Posher พอร์ช : รักให้ลืม

ติดตามความเคลื่อนไหวของแต่ละตอนได้ที่ IG : that.striped.spiderr
ตอนที่ 1
ครั้งแรก
ฝรั่งเศส
โรงแรม
ภายในห้องขนาดใหญ่สไตล์การตกแต่งเรียบหรูระดับห้าดาวบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ยินแต่เพียงเสียงลมหายใจเข้าออกของหนุ่มสาวทั้ง 5 คน ที่กำลังนั่งเขย่าขาอยู่บนโซฟาด้วยความตื่นเต้นบางคนก็ใช้ฟันหน้าขบกัดเล็บด้วยความกังวลโดยไม่รู้ตัว
ตึดตึด ตึด ตึด
ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทุกคนต่างก็ลุกพรวดราวกับนัดกันไว้ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปที่มือถือเครื่องหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เอ็งรับสิ”
“ครับเฮีย…”
“แฮ่ม…ครับ…ใช่ครับ…คะ…ครับ…อะ…อะไรนะครับ…ครับ…ขอบคุณครับ”
ชายหนุ่มผิวคล้ำวางสายด้วยใบหน้าซีดเซียว เหลือบสายตาขึ้นมามองทุกคนริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนอยากจะพูดแต่กลับนิ่งเงียบแทน
ชายวัยกลางคนนั่งด้านข้างกลืนน้ำลายอึกใหญ่คิ้วขมวดเป็ปม ฝ่ามือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าหากันก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นด้วยความหงุดหงิด
“เร็วสิวะข้ารอฟังเอ็งอยู่เนี่ย”
“ว่าไง ทางนั้นว่าไงบ้าง”
“ใช่ว่าไง เขาว่าไง”
ทุกคนต่างพยายามเขย่าตัวชายหนุ่มผิวคล้ำด้วยความคาดหวัง
“เฮีย…ไวน์ของเราได้เซ็นสัญญาแล้ว!!" เสียงของชายหนุ่มค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆก่อนจะะโโลดเต้นด้วยความดีใจ
"ว่าไงนะ!!"
“เมื่อกี้ล่ามของผู้บริหารคนนั้นโทรมาบอกว่าเขาตกลงจะทำสัญญากับเราแล้วพรุ่งนี้ให้เราเข้าไปที่บริษัทได้เลย!!”
“แกไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ไม่งั้นข้าเตะกระเด็นนะ”
“เฮีย…มีอีเมลส่งมาจริงด้วย…เป็สัญญาคร่าวๆที่เขาส่งมาให้ดู นี่ไง” ชายหนุ่มตัวเล็กยื่นโทรศัพท์ให้ชายร่างสูงใหญ่ดูสักพักใบหน้าที่ อึมครึมก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
“ป๊า ว่าไงคะ”หญิงสาวหน้าหวานเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ใช่จริงๆเรา…เราได้เซ็นสัญญาแล้ว”
"เย้!!"
“เย้! ในที่สุดไวน์เราก็ได้ส่งนอกแล้วโว้ย!!”
“อีหนู!! ไวน์เรากำลังจะโกอินเตอร์…”
“ใช่ค่ะ”
หญิงสาวผิวขาวผมสั้นประบ่า มองผู้เป็พ่อด้วยดวงตาเปล่งประกายเธอรู้สึกดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากยิ้มตาหยีอยู่กับที่พลางปรบมือไปพร้อมกับทุกคนนี่เป็ครั้งแรกที่ครอบครัวของเธอได้ยื่นข้อเสนอการส่งออกไวน์ต่างประเทศกับบริษัทแห่งหนึ่ง
ตอนแรกก็ทำใจไว้บ้างเหมือนกันว่าบางทีอาจจะมีรายอื่นที่ให้ผลประโยชน์ดีกว่าของเธอ แต่ผิดคาดไวน์ของเธอกำลังจะได้เซ็นสัญญากับบริษัทั์ใหญ่จริงๆ
ถ้างั้นจะรออะไรอีก…
"ป๊า!! งั้นวันนี้เราไปฉลองกันดีไหมคะ"
"ได้เลย!! ไปฉลองกัน ไม่เมาไม่กลับ!!"
คลับ w
"วันนี้อยากกินอะไร สั่งเลย เฮียเลี้ยงเอง!!" ชายร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้นเป็การเปิดโอกาสให้ลูกน้องหยิบเมนูขึ้นมาและเริ่มสั่งอาหารอย่างมีความสุข
"น้องจันทร์เ้ากินอะไรดีคะ"หญิงสาวผิวใส่แว่นตากระซิบถามจันทร์เ้าที่นั่งดูเมนูอาหารอยู่ในมือ
“อีหนูจะเอาอะไร สั่งไปเลยเต็มที่”
เธอเหลือบสายตามองพ่ออย่างกล้าๆกลัวๆในใจกำลังคิดอยากจะขอ…
บรรยากาศโดยรอบของที่นี่ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวสักเท่าไหร่บางคนก็กำลังนั่งดื่มเหล้า บ้างก็ยืนโยกเบาๆ ไปมาตามจังหวะเพลงเธอสังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังดื่มอย่างบ้าคลั่งสนุกสนานช่างเป็ภาพที่เธออยากจะแสดงออกให้ได้แบบนั้นสักครั้ง
“ป๊าถ้าหนูอยากกินเหล้า…” จันทร์เ้าเม้มปากถามขึ้น ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะเป็พ่อของเธอแต่มันก็ไม่ได้ง่ายที่จะขออนุญาตกินเหล้าในคลับต่างที่ต่างถิ่นแบบนี้
เธอกลืนน้ำลายรอคอยกับคำตอบของผู้เป็พ่อ
“ได้!! ป๊าอนุญาต!! กินให้เต็มที่!!ป๊าจะดูแลหนูเอง!!”
“เริ่ด!!”เธอตบโต๊ะด้วยความพอใจก่อนจะชี้ไปที่เมนู “พี่หมวยสั่งเหล้ามาเลยค่ะ”
“โอเคค่ะน้องจันทร์เ้า พี่จะจัดให้”
เธอพยักหน้าอย่างรอคอยดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น ได้มีโอกาสมาเที่ยวต่างประเทศสิ่งแรกที่น่าสนใจที่สุดก็คือคลับผับบาร์นี่แหละ อาจเป็เพราะสมัยเรียนมหาลัยเธอเที่ยวบ่อยก็เลยอยากรู้ว่ามันจะแตกต่างกับที่ไทยยังไงผู้ชายจะน่ามองเหมือนกันหรือเปล่านะ
2 ชั่วโมงผ่านไป
ดูเหมือน…มันก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่สังคมที่นี่ผู้ชายบางคนจะเปิดกว้างคนไม่รู้จักกันบางทีเจอหน้ากันก็จูบกันแล้ว แถมยังมีชวนกันขึ้นไปข้างบนเพื่อเปิดห้องด้วยซ้ำ
“อีหนู!!ชนแก้ว!!”
จันทร์เ้าหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นพ่อเริ่มเอนไปเอนมาเพราะเมาน้ำเสียงก็ขึ้นสูงลงต่ำไม่มั่นคง
“เฮีย…เมาใหญ่แล้วนะ” ไม้หน้าดำคร่ำเครียดไม่รู้ว่าจะจัดการกับหัวหน้ายังไง
“เอ็งว่าใครเมาไม่มี๊ ไอ้แช่ม! มาชนแก้วกัน”
“จัดไปเลยเฮีย!!”
ตอนนี้ชายหนุ่มสองคนกำลังกอดคอกันด้วยสภาพเมามายไม่ต่างกับตอนที่นั่งกินเหล้าอยู่ที่บ้านเลยด้วยซ้ำปากบ่นพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ มือไม่ได้เว้นว่างจากการจับแก้วสักนิด
“เอายังไงดีคะหรือว่าพวกเราจะกลับเลยดี…”
“ความจริง พวกพี่กลับก่อนก็ได้นะคะโรงแรมอยู่ฝั่งตรงข้ามเองเดี๋ยวหนูขอนั่งอีกสักแป๊บแล้วจะกลับค่ะ”
“แต่น้องจันทร์เ้านั่งคนเดียว…มันคง…”
“พี่หมวยลืมไปแล้วเหรอว่าหนูเทควันโดสายดำนะ”
“นั่นสิคะ”แต่ก็อดเป็ห่วงไม่ได้อยู่ดีเพราะที่นี่ไม่ใช่ประเทศไทยและจันทร์เ้าก็เป็ผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่งถ้าเกิดอะไรขึ้นมา หัวหน้าได้ฆ่าปาดคอเธอแน่ๆ
“หนูไม่เป็ไรค่ะ”
“แต่พี่ว่า…”
“หนูอยากซึมซับบรรยากาศก่อนไม่เกินเที่ยงคืนหนูจะกลับแน่นอนค่ะ พี่หมวยไม่ต้องห่วงนะ”
“งั้นพี่กับไม้ขอไปส่งแช่มกับเฮียที่ห้องก่อนนะคะ”
“ค่ะ”
เธอพยักหน้าก่อนจะมองชายหญิงช่วยกันพยุงพ่อกับผู้ช่วยหนุ่มอีกคนออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเล
หลังจากที่ทุกคนกลับกันไปหมดแล้วรอบด้านก็เงียบเหงาไปโดยปริยาย จันทร์เ้านั่งมองขวดเหล้าบนโต๊ะที่ยังเหลืออยู่เกือบครึ่งอย่างเสียดายราคาก็แพงจะให้ทิ้งเอาไว้แบบนี้ได้ยังไงเอาเป็ว่าเธอจะดื่มเข้าไปให้หมดแล้วรีบกลับห้องก่อนที่จะเมาดีกว่า
ขณะที่กำลังนั่งอยู่คนเดียวนั้นสายตาก็พลันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินโซซัดโซเซมาทางนี้ ใบหน้าแดงก่ำทำให้เห็นว่าเขากำลังเมามาก ร่างกายทรงตัวไม่อยู่แทบจะล้มพับอยู่แล้ว…
ฟุบ
แล้วจู่ๆชายคนนั้นก็สะดุดล้มตรงโต๊ะเธอพอดีจันทร์เ้ารีบลุกขึ้นและช่วยพยุงให้เขานั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง
“Areyou ok?” เธอถามเขา
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรใช้วิธีการตอบกลับโดยการพยักหน้าช้าๆจากนั้นก็ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง
จันทร์เ้ามีอาการเกร็งเล็กน้อยเพราะเธอยังไม่เคยคุยกับคนฝรั่งมาก่อนแถมภาษาอังกฤษที่อยู่ในหัวตอนนี้ก็งูๆปลาๆทั้งนั้น กลัวจะพูดไม่รู้เื่จนเขาด่าเอามากกว่า
“Would you like somedrinks? Water?” นึกอะไรได้ก็พูดออกไปก่อนแล้วกัน
ชายหนุ่มมีท่าทีมึนงงเขาพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถทรงตัวได้
“เอิ่ม…”จันทร์เ้ารู้สึกกระวนกระวายใจไม่รู้ว่าจะช่วยเขายังไงนอกจากนั่งอยู่ข้างๆอ้าปากหุบปากอยู่นาน “You take a rest.”
“ผมพูดไทยได้”
“อ่ะ…” จันทร์เ้าเบิกตาโตกว้างด้วยความใไม่นึกว่าจะเจอคนฝรั่งพูดไทยชัดขนาดนี้ หน้าตาก็หล่อเหลาเอาการอยู่เหมือนกัน “ฉันว่าคุณนั่งพักก่อนก็ได้นะคะ ตรงนี้ไม่มีใครนั่ง”
“ขอบคุณครับ”ชายหนุ่มยังคงใช้มือกุมขมับเพื่อนวดคลายให้หายปวดหัว ถึงจะดื่มไปมากมายแต่ก็ไม่ได้ไร้สติสัมปชัญญะเพียงแต่อาจเพราะ่นี้ดื่มบ่อยเกินไปเลยทำให้ร่างกายหมดแรงพอจะลุกเดินก็เซล้มลงเอาเป็ว่านั่งก่อนก็แล้วกัน
เขาเหลือบสายตาขึ้นมองหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างขวดเหล้าบนโต๊ะมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่ว่ากินคนเดียวหรอกนะ
“คุณมาคนเดียวเหรอครับ”
“ฉันมากับพ่อค่ะ แต่พอดีท่านกลับไปที่โรงแรมแล้ว”
“อ่อ”
“คุณมาดื่มคนเดียวเหรอคะ”
“ครับ”
“ไม่นึกว่าจะเจอคนฝรั่งที่พูดภาษาไทยได้ชัดเจนที่นี่ไม่ทราบว่าคุณเป็คนที่ไหนเหรอคะ”
“ลูกครึ่งไทย-แคนาดาครับ”
คนบ้าอะไรหล่อจริงจังได้ขนาดนี้พระเ้าต้องเป็คนสร้างผู้ชายคนนี้ลงมาเกิดแน่ๆจันทร์เ้าแอบชื่นชมความหล่อของเขาในใจพลางคิดไปว่าถ้าชาตินี้ได้มีแฟนหน้าตาแบบนี้บ้างก็คงดี
ขณะที่สมองกำลังคิดอะไรอยู่ในภวังค์ก็ได้ยินน้ำเสียงนิ่งเฉยเอ่ยขึ้น
“เป็ผู้หญิง อย่ามานั่งดื่มคนเดียวเลยครับ ผู้ชายที่นี่ไม่ได้ไว้วางใจได้ทุกคน”
“รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่าคะ”
คำตอบของหญิงสาวทำให้เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่กลมโต ผิวพรรณขาวเนียนผมสั้นประบ่า ริมฝีปากชมพูบางกำลังเม้มแน่นคล้ายประหม่าทุกส่วนของเธอทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปไหนได้
จันทร์เ้าใจเต้นแรงไม่นึกว่าปากจะพูดออกไปแบบนั้น เธอก็แค่อยากแซวเล่นเฉยๆแต่ไหงกลายเป็เธอรู้สึกหวั่นไหวซะเอง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนชวนมองหนวดเคราบริเวณคางที่ดูเข้ากับโครงหน้า ผมสีน้ำตาลเข้มกับผิวสีน้ำผึ้งโดยรวมแล้วทำให้เขาดูเซ็กซี่มาก เธอก็เคยเจอผู้ชายที่มหาลัยเยอะอยู่พอสมควรแต่ก็กล้าบอกเลยว่าไม่มีใครดูดีได้เท่าผู้ชายตรงหน้า
“ผมก็ไม่ใช่คนดีครับ”
“แต่คุณก็ยังไม่ได้ทำอะไรฉันนี่นา”
“เพราะผมกำลังปวดหัวอยู่ต่างหาก”
“ถ้าคุณไม่ปวดหัว คุณจะรังแกฉันเหรอคะ”
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะยกยิ้มเ้าเล่ห์เขาไม่เคยเจอผู้หญิงต่อปากต่อคำเก่งขนาดนี้ แถมยังใจกล้านั่งกินเหล้าคนเดียวในสถานบันเทิงต่างถิ่นอีกใจกล้าจริงๆ
“คุณจะดื่มให้หมดนี่เลยเหรอครับ” เขาพยักพเยิดไปทางขวดเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ค่ะ”
“สนใจมาดื่มกับผมไหมครับ”
ชายหนุ่มถามลองเชิงพลางมองปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้าไปด้วยเขาแค่ไม่อยากอยู่คนเดียวถึงได้หน้าด้านเอ่ยชวนเธอโดยไม่ทันคิดอะไร
หวังว่าเธอจะอยู่ต่อ…