ข้าไม่รู้เช่นกันว่าเสียงตื่นตระหนกนั้นเป็ของใคร ฟังเสียงไม่ได้ศัพท์เสียด้วยซ้ำ ทั้งยังเลือนรางและเริ่มริบหรี่ ตอนนี้สติมันกำลังจะดับสูญ
ถ้าหากว่าข้ากำลังจะตาย ตอนนี้เองก็เป็โอกาสอันดี ท่านเองน่าจะมีความสุขกับนางในดวงใจแล้วจื้อเฉียง แต่ทว่าไม่รู้เหตุใดหลิวเจียอี้ถึงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะข้าอยากให้ท่านได้ลิ้มรสชาติอันขมฝาด เฉกเช่นเดียวกันกับข้า!!
ถ้าหากย้อนกลับไปได้ข้าจะไม่มีวันรักท่านอีก ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายลงมา ข้าจะรังเกียจท่านให้ถึงที่สุด
ต่อให้ท่านจะพ่นคำหวาน ทำตัวดีกับข้า ข้าจะทำให้ท่านเจ็บแค้นเหมือนกันกับที่หลิวเจียอี้ผู้นี้รู้สึก
--------------------
บทที่ 1(1) เ้าไม่มีสิทธิ์
เหตุร้ายในอนาคตกาลนั้นสิ้นสุดลงแล้ว วงโคจรหมุนคว้างกำลังเริ่มต้นใหม่ ก่อนที่จะย้อนกลับมาสู่่อายุสิบสี่ ยามนั้นหลิวเจียอี้ฟื้นตื่น เหงื่อกาฬท่วมทั่วทั้งตัว ลมหายใจหอบถี่เหมือนเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน แม้นหยาดน้ำค้างหล่นจากใบยอดหญ้ายังได้ยินอย่างเด่นชัด พร้อมพรั่งกับเสียงของมารดากำลังบ่นรำพึงรำพัน
กลิ่นธูปหอมแสนคุ้นเคยสูดขึ้นจมูกแต่ไม่ฉุน เสียงสวดมนต์ของท่านย่ากับเสียงเคาะบางอย่างแลดูน่าคะนึงหา ม่านโปร่งไหวมาแตะต้องแขนและดิ่งมากำบังร่างของนางซึ่งกำลังนอนราบบนเตียง ดวงเนตรนั้นเบิกออกกว้างทันทีที่ถูกััจากผ้าโปร่ง ตาหวานฉ่ำสดใสเริ่มจะกรอกลูกตาดำ เห็นเพดานไม้ที่มีกลิ่นธรรมชาติ กับโคมไฟหรี่แสงเป็วงรีตรงมุมเฉียง
เวลานี้พลบค่ำแล้วนางจึงมองเห็นบางอย่างไม่เด่นชัดนัก แต่ไม่ถึงขั้นกับมองไม่เห็นอะไรเลย ทว่ายามนี้สิ่งที่ชัดเจนกลับเป็ประสาทััเฉียบคมกว่าปกติ เสียง กลิ่นจากสถานที่ไกลๆ และกลิ่นธูปหอมมันดั่งกับขจรไกลมาถึงเตียงนี้ หลิวเจียอี้เริ่มขยับแขนขา ปรากฏว่าแม้มันจะเชื่องช้าเหมือนแต่ก่อน กลับหาได้อ่อนเปลี้ยดั่งเดิม
“นี่ข้า…” เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้ แถมชุดนี่มัน…จำได้ว่าเคยใส่ตอนที่ข้าอายุสิบสี่หนาวเอง ชุดสีเหลืองอ่อนแสนงามนี้หากในภายภาคหน้าสวมใส่คงจะดี ผิดที่พอถึงเวลานั้นมันก็จะถูกเผาจนวอดวายพร้อมกับเรือนหลังนี้
ทว่าเรือนหลังนี้งั้นเหรอ… ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงทำให้นางนึกถึงความเป็ไปได้บางอย่าง และความเป็ไปได้นี้อาจจะทำให้นางไม่กล้าเชื่อ
ตนจำได้ว่าตายไปแล้ว และเมื่อฟื้นขึ้นมากลับมาอยู่ในห้อง หลิวเจียอี้ััที่ลำคอกลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย จนนางยิ่งเชื่อถือความคิดหนึ่งเข้า มีเื่เล่าจากตำนานว่ามีคนย้อนเวลามาเปลี่ยนแปลงอดีต ทว่านั่นเป็เื่แต่งที่มีมาอย่างยาวนานมากแล้ว
นั่นเป็นิทานที่นางเคยได้ยินมาั้แ่สมัยยังเด็ก เพลานี้นั้นไม่เหมาะจะหาคำตอบค่อยให้ถึงวันพรุ่งก่อนก็แล้วกัน หลิวเจียอี้รอคอยให้ผ่านค่ำคืนนี้ไป นางยังไม่อาจเชื่อถืออะไรงมงายเช่นนั้นได้
กระทั่งนางหลับตานอนถึง่สายของวันใหม่ นั่นแหละที่หลิวเจียอี้ตระหนักว่า…มีบางอย่างผิดจากที่คาดเอาไว้ สาวใช้ในชุดผ้าป่านทั้งเรียบง่ายและดูธรรมดา นางมีนามว่าจู้ชิว เป็คนที่จงรักภักดี อ่อนโยน และข้าก็รู้ว่าตัวเองเป็ต้นเหตุที่ทำให้นางตายอย่างน่าเวทนา
สีหน้าที่เป็ห่วงหลิวเจียอี้จากใจจริงมันทำเอาน้ำตาของนางแทบจะหลั่งไหล ใบหน้านั้นเป็จู้ชิวจริงๆ!
ข้ามันโง่เอง ขอโทษนะจู้ชิวหากไม่เป็เพราะข้า เ้าคงไม่ต้องมาพบเจอจุดจบเช่นนั้น
หลิวเจียอี้ยิ้มอย่างกล่าวโทษตนเองปล่อยให้น้ำระบายจากขอบตา ทำเอาจู้ชิววางตัวไม่ถูก “คุณหนูนี่ท่านเป็อะไรกัน”
คุณหนูเดิมทีเป็คนที่อ่อนแอ แต่เมื่อนางร้องไห้กลับทำให้ยิ่งบอบบางน่าทะนุถนอมยิ่งขึ้น จู้ชิวสงสารและห่วงใยหลิวเจียอี้มาก หากไม่เพราะว่านายท่านรักและดูแลคุณหนูประดุจดั่งไข่ในหินป่านนี้นางคงจะถูกบ้านรองข่มเหงรังแกแล้วแน่
เกิดเป็คุณหนูตระกูลหลิว สมควรจะไม่ระแวงผู้คน กลับต้องมาระแวงบ้านรองที่ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แถมยังมากัดกินทุกซอกมุมในตระกูลอีก
การที่คุณหนูสามารถยืนหยัดมาจนถึงทุกวันนี้นับว่าเป็ปาฏิหาริย์แล้ว จู้ชิวทั้งเวทนาแลสงสาร วันนี้เองนายท่านยังไม่กลับมา เกรงว่าคุณหนูอาจต้องหลบหน้าพวกนางเ่าั้อีกแล้ว หากกล่าวว่าฐานะคุณหนูยามนี้ยังกระดากปากนัก
เพราะฐานะของหลิวเจียอี้ถึงจะเป็คุณหนู แต่ทว่าคนบ้านรองนั้นกำลังเข้ามามีส่วนร่วมในตระกูลหลิว ทำให้ตอนนี้สถานะของนางกำลังสั่นคลอน
หากนายท่านยังอยู่คงไม่ต้องเกิดเื่เช่นนี้ขึ้น จู้ชิวลำบากใจปนเป็ห่วงออกนอกหน้า เพราะแบบนี้หลิวเจียอี้ถึงถูกนายหญิงสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน กันพวกนางเ่าั้มากลั่นแกล้งรังแก
“คุณหนูท่านอย่าพึ่งออกไปไหนเลย” จู้ชิวร้องเสียงหลง หากว่าคุณหนูเป็อะไรไปนางคงไม่อาจทนดูได้
“เ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่มีวันถูกข่มเหงอีก” ทั้งจากนี้และตลอดไป หากว่าข้าไม่ได้ระบายแค้นคงนอนตายตาไม่หลับ
ใต้ชายเสื้อที่อ่อนนุ่มเล็บมือยาวจิกลงบนนิ้วระบายอารมณ์ลึกล้ำที่ก่อตัวขึ้น ย้อนเวลากลับมาโอกาสที่์มอบให้ ข้าจะใช้มันอย่างคุ้มค่า
ด้านนอกยินเสียงกระแทกไม้อัดกับหยัดฝีเท้าหนักของใครบางคน ซึ่งหลิวเจียอี้คาดคะเนได้ว่าคือใคร
และหากจำได้นางยังจะตามมาราวีถึงเรือน เดิมทีบ้านรองตัดขาดกับบ้านหลักต่อหน้าท่านพ่อ แต่เมื่อมีโอกาสก็หวังจะยึดสมบัติของบ้านหลัก น่าไม่อายแล้วยังจะโลภมาก ท่านพ่อใจดีเกินไปที่ปล่อยพวกเขาอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
แต่คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครมาข่มเหงรังแกอีก!!!
“หลิวเจียอี้” เสียงขานเอ่ยะโเรียกนามเ้าของเรือน ทุบประตูดังลั่นจนแทบจะพังทลายอยู่มะรอมมะร่อ
จู้ชิวร้อนรนคิดว่าบ้านรองกำลังมาเพื่อข่มขู่คุณหนูอีกเป็แน่ “คุณหนูรีบไปหลบเถอะเ้าค่ะ พวกบ้านรองคงจะมาข่มขู่ท่านให้คายเื่สมบัติอีกแน่”
ครั้งนี้เองหลิวว่านว่านนางก็ยังคงเหมือนเดิม มาเพื่อข่มเหงนางโดยไม่เห็นหัวฐานะคุณหนูใหญ่ของบ้านตระกูลหลัก
“ออกมา” พลันนั้นประตูที่ปิดสนิทแหวกเป็สองทางให้คนด้านนอกเข้ามาอย่างรุกล้ำ
นางเป็หลิวว่านว่านจริงด้วย เหมือนเดิมไม่มีผิด
“อุ๊ยตายหลิวเจียอี้ ข้าขอโทษด้วยเผอิญคิดว่าไม่มีคนอยู่ข้างใน” ดรุณีสวมผ้าแพรสีฟ้าปักปิ่นหยกมันแพะมองแล้วรู้ว่าราคาสูงลิบเดินเข้ามาอย่างมีจริต ชม้อยตาแอบแฝงเยาะหยัน มีนัยยะแอบแฝงชัดเจน
“ท่านพี่ว่านผู้นี้ ข้าหลิวเจียอี้เองก็ตระหนักได้ว่ายังอยู่ด้านใน ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่ยอมส่งเสียงอะไร เลยทำให้คนอย่างท่านที่น่าจะหูตาไม่ดีเข้ามาด้านใน” หลิวเจียอี้ยังคงเผยสีหน้าเห็นอกเห็นใจหลิวว่านว่านออกมา
คนที่มาพร้อมหลิวว่านว่านยิ่งรู้สึกว่านางมาก่อกวน มากกว่าจะมาปลุกหลิวเจียอี้
หลิวว่านว่านหน้าเรื่อสีแดงก่ำ เหตุเพราะอับอายต่อคำพูดนั้น นางไม่เข้าใจว่าทำไมคำพูดคำจาหลิวเจียอี้ที่ยังอ่อนแอ ท่าทางข่มเหงรังแกได้ง่ายทำไมถึงได้คล้ายกำลังจิกกัดนางอยู่เช่นนี้
“นี่เ้าจะหาว่าข้าบุกรุกห้องเ้างั้นรึ!” ชี้นิ้วส่งเสียงดังกราว เหตุใดถึงได้น่าหงุดหงิดถึงเพียงนี้ ทั้งที่แต่ก่อนนางก็ใช้วาจาคล้ายกัน พอมาวันนี้ไยน่าชังนัก