หลังจากค่ำคืนอันแสนสุขสมของเวิ่นกวง พ้นผ่านไป รุ่งเช้ามันก็ตรงปรี่ไปยังร้านยาภายในเมือง เพื่อจะซื้อยาแก้ช้ำใน มารักษาอาการของผายฟง ที่นางโดนพิษของท่อนทวนมันชำเราเข้าอย่างรุนแรง ทว่าตอนขากลับมายังโรงเตี๊ยมเวิ่นกวงก็ได้ยินข่าวที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ เื่ของ จอมโจรเด็ดบุปผา ที่กำลังออกอาละวาด ปล้นสวาทสตรีมากมายในเมือง คนผู้นี้ล่ำลือกันว่ามีวิชาตัวเบาร้ายกาจนัก แถมยังเชี่ยวชาญการใช้พิษประหลาดอีกด้วย ทางการจึงมิอาจจับตัวมันมารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายได้
เวิ่นกวงได้ฟังแล้วก็รู้สึกเจ็บแค้นเป็ยิ่งนัก สตรีแรกแย้มมากมายต้องแปดเปื้อนราคะ มีมลทินก็เพราะมัน เวิ่นกวงคิดว่าหากได้พบกับจอมโจรปล้นสวาทผู้นี้สักครั้ง มันจะต้องขอหยิบยืมยาพิษมาใช้ เอ๊ย! ไม่ใช่ ๆ จะต้องจัดการจับตัวมันส่งทางการให้ได้
หลังจากซื้อยาเรียบร้อย มันก็มุ่งหน้ากลับมายังโรงเตี๊ยมก่อนจะได้พบกับท่านย่าคนงามของมันที่รออยู่ หยางลิ่วเหนียงนั้นเอง นางมักจะเป็คนที่ตื่นก่อนคนอื่นเสมอเพื่อมาดูแลความเรียบร้อย ยามเช้าเช่นนี้ยังมิมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสักเท่าไหร่ แขกที่พักส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตื่น และในทุก ๆ วันนางก็มักจะได้พบกับ หยางผายฟงที่ตื่นมาพร้อมกัน ยกเว้นเช้านี้ ที่หยางลิ่วเหนียงมองหาไม่พบ
"อ้าว เวิ่นกวงเ้าออกไปไหนมาแต่เช้าตรู่" หยางลิ่งเหนียงในชุดสีเหลืองอ่อนแย้มยิ้ม และเอ่ยถามหลานชายของนางอย่างอารมณ์ดี ยามนั้นเวิ่นกวงเองก็ได้ตระเตรียมคำตอบทุกอย่างไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว ตอนนี้มันยังไม่อยากบอกเื่ความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของตนเองกับหยางผายฟง ให้หยางลิ่นเหนียงรับรู้ จึงต้องปกปิดเอาไว้เสียก่อน ส่วนเื่ที่ผายฟงโดนท่อนทวนของมันชำเราจนระบบลุกไม่ไหว เวิ่นกวงก็คิดจะหลอกหยางลิ่วเหนียงว่า ผายฟงดื่มหนักกับมันเมื่อคืนจนไม่ปวดหัวุลุกไม่ไหว เวิ่นกวงจึงออกไปซื้อยามาเพื่อเป็การไถ่โทษ
พอหยางลิ่วเหนียงได้ฟัง นางก็ถอดทอนหายใจออกมาด้วยความสงสารผายฟงที่ต้องตรอมใจเื่ของสามีนางที่จากไป แต่ลิ่วเหนียงก็มีได้ต่อว่าอันใดเวิ่นกวง แถมยังชื่นชมเสียอีกที่หลานนางมีความรับผิดชอบ ก่อนที่นางจะขอตัวไปดูเสี่ยวเอ้อร์หลังร้าน ส่วนเวิ่นกวงเองก็จะเอายาไปต้มเพื่อให้ผายฟงดื่มแก้ช้ำในเช่นกัน แต่ทว่า..ก่อนที่มันจะเดินขึ้นไปชั้นสองของโรงเตี๊ยม สายตาของเวิ่นกวงก็เหลือบไปเห็น บุรุษผู้หนึ่งที่กำลังนั่งจิบเหล้าอยู่ที่โต๊ะตรงมุมในสุดของร้าน เห็นแล้วก็ให้นึกแปลกยิ่งนัก ยามเช้าตรู่เช่นนี้กระนั้นรึ? แถมยังนั่งอยู่เพียงลำพังอีกด้วย รึว่าจะเป็แขกที่มาพัก แต่ดูจากการแต่งกาย คนผู้นี้น่าจะเป็ชาวยุทธ์
เวิ่นกวงมองมันอยู่ชั่วครู่ก่อนเลิกสนใจ และเดินขึ้นไปชั้นบน ส่วนคนผู้นี้ก็มิได้สนใจสายตาของเด็กหนุ่ม เพราะสายตาของมันนั้นจับจ้องอยู่ที่อื่นเสียมากกว่า ซึ่งก็คือ เถ้าแก่เนี้ยคนงามเ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี่ หยางลิ่วเหนียงนั้นเอง…
***
ในยามดึกเงียบสงัดบนหลังคาของโรงเตี๊ยมลิ่วเหนียง พลันปรากฏเงาร่างสีดำร่างหนึ่งกำลังกระทำการบางอย่างขึ้น มันค่อยๆ งัดกระเื้ัคาออกมา 1 แผ่น ก่อนที่จะจุดไฟใส่กระบอกไม้ พอเริ่มมีควันมันก็ก้มลงเป่าลงไปในห้องใต้หลังคา มันนั่งนิ่งรอชั่วอึดใจ ก่อนที่จะลงมืองัดหลังคาออก พอที่ตัวมันลอดลงไปได้ ในห้องนั้นเห็นเงาร่างชุดดำสะท้อนแสงจันทร์เพ็ญ ที่ส่องผ่านลูกกรงหน้าต่าง มันตรงไปยังเตียงนอนที่มีสตรีนางหนึ่งนอนหลับอยู่ มันเอื้อมมือเขย่าร่างสตรีนางนั้น แต่นางก็ไม่ใตื่น เห็นมันยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นมันก็เริ่มปลดสายรัดเสื้อของสตรีนางนั้นออก ค่อยๆ บรรจงแหวกแยกออกจากกันช้าๆ ก่อนที่จะรูดกางเกงตามออกมาติด ๆ บัดนี้ร่างของสตรีนางนั้นเหลือแต่เอี๊ยมสีแดงปักลูกไม้ตัวน้อย ที่ไม่สามารถปกปิดความอวบใหญ่ของเนินอก ที่ล้นทะลักออกมา มันถูมือตัวเองไปมา พึมพำเบาๆ
"แม่นางคนนี้ ช่างมีรูปร่างอวบใหญ่เสียจริง แม้นว่าจะดูมีอายุพอสมควรก็ตาม คืนนี้์เป็ของข้าแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ " จากนั้นมันก็ค่อยๆ บรรจงปลดเอี๊ยมตัวน้อยออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ร่างที่ขาวโพลนสะท้อนแสงจันทร์ เห็นมันตาถลนแทบหลุดออกมาจากเบ้า เรือนร่างที่แสนโสภา เนินอกที่ขาวสล้างทั้งสอง อวบใหญ่จนล้นมือ หน้าท้องที่แบนราบปราศจากไขมัน ลดต่ำลงมา เนินสวาทกลางหว่างขา ที่มีหญ้าขึ้นรกประปราย ดูแล้วชวนให้แหวกค้นหาขุมทรัพย์ยิ่งนัก มือทั้งสองของมันลูบไล้อย่างแ่เบา จากลำคอ ลงมาถึงปทุมถันทั้งสอง ที่อวบใหญ่จนมันกำไม่มิด มันคลึงเคล้นเบาๆ เพียงชั่วครู่เม็ดบัวน้อยๆ กลางเต้า ก็แข็งสู้มือตามสัญชาตญาณ แล้วก็ลูบไล้ลงมาจนถึงเนินสวาทกลางหว่างขา พักครู่หนึ่งมันก็เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก จนเห็นท่อนเนื้อที่ยาวใหญ่ของมัน แข็งชูชันตระหง่านพร้อมรบ
มันแลบลิ้นออกมาเลียลิ้มฝีปากพร้อมใบหน้าหื่นกระหายในกามตัณหา และเตรียมที่จะเดินเข้ามาที่ปลายขาสตรีบนเตียง แต่ทว่าใน่ขณะนั้นก็มีเงาร่างอีกสายหนึ่ง ค่อยๆ ย่องเข้ามาด้านหลังจนห่างประมาณ วาเศษ เงาร่างดำที่กำลังถอดเสื้อผ้าอยู่ ก็รู้สึกตัว มันหันร่างกลับสะบัดฝ่ามือเข้าใส่ทันที เงาร่างที่มาที่หลัง พบว่ามีฝ่ามือฟาดตรงเข้ามา ก็รีบพลิกร่างหลบ ฟาดฝ่ามือเข้าปะทะด้วย เสียงเพี๊ยะ! ดังขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่เงาร่างทั้งสองจากแยกออกจากกัน ได้ยินเสียงตวาดดังก้อง"ไอ้โจรร้าย..บังอาจนัก ยอมให้ข้าจับกุมเสียดี ๆ " เสียงของเด็กหนุ่มในชุดสีขาวดังขึ้น แต่เงาร่างสายแรกรีบพุ่งร่างทะลุหลังคาหนีออกไปแล้ว เด็กหนุ่มผู้นั้นหันมามอง ร่างของสตรีนางนั้นที่นอนเปล่าเปลือยซึ่งเหมือนพึ่งจะเริ่มจะรู้สึกตัว ก่อนที่มันจะสะบัดผ้านวมมาคลุมร่างนางไว้ แล้วก็พุ่งร่างตามไป เงาร่างหนึ่งพุ่งหนีมุ่งหน้าสู่ป่านอกเมือง อีกเงาร่างพุ่งไล่ล่าตามจนเกือบทัน พลันเงาร่างสายแรกก็หยุดร่างนิ่ง เงาร่างของเด็กหนุ่มผู้นั้นตามจนทัน มันพุ่งร่างเข้ามาห่างไม่ถึงวา
พลันโจรร้ายก็หันร่างกลับสะบัดฝุ่นสีจาง ๆ เข้าใส่ เด็กหนุ่มนั้นรีบพุ่งร่างหลบ แต่ก็ไม่วายสูดเข้าไป เห็นมันส่ายหน้ามึนงง ร่างนางโงนเงน "เ้า..เ้า.."
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไอ้เด็กโง่ เ้าประมาทข้า จอมโจรเด็ดบุปผา ผู้นี้เกินไปแล้ว"
"เ้า..เ้า.." เด็กหนุ่มผู้ถือทวนยาว ใช้มืออีกข้างชี้หน้าโจรร้าย ด้วยอาการสั่นระริก
"เ้าโดนพิษที่ข้าพึ่งปรุงมาใหม่เข้าไป เหมือนกับที่ใช้กับนางผู้หญิงในห้องคนนั้น ฟาชิงก้วนซือ (หนึ่งราตรีไม่เสพสวาทม้วยมรณา) ผู้ใดโดนพิษชนิดนี้แล้ว จะรู้สึกกระหายราคะในร่างของเพศตรงข้ามขึ้นมา และหากไม่ได้เสพสมกับหญิงที่ได้รับพิษเหมือนกันทั้งสองก็จะขาดใจตายภายในหนึ่งราตรี ยินดีด้วยนะเ้าหนู ที่เ้าจะได้กลายเป็จอมโจรเด็ดบุปผาคนต่อไปฮ่าๆๆๆๆ "เ้าโจรปล้นสวาทผู้นั้นะเิเสียงหัวร่อออกมาด้วยความสะใจเป็ยิ่งนัก ส่วนสีหน้าของเด็กหนุ่มก็ดูไม่สู้จะดีสักเท่าไหร่
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนล่ะ ขอให้ราตรีนี้เ้ามีความสุขกับหญิงสาวคนแทนข้าก็แล้วกัน" เ้าโจรเด็ดบุปผาเตรียมที่จะใช้วิชาตัวเบาะโหนีไปเหมือนทุกครั้ง แต่ทว่า….ดูเหมือนคราวนี้มันจะไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้นอีกแล้วเมื่อ จู่ ๆ ร่างกายของมันก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างที่แหลมคมพุ่งเข้าใส่ที่หน้าอกอย่างรวดเร็ว
ฉึก..!
"อึก..! นะ นะ นี่มัน..เป็ไปไม่ได้…..ทำไมเ้าถึงยัง…."
ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง พร้อมกระอักโลหิตสีแดงฉานไหลออกมาจากปาก และไหลออกมาจากหน้าอกที่มีทวนยาวปักอยู่ ก่อนที่มันจะทรุดเข้าลง พร้อมกับสติที่เริ่มเลื่อนราง
"ใมากนักรึเ้าโจรชั่วที่ข้ายังสามารถขยับตัวได้ เช่นนั้นข้าจะบอกเ้าเอาบุญก่อนไปปรโลกก็แล้วกัน ตัวข้านั้นเคยได้รับพิษดอกรักจากคนผู้หนึ่ง ซึ่งมันมีพิษสงร้ายกว่าของเ้ายิ่งนัก พิษของเ้าที่ซัดใส่ข้า จึงลดความรุนแรงลงระดับหนึ่ง ข้าจึงสามารถปาทวนสังหารเ้าได้อย่างไรเล่า"
"พะ พิษดอกรัก กะ กระนั้นรึ…เป็ ไป มิ…ได้…." นั้นเป็ประโยคสุดท้ายของเ้าจอมโจรเด็ดบุปผาที่ได้เอ่ยออก มาก่อนที่มันจะขาดใจตาย และล้มลงบนพื้นดินอย่างน่าเวทนา เวิ่นกวงยืนมองร่างที่ไร้ิญญาของมันด้วยสายตาสมเพชก่อนจะเดินไปดึงทวนออกจากร่างของเ้าโจรเด็ดบุปผา และรีบกลับไปหาสตรีนางนั้นด้วยความร้อนใจ แถมเวิ่นกวงยังลำบากใจเป็อย่างมากในเื่ของการถอนพิษ สาเหตุที่เป็เช่นนั้นก็เพราะนางผู้นั้นมิใช่ใครอื่น หากแต่คือ…..
หยางลิ่งเหนียง ท่านย่าคนงามของมันอย่างไรเล่า..!!
เ้าโจรเด็ดบุปผามิได้คาดคิดเลยว่า ชายหญิงสองคนที่มันใช้พิษอุบาทว์เล่นงาน เพื่อให้ทั้งคู่เสพสมกัน แท้จริงแล้วพวกมันคือ ยายกับหลานร่วมสายเืแห่งสกุลหยางอันยิ่งใหญ่นั้นเอง
จบบทที่ 23