หลี่จิ้งถิงยืนจ้องมองเสาที่ถูกปักด้วยไม้เสียบถังหูลู่จนเต็มทั่วไปหมดดูไปก็ยิ่งละม้ายคล้ายต้นไม้ที่ออกผลเป็สีแดงแวววาว เด็กหญิงกลืนน้ำลายลงอึกหนึ่งเมื่อเห็นน้ำเชื่อมที่ถูกเคลือบอยู่บนผลซานจาดูมันวาวส่องแสงสดใสเป็ประกาย ในใจเองก็เฝ้ารอที่จะได้ลองลิ้มชิมรสขนมหน้าตาสวยงามอยู่เช่นกัน
หลี่เยี่ยนฟางผินหน้าไปมองสีหน้าสนอกสนใจของบุตรสาวอย่างพึงใจระหว่างนั้นก็หยิบเงินจ่ายให้พ่อค้าถังหูลู่ไปด้วย การเสียเงินเล็ก ๆ น้อย ๆเพียงไม่กี่อีแปะครั้งนี้ กลับแลกมาด้วยความภาคภูมิใจที่ได้จับจ่ายใช้สอยเพื่อบุตรสาวสมกับความตั้งใจจริงของนางจนได้
หลี่จิ้งถิงยื่นมือไปรับถังหูลู่จากพ่อค้าอย่างเบิกบานใจดวงตาคู่งามของเด็กหญิงจ้องมองขนมในมืออยู่นานพักใหญ่ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็ยุ่งยากใจคล้ายกำลังขบคิดเื่สำคัญอยู่หลี่เยี่ยนฟางเห็นท่าทางเช่นนั้นของบุตรสาวก็เอ่ยปากถามอย่างนึกสงสัย
“ถิงเอ๋อร์เป็อะไรไปหรือทำไมไม่ลองชิมขนมถังหูลู่ดูว่าจะถูกใจเ้าหรือไม่”
หลี่จิ้งถิงขมวดคิ้วมองขนมเ้าปัญหาในมือพลางพูด“ท่านแม่ ถังหูลู่หนึ่งไม้มีทั้งหมดหกลูก พวกเราสองคนแบ่งกันคนละสามลูกนะเ้าคะ”
หลี่เยี่ยนฟางได้ฟังคำของบุตรสาวก็ผงกศีรษะรับเบาๆ เป็เชิงตกลง คาดเดาได้เลา ๆ อยู่แล้วว่าหลี่จิ้งถิงต้องทำแบบนี้
“อืมพวกเราแบ่งกันคนละครึ่งไม้นะ”
พอพูดจบหลี่เยี่ยนฟางก็ตั้งท่าจะเดินต่อไปทางอื่นแต่กลับถูกมือเล็ก ๆ ของหลี่จิ้งถิงกระตุกชายเสื้อเอาไว้ พลางกะพริบตาปริบ ๆถามด้วยท่าทางคล้ายกำลังจนปัญญา
“ท่านแม่หากข้าค่อยๆ ทยอยกินทีละหนึ่งลูก ก็จะสามารถเก็บไว้กินได้หลาย ๆ วันใช่หรือไม่”
ประโยคคำถามของหลี่จิ้งถิงทำให้หลี่เยี่ยนฟางรู้สึกะเืใจขึ้นมาถ้อยคำใสซื่อของบุตรสาวแสนอาภัพคนนี้พาให้นางอึดอัดคับแน่นในอกอย่างบอกไม่ถูก
สภาพความเป็อยู่ที่ยากลำบากส่งผลให้หลี่จิ้งถิงรู้จักประหยัดมัธยัสถ์มาั้แ่เด็ก นางรู้ดีว่าครอบครัวของตนเองไม่มีเงินและกว่าที่มารดาจะหาเงินมาได้สักอีแปะนั้นต้องเหน็ดเหนื่อยมากเพียงไร ฉะนั้นเพียงแค่ถังหูลู่ไม้เดียวเด็กหญิงจึงได้คิดจะทยอยกินทีละนิด เพื่อจะได้เก็บขนมเอาไว้กินได้นาน ๆ
หลี่เยี่ยนฟางชะงักไปอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปเขี่ยปลายจมูกบุตรสาว พลางเอ็ดกลั้วหัวเราะ
“เด็กโง่ถังหูลู่หน่ะต้องกินวันต่อวันเท่านั้นนะหากเก็บไว้ถึงพรุ่งนี้ก็มีแต่ต้องทิ้งสถานเดียว เ้าจะไม่นึกเสียดายหรือ”หลี่เยี่ยนฟางลูบหัวบุตรสาวพลางจับจูงนางให้เดินต่อ
การจะพูดหลอกเด็กเล็กๆ อย่างหลี่จิ้งถิงนั้น สำหรับคนเป็ผู้ใหญ่มันช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน
“เฮ้อถ้าอย่างนั้นลูกกินให้หมดในครั้งเดียวเลยดีกว่าเ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงอ้าปากตอบพลางก้าวเดินตามมารดา แม้ปากจะบอกอย่างนั้น แต่เด็กหญิงกลับตัดใจกินขนมถังหูลู่ไม่ลงเอาแต่จ้องมองขนมในมือไม่ยอมกินเสียที จนหลี่เยี่ยนฟางรู้สึกทั้งฉิวทั้งขัน
หลี่เยี่ยนฟางเห็นดวงตาใสแจ๋วของหลี่จิ้งถิงจ้องมองถังหูลู่ในมือตาไม่กะพริบเด็กหญิงยิ้มกว้างเดินตามการจับจูงของมารดาโดยไม่สนใจสิ่งใด ท่าทีของบุตรสาวย่อมไม่หลุดรอดสายตาของคนเป็แม่หลี่เยี่ยนฟางเห็นแล้วก็เอ่ยกำชับให้หลี่จิ้งถิงตั้งใจเดินให้ดี อย่ามัวแต่สนใจมองเฉพาะขนมในมือ
แน่นอนว่าหลี่จิ้งถิงย่อมรีบรับคำมารดาแต่ถึงกระนั้นสองตาของเด็กหญิงก็ยังคงไม่เหลียวแลไปทางใด นอกจากจ้องเขม็งไปยังลูกกลมๆ สีแดงแวววาวในมือ
ปึก!!!
หลี่จิ้งถิงที่ข่มกลั้นความอยากกินมาตลอดทางกะพริบตาปริบ ๆ มองขนมสีแดงมันวาวที่เคยอยู่ในมือร่วงหล่นลงบนพื้นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ เด็กหญิงถึงกับเหม่อลอยอยู่ชั่วครู่ ความขุ่นข้องหมองใจที่ได้รับทำเอานางร้องไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้น
“ท่าน...ท่านเดินชนข้าฮือ ฮือ ขนมของข้าตกพื้นหมดเลย ” พอหลี่จิ้งถิงพูดจบก็ร้องไห้ต่ออย่างรู้สึกอัดอั้นตันใจ
สายตาของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นล้วนพุ่งมาที่เขาอย่างนึกตำหนิติเตียนทำให้ใบหน้าของเด็กชายคู่กรณีแฝงแววเคร่งเครียดขึ้นทันที เมื่อครู่ขณะที่เดินสวนกันเขาเห็นนางจ้องของในมือตาไม่วางตา จึงได้พยายามเดินเลี่ยงออกห่างแล้วแต่เด็กหญิงหน้าไม่อายตรงหน้ากลับก้าวเดินมาชนเขาเองจนได้ สุดท้ายกลายเป็เขาที่โชคร้ายตกเป็จำเลยของชาวบ้านอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
เื่ที่เกิดขึ้นด้านล่างล้วนตกอยู่ภายใต้สายตาของสามีภรรยาคู่หนึ่งโดยตลอดทั้งสองนั่งจิบน้ำชาพูดคุยกันอยู่บนชั้นสองของโรงน้ำชาพลางเงี่ยหูฟังว่าบุตรชายจะหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรเพราะใครก็ตามที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงก็คงตัดสินใจไปแล้วว่าบุตรชายของพวกเขาเป็คนผิด
“ข้าจะคอยดูว่าครั้งนี้ลูกชายของเราจะทวงความเป็ธรรมคืนให้ตนเองอย่างไร”บิดาของเด็กชายพูดไปด้วยก็หัวเราะไปด้วย
ฝ่ายภรรยาเองก็หันไปหัวเราะเสียงใสกับสามี“ท่านไม่เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเขาหรือ ไม่มีท่าทางสลดเลยแม้แต่น้อยแล้วดูแม่หนูน้อยคนนั้นสิ ทั้งตาทั้งจมูกแดงเรื่อ ร่ำไห้ไม่ยอมหยุด ยิ่งดูก็ยิ่งน่าสงสารเสียจริงแค่นี้นางก็่ชิงความน่าเห็นใจไปได้แล้วแม้แต่ข้าเองก็ยังอดที่จะใจอ่อนยวบกับนางไม่ได้เลย”
“อืม นาน ๆทีอาเทียนจะได้พบเจอเื่สนุก ยังไงพวกเราคอยดูต่อไปก่อนเถอะ”พอพูดจบลู่จางหย่งก็มองลงไปด้านล่างอย่างสบายอกสบายใจ
ลู่ฮูหยินเองก็พยักหน้าเป็สัญญาณว่าเห็นด้วยกับสามีอย่างไม่มีข้อโต้แย้งสีหน้าสีตาก็พลันสดใสขึ้นมาทันที โชคดีที่ลู่สิงเทียนที่อยู่ด้านล่างไม่ได้ล่วงรู้ความคิดของบิดามารดา ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องขุ่นเคืองมากทีเดียว
ขณะที่ความสนใจของสองสามีภรรยาพุ่งตรงลงไปอยู่ที่เด็กชายและเด็กหญิงด้านล่าง
หลี่เยี่ยนฟางเองก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนตัวนางยืนอยู่ตรงนั้นย่อมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดความเข้าใจผิดและทึกทักไปเองของหลี่จิ้งถิงทำให้นางต้องรีบยื่นมือเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ก่อนที่บุตรสาวจะใส่ความอีกฝ่ายไปมากกว่านี้
“คุณชายเื่ราวที่เกิดขึ้นล้วนเป็ความเข้าใจผิดของบุตรสาวข้าข้าต้องขออภัยแทนนางด้วยนะเ้าคะ”
พอหลี่เยี่ยนฟางกล่าวจบก็ก้มตัวลงไปปลอบโยนบุตรสาวที่ร้องไห้งอแงอยู่
“ถิงเอ๋อร์เด็กดีไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ เดี๋ยวแม่ไปซื้อให้เ้าใหม่” นางพูดพลางยกนิ้วขึ้นปาดน้ำตาให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยนหลี่จิ้งถิงซบอยู่กับอกมารดาอย่างน่าสงสาร ในใจก็ยังอดนึกโทษอีกฝ่ายไม่ได้
หลี่เยี่ยนฟางเห็นบุตรสาวหยุดร้องไห้แล้วแต่บนใบหน้ายังมีคราบน้ำตาอยู่ ก็รีบเล่าเื่ราวความเข้าใจผิดทั้งหมดให้ฟัง
“แม่บอกเ้าแล้วให้ตั้งใจเดินดีๆ ครั้งนี้เ้าเป็ฝ่ายผิดนะ แม่เห็นเ้าเป็ฝ่ายเดินไปชนคุณชายท่านนี้ก่อนดังนั้นคนผิดต้องทำเช่นไร รีบไปขอโทษคุณชายเร็ว ๆ เข้า”
หลี่จิ้งถิงได้ฟังคำมารดาก็สะอื้นไห้ออกมาอีกครั้งนางสูญเสียของกินที่หวงแหนไปแล้ว ตอนนี้ยังต้องมาขอโทษอีกฝ่ายด้วยหรือ
เด็กหญิงตัดสินใจหันไปส่งสายตาเว้าวอนให้มารดาแต่พอเหลือบไปเห็นสีหน้าเรียบเฉยของผู้เป็แม่ก็รู้ตัวว่าครั้งนี้นางไม่อาจหลบเลี่ยงได้แล้ว
“ขอโทษเ้าค่ะ”หลี่จิ้งถิงรีบพูดรัวเร็ว ดูก็รู้ว่าไม่ได้ตั้งใจจะขอโทษจากใจจริง
หลี่เยี่ยนฟางหรี่ตามองบุตรสาวด้วยสายตาคาดโทษหลี่จิ้งถิงเองก็หลบสายตามารดาทำเป็ไม่สนใจพอหลี่เยี่ยนฟางเห็นดังนั้นก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ กระแอมเล็กน้อยก่อนเอ่ยขอโทษเด็กชายตรงหน้าอีกรอบอย่างนึกละอาย
“น้าเองก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ดูแลลูกสาวให้ดี”
“ไม่เป็ไรขอรับท่านน้าท่านไม่ต้องเป็กังวล” เด็กชายเอ่ยตอบหลี่เยี่ยนฟางด้วยน้ำเสียงมิได้เจือโทสะเลยแม้แต่น้อยอย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เอ่ยปากขอโทษเขาแล้ว
คราแรกเขาเองก็นึกจะพูดแก้ต่างให้กับตนเองแต่กลับนึกขึ้นมาได้ว่า การไปต่อปากคำกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆดูไปแล้วไม่ค่อยจะเหมาะสม แต่พอก้มหน้าลงไปเห็นคู่กรณีตัวน้อยยังคงมีสีหน้าบูดบึ้งทำท่าทางคล้ายถูกรังแก ก็ตัดสินใจคลี่ยิ้ม
“ท่านน้าไม่ต้องกังวลจริงๆ ข้าโตแล้วย่อมไม่ถือสาแม่หนูน้อยตัวเล็ก ๆ หรอก”
สีหน้าของหลี่จิ้งถิงเปลี่ยนเป็ปั้นปึ่งทันทีสองตาของเด็กหญิงตวัดมองอีกฝ่ายเขม็ง แสดงท่าทางให้รู้ว่าไม่อาจยอมรับการหยามิ่เช่นนี้ได้
‘วันนี้ถ้าเขาไม่ขอโทษนางจะไม่ยอมอภัยให้อย่างเด็ดขาด!!!’
พอเด็กชายเหลือบไปเห็นสีหน้าของแม่หนูน้อยคล้ายกำลังตั้งท่าจะเอาเื่ปลายจมูกเล็ก ๆ ของนางเชิดขึ้นอย่างไม่พอใจ มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าพลันอ่อนโยนกว่าปกติ
“ท่านน้าท่านรอข้าอยู่ที่นี่นะ ข้าจะรีบไปซื้อถังหูลู่มาคืนให้”ลู่สิงเทียนเอ่ยอย่างกระตือรือร้นและมีน้ำใจ
“แต่เื่นี้ไม่ใช่ความผิดของเ้า”
“ไม่เป็ไรข้าแค่ไม่อยากเห็นเด็กน้อยร้องไห้อย่างแง่งอนอีก”
หลี่จิ้งถิงที่เตรียมจะอาละวาดก่อกวนถูกมารดาที่คอยสังเกตนางอยู่ เอ่ยตัดบทเสียงเรียบ
“ถิงเอ๋อร์ยังไม่รีบพูดขอบคุณอีก”หลี่เยี่ยนฟางเห็นเด็กชายมีน้ำใจ ไม่คิดติดใจเอาความบุตรสาวจึงคิดไว้หน้าอีกฝ่ายด้วยการยอมรับไมตรี
หลี่จิ้งถิงหน้าตึงขึ้นมาอีกครั้งพลางคิดในใจว่าตนเองทำผิดอะไร เหตุใดท่านแม่จึงต้องให้นางทั้งขอโทษและขอบคุณอีกฝ่ายด้วยแต่เด็กหญิงก็ไม่อาจถกเถียงมารดาได้
“ขอบคุณเ้าค่ะ”ครั้งนี้หลี่จิ้งถิงพูดพึมพำรัวเร็วยิ่งกว่าคำขอโทษครั้งก่อนเสียอีกนางคิดว่าต่อให้ต้องต่อสู้แบบเงียบ ๆ เพียงลำพังก็ไม่อาจยอมแพ้ให้อีกฝ่ายอย่างง่าย ๆ
“เมื่อกี้เ้าพูดว่าอะไรนะ”ลู่สิงเทียนแสร้งถามอย่างไม่รู้ความ
หลี่เยี่ยนฟางเห็นคิ้วเล็กๆ ของบุตรสาวยังขมวดอย่างขัดเคือง ก็เอ่ยพลางหัวเราะ “นั่นสิแม่ก็ฟังไม่เข้าใจว่าเ้าพูดว่าอะไร”
‘พวกท่านทั้งสองรวมหัวกันรังแกข้า’ หลี่จิ้งถิงทำหน้ามุ่ย เบะปากเล็ก ๆ ทำปากขมุบขมิบอย่างน่าขัน
ลู่สิงเทียนไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับเด็กคนอื่นเขาไม่เคยรู้เลยว่าเด็กหญิงบางคนก็น่ารักน่าแกล้งจนทำให้รู้สึกสนุกถึงเพียงนี้
ฝ่ายบิดามารดาของลู่สิงเทียนที่โรงน้ำชาเห็นเหตุการณ์จบลงด้วยดีแล้ว ก็พากันเดินลงมาเพื่อไปหาบุตรชาย
ทางด้านลู่สิงเทียนเมื่อเหลือบเห็นบิดามารดาเดินเข้ามาใกล้ก็รีบร้องเรียกทันที
“ท่านพ่อท่านแม่”
หลี่เยี่ยนฟางที่ยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่ รีบหันไปคิดจะทักทายอีกฝ่ายเพื่อแสดงมิตรไมตรีพลันชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
“อง...ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”คำเรียกขานถูกสับเปลี่ยนไปทันที เมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่าย ชาวบ้านทั่วไปอาจไม่รู้แต่กับหลี่เยี่ยนฟางที่เคยพบหน้ากันมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด
“ไม่พบกันนานเลยนะคุณหนูหลี่”
คิดไม่ถึงว่าพวกนางจะบังเอิญมาพบเจอกันอีกครั้งน่าเสียดายที่ฝ่ายหนึ่ง ยังดูสง่างดงามเพียบพร้อมเหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับดูเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยแม้แต่น้อย
###############################################################################
เป็ยังไงกันบ้างค่า เด็กน้อยจิ้งถิงของเราแสบไม่ใช่เล่นเลยใช่มั้ย พระนางของเราเจอกันเร็วแบบนี้ไม่รู้ว่าจะถูกใจทุกคนมั้ย ถ้าอ่านแล้วรู้สึกยังไงก็ส่งฟีดแบคมาให้เราได้รับรู้บ้างน้า รอรับกำลังใจจากทุกคนอยู่ค่า