้ามาพร้อมเอ่ยถาม
อวี้หลันจำไม่ได้ว่าเคยเห็นเขามาก่อนพอคิดไปคิดมาจึงคิดว่าตัวเองนั้นถูกล่วงละเมิดสองมือยกกอดตัวเองใบหน้าตระหนกสงสัย
“นี่ นี่ นี่ท่านเป็ใครแล้วท่านทำอะไรข้า”
คุณชายหยางเห็นใบหน้าของนางจึงยิ้มออกมาทั้งส่ายศีรษะเล็กน้อย
“งั้นเ้าคิดว่าข้าทำอะไร” เขาเอ่ยด้วยท่าทางที่ชวนให้คิดดีไม่ได้
“อย่าบอกนะว่าท่าน ท่าน ท่านนี่มันเลวจริงๆ ข้าเป็เพียงเด็กหญิงกลับทำเื่เช่นนี้ได้” อวี้หลันกล่าวอย่างใก่อนยกมือขึ้นปิดปาก
“นี่เ้าคิดว่าข้าทำอะไรเ้าจริงๆ หรือ นี่แม่นางน้อยเ้าดูตัวเองสิว่ามีสิ่งใดให้ชวนมอง” เขาเอ่ยขึ้นอย่างเอือมระอา
อวี้หลันที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดโวยวายไปเมื่อมองดูแล้วเขาเองดูท่าทางไม่ธรรมดาคงไม่อยากทำอะไรเด็กสาวเช่นนาง
“เช่นนั้นทำไมชุดเสื้อผ้าของข้าถึงได้เปลี่ยนไป”
“ข้าให้หลิวเหนียงมาเปลี่ยนให้”
พอได้รู้ว่าที่แท้แล้วมีสตรีอื่นเป็คนเปลี่ยนให้ใจก็คิดกลับไปว่ากล่องไม้ของมารดาอยู่ที่ไหน นางรีบลุกจากเตียงเดินหากล่องไม้ทั่วกระโจมคุณชายหยางยืนมองนางอย่างสงสัย
“เ้าหาอะไร”
“ข้าหากล่องไม้ของมารดาข้า คุณชายท่านเห็นบ้างหรือไม่”
คุณชายหยางเดินไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนจะก้มลงหยิบกล่องไม้ของนางออกมา
“เ้าหมายถึงกล่องนี้เหรอ”
อวี้หลันดีใจมากที่ตนนั้นไม่ได้ทำกล่องไม้ของมารดาหายไป นางหยิบกล่องไม้มามองด้วยสายตาที่ห่วงหาทั้งอาวรณ์คุณชายหยางยืนมองใบหน้านางเช่นนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“สำคัญมากเลยงั้นสิ”
“เป็ของจากมารดาข้าท่านตายไปแล้ว” อวี้หลันกอดกล่องไม้ไว้แน่นในอกสายตาดูเศร้าขึ้นกว่าเดิม
“จริงสิแล้วเด็กสาวตัวคนเดียวเช่นเ้าจะไปที่ใด หากเมื่อคืนไม่โชคดีมาพบคณะเดินทางของข้าป่านนี้คงถูกขายไปเป็นางโลมสักที่หนึ่งแล้ว” เขาตั้งใจเอ่ยเปลี่ยนเื่ทั้งตำหนินางที่เดินทางคนเดียว
“ข้าจะไปตามหาบิดาที่เมืองหลวง” อวี้หลันกล่าวทั้งมองที่คุณชายแล้วยิ้มออกมาอย่างประหลาด
“ยิ้มเช่นนั้นหมายถึงอะไร”
อวี้หลันคุกเข่าลงตีหน้าเรียกร้องความสงสารอีกครั้ง
“คุณชายท่านใช่จะเดินทางไปเมืองหลวงหรือไม่ อย่างไรให้เด็กสาวเช่นข้าติดตามไปด้วยสักคนเถิด”
คุณชายหยางมองหน้าที่แสร้งทำของนางอยู่อย่างพินิจแล้วจึงกล่าวด้วยใบหน้าเ้าเล่ห์ออกมา
“ให้เ้าไปด้วยก็ใช่ว่าไม่ได้ แต่แล้วเ้าจะตอบแทนข้ายังไง”
อวี้หลันนิ่งคิดไปทั้งสายตาเช่นนั้นทำให้นางคิดดีไม่ได้อีกครั้ง ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปด้วยท่าทางโมโหคุณชายหยางยิ้มออกมาอย่างพอใจที่แกล้งนางได้ก่อนเอ่ยรั้งนาง
“ข้าจะให้เ้าเป็สาวใช้ส่วนตัวข้าดีหรือไม่”
อวี้หลันหันกลับมายิ้มกว้างให้เขาก่อนโค้งเพื่อขอบคุณเขา
“ดีเ้าค่ะคุณชาย ดีมากๆ”
อวี้หลันกล่าวอย่างยินดีทั้งในใจคิดแม้ไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็เช่นไรแน่ แต่หากการติดตามเขาทำให้นางมีข้าวกิน มีที่ให้อยู่ทั้งไปเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยเช่นนั้นย่อมดีที่สุด
“จริงสิเ้าชื่ออะไร” เขากล่าวพลางยิ้มออกมาอย่างใจดี
“อวี้หลัน หลิน อวี้หลัน”
“สีฟ้าที่ยังคงอยู่งั้นหรือ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย
“เ้าค่ะท่านแม่ว่าข้าก็คือสีฟ้าบนท้องฟ้าที่คงอยู่ของท่าน แล้วท่านชื่ออะไรหรือเ้าคะ”
“ข้าชื่อว่าหยาง อู๋เสินเ้าเรียกข้าว่าคุณชายหยางเหมือนคนอื่นๆ หรือว่าอู๋เสินก็ได้”
“ท่านเป็คุณชายข้าจะเรียกชื่อท่านตรงๆ ได้ยังไงเช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าคุณชายเช่นผู้อื่นดีกว่า” อวี้หลันกล่าวทั้งยิ้มออกมาอย่างสดใส
หยาง อู๋เสินก็เพียงยิ้มแล้วพยักหน้ารับอย่างพอใจ