บทที่ 4
การวางแผน
“เดี๋ยวๆๆนี้ล้อกันเล่นรึไง ขนาดพวกคุณยังบ่นว่าสู้กับพวกมันไม่ไหวแล้วนี่จะให้ผมไปสู้เนี้ยนะ อ๋อ เข้าใจแล้ว นี่กะจะใช้ผมเป็เหยื่อล่อแล้วระหว่างที่พวกมันกำลังเคี้ยวกินผมอย่างเอร็ดอร่อยพวกคุณก็จะเข้าไปจัดการมันสิน่ะ”
“จะให้ใช้แผนนี้เหรอ?มันก็ไม่เลวน่ะ แต่ถึงพวกข้าจะไม่ใช่คนดีอะไรมากแต่ก็ไม่เลวขนาดจะใช้คนอื่นเป็เหยื่อล่อหรอกน่ะ”
วิละโโวยวายด้วยความใในคำพูดของกลาดิโอมันทำให้เขาคิดไปต่างๆนาๆ จนพูดออกมาไม่หยุด กลาดิโอเองเมื่อเห็นวิลโวยวายขนาดนั้นเขาก็รีบพูดตัดบทเพื่อให้วิลหยุดพูดซะก่อน
“ใจเย็นๆที่ข้าบอกว่าเหมือนจะให้เ้าจัดการกับเื่นี้มันไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดเลยสักนิด”
“ั้แ่ที่เ้าขอติดตามพวกข้ามาก็ดูเหมือนว่าเ้าจะฉลาดรอบคอบมากแล้วก่อนหน้านี่ยิ่งดูเหมือนว่าเ้าจะมีไหวพริบในการแก้ปัญหาในระหว่างการต่อสู้การตัดสินใจนั้นมันได้ช่วยชีวิตข้ากับคุสโตสไว้หากข้าจะให้เ้าคิดแผนจัดการกับพวกดาร์คออร์คข้าพอจะฝากความหวังไว้ที่เ้าได้หรือไม่?”
วิลอึ้งกับคำพูดของกลาดิโอสักพักแล้วเขาก็เอามือมาแตะที่คางตัวเองเหมือนกำลังใช้ความคิดสเตลล่า ซิลวา และคุสโตสต่างหันมองกลาดิโอกับวิลสลับกันไปแล้วหยุดมองมาที่วิลคนเดียวจนวิลเริ่มเปิดปากพูดขึ้นมา
“ขอถามก่อนนะถ้าจำไม่ผิดได้ยินว่าภารกิจคือ “กำจัดฝูงดาร์คออร์ค” ใช่มั้ย?ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นนะ?”
“ใช่แล้วเนื้อหาภารกิจมีแค่ “กำจัดฝูงดาร์คออร์ค” ไม่มีเนื้อหานอกจากนี้แล้ว”
“งั้นก็พอจะมีแผนที่น่าจะเป็ไปได้อยู่แต่มีปัญหาอยู่ข้อสองข้อ”
“ว่ามาสิ”
“ข้อแรกแผนนี้จำเป็ต้องให้ผมรวมมือด้วยโดยตรง แต่คงรู้อยู่ว่าผมนั้นมีพลังเวท’อยู่อย่างน้อยนิด ถึงผมจะใช้พลังขอแหวนลัคกี้สตาร์มาชดเชยผมก็คงสลบระหว่างการต่อสู้อยู่ดี แบบนั้นคงแย่ผมเลยคิดไม่ออกว่าจะแก้จุดบอดจุดนี้ยังไงดี”
“ถ้าเื่นั้นก็ยังพอมีทางอยู่สเตลล่า”
สเตลล่าพยักหน้าให้กับการเรียกของกลาดิโอแล้วเธอก็หยิบขวดแก้วขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากกระเป๋าของเธอในขวดแก้วมีน้ำสีฟ้าใสบรรจุอยู่ภายในเธอหยิบขวดแก้วออกมาสามขวดแล้วเอามายื่นใส่มือวิลทั้งหมดเลย
“ไอ้นี่คือ?”
“นั้คือน้ำยาเวทมนตร์ที่เรียกว่า“ยาฟื้นพลังเวทมนตร์” เรียกสั้นๆว่า “ยาฟื้นเวท” ยาพวกนี้ถึงราคาจะไม่แพงมากแต่มันสำคัญสำหรับผู้ใช้เวท’มากเลยเก็บไว้ใช้เฉพาะยามคับขันเท่านั้น และรสชาติมันแย่มาก”
วิลจ้องขวดน้ำยาฟื้นเวท’สีฟ้าใสที่อยู่ในมือเขา แต่เขาจิตนาการไม่ออกเลยว่าน้ำนี่จะรสชาติแย่ยังไงหากเทียบกับหน้าตาของมัน
“แล้วปัญหาอีกข้อคือ?”
“อีกข้อคือคนที่จะปิดฉากการต่อสู้นี้ นั้นก็คือ.......”
ฝูงดาร์คออร์คฝูงหนึ่งกำลังขย้ำกินเนื้อสัตว์ที่พวกมันล่ามาได้ทุกตัวล้วนมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน นั้นคือ หน้าตาที่เหมือนหมู ตัวที่อ้วนใหญ่ผิวสีดำที่มันเงาไปด้วยเหงื่อและไขมันพวกมันทุกตัวกินอย่างตะกละตะกลามสมกับความน่าเกลียดของมันมีเพียงตัวเดียวที่นั่งอยู่กลางวงล้อมของกลุ่มที่นั่งแยกกลุ่มล่ะสองสามตัวมันมีอาหารกองอยู่ตรงหน้ามากมายโดยที่ไม่ต้องกินอย่างรีบร้อนเหมือนตัวอื่นๆ มันเป็ดาร์คออร์คที่มีนัยตราสีแดงสดมีเขี้ยวล่างสองข้างยาวและใหญ่กว่าตัวอื่นถึงจะเห็นว่าตัวมันอ้วนใหญ่เหมือนตัวอื่น แต่กลับมีิัที่กระฉับกว่าตัวอื่นมากหากมองภายนอกจะรู้ได้ทันทีว่าดาร์คออร์คตัวนี้แข็งแรงกว่าตัวอื่นมาก ใช่แล้วมันคือ“แม่ทัพดาร์คออร์ค” นั้นเอง
“หอกวารี”
สเตลล่าะโเรียกใช้เวท’ประจำตัวออกมายิงใส่พวกดาร์คออร์คแต่ว่ามันไม่ได้พุ่งเข้าใส่พวกมันอย่างรวดเร็วเหมือนทุกครั้งมวลน้ำนั้นค่อยๆลอยไปยังกลุ่มของพวกดาร์คออร์คทันใดนั้นเองก็ได้มีลูกไฟลอยเข้าไปในมวลน้ำเวทมนตร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศลูกแล้วลูกเล่าจนน้ำเริ่มร้อนและเดือดมากขึ้นๆ
“บอลเพลิง! บอลเพลิง! ...โอ้ย ไม่ไหวแล้ว”
วิลยืนคู่กับสเตลล่าที่ต้องประคองเวท’น้ำที่เธอปล่อยออกไปใส่พวกดาร์คออร์คที่อยู่ห่างออกไปเกือบ20เมตรเพื่อไม่ให้มันพุ่งเข้าใส่พวกมันเร็วเกินไป วิลเร่งปล่อยเวท’ไฟใส่เวท’น้ำของเธออย่างต่อเนื่อง จนเข้าต้องรีบยกขวดยาฟื้นเวท’เพื่อไม่ให้เกิดอาการพลังเวทเหือดแห้งจนเวท’ไฟขาดตอน
“อืบ...รสชาติโคตรแย่เลยบะ...บอลเพลิง”
ั้แ่เห็นมวลน้ำลอยเข้ามาใกล้พวกดาร์คออร์คก็ไม่อยู่เฉย พวกมันต่างหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมา ทั้งกระบองไม้อันใหญ่กระดูกสัตว์ชิ้นโต หรือไม้ยาวที่ใช้แทนหอก เตรียมพร้อมเข้าต่อสู้ในทันทีแม่ทัพดาร์คออร์คะโก้องจนสุดเสียงพวกลูกน้องทั้งหมดต่างะโตอบรับกันอย่างฮึกเหิมดังก้องป่าแต่จังหวะนั้นแตกเมื่อมวลน้ำลอยมาถึงด้านหน้าของดาร์คออร์คที่ยืนอยู่หน้าสุดมวลน้ำเกิดเดือดขึ้นแล้วะเิกลายเป็ไอน้ำหนาโดยรอบพวกมันมวลไอน้ำบังตาพวกมันจนพวกมันเริ่มแตกตื่นใได้มีเสียงบางอย่างดังมาจากฝั่งทางด้านที่วิลยืนอยู่ มันคือเสียงที่คุสโตสใช้ดาบเคาะโล่ของตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจนั้นเองแล้วมันก็ได้ผลจริงๆ พวกดาร์คออร์คต่างพากันหันไปหาเสียงนั้นถึงแม้ว่พวกมันจะมองอะไรไม่เห็นสมกับที่เป็แม่ทัพดาร์คออร์คเพราะมีมันเพียงตัวเดียวที่ตั้งสติและไม่สบสนในการถูกโจมตีครั้งนี้มันเริ่มสูดอากาศเข้าปอดมากขึ้นๆจนน่าอกมันพ่องใหญ่อย่างเห็นได้ชัดแล้วมันก็ทำการปล่อยลมออกมากจากปากพร้อมกับหันหน้าส่ายไปมาเพื่อให้ลมจากปากของมันเป่าไอน้ำโดยรอบให้หายไป
ซิลวาที่หลบอยู่บนต้นไม้ไม่ไกลจากฝูงดาร์คออร์คมากนักกำลังง้างลูกธนูบนคันศรอย่างสุดกำลังและนึกถึงคำพูดของวิลที่เคยคุยกับเธอก่อนหน้าที่จะทำการบุกโจมตีพวกดาร์คออร์ค
“เวทมนตร์ของคุณมันทำงานยังไงเหรอ?”
“!?”
ซิลวาแปลกใจกับคำถามของวิล จึงหันหน้าไปหาสเตลล่าแล้วทำหน้างงๆสเตลล่าเองก็ทำไม้ทำมือจะสือว่าได้เล่าเื่ของเธอให้วิลฟังไปแล้วซิลวาทอนหายใจนิดหน่อยแล้วจึงเริ่มพูด
“เ้าน่าจะรู้แล้วว่าข้านั้นใช้เวทมนตร์ของภูติได้หากจะอธิบายเกี่ยวกับการใช้เวท’ภูติต้องบอกว่าภูตินั้นก็เหมือนพลังเวท’ที่มีอยู่รอบตัวเรา ข้านั้นถนัดภูติแห่งสายลมโดยใช้การพูดคุยกับภูติซึ่งเป็พื้นฐานในการใช้เวท’ภูติแต่ไม่ได้รุนแรงเท่ากับเอลฟ์เืแท้จึงทำได้เพียงแค่ให้ภูติััถึงศัตรูที่อยู่ไกลๆหรือใช้โจมตีโดยการให้สายลมหนุนลูกธนูให้เร็วขึ้นหากเป็เอลฟ์เืแท้สามารถให้ภูติสร้างพายุขนาดใหญ่ยังได้”
“อืมงั้นเหรอ ใช้เวท’เพิ่มความเร็วให้ลูกธนูแต่แค่นั้นคงยังไม่พอ.....ถ้าทำให้เร็วและแรงเหมือน “ปืน” ก้ต้อง...เออคุณซิลวารู้จักปืนรึเปล่า?”
“ปืนงั้นเหรอ! ก็พอจะรู้จักอยู่นะได้ยินว่าเป็อาวุธที่มีพลังทำลายมากกว่าธนู หรืออาจรุนแรงเท่าเวทมนตร์ด้วยซ้ำ โดยไม่จำเป็มีพลังเวท’ เพียงแต่ว่าการในใช้งานนั้นไม่สามารถนำมาใช้ดินแดนแห่งเวทมนตร์นี้ได้”
“ใช่แล้วถ้าหากคิดง่ายๆแล้ว หลักการทำงานมันก็เหมือนธนูนั้นล่ะ เพียงแค่ว่าธนูต้องใช้แรงในการง้างคันธนูเพื่อยิงลูกธนูออกไปแต่ปืนนั้นใช้หลักการะเิเพื่อขับดันลูกะุให้ยิงออกไปแล้วสิ่งที่เหมือนกันที่สุดคือ การพุ่งตรงไปของลูกธนูและะุปืน”
“นั้นก็อาจจะใช่อย่างที่เ้าพูดมาถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด การที่เ้ายกตัวอย่างอาวุธอย่างปืนมาคุยกับข้าก็แปลว่าจะให้ข้ายิงธนูให้รุนแรงได้อย่างปืน ใช่หรือไม่ แต่แบบนั้นคงเป็ไปไม่ได้”
“มันก็ไม่แน่น่ะใช่อยู่ที่ลูกะุปืนที่เร็วและแรงเกิดจากการะเิของดินปืนแต่มันยังมีอีกอย่างที่มันช่วยให้ะุปืนเกิดความรุนแรงขึ้น พอดีว่าผมมีคนรู้จักที่บ้านเป็โรงงานผลิตปืนเลยทำให้ได้เห็นปืนของแท้และหลักการทำงานของปืนเป็อย่างดีเพราะงั้นด้วยหลักการใช้เวทมนตร์ของคุณซิลวาแล้วน่าจะสามารถเลียนแบบการทำงานบางอย่างของปืนได้ นั้นก็คือ......”
ซิลวาเริ่มพูดบางอย่างขึ้นมาเบาๆคือการพูดคุยกับเหล่าภูตแห่งสายลมกับลูกธนูที่ง้างไว้จนพร้อมยิงได้ทุกเมื่อเธอจ้องมองไปที่เป้าหมายอย่างไม่ละสายตา เป้าหมายของเธอคือแม่ทัพดาร์คออร์คนั้นเองในขณะที่มันกำลังกำจัดไอน้ำให้พวกลูกน้องอยู่นั้นลูกธนูก็ได้ถูกปล่อยออกจากมือของซิลวา ลูกธนูดอกนั้นได้พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรุนแรงและรวดเร็วอย่างที่มันไม่เคยถูกยิงจากการยิงของเธอมาก่อน นั้นเพราะลูกธนูได้หมุนตามเข็มนาฬิกาอย่างรวดเร็วคงเพราะเป้าหมายเป็ถึงระดับแม่ทัพดาร์คออร์คจึงทำให้มันรู้สึกถึงลูกธนูที่กำลังพุ่งตรงเข้าหามัน แต่มันก็สายเกินไปซะแล้วลูกธนูได้ปลักเข้าขมับมันขณะที่มันกำลังจะหันหน้ามามองหาลูกธนูที่มันรู้สึกได้ไม่เพียงแค่นั้นลูกธนูที่หมุนอย่างรวดเร็วได้ทะลวงเจาะผ่านกะโหลกจนทะลุหัวมันไปอย่างง่ายดายแม่ทัพดาร์คออร์คตายคาที่ทันทีจนตัวมันล้มทั้งยืนเหมือนหุ่นเชิดที่โดนตัดสายเชิดก็ไม่ปานเกิดเสียงดังสะนั่นจนพวกลูกน้องดาร์คออร์คต่างหันมามองพวกมันเห็นเพียงศพของแม่ทัพดาร์คออร์คนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นนั้นทำให้พวกมันรู้ในทันทีว่าแม่ทัพดาร์คออร์คได้ตายแล้วเกิดความใสับสนจนพวกมันทำอะไรไม่ถูก ไม่เพียงแค่นั้นดาร์คออร์คที่ยืนอยู่แนวหน้าสุดยังโดนบางอย่างกระแทกจนล้มคว่ำไม่เป็ท่าคนที่ทำให้ดาร์คออร์คล้มได้ก็คือคุสโตสผู้ใช้โล่นั้นเอง กลาดิโอที่ไม่รอช้ารีบะโขึ้นไปบนตัวดาร์คออร์คที่ล้มคว่ำอยู่แล้วใช้ดาบแทงไปที่หัวมันทันทีจนมันตายคาที่ทั้งสองไม่หยุดเพียงแค่นั้นพวกเขารีบพุ่งเข้าจัดการดาร์คออร์คตัวต่อไปที่อยู่ใกล้ๆ แม้พวกมันจะพากันรู้ตัวว่ามีคนเข้าโจมตีพวกมันแต่ก็สายไปซะแล้ว ดาร์คออร์คอีกตัวได้ตายลงนั้นยิ่งทำให้ตัวที่เหลือเกิดอาการหวาดกลัวเพิ่มเข้าไปในความสับสน เลยทำให้พวกมันแตกตื่นจนทำการวิ่งหนีไปคนละทิศละทางโดยไม่สนใจว่ามีเพียงมนุษย์แค่สองคนที่เข้าโจมตีพวกมันแม้แต่น้อย เพราะหากวัดกันตามจำนวนแล้วฝ่ายที่เสียเปรียบก็คือพวกกลาดิโอแน่ๆ
จากฝูงดาร์คออร์คทั้งหมด13ตัวเหลือเพียงพวกมันแค่สามตัวที่นอนเป็ศพอยู่ซิลวาะโออกมาจากที่ซ่อนวิ่งเข้าไปดูศพของแม่ทัพดาร์คออร์คที่ตนเองพึ่งฆ่าไปกลาดิโอกับคุสโตสยืนถือดาบตั้งท่าต่อสู้พร้อมมองไปรอบๆระวังหลังให้กันและกันสเตลล่าค่อยๆเดินเข้าไปหากลาดิโออย่างระมัดระวังวิลเดินเข้าไปสมทบแบบไม่สนใจรอบข้างด้วยซ้ำ จนสเตลล่ารีบเตือนเขาให้ระวัง
“จบแล้วงั้นเหรอ?”
กลาดิโอพูดออกมาเพียงคนเดียวแต่คนอื่นก็ต่างอยากพูดคำนี้เหมือนกันยกเว้นวิล
“เหนือความคาดหมายจริงๆไม่คิดเลยว่าการที่ยอมให้เ้าวางแผนการต่อสู้ครั้งนี้จะช่วยให้งานมันง่ายขึ้นกว่าที่ข้าคิดไว้มากเลยซิลวาเองก็เหมือนกัน ข้าไม่นึกมาก่อนเลยว่าลูกธนูของเ้าจะรุนแรงถึงขนาดจัดการกับแม่ทัพดาร์คออร์คได้ในดอกเดียว”
“ตัวข้าเองก็แปลกใจไม่ต่างจากเ้าหรอกข้าเพียงแค่ปรับการใช้เวท’ตามคำแนะนำของเ้าหนุ่มวิลแค่เล็กน้อยเท่านั้นเองโดยบอกให้เพิ่มการหมุนกับลูกธนูเหมือนอย่างลำกล้องปืนที่มีเกรียวหมุนอยู่ภายลำกล้องมันเลยทำให้ลูกธนูเร็วและแรงขึ้นมากๆ มันจะโดนยิงเจาะหัวทะลุก็คงไม่แปลก ดูสิ”
ซิลวาอธิบายในการจัดการแม่ทัพดาร์คออร์คแล้วชี้ไปที่ศพมันที่สภาพหัวเป็รูโหว่
“แต่เหมือนมันจะง่ายเกินไปจนน่ากลัวนะแค่จัดการกับแม่ทัพดาร์คออร์คและลูกน้องมันแค่สามตัว แต่ที่เหลือกลับหนีโดยไม่สนใจอะไรเลย?แบบนี้ก็อยู่ในแผนเหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะถ้าคำนวณไม่ผิดผลมันก็จะเป็แบบนี้ล่ะ ซึ่งก็ไม่ผิด”
“เ้าจะบอกว่าเ้ารู้ว่ามันจะจบแบบนี้เหรอ?”
“พอดีผมสังเกตได้ั้แ่ตอนที่ต่อสู้กับกลุ่มหมาป่าดาร์ควูลฟ์แล้วคือหากพวกสัตว์เวท’ที่อยู่เป็กลุ่มแล้วหัวหน้ามันเกิดตายลูกน้องที่เหลือก็หาทางหนีทันที เลยคิดว่าพวกดาร์คออร์คก็คงไม่ต่างกัน”
“ก็จริงนะอาจเพราะระหว่างที่ต่อสู้ทุกครั้งคงมัวแต่สนใจในการจัดการศัตรูจนไม่ทันสังเกต ดูเหมือนว่าเ้าจะวางแผนโดยมองภาพรวมเก่งน่ะแต่ยังไงเ้าก็ต้องช่วยชำแหละแล้วเก็บแกนเวท’อยู่ดีรีบไปทำซะ”
วิลที่ต้องชำแหละศพอย่างพะอืดพะอมเขารู้สึกเลยว่าเื่แบบนี้คงไม่ชินง่ายๆได้แต่มองสเตลล่าสาวสวยผู้ละเลงเืศพอย่างไม่ยี่หระมันเป็ภาพหาดูไม่ได้ง่ายๆแน่ๆ เขาคิดอย่างนั้น พอจัดการชำแหละเอาแกนเวท’จากศพแม่ทัพดาร์คออร์คและลูกน้องอีกสองตัวเสร็จแล้วพวกเขาก็รีบออกเดินทางต่อทันที วิลรีบวิ่งตามสเตลล่า
“จะทิ้งศพพวกดาร์คออร์คไว้อย่างนั้นเหรอ?”
“อืมถึงเราจะกินมันได้เทือบทุกตัวก็เถอะ แต่สำหรับพวกสัตว์เวท’รูปร่างมนุษย์แล้วมันไม่น่ากินเท่าไรนะส่วนมากพวกนี้มันจะกินแม้กระทั้งเนืุ้์ เพราะงั้นมันรู้สึกไม่ดีใช่มั้ยละถ้าเราจะกินตัวที่กินคนมากก่อน เลยต้องปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นเดี๋ยวสัตว์ตัวอื่นก็มากินเองนั้นละ”
“มันก็จริงนะถึงมันจะเป็หมูเดินสองขาตัวใหญ่แต่พอรู้เื่อาหารการกินของมันแล้วก็รู้สึกไม่ควรกินเลย....”
“เออ...ยาฟื้นเวท’ที่ให้มาสามขวดนะ ขอโทษทีน่ะ ใช้ไปจนหมดแล้ว”
วิลหยิบขวดเปล่าขนาดเท่าฝ่ามือออกมาให้สเตลล่าดูเธอมองดูขวดนั้นแล้วนิ่งไปสักพักจนทำให้วิลที่จ้องมองสีหน้าของสเตลล่าขณะพูดไปด้วยรู้สึกกังวล
“ที่เคยบอกว่าเก็บไว้ใช้ยามคับขันแต่หมดแล้วแบบนี้คงจะลำบากแย่เลย”
“ช่างมันเถอะข้าแปลกใจมากกว่า ที่ยารสชาติแย่ๆขนาดนั้นเ้ายังกินมันจนหมดได้”
“ไม่ใช่แค่แย่นะมันแย่มากๆเลยละ แต่ก็ทำไงได้หากไม่ยอมกิน งานนี้คงจบไม่สวยแน่ๆเลย”
“ข้าก็ลืมไปว่าพลังเวท’ของเ้ามันน้อยขนาดไหน และไม่นึกว่าเ้าจะใช้เวท’เยอะขนาดนั้น แต่ไม่ต้องห่วงนะ ของแบบนี้ไว้ทำขึ้นมาใหม่ก็ได้”
“ของแบบนี้ทำเองได้ด้วยเหรอนึกว่าจะต้องหาซื้อเอาเหมือนซื้อยาทั่วๆไปซะอีก”
“ปกติก็ทำแบบนั้นละเพื่อไม่ให้เกิดปัญหายาหมดระหว่างทางแบบนี้ ผู้ใช้เวท’ทุกคนจึงต้องหัดปรุงยาที่จำเป็ไว้ใช้เองบ้างพูดขึ้นมาแล้วเ้าก็ช่วยข้าทำด้วยล่ะกัน”
“ได้เลย”
“บอล....”
“เดี๋ยวๆนี้เ้ากำลังจะทำอะไรเนี้ย?”
วิลที่กำลังชี้ไม้คทาเวท’ไปยังกองเศษไม้พร้อมกับร่ายคาถาไฟใส่แต่กลับโดนสเตลล่าสั่งหยุด เลยทำให้วิลหันมามองหน้าและพูดขึ้นมาทันที
“ก็การพักแรมคืนนี้ผมได้หน้าที่ก่อกองไฟไม่ใช่เหรอ? แล้วผมก็ไม่มีไม้ขีดด้วย เลยจะใช้เวท’จุดไฟเนี้ย”
“เข้าใจแล้วแต่ที่นี่เขาไม่ใช้เวทมนตร์ให้สิ้นเปลืองหรอก เขาใช้สิ่งนี้จุดไฟต่างหาก”
สเตลล่าพูดเสร็จก็บางอย่างออกมาจากกระเป๋ามันคือหินขนาดเท่าฝ่ามือ แต่เป็หินผนึกแก้วสีแดงโปร่งใส แล้วเธอก็ใช้มืออีกข้างหยิบมีดสั้นออกมาจากกนั้นก็ใช้สันมีดกะเทาะไปหินสีแดงเบาๆ มีเศษหินหลุดออกมาขนาดเท่านิ้วมือสเตลล่าหยิบเศษหินขึ้นมาแล้วเอาไปใส่ไว้ในกองเศษไม้ที่วิลจะทำการจุดไฟเธอยื่นมือไปใกล้กองเศษไม้นั้นสักครู่ เกิดประกายไฟภายในเศษไม้จนเกิดเป็เปลวไฟติดไม้ขึ้นมา
“เมื่อกี้ทำอะไร?ทำไมเหมือนใช้ไม้ขีดจุดไฟ แต่กลับใช้แค่เศษหินสีแดงนั้นจุดไฟขึ้นมาได้ยังไง?”
“หึหึหึว่าแล้วว่าเ้าต้องไม่รู้จักการใช้ “แกนเวท’ไฟ”ในการจุดไฟ”
“แกนเวท’ไฟ?”
“ใช่แล้วนี่เป็แกนเวท’ของพวกสัตว์เวท’ชั้นต่ำประเภทไฟ ที่ยังไม่ได้นำไปแปรรูปเป็คริสตัลเวท’ แต่ถึงจะเอาไปทำมันมันก็ไม่คุ้ม เพราะเป็แกนเวท’ชั้นต่ำเลยต้องเอามาใช้งานหยาบๆอย่างการจุดไฟนี่ไง”
“แล้วมันใช้งานยังไงละขอผมลองบ้างสิ”
วิลรีบหยิบมีดสั้นและแกนเวท’ไฟขึ้นมา แล้วเริ่มทำเหมือนกับที่สเตลล่าทำการจุดไฟก่อนหน้านี้แต่พอถึงตอนที่ยื่นมือไปใกล้กองเศษไม้ที่เขาทำขึ้นมาใหม่ โดยมีเศษแกนเวท’ไฟอยู่ภายในกองเศษไม้นั้น มันกลับไม่เกิดประกายไฟหรือเปลวไฟเลยสักนิดเขาเอามือขัยบไปมาทั้งซ้ายขวาบนล่างก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น เขาหันหน้าไปมองตาสเตลล่าสีหน้าของเขาบอกออกมาชัดเจนว่า “มันต้องทำยังไงถึงจะเกิดไฟ?”สเตลล่าที่ค่อยมองการกระทำของวิลั้แ่แรกเริ่ม ก็อดขำออกมาไม่ได้
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ไม่สมกับที่เ้าเคยสังเกตุพวกสัตว์เวท’จนหาวิธีจัดการมันได้ง่ายๆเลยนะถึงข้าจะบอกว่าไม่จำเป็ต้องใช้เวทมนตร์ให้สิ้นเปลือง แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ต้องใช้เวทมนตร์เลยสักหน่อย”
สเตลล่าพูดจบเธอก็เดินเข้ามาด้านข้างวิลแล้วใช้มือทั้งสองข้างพยุงจับมือเขาขึ้นมา
“เ้าต้องจับััพลังเวท’ในตัวเองให้ได้ก่อน แล้วส่งพลังเวท’ไปที่ปลายนิ้ว ข้าจะช่วยส่งพลังเข้าไปและนำทางให้ก่อนน่ะ”
“อืมรู้สึกแล้ว นี่สินะพลังเวท’ แล้วก็ส่งพลังออกไปฮึบ”
“นั้นล่ะไฟติดแล้ว”
“ขอบคุณมากเลยที่สอนแต่ช่วยปล่อยมือผมก่อนได้มั้ย”
สเตลล่ารีบดึงมือทั้งสองข้างกลับมาไว้ข้างหลังตัวเองเธอพึ่งรู้สึกตัวว่าทำตัวใกล้ชิดกับวิลมากเกินไปจนเธอรู้สึกอาย นั้นทำให้วิลที่มองปฏิกิริยาของสเตลล่าอยู่รู้สึกเขอะเขินตามไปด้วย
“เออเรารีบทำอาหารให้เสร็จก่อนที่พวกท่านพี่จะกลับมาจากการลาดตระเวนกันเถอะ”
“อะ...อืม”
สเตลล่ารีบเปลี่ยนเื่เป็การชวนวิลทำอาหารรอพวกกลาดิโอ ซิลวา และคุสโคส ที่เหมือนจะพากันออกไปลาดตระเวนในป่าบริเวรรอบๆจุดพักแรมของพวกเขาเพื่อความปลอดภัย อาหารคืนนี้จะเป็ฝีมือวิลซะเป็ส่วนใหญ่เพราะเขาขอแสดงฝีมือการทำอาหาร ให้สมกับหน้าที่เบ๊จิปาถะที่เขารับทำเพื่อขอเดินทางร่วมไปกับกลุ่มนักผจญภัยของกลาดิโอ
“อร่อย! สตรูเนื้อหมาป่าดาร์ควูลฟ์นี่อร่อยดีนี่”
“ใช่ๆอร่อยดีถึงข้าจะช่วยทำบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้เลยน่ะ”
“อืมใช้ได้น่ะ”
“มะ...มันก็สมควรอร่อยอยู่แล้วล่ะพวกข้าไปลาดตะเวนเพื่อให้เ้าได้มีเวลาทำอาหาร ขื่นไม่อร่อยก็เสียแรงพวกข้าแย่”
“ขอบคุณที่ชมครับพอดีผมเคยทำอาหารบ้างบางครั้งนะครับ”
พอทุกคนกลับมากันครบก็เริ่มกินอาหารทันที และต่างชมอาหารที่วิลทำให้กินไม่หยุดปาก จนทุกคนอิ่มก็เป็หน้าที่ของวิลอีกที่ต้องจัดการเก็บของกินของใช้ต่างๆเขานั้นรู้ดีว่าควรทำตัวยังไง เพระเขารู้ดีว่าทุกคนนั้นมีหน้าที่ของตัวเองในการเดินทางครั้งนี้โดยงานจิปาถะที่เขาทำอยู่นี่ก็เป็สิ่งที่เขายอมทำเองเพื่อแลกกับความอยู่รอดของเขา
“เก็บทุกอย่างเสร็จแล้วใช่มั้ย?”
สเตลล่าเอ่ยถามวิลขณะที่เขาเก็บของต่างๆเสร็จแล้ววิลจึงหันมามองสเตลล่าด้วยสีหน้าแปลกใจ เขาคิดว่าอาจจะยังมีอะไรที่เขาทำไม่เรียบร้อยหรือเปล่า
“ไม่ต้องทำหน้างงขนาดนั้นหรอกน่าข้าเคยบอกเ้าแล้วไง ว่าจะให้เ้าช่วยข้าทำยาฟื้นเวท’ เราจะออกไปหาวัตถุดิบกัน”
“เออออกไปกันมืดๆแบบนี้แล้วจะไม่เป็ไรเหรอ?”
“เอานี่ไป คริสตัลขับไล่สัตว์เวท’ ถือดีๆแล้วตามข้ามา ไม่ได้ออกไปไกลนักหรอก”
“อะ...อืม”
“ท่านพี่ข้าขอออกไปเก็บ “หญ้าลูเซต” กับวิลนะเมื่อตอนกลางวันข้าเห็นมันขึ้นอยู่ด้านนู้นเยอะเลย”
“เอาสิระวังตัวด้วยละ”
“เ้าจะไปกับเ้าหนุ่มนี่แค่สองคนเหรอมันอันตรายนะ ให้ข้าไปกับเ้ายังดีซะกว่าไปกับคนอ่อนแอแบบมัน”
“เ้าไม่ต้องมายุ่งเลยคุสโตส ชุดเกราะใหญ่ๆของเ้ามีแต่จะแกะกะเปล่าๆ ข้าเอาคริสตัลขับไล่สัตว์เวท’ติดตัวไปด้วยแล้ว ต่อให้มีตัวอะไรใหญ่ๆมาใกล้มันก็พอถ่วงเวลาให้ข้าวิ่งหนีทันอยู่แล้วละ”
สเตลล่าพูดจบก็เดินนำหน้าวิลออกมาจากที่พักแรมทันทีวิลที่รีบเดินตามไปติดๆก็ทันได้หันมามองเห็นสีหน้าผิดหวังของคุสโตสขณะที่กลาดิโอเดินมาตบไหล่ปลอบใจเขา สเตลล่าใช้ไม้เท้าประจำตัวปล่อยเวท’แสงออกมาเกิดเป็ดวงไฟกลมขนาดเท่ากำปั้นให้ลอยอยู่เหนือศรีษะคอยส่องแสงให้เห็นทางเดิน
“เออพูดแบบนั้นใส่คุณคุสโตส จะไม่เป็อะไรเหรอ?”
“ช่างเถอะเ้านั้นชอบทำเหมือนข้าเป็เด็กอยู่เรื่อยเลย”
“ผมว่ามันไม่ใช่แบบนั้นน่ะ”
“เ้ายังไงน่ะ?”
“เปล่าๆ! ไม่มีอะไรครับ”
วิลสังเกตได้ถึงความเป็ห่วงของคุสโตสที่น่าจะห่วงคนละแบบกับที่สเตลล่าเข้าใจ แต่เพราะเหมือนว่านั้นทำให้เธอหงุดหงิดเขาจึงไม่อยากพูดอะไรมาก เลยทำการเดินตามเธอไปอย่างเงียบๆจนมาถึงเนินหญ้ากว้างๆที่ล้อมไปด้วยต้นไม้เหมือนว่าต้นไม้โดยรอบยอมให้แต่หญ้าโตขึ้นเท่านั้น
“ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาเร็วเกินไปนะ”
“ทำไมเหรอ?”
“สำหรับหญ้าลูเซตที่เป็วัตถุดิบหลักในการปรุงทำยาฟื้นเวท’แล้วจำเป็ต้องเก็บตอนที่ดอกหญ้ามันบานเท่านั้นถึงจะนำมาใช้ได้แล้วการที่ดอกมันจะบานได้ มันต้องดูดซับแสงจันทร์เท่านั้นด้วยตอนนี้ดีหน่อยที่ยังเป็่พระจันทร์ข้างขึ้นอยู่ ถึงพอมีแสงจันทร์ให้พวกมันดูดซับคงเพราะไม่ใช่่พระจันเต็มดวงที่มีแสงจันทร์ส่องเต็มที่ เลยทำให้มันบานช้างั้นก็หาที่นั่งรอกันก่อนล่ะกัน”