ภายในสนามทดสอบ
ยูจินฮาตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เขาไม่สามารถที่จะทำตัวสบายๆต่อหน้าทุกคนได้ เพราะมันจะสร้างปัญหาให้กับเขาในภายหลัง ไม่มีใครชอบคนที่หยิ่งแต่ไม่มีพลังในการปกป้องตัวเอง
‘ได้โอกาสอีกครั้งก็ต้องขอใช้ชีวิตให้มันยาวๆ เรายังไม่ต้องรีบตายอีกรอบ มิติมืดไม่ใช่ที่ๆเราอยากจะกลับไปในชาตินี้ หรือชาติไหนๆ’
ยูจินฮาสาบานว่าเขาจะไม่กลับไปที่นั่นอีก เขาจะต้องหาวิธีที่จะรั้งิญญาของเขาไว้บนโลกนี้ เมื่อตายไปแล้วแม้ว่าเขาจะไม่สามารถไปยังแม่น้ำแห่งการถือกำเนิดใหม่ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเหงาอยู่ในมิติมืดคนเดียว
ยูจินฮายกดาบขึ้นมาในระดับสายตาของเขา ดาบไม้ที่เขาได้รับมาจากคนรับใช้ ไม่ซิเ้าหน้าที่เป็เพียงแค่ดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการฝึกฝนโดยเฉพาะ
เขาทำการตรวจสอบดาบไม้ด้วยปราณของเขา จากการตรวจสอบดาบไม้นี้สามารถที่จะทนต่อการบีบอัดของปราณได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น
ยูจินฮาหลังจากที่ตรวจดาบไม้เสร็จแล้วเขาก็มองไปที่ฮันมูนซอ เขานั้นจะให้เขาเข้าไปก่อน ทุกการกระทำของเขาในตอนนี้ถูกจับตาดู ชายชรานั้นมีอะไรบางอย่างสงสัยในตัวของเขา
‘หืม เอายังไงดีกับสถานการณ์แบบนี้ จากที่ดูแล้วชายชราผู้นี้น่าจะเป็คนที่สำคัญอยู่ไม่น้อยเลย’
ยูจินฮามองไปรอบๆ เขาเห็นฮันเตอร์หลายคนมาดูการทดสอบ พวกเขานั้นสนใจเขาเพียงแค่เล็กน้อยในขณะที่ความสนใจส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ชายชรา
ยูจินฮาทำการวิเคราะห์สถานการณ์ เขาผ่านสถานการณ์แบบนี้มาก่อน และต้องบอกก่อนว่ามันไม่ใช่สถานการณ์ที่เขาชอบเท่าไหร่นัก ตอนนั้นเขายังอ่อนแอ และไร้ทางสู้
ยิ่งไปกว่านั้นเขาไร้เดียวสาต่อโลกที่โหดร้าย
‘ในสถานการณ์แบบนี้เราควรที่จะแสดงสักยะภาพออกมา ทว่าอย่ามากจนเกินไป ไม่อย่างนั้นประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยได้’
ยูจินฮาตัดสินใจได้แล้ว เขานั้นเลือกที่จะแสดงให้คนอื่นเห็นว่าเขานั้นมีพร์ แต่ก็ไม่ถึงกับมากจนเกินไป เขาในระหว่างที่เดินดูภายในงาน สามารถบอกได้ต้องใช้ความสามารถแค่ไหนถึงจะเรียกว่ามีพร์
‘พรสรรค์แค่เหนือกว่าคนอื่นนิดหน่อยก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตของเราในยุคสมัยนี้’
ตัดสินใจได้ดังนั้น ยูจินฮาก็พุ่งเข้าใส่ฮันมูนซอในทันที ความเร็วของเขาจากที่เครื่องตรวจจับวัดได้อยู่ในระดับ E ด้วยความเร็วในระดับนี้นั้นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนตกตะลึง
การแสดงของยูจินฮาถือว่าไร้ที่ติ ทุกคนนั้นรู้สึกสนใจในตัวของเขา แต่ไม่มีใครแสดงสีหน้าที่อิจฉาออกมา
‘ดีละ’
ยูจินฮายิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ การแสดงของเขานั้นไม่มีใครสามารถมองออกได้ ทว่ายูจินฮาเหมือนจะลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง การทดสอบนั้นไม่ได้วัดแต่พลังของร่างกายแต่อย่างเดียว
มันวัดความสามารถในการต่อสู้ด้วย ยูจินฮามีอยู่สิ่งหนึ่งที่แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือเขาจะพยายามปกปิดมันมากเท่าไหร่ก็ตามแต่ เขาก็ไม่สามารถปิดบังมันได้ สิ่งนั้นก็คือ
ทักษะในการใช้กระบี่
ดาบอาจจะเป็อาวุธที่แตกต่างจากกระบี่ทว่ามันมีความคล้ายกัน
ฮันมูนซอที่ตอนแรกคิดว่าการโจมตีของยูจินฮานั้นเชื่องช้า เขานั้น้าจะปัดการโจมตีของยูจินฮาโดยที่สะบัดดาบของเขา แต่ทว่ามีบางสิ่งที่เหลือเชื่อเกิดขึ้น
ยูจินฮาปล่อยดาบทันทีหลังจากที่ดาบของฮันมูนซอกระทบกับดาบของเขาทำให้การปัดดาบของฮันมูนซอส่งให้ดาบหมุนเป็วงกลม ด้วยการผ่อนปรนของแรงทำให้การหมุนของดาบไม่แรงเกินไป
ยูจินฮาจากนั้นก็จับไปที่ดาบอีกครั้งก่อนที่จะแทงเล็งไปที่ดวงตาของฮันมูนซอ
สีหน้าของฮันมูนซอในตอนนี้เต็มไปด้วยความใ ยูจินฮาก็เช่นกัน
ทั้งสองใเหมือนกันราวกับนัดกันมา
ฮันมูนซอใเพราะว่าเขาไม่คิดว่ายูจินฮานั้นจะสามารถใช้ดาบได้ดีขนาดนี้ ในขณะที่ยูจินฮาไม่คิดว่าทักษะดาบของฮันมูนซอจะห่วย
จะเรียกว่าห่วยมันก็อาจจะเกินไป เพียงแค่ฮันมูนซอนั้นประมาทไปก็เท่านั้นเอง ด้วยอีกฝ่ายหนึ่งประมาท และอีกฝ่ายตีฝีมืออีกฝ่ายไว้สูงมาก
สถานการณ์ต่อมาจึงเกิดขึ้น ฮันมูนซอโต้กลับด้วยสัญชาตญาณ เขานั้นไม่ได้ใช้มานาแต่อย่างได ทว่าแค่ร่างกายของเขามันก็เกินพอแล้ว
ยูจินฮาด้วยร่างกายที่อ่อนแอถูกดาบฟาดเข้าที่ซี่โครงอย่างจังก่อนที่จะกระเด็นออกไปจากสนามและกระแทกเข้าไปยังอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ
ฮันมูนซอที่รู้ตัวว่าพรั้งมือลงไปนั้น เขารีบหันไปหาหลานสาวของเขาก่อนที่จะะโให้เธอรีบไปช่วยยูจินฮา หลานสาวของเขารู้สกิลรักษา ซึ่งหากไปช่วยในตอนนี้อาจจะทันก็เป็ได้