จินป๋ายไช่พยักหน้ายอมรับว่าภาพวาดในห้องนอนคุณชายน้อยงดงามยิ่งนักดอกเหมยกุ้ยสีชมพูอ่อนมีผีเสื้อตัวหนึ่งอยู่กลางเกสรสีนวลติดตรึงสายตาของนางั้แ่แรกเห็นปลายพู่กันตวัดพลิ้วไหว กลีบดอกก้านใบหรือก็อ่อนช้อยราวกับดอกไม้นั้นมีชีวิตขึ้นมาจริงๆนายท่านคงจะรักภรรยาสุดหัวใจจึงวาดดอกเหมยกุ้ยที่สวยงามวิจิตรเป็เสมือนตัวแทนของความรักระหว่างเขากับคุณหนูผายชิงซินขึ้นมาอย่างไร้ที่ติ
“อ๊ะ!รอบ่าวด้วยสิเ้าคะ”
นางมัวแต่จ่อมจมตกอยู่ในภวังค์คุณชายน้อยของนางก็วิ่งลิ่วนำหน้าไปที่สุดแล้วเด็กสาวก็จำต้องสาวเท้าตามติดไปด้วยอีกคน
เมื่อฟู่เจียนจื่อมาถึงบริเวณเรือนไม้หอมก่อนก็ะโให้พี่เลี้ยงรีบเร่งตามมา
“เร็วสิป๋ายไช่...ต้นไหนนะๆ”ฟู่เจียนจื่อสอดส่ายสายตาเสาะหาเป้าหมาย ก่อนจะวิ่งตรงดิ่งเข้าไป “อ๋า...นี่ไงๆ โอ้โห! ท่านพ่อคงยังไม่เห็นอีกกระถางเป็แน่มีตั้งสองกระถางเชียวนะที่กำลังออกดอกน่ะ อ๊ะ...โอ๊ย!”
เป็เพราะมัวตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นและความรีบร้อนลุกลนตามประสาเด็กเท้าเล็กๆ ของเด็กชายจึงสะดุดเข้ากับฐานของคานไม้ที่วางกระถาง ซ้ำร้ายทรงตัวไม่ทันมือก็ผลักเอากระดานไม้ที่พาดกั้นเสาสองข้างพลิกคว่ำลงส่งผลให้กระถางต้นเหมยกุ้ยใกล้ตัวหล่นโครมลงกับพื้น
“นายน้อยเ้าคะ!”จินป๋ายไช่รีบอุ้มร่างของเด็กชายที่หน้าซีดตัวสั่นให้ออกมาจากบริเวณซึ่งมีเศษแหลมคมของตัวกระถางแตก
“ไม่เป็อะไรนะเ้าคะ”นางกวาดตาและคลำหาเผื่อว่าจะมีเศษกระเบื้องกระเด็นมาบาดเขา
“ทำไงดีป๋ายไช่ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ด้วยเด็กชายรู้ดีว่าบิดาเขาทั้งรักและหวงแหนต้นเหมยกุ้ยเหล่านี้มากเขาน่าจะระมัดระวังให้มากกว่านี้
“ป๋ายไช่รู้ว่าคุณชายไม่ได้ตั้งใจเ้าค่ะ”
เด็กสาวเก็บเศษกระถางแตกไปรวมกันไว้ใกล้ๆนั้นสำรวจต้นไม้ ไม่มีกิ่งไหนของต้นเหมยกุ้ยหักดินในกระถางยังพอมีเกาะตรงส่วนรากของมันอยู่ เพียงแต่ว่าดอกสีชมพูที่กำลังแย้มสวยงามนั้นฐานดอกหักลง กลีบงามช้ำเป็ริ้วรอยเพราะถูกเศษดินเศษกระถางกระแทกใส่ จินป๋ายไช่จึงปลิดขั้วดอกเหมยกุ้ยมาไว้ในอุ้งมือ
“พวกเ้ามาทำอะไรที่นี่...”เสียงหนึ่งดังขึ้นที่เื้ั ใบหน้าเล็กๆของฟู่เจียนจื่อแทบจะเรียกได้ว่าไร้สีแล้วในยามนี้
จินป๋ายไช่หันขวับทันใดแผ่นหลังอันบอบบางเหมือนเป็เกราะคุ้มกันให้เด็กชายที่ยืนเกาะเอวของนางอยู่ด้านหลังสายตาคมกริบของฟู่หลิง-เฉินทำให้หัวใจของเด็กสาวเย็นวาบ นางควรทำเช่นไร...
“ฝีมือเ้า...” ใบหน้าคมสันเครียดตึงขึ้นเมื่อเห็นซากดอกเหมยกุ้ย...ที่เขารักอยู่ในมือเล็กๆองเด็กสาว
“ท่านพ่อ...ข้า...ข้า”
“บ่าวไม่ได้ตั้งใจเ้าค่ะคุณชายน้อยเล่าเื่ต้นเหมยกุ้ยให้บ่าวฟังบ่าวอยากเห็นก็เลยคะยั้นคะยอให้คุณชายน้อยพามาดูแล้วบ่าวก็...บ่าวก็สะดุดขาตัวเองชนกระถางหล่นลงมา” จินป๋ายไช่รีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าชายหนุ่ม
“เหตุใดจึงชอบสร้างปัญหาอยู่เรื่อยอยากรู้อยากเห็นในสิ่งไม่ใช่เื่ของตน...รู้ทั้งรู้ว่าข้าสั่งห้ามคนนอกทุกคน!”
จินป๋ายไช่รู้ดีว่านางเป็คนนอกแถมยังเป็เพียงบ่าวรับใช้ แต่จะทำอย่างไรได้ เมื่อเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นแล้ว
“ขอนายท่านโปรดลงโทษบ่าวเพียงผู้เดียวเถิดเ้าค่ะ”
“ป๋ายไช่...” ฟู่เจียนจื่อจะร้องไห้อยู่แล้ว สองมือเล็กเกาะอยู่บนบ่าของพี่เลี้ยงสาวจริงอยู่เขากลัวว่าบิดาจะโกรธตัวเอง แต่เขาก็ไม่ควรนิ่งเฉยแล้วให้นางออกหน้ารับผิดแทนแบบนี้
ฝ่ายฟู่หลิงเฉินครั้นเห็นน้ำตาบุตรชายกำลังจะร่วงหล่นก็พลันใจอ่อนไม่กล้าต่อว่าพี่เลี้ยงต่อหน้าเขาอีก หนึ่งปีมานี้จินป๋ายไช่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของบุตรชายเขาไม่น้อยเลยและตัวเขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การที่นางเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเขา ทำให้เขาแปลกใจระคนสงสัยกับความรู้สึกของตนเองชอบกลนั่นจึงเป็เหตุผลที่ต้องบังคับตัวเองให้อยู่ห่างนางเข้าไว้
“พาคุณชายกลับขึ้นเรือนได้แล้วและต่อไปนี้ห้ามเ้าเข้ามายุ่งวุ่นวายในสวนของเมียข้าอีก” ท่าทียามเอ่ยค่อนข้างเคร่งขรึม “ส่วนเ้า...เจียนจื่อเ้าเป็ลูกรักของพ่อ จะเข้านอกออกในที่ใดก็ได้ในบ้านหลังนี้ แต่ไม่ควรจะให้ท้ายบ่าวฝ่าฝืนคำสั่งของพ่ออีกเป็อันขาด...จำไว้”
“ขอรับท่านพ่อ” เด็กชายเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกใจชื้นร่างเล็กยืนเบียดร่างของพี่เลี้ยงสาวที่ยันตัวลุกขึ้นยืนเคียงข้าง
ฟู่หลิงเฉินมองซากดอกเหมยกุ้ยในอุ้งมือของนางแล้วเอ่ย“ส่งมาให้ข้า”
ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบจินป๋ายไช่ทำตามสั่งในทันที นางยื่นดอกเหมยกุ้ยสีชมพูส่งมอบต่อมือเขามือน้อยออกอาการสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด นางจะจดจำใส่ใจไว้ว่านับจากนี้ไปจะไม่เหยียบย่างเข้ามายังเรือนไม้แห่งนี้อีกและทุกสิ่งที่เกี่ยวพันกับความรู้สึกของคุณชายใหญ่ที่มีต่อภรรยาเขานางจะไม่ละลาบละล้วงหรือแตะต้องเป็อันขาด!
หลังเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนจินป๋ายไช่ก็พาฟู่เจียนจื่อกลับห้อง
“จะทำหน้าเศร้าอีกทำไมเล่าเ้าคะ”นางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับให้คุณชายน้อยผลัดเปลี่ยน
“ข้าจะบอกความจริงกับท่านพ่อ...ดีไหม”
“เื่มันผ่านไปแล้วคุณชายไม่ได้ตั้งใจนี่เ้าคะ ช่างมันเถอะ แล้วบ่าวก็ไม่ได้ถูกทำโทษอะไรเสียหน่อย”
“แต่ท่านพ่อดุเ้านี่นา”
รอยยิ้มละมุนฉาบดวงหน้าของเด็กสาวก่อนกล่าว “นายท่านเพียงออกคำสั่งไม่ให้บ่าวเข้าไปในเรือนเพาะกล้าอีกเป็คำสั่งที่เสียงดังและเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเอง คุณชายอย่าวิตกไปเลยเ้าค่ะ”
นางช่วยเด็กชายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจนเสร็จก่อนจะลูบหลังเขาเบาๆ เป็การปลอบโยน ทั้งรู้สึกสงสารและเห็นใจเด็กน้อย ั้แ่ได้ฟังท่านยายเหม่ยเล่าเื่ราวชีวิตของคุณหนูตระกูลผายให้ฟังสาวงามช่างโชคร้ายเจอมรสุมชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณชายน้อยเกิดมาก็กำพร้ามารดาเขาคงเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ไม่น้อยความรักจากมารดานั้นจำเป็สำหรับเด็กทุกคนบนโลกนี้ สายสัมพันธ์แม่ลูกที่ถึงอย่างไรคนเป็พ่อก็ไม่อาจจะเข้าใจได้หมด
นางมิได้สงสัยต่อความรักของนายท่านที่มีต่อคุณชายน้อย เพียงแต่การแสดงออกซึ่งความรักของผู้ชายนั้นบางครั้งก็กระด้างกว่าผู้หญิงคุณชายเจียนจื่อไม่ใช่เด็กนิสัยเลวร้าย เห็นซนดื้อรั้นภายนอกแต่ภายในนั้นกลับมีมุมอ่อนไหวและมีใจอ่อนโยนอยู่มากที่นางออกรับผิดแทนคุณชายไม่ใช่อยากจะเอาใจหรือให้ท้ายเขา เพียงแค่นางไม่อยากให้เขามีแผลเล็กๆในใจ คิดว่าบิดาดุด่าและเข้มงวดกับเขามากเกินไปจนในที่สุดเขาอาจจะไม่อยากเข้าหาหรือทำตัวใกล้ชิดบิดาอีกเลย
“ไปให้อาหารปลากับป๋ายไช่นะเ้าคะแล้วเราไปเล่นกับเสี่ยวจู เสี่ยวซัน เสี่ยวไท่ และเสี่ยวชินกัน”
ด้วยความที่จินป๋ายไช่เป็เด็กกำพร้าแม้พอมีญาติมิตร แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ครอบครัวถาวรของนาง นางจึงมักสร้างครอบครัวขึ้นเองโดยเริ่มจากบรรดาสัตว์เลี้ยงและสิ่งมีชีวิตรอบตัวขอแค่มีพวกมัน นางก็มีเื่ให้คิดให้ทำจนแทบจะลืมความเหงาไปเลย...