Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    138 5 ดาว

    แอวะ!


    ของเหลวสีดำพ่นออกมาจากปาก ยังไม่ทันจะโชยกลิ่นเหม็นเน่าออกไปรอบๆกระบองเพชรน้อยตัวหนึ่งรีบเตะดินฝังกลบอย่างรวดเร็วแล้วมองดูแอ็กเซลที่เลื่อนระดับเสร็จสิ้น


    อย่างไรก็ตามมีบางสิ่งกำลังลุกลามผิวหนังของผู้เป็นนาย มันจึงชี้นิ้วบอกแอ็กเซลให้รู้ว่าร่างกายถูกรอยสีดำกลืนกิน 


    “ ถอยออกไปก่อน ”


    กระบองเพชรถอยหลังออกไปให้ห่าง จากนั้นแอ็กเซลก็นำลิงทั้ง 106 ตัวออกมาใช้สกิลแตกหน่อเลเวล 1 ทำให้พวกมันแยกร่างออกเป็น  212 ร่าง อย่างไรก็ตามการแยกร่างด้วยสกิลแตกหน่อในครั้งนี้กลับต่างออกไปจากที่เขาคิด


    เวทพันธะโลหิตที่ควรจะแยกไปกับลิงทุกๆตัวกลับติดอยู่กับลิง 106 ตัวแรกเท่านั้น มีเพียงวงเวทธาตุที่แยกไปกับลิงที่ถูกทำให้กลายเป็นกึ่งโกเลม แอ็กเซลที่รู้ว่าเวทพันธะโลหิตไม่สามารถแยกตัวไปกับลิงได้ เขาจึงตัดสินใจใช้สกิลแตกหน่อกับวูดวูล์ฟในทันที


    สกิลแตกหน่อเลเวล 1 เปิดใช้งาน ร่างของวูดวูล์ฟเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 2 จากนั้นเขาก็ใช้สกิลเลเวล 2 ส่งผลให้พวกมันแยกออกเป็น 100 ตัว ถึงอย่างนั้นการแตกหน่อของวูดวูล์ฟทำได้เพียงชะลอรอยสักสีดำที่กระจายไปทั่วร่างของเขาเท่านั้น พวกมันไม่ยอมหดกลับมาที่หน้าอก แอ็กเซลจึงตัดสินใจใช้สกิลแตกหน่อกับพิกซี่ ส่งผลให้รอยสีดำที่แผ่กระจายหดกลับเข้าไปอยู่กลางหน้าอกเช่นเดิม


    “ ให้ตายสิ ถ้าหากจะเลื่อนระดับไปที่ 6 ดาวคงต้องเพิ่มสกิลแตกหน่อให้มากกว่านี้สินะ ”


    เวทพันธะโลหิตสามารถใช้กับมอนสเตอร์ธาตุไม้ได้ทุกตัว เพียงแต่ว่าจะมีแค่มอนสเตอร์ที่เขาได้จากสกิลเท่านั้นที่สามารถแยกตัวไปพร้อมกับเวทพันธะโลหิต  สำหรับลิงและเวิร์ธรูทเขาจะต้องวาดเวทพันธะโลหิตกับพวกมันแต่ละตัวด้วยตนเอง ซึ่งมันเปลืองพลังมากและไม่สามารถฝากชีวิตไว้ได้ เพราะสักวันลิงและเวิร์ธรูทจะตายจากเขาไป ต่างจากมอนสเตอร์ที่เขาได้จากการเลื่อนระดับที่พยายามฟูมฟักมันให้อยู่กับเขาไปตลอด ถึงอย่างนั้นถ้าในอนาคตเขาไม่สามารถเพิ่มเลเวลสกิลแตกหน่อให้เป็นเลเวล 3 ได้ เขาก็คงต้องใช้เวทพันธะโลหิตกับลิงและเวิร์ธรูท รวมไปถึงมอนสเตอร์ทุกตัวที่เขาจับได้เพื่อทำถังพลังชีวิตสำรองของตนเอง


    “ อัญเชิญ ”


    สกิลอัญเชิญเปิดใช้งาน ทันใดนั้นด้านหน้าของเขาก็ปรากฎวังวนสีฟ้าขนาดใหญ่ มันมีขนาดต่างจากก่อนหน้าที่เรียกกระบองเพชรและพิกซี่น้อยออกมา ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายงูก็เลื้อยออกมาจากวังวนเผยร่างกายที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เมตรให้เขาเห็น


    [ วูดเวิร์ม  ]

    [  มอนสเตอร์ธาตุ : ไม้ ]

    [  ระดับ : 1 ดาว ]

    [  พลังโจมตี :   1,000     ]

    [  สกิล : [  กลืนกิน 1 ][แบ่งตัว] ]


    บนใบหน้าของแอ็กเซลปรากฎความตื่นตะลึง มอนสเตอร์ที่อาชีพมอบให้จากการเลื่อนระดับสร้างความตกใจให้เขาไม่น้อยเพราะร่างกายของมันมีขนาดใหญ่มาก คำอธิบายระบุว่ามันสามารถขยายร่างให้ใหญ่มากกว่านี้ขึ้นไปอีกจากการเลื่อนระดับ อย่างไรก็ตามสกิลของมันกลับมีเพียงแค่ 2 สกิลเท่านั้นนั่นก็คือกลืนกิน ทุกๆการเลื่อนระดับสกิลนี้จะเลเวลอัพทำให้มันสามารถย่อยสิ่งที่กินเข้าไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น


    สกิลที่สองคือแบ่งตัว มันสามารถแบ่งตัวได้ทุกครั้งที่เลื่อนระดับ หากเป็นระดับ 10 ดาวมันจะมีทั้งหมด 10 ตัว แอ็กเซลตกตะลึงก็เพราะว่าถ้าหากเขาแตกหน่อกับมัน เขาคิดว่าตนเองคงจะกลืนกินดวงดาวสักแห่งได้แน่นอน


    [  คำเตือน ไม่สามารถใช้สกิลแตกหน่อกับวูดเวิร์มได้ ]


    “ ดับฝันกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยเหรอ ”


    แอ็กเซลถอนหายใจออกมาเบาๆ ฝันในการสร้างกองทัพหนอนตัวใหญ่จบลงไปแล้ว อย่างไรก็ตามขนาดร่างกายของพวกมันในอนาคตยังคงเป็นสิ่งที่น่ากลัว ต่อให้เขาจะได้มันมาแค่ 10 ตัวจากการเลื่อนระดับแล้วแบ่งตัว พวกมันก็ยังเป็นสิ่งที่ทรงพลัง แอ็กเซลจึงเริ่มเปลี่ยนมันให้กลายเป็นกึ่งโกเลมแล้วเสริมเวทธาตุดินให้กับมัน จากนั้นเขาก็ส่งศพมอนสเตอร์ให้มันแทงรากเพื่อเลื่อนระดับให้ตามทันตัวอื่นๆ เมื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองทั้งหมดแล้วแอ็กเซลก็กลับมาให้ความสนใจกับสกิลทั้ง 2 ที่ได้รับจากการเลื่อนระดับ


    [  กาฝาก ][ ติดตาม  ]


    “ ครั้งนี้เป็นสกิลเอาตัวรอดงั้นเหรอ ”


    แอ็กเซลแอบหวังว่าเขาจะได้สกิลโจมตี แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้สกิลที่เขาได้จะเป็นสกิลเสริมช่วยให้เขาทำหลายอย่างมากยิ่งขึ้น


    เมื่อเปิดดูสกิลกาฝากแล้วอ่านคำอธิบายของมัน บนใบหน้าของแอ็กเซลถึงขั้นแตกตื่น เขานึกว่าสกิลกาฝากจะเป็นการฝากสปอร์หรือเกสรไปกับศัตรูแล้วให้มันยึดร่าง ผลที่ได้กลับต่างจากที่เขาคิดเป็นอย่างมาก


    สกิลกาฝากคือการเปลี่ยนมอนสเตอร์ในพันธะสักตัวให้กลายเป็นตัวตายตัวแทนของเขา รูปร่างหน้าตามอนสเตอร์ที่ได้รับสกิลกาฝากจะเหมือนเขาทั้งหมด ทักษะบางอย่างจะถ่ายทอดให้แก่มันเพื่อนำออกมาใช้งาน ถึงอย่างนั้นร่างกายของมันไม่ได้เหมือนเขาทุกอย่าง ร่างยังคงเป็นของมอนสเตอร์ที่เขาเปลี่ยนมันให้กลายเป็นตนเอง


    สิ่งที่พิเศษของสกิลนี้คือเขาสามารถส่งตัวเองเดินทางไกลได้ด้วยการให้มอนสเตอร์ที่กลายเป็นตัวแทนของเขาเดินทางไปแทน 


    สกิลที่สองคือติดตาม สกิลนี้ใช้สำหรับติดตามเหยื่อด้วยการใช้เกสรแปะติดไปกับร่างกายเป้าหมาย ตราบใดที่รอบๆมีพลังคอสมิกเกสรจะคงอยู่ต่อไปได้จนกว่าจะถูกทำลายหรือถูกพบ


    เมื่ออ่านคำอธิบายทั้งหมดแอ็กเซลจึงโล่งใจที่ตนเองไม่จำเป็นต้องใช้งานพวกมันบ่อยๆเพื่ออัพเลเวล พวกมันเป็นสกิลตายตัวไม่มีการเลื่อนระดับ ดังนั้นเขาจึงทดลองเรียกใช้งานสกิลกาฝากไปกับเวิร์ธรูทต้นหนึ่ง ก่อนที่มันจะค่อยๆย่อขนาดตัวให้เล็กลงเทียบเท่ากับเขาแล้วค่อยๆเก็บกิ่งก้านที่ไม่จำเป็นเข้าสู่ร่างกาย ไม่นานร่างที่เปลี่ยนไปก็กลายเป็นเขาคนหนึ่ง


    จากรูปร่างที่เห็นเหมือนกับเขาราวกับแกะ อย่างไรก็ตามผิวหนังของมันกลับดูออกได้ง่ายว่าเป็นตัวปลอม ผิวหนังที่เหมือนกับไม้คือสิ่งที่เวิร์ธรูทตรงหน้าแสดงให้เห็น ถึงแม้มันจะเรียบเนียลไม่ต่างจากผิวของเขาก็ตามที มันกลับมีลวดลายเปลือกไม้แสดงให้เห็น แอ็กเซลจึงลองใช้เวทแปลงโฉมเสริมให้กับมันเล็กน้อย ส่งผลให้ผิวเปลือกไม้กลายเป็นผิวขาวซีดจนดูราวกับเขา 100 % ยากจะแยกออก


    “ ไม่ต้องออกคำสั่งเหรอ ”


    ความรู้สึกตะลึงเผยบนใบหน้าของแอ็กเซล เขานึกว่าเวิร์ธรูทที่กลายเป็นตัวของเขาจะต้องรับคำสั่งแล้วให้มันไปทำตาม  ความเป็นจริงแล้วเขาสามารถควบคุมมันได้จากระยะไกล การเคลื่อนไหวของแขนและขาเขาสามารถควบคุมได้ทั้งหมด แม้กระทั่งการกระพริบตาก็ตาม


    แอ็กเซลจึงลองควบคุมให้มันเปิดใช้งานทักษะสลิงเกอร์จนทำให้นิ้วทั้ง 10 ของเวิร์ธรูทปรากฎเส้นด้าย


    “ อย่างน้อยมันก็เลียนแบบได้ 100 % ล่ะนะ แม้พลังโจมตีจะไม่เท่าฉันก็เถอะ แต่แค่นี้ก็มากพอแล้ว ”


    แอ็กเซลพูดด้วยใบหน้าพอใจ สกิลทั้งหมดของเวิร์ธรูทถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสกิลเดียวกันกับของเขา ถึงแม้ว่าบางสกิลจะไม่สามารถใช้ได้เช่นแตกหน่อก็ตาม มันกลับใช้สกิลและทักษะอย่างอื่นได้คล่องต่อให้พลังทำลายจะไม่เทียบเท่ากับเขาก็ตาม


    สกิลติดตามเปิดใช้งาน แอ็กเซลสัมผัสได้ว่าที่บริเวณฝ่ามือทั้งสองข้างสามารถปลดปล่อยเกสรออกไปได้ เขาจึงยื่นมือทั้งสองข้างไปด้านหน้าแล้วโปรยเกสรออกไป เกสรสีขาวมีขนาดเล็กกว่าเม็ดฝุ่นก็ได้ลอยกระจายออกไปจากฝ่ามือเกาะไปตามสายลมกระจายออกไปรอบๆ 


    ท่ามกลางเกสรที่ค่อยๆกระจายออกไปแอ็กเซลก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังแปลกประหลาด เขารู้สึกได้ราวกับว่าผิวหนังตามร่างกายแผ่กระจายออกไปกว้างมากยิ่งขึ้นตามการกระจายของเกสร


    ถึงแม้เขาจะไม่สามารถเชื่อมจิตมองเหมือนสกิลนกน้อยได้ สกิลเกสรกลับทำให้เขารับรู้การเคลื่อนไหวและการมีอยู่ของสิ่งที่เกสรแปะติดได้ ถึงจะสัมผัสได้ไม่ชัดเจน มันกลับใช้ตรวจสอบรอบๆได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงวาดวงเวทขึ้นมาหนึ่งบทแล้วบรรจุเกสรเข้าไปด้านในก่อนจะปามันขึ้นไปบนฟ้าสูง พริบตาที่บอลเวทธาตุลมแตกระเบิด เกสรของเขาก็โปรยไปทั่วเกาะสร้างแผนที่ขนาดใหญ่ให้กับแอ็กเซล โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องมอง เพียงแค่ใช้ประสาทสัมผัสก็รับรู้ได้ว่าใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน และแถวนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้น


    “ เฮลล์ฟลาร์ (Hellflare)”


    วงเวทสีแดงรัศมี 1 เมตรปรากฎด้านหน้าเพียงแค่กวาดมือผ่านอากาศช้าๆเป็นจำนวนหนึ่งครั้ง ความสามารถในการใช้เวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นมานั้นทำให้แอ็กเซลไม่จำเป็นต้องตวัดนิ้วขีดเขียนวงเวทบนอากาศอีกต่อไป เขาสามารถส่งพลังคอสมิกออกจากฝ่ามือสร้างวงเวทที่อยู่ในความทรงจำขึ้นมาได้ เวทที่เขาเรียกใช้คือเวทธาตุไฟ มีรูปแบบการโจมตีเป็นวงกลมแผ่กระจายออกไปรอบตัวผู้ใช้ เมื่อหน้าต่างสถานะสร้างสกิลขึ้นมาให้แอ็กเซลจึงเรียกใช้งานเวทมนตร์บทต่อไป


    "ไลท์นิ่งโนวา" (Lightning Nova)


    เวทเซารอนที่เขาคิดค้นขึ้นยังไม่สามารถใช้บทอื่นได้ เขาจึงต้องใช้เวทที่เปลืองพลังคอสมิกบทอื่นไปก่อน เมื่อตวัดมือไปด้านหน้าอีกครั้งวงเวทสีขาวก็ได้ปรากฎขึ้น ก่อนจะมีสายฟ้าทรงกลมวิ่งวนรอบๆตัวของแอ็กเซล เพียงแค่เขาสั่งให้มันโจมตีจะสามารถช็อตศัตรูที่คิดจะเข้ามาใกล้เขาอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องจะต้องควบคุม


    "ฟรอสต์เคลเวิร์น" (Frost Cavern)


    วงเวทสีฟ้าปรากฎด้านหน้า แผ่กระจายความหนาวเย็นออกมาจากผู้ใช้ ในรัศมี 50 เมตรที่ความหนาวเย็นแผ่กระจายออกไปสามารถบังคับให้เกิดแท่งน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินได้


    เวทอย่างอื่นยังไม่จำเป็นแอ็กเซลจึงไม่คิดจะสร้างมันขึ้นมาเป็นสกิล อย่างที่เขาเคยอธิบายเอาไว้ การเปลี่ยนเวทให้กลายเป็นสกิลจะได้รับความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่มันกลับรกช่องทำให้เขานึกหาสกิลที่ต้องการใช้ได้ยาก ดังนั้นเขาจึงสร้างสกิลโจมตีขึ้นมาเพียงแค่ 3 อย่างเท่านั้น  ในอนาคตหากเขาต้องการใช้เวทอย่างอื่นนอกจากที่สร้าง เพียงแค่ตวัดมือไปด้านหน้าก็สามารถเรียกใช้งานได้ แอ็กเซลจึงไม่จำเป็นจะต้องใช้เวททุกอย่างในตอนนี้


    “ เอาล่ะ ไปล่ากันต่อเถอะ ”


    แอ็กเซลกระโจนขึ้นขี่หลังวูดวูล์ฟตัวหนึ่ง จากนั้นเขาก็พามอนสเตอร์ในพันธะออกล่า ได้เวลาแล้วที่เขาจะเก็บเกี่ยวทุกอย่างที่นี่ การเลื่อนระดับไปยัง 6 ดาวคงต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพราะมันจะทำให้เขาเสียโอกาสสำรวจซากโบราณสถานหลายแห่ง แต่เขาไม่ได้ห้ามตัวเองไม่ให้รับค่าประสบการณ์ ดังนั้นทุกการฆ่าเขาจะยังได้รับค่าประสบการณ์เช่นเดิม เพียงแค่เขาไม่กระตุ้นตนเองให้พัฒนาไปยังระดับ 6 ดาวในช่วงนี้เท่านั้น


    เมื่อนกน้อยชี้เป้าบอกทางพลางสังเกตรอบๆด้วยสกิลติดตาม แอ็กเซลพบว่ามอนสเตอร์ตรงหน้าที่มีราว 79 ตัวปลอดภัยที่จะล่า ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้มอนสเตอร์ในพันธะบุกโจมตี


    โฮก!


    เสียงคำรามอันน่าหวาดหวั่นส่งออกมาจากวูดวูล์ฟ ก่อนที่มันจะพุ่งตัวด้วยความเร็วเข้าหามอนสเตอร์ตัวหนึ่งรูปร่างคล้ายหมาป่าไม่ต่างจากมัน ระหว่างที่พุ่งด้วยความเร็วเข้าหาหมาป่าตัวที่คิดจะจัดการ พิกซี่น้อยที่เกาะไปบนศรีษะของมันได้อ้าปากพ่นไอเย็นโจมตีนำทางส่งผลให้มอนสเตอร์ที่กำลังจะเข้าปะทะถูกแช่แข็งไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อวูดวูล์ฟเข้าถึงมันก็ใช้กรงเล็บข่วนร่างอีกฝ่ายจนเกิดแผลขนาดใหญ่ กระบองเพชรที่ตามมากระโจนเข้าซ้ำด้วยการทุบหมัดจากการขยายร่างใหญ่  แอ็กเซลที่มองดูการเคลื่อนไหวไกลๆเขาไม่จำเป็นต้องช่วยอะไรเลยเพราะการแตกหน่อมอนสเตอร์ในครั้งนี้ทำให้เขามีกำลังรบมากยิ่งขึ้น คาดการณ์ว่าไม่เกิน 10 นาทีเขาคงจะจบการต่อสู้ที่นี่ได้.