คุณหลวงธรรมธรอาสาช่วยเกตุแก้วเก็บดอกบัวโดยให้เกตุแก้วคอยรับสายบัวตรงท่าน้ำส่วนเขาก็เก็บดอกบัวทยอยมาส่งให้กับหล่อนทั้งสองเก็บดอกบัวกันไปก็พูดคุยกันไป ซักถามความกันในเื่ราวต่างๆเป็ที่สนุกสนาน โดยหารู้ไม่ว่าคุณหลวงภัสดายืนมองภาพนั้นนานเพียงใด!
ในยามนี้อารมณ์ของคุณหลวงภัสดาขุ่นขึ้นไปตามรอยยิ้มของเกตุแก้วเขาไม่ชอบใจยิ่งนัก แม่ตัวดียามที่อยู่กับหลวงธรรมธรดูร่าเริง ยิ้มง่ายทั้งยังหัวเราะอย่างกับเด็กๆ เสียด้วย ที่จริงหล่อนดูสดใส และน่ารักเสียจริงในยามที่หล่อนอารมณ์ดีแต่หล่อนแสดงกริยาแบบนี้กับคนอื่น หากแต่กับเขาแล้วเกตุแก้วไม่มีอาการสดใสฉายแววความสบายใจแบบนี้ให้เห็นเลยั้แ่แรกพบกัน
บ่ายแก่ๆเมื่อเกตุแก้วได้สายบัวมากพอแล้วหญิงสาวก็หอบสายบัวหอบใหญ่จนตัวเอียงเดินมุ่งหน้าไปที่เรือนครัวเพื่อจะลงมือทำกับข้าวใจของเกตุแก้วนึกไปถึงเมื่อ่เที่ยงที่คุณหลวงภัสดากับคุณลำเภากินแกงสายบัวที่เกตุแก้วลงมือแกงเองจนหมดเกลี้ยงทั้งคู่ทำให้เกตุแก้วอดดีใจไม่ได้ เธอจึงคิดจะทำแกงสายบัวแต่รอบนี้จะใส่ปลาช่อนย่างหอมๆเพิ่มลงไปในแกงอีกด้วย
เกตุแก้วเดินไปก็คิดรายการกับข้าวของเธอในเย็นวันนี้ไปด้วยอย่างเพลิดเพลินแต่แล้วฉับพลันเธอก็ต้องใวูบทันทีเมื่อสายบัวหอบใหญ่ถูกมือหนาของใครคนหนึ่งมาแย่งไปหญิงสาวหันไปมองชัดๆ ก็เห็นว่าเป็คุณหลวงภัสดาที่มาแย่งสายบัวไปจากเธอ เขาแย่งสายบัวทั้งหมดในอ้อมแขนของเกตุแก้วไปโยนทิ้งลงน้ำทั้งที่เธอเพิ่งเก็บมาแท้ๆด้วยความเสียดายและเบื่อกับการต่อกรกับคุณหลวงจอมเกเร หญิงสาวจึงไม่พูดอะไรต่อ ตั้งท่าจะเดินไปเก็บสายบัวขึ้นมาจากน้ำแต่ก็ถูกคุณหลวงภัสดารั้งต้นแขนหล่อนไว้
“ไม่ต้อง!” ชายหนุ่มสั่งห้วนๆ บ่งบอกว่าไม่พอใจ
“มีความสุขมากนักรึที่ไปหัวร่อต่อกระซิกกับชายแปลกหน้า”คุณหลวงภัสดาพูดด้วยเสียงเกรี้ยวกราดเกตุแก้วรู้สึกว่าคุณหลวงอารมณ์ไม่ดีและกำลังหาเื่เธอจึงพยายามเดินหนีเพื่อเลี่ยงการปะทะอารมณ์แต่คุณหลวงกลับคิดเอาเองว่าหล่อนเกลียดเขาจนแทบจะไม่อยากคุยด้วยและคงพึงใจที่จะคุยกับหลวงธรรมธรมากกว่าด้วยความคิดไปเองเช่นนี้จึงทำให้อารมณ์ที่ร้อนอยู่แล้วยิ่งร้อนหนักขึ้นไปอีกหากคุณหลวงภัสดากลับมิได้รู้ตัวเลยว่าเขากำลังหึงเกตุแก้วจนหน้ามืดคุณหลวงมิรู้ตัวเองเลยว่าเขาหลงรักหญิงสาวคนนี้จนหมดใจไปเสียแล้ว
“จะไม่พูดกับฉันจริงๆใช่ไหม?” คำถามไวเท่าการกระทำ เขากระชากร่างเกตุแก้วเข้ามาในอ้อมกอดเกตุแก้วใ
“อิฉันไม่อยากจะคุยกับคนไม่มีเหตุผลเ้าค่ะ”เธอพูดพลางดันตัวเองออกจากการถูกกอดรัดแต่คุณหลวงกลับยิ่งกระชับร่างหญิงสาวแน่นขึ้นกว่าเดิม
“แล้วหล่อนอยากคุยกับใครหลวงธรรมธรอย่างนั้นรึ” เสียงถามยังคงเดือดดาลส่วนเกตุแก้วให้นึกขุ่นใจที่คุณหลวงไปโมโหกับอะไรมาไม่รู้แล้วมาลงที่เธอเกตุแก้วจึงประชดด้วยคำตอบสั้นๆ
“เ้าค่ะ!” คุณหลวงภัสดารู้สึกจุกจนพูดไม่ออกที่ได้รับคำตอบแบบนี้ ชายหนุ่ม้าเอาชนะหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดและอยากสยบความดื้อรั้นยโสโอหังของหล่อนบ้างคุณหลวงภัสดาจึงกระชับร่างหล่อนเข้าหาตัว แล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากชมพูระเรื่อที่หล่อนใช้หัวร่อต่อกระซิกกับชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
คุณหลวงหนุ่มจุมพิตด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย เกตุแก้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อโดนจูบเป็ครั้งแรกในชีวิตเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวมือไม้อ่อนแรงยืนแทบไม่อยู่ เมื่อรู้สึกตัวหญิงสาวพยายามผลักคุณหลวงออกแต่ว่าไม่เป็ผลทางด้านคุณหลวงก็เผลอจูบเธออย่างดูดดื่มจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างเขาอยากหยุดเวลานี้ไว้ชั่วชีวิต แต่ทว่าเขาก็ต้องชะงักเมื่อน้ำตาอุ่นๆ ของเกตุแก้วไหลลงมาััริมฝีปากคุณหลวงผละออกจากหญิงสาวทันทีด้วยอารมณ์ที่เสียดายระคนด้วยความรู้สึกผิด
“เหยียดหยามกันพอรึยังเ้าคะ?”เกตุแก้วถามเสียงเครือทั้งน้ำตาที่หยดแหมะๆ ทั้งอาย ทั้งโกรธ
“คุณหลวงได้ในสิ่งที่้าเสมอ! บ่าวอย่างอิฉันคงไม่มีสิทธิ์พูดอะไรมากกว่ารองรับการกระทำอันไร้เหตุผลของเ้าของบ้านอย่างคุณหลวง”เกตุแก้วพูดไปสะอื้นไป พร้อมยกมือเช็ดน้ำตาป้อยๆ ทั้งน้อยใจอีกด้วยที่คุณหลวงภัสดาเห็นเธอเหมือนไม่มีชีวิตจิตใจอยากทำอะไรกับเธอก็ทำได้ทางด้านชายหนุ่มที่กำลังโมโหอยู่ ก็เปลี่ยนเป็รู้สึกผิดในทันที
“ฉัน....” คุณหลวงภัสดาพูดอะไรไม่ออก เขาอยากจะอธิบายด้วยคำพูด แต่ก็ได้แต่อึกอักๆเกตุแก้วหันหลังขวับแล้วเดินหนีไปอย่างรวดเร็วและไม่หันกลับมามองอีกเลยชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเกตุแก้วอายเขาเพียงใด แต่ก็ทันเห็นว่าหล่อนหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุกเขานึกโกรธตัวเองที่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์
เมื่อเกตุแก้วเดินไปไกลแล้วคุณหลวงภัสดายกมือขึ้นจับริมฝีปาก นึกอยู่คนเดียวด้วยใจหวิวๆ หล่อน.. หวานจัง... ถ้าได้ส่องกระจกในตอนนี้คุณหลวงจอมเกเรเองก็คงจะได้เห็นว่าหน้าตัวเองแดงไปจนถึงไหนๆ ชายหนุ่มหันมองตามหญิงสาวแต่ไม่กล้าตามไปเขายืนหันซ้ายหันขวาสักพัก ก่อนจะมองดอกบัวที่เกตุแก้วถือมาซึ่งตอนนี้ถูกเขาโยนทิ้งน้ำกระจัดกระจาย คุณหลวงตัดสินใจเดินลงไปเก็บสายบัวทั้งหมดแล้วเดินตามหญิงสาวไปที่โรงครัว...
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในบริเวณห้องนอนของเมขลาหญิงสาวหรี่ตาเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความสว่าง หูเธอแว่วเสียงเก้าอี้โยกกำลังโยกไปมาเบาๆ เมื่อเมขลาจูนความคิดได้แล้วเธอลืมตาขึ้นทันทีรีบหันไปมองทางต้นเสียงและก็ได้เห็นิญญาของคุณหลวงภัสดานั่งจ้องมาที่เธอไม่วางตา
“หล่อนตื่นสาย”เขาพูดหน้านิ่ง เมขลาไม่สนใจเธอกลับถามไปอีกเื่
“เช้าแล้วยังไม่ไปไหนหรือคะ?” สิ้นคำถาม เสียงิญญาคุณหลวงก็หัวเราะขบขันขึ้นเบาๆ
“หล่อนจะให้ฉันไปไหนล่ะ? ฉันมีการงานต้องทำด้วยรึ?” เมขลายิ้มแหยๆ ก็จริง..เธอลืมสนิทเลยว่าเขาตายไปนานแล้ว แต่แล้วก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เมขลารีบยันตัวเองลุกขึ้นนั่งถามอีกฝ่ายเสียงจริงจัง
“ในฝันเมื่อสักครู่นี้คุณหลวงหอบสายบัวไปไหนคะ?” เมขลายังไม่หายสงสัยคุณหลวงภัสดาลุกจากเก้าอี้โยกเดินไปทางหน้าต่าง สายตาทอดมองไปข้างนอกดุจรำลึกถึงความหลัง
“เอาไปให้หล่อนแกงสายบัว” ิญญาคุณหลวงเงียบไปนิดหนึ่ง
“ที่จริงฉันไม่ชอบกินนักหรอกแกงสายบัวแต่ถ้าหล่อนเป็คนแกง ชอบไม่ชอบฉันก็กิน” เขาพูดเสียงหนักแน่นคนฟังใจเต้นแรง หน้าแดงขึ้นกะทันหัน เมขลายกมือจับที่ปากตัวเองเบาๆแววตาเหมือนจำได้รางๆ กับเื่ราวในอดีต คุณหลวงคงจะผิดสังเกตที่เห็นเมขลาเงียบไปจึงหันมามองด้วยความแปลกใจ
“เป็อะไรทำไมจู่ๆ เงียบหายไปเสียเฉยๆ” เสียงถามคล้ายเป็ห่วง
“ทำไมไม่บอกว่าไม่ชอบหลงทำออกบ่อยๆ” เสียงบ่นอุบอิบเมขลาคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนจะจำอะไรได้ ิญญาคุณหลวงชะงักไปทันที
“หล่อนคิดว่าฉันชอบกินแกงสายบัวก็เลยแกงให้กินบ่อยๆ รึ แม่เกตุแก้ว” คุณหลวงแอบดีใจที่เพิ่งได้มารู้ว่าเมื่อครั้งอดีตเกตุแก้วก็ใส่ใจตนเองเช่นกัน แต่เมขลาอดหมั่นไส้ไม่ได้หญิงสาวค้อนขวับใส่ิญญาคุณหลวง
“ช้าไปแล้วค่ะตอนนี้ฉันชื่อเมขลาหาใช่เกตุแก้วไม่” แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่ในใจกลับเต้นแรง คุณหลวงภัสดายิ้มหวานดีใจเพราะสำเนียงที่หล่อนพูดออกมาเมื่อสักครู่บ่งบอกว่าใช่แม่เกตุแก้วของเขาชัดเจนจริงๆทั้งคู่หยุดมองหน้ากันแล้วหัวเราะให้แก่กันอย่างสุขใจคุณหลวงไม่เสียดายเวลาที่รอหล่อนมาเนิ่นนานเพื่อมามีวันนี้วันที่เขาอยากให้หล่อนยิ้มให้เขาอย่างสดใสคุณหลวงภัสดาอบอุ่นในหัวใจและทั้งสองต่างก็อยากให้เวลานี้อยู่ไปนานๆ แต่แล้ว…
“ก๊อก ก๊อก...”เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นคุณหลวงหยุดหัวเราะทันทีแล้วเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้โยกประจำตำแหน่งของเขาอย่างเรียบร้อยเมขลารีบปรับสีหน้าและกลืนน้ำลายเพื่อให้น้ำเสียงเป็ไปปกติ ก่อนถามเสียงดัง
“ใครน่ะ?”
“พวกฉันเองเปิดประตูหน่อย” เสียงดาด้าแทรกเข้ามา เมขลารีบเดินไปเปิดประตูเมื่อประตูถูกเปิดออก ทุกคนต่างมองเข้ามาในห้องอย่างจับผิด จนเมขลาแปลกใจอดถามไม่ได้
“มองหาอะไรกัน?”
“เธอคุยกับใคร!?”ดาด้าไม่ตอบแต่ถามกลับเพราะได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องของเพื่อนรัก
“ไม่มีนี่ ฉันอยู่คนเดียว” เมขลายืนยันแต่ก็แอบหันไปมองคุณหลวงภัสดาโดยที่ทุกคนไม่มีทางเห็นว่าคุณหลวงส่งยิ้มละมุนละไมมาทางเมขลาเมื่อเมขลายืนยันทุกคนก็ไม่กล้าซักถามอะไรต่อ
“วันนี้ฉันกับนุดีจะกลับบ้านส่วนเธอ” ดาด้าพูดพร้อมเอานิ้วจิ้มไปที่หัวไหล่ของเพื่อนรักเบาๆ
“จะเอายังไงกับชีวิตจะอยู่ที่นี่หรือจะกลับไปทำงานต่อ” ดาด้ารีบเคลียร์ให้จบเพราะเธอไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป
“พี่เมย์คะวันนี้มินก็จะไปฝึกงานกับคุณพ่อนะคะ ยังไงฝากไปส่งพี่ดาด้ากับนุดีด้วยค่ะ” มินตรารีบบอกเพราะคุณการุญนัดหมายผู้เป็บุตรสาวเอาไว้แล้วเมขลานิ่งคิดสักครู่
“ถ้างั้นมินไปทำงานเถอะ ตอนเย็นเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกัน” เมขลาหันไปสั่งน้องสาวแล้วหันกลับมาทางดาด้าและนุดี“ส่วนเธอสองคนต้องไปกับฉันก่อนจะกลับบ้าน” ทุกคนสงสัย ส่งเสียงถามพร้อมกันทันที
“ไปไหน?” เมขลายืนกอดอก ก่อนตอบนิ่งๆ
“ไปกราบพระที่วัดพระแก้ว”เมื่อเมขลาพูดจบสองสาวต่างตื่นเต้น ดีใจเพราะมัวแต่กลัวผีจนลืมเื่นี้ไปสนิทเพราะได้ตกลงกันไว้ั้แ่อยู่ที่โคราช ว่าจะพากันไปกราบพระแก้วมรกตที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อมาถึงกรุงเทพฯและที่เมขลาชวนทุกคนเพราะอยู่ๆ เธอก็เกิดความรู้สึกอยากเข้าไปชมความงดงามและกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่อย่างรุนแรงเหมือนดังว่าเธอเคยได้แต่ยืนมองจากนอกกำแพงแต่ไม่เคยเข้าไปสักครั้งวิบเดียวหญิงสาวรู้สึกค้านในใจ เธอยืนมองวัดพระแก้วนอกกำแพงั้แ่เมื่อไหร่กัน! เพราะครั้งนี้จะเป็ครั้งแรกที่เธอได้ไปเห็นด้วยตาของตัวเอง
ที่ตึกใหญ่คุณการุญเดินคุยโทรศัพท์อยู่ริมระเบียงห้องนอนคุณรัศมีสงสัยว่าคุณการุญคุยกับใครจึงแอบฟังอยู่ใกล้ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกลูกพากันกลัวไปเองพี่เราเขาไม่ยังไม่เห็นกลัวเลย”คุณการุญพูดกรอกโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยนเพราะกำลังฟังมินตราเล่าให้ฟังเื่เหตุการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและ่เช้า...