
อริสราลูบหน้าท้องแบนเรียบที่ยังไม่ปรากฏให้เห็นถึงการมีอยู่ของอีกชีวิตหนึ่ง ภายใต้เสื้อเอวลอยผ้าไหมพลิ้ว มีสายรัดผูกอยู่ที่ต้นคอด้านหลัง หญิงสาวมองดูตัวเองในกระจกทั้งซ้ายและขวา ดูแล้วก็ไม่เห็นความแตกต่างจากเมื่อก่อน
ไม่เหมือนคนกำลังตั้งครรภ์สักนิด...
‘ลูก’ อีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในท้องที่ยังแบนราบ เป็ส่วนหนึ่งของเธอ และเป็คนที่ใกล้ชิดกับเธอมากที่สุดในโลกทั้งด้านสายเืและความรู้สึก หัวใจอริสราอุ่นซ่านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน นานแล้วที่เธอไม่เคยคิดถึงคำว่า ‘ครอบครัว’ ในชีวิตของตัวเอง
อากาศค่อนข้างเย็นสบายในตอนเช้าเช่นนี้ ถึงตอนนี้จะเป็่ปลายฝนต้นหนาว แต่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยได้ัักับลมหนาวสักเท่าไร แต่ฝุ่นพิษนั้นทำเอาอริสราแทบไม่อยากออกไปข้างนอกเลยหากไม่ใช่เื่งาน
ร่องรอยความกังวลทั้งยังปรากฏแววระแวดระวังในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อความงามของเรือนร่างสูงระหง ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นเอวต่ำสีซีด สวมกำไลบางหลายวงจนมันกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งราวกับเสียงกระพรวนจิ๋ว ขณะยกมือขึ้นจัดปอยผมหยักสลวยให้ระลงมาล้อมกรอบใบหน้างดงามเย้ายวน
ผมที่ดัดเป็ลอนสลวยและจัดย้อมโดยช่างผมมืออาชีพไล่เฉดสีกันจนดูราวกับแสงแดดที่ทอประกายระยิบระยับยามที่ปล่อยผมยาวสยายลงมา
ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอบวกกับความสามารถ ทำให้อริสรากลายเป็นางแบบ พิธีกร ดีเจ และอินฟลูเอนเซ็อร์ที่มีผู้ติดตามเจ็ดแปดหลักในแพลตฟอร์มต่างๆ กลับไม่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นางแบบยอดนิยม หรือคนดังในโลกโซเชียวเลยสักนิด
หากแต่เป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน...!
และยังไม่แน่ใจว่าพ่อของลูกจะรับสถานะคนที่กำลังจะเป็พ่อของเด็กคนหนึ่งอย่างกะทันหันได้หรือเปล่า
“คุณดูสวยจริงๆ”
อริสราหมุนตัวไปตามเสียงก็พบสุปรีดิ์ที่พิงกรอบประตูมองเธออยู่
ดวงตาคมกล้าทอประกายชื่นชมอย่างชัดเจน ชั่วขณะนั้นเอง หญิงสาวลืมเลือนสภาพของตัวเองไป ลืมเื่มากมายที่ต้องบอกให้เขารู้ ลืมความกลัวและกังวลของตัวเอง ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
เว้นแต่เธอคิดถึงผู้ชายคนนี้มาก...ยี่สิบหกวันแล้วที่เธอไม่ได้พบเขา
อริสราวิ่งข้ามห้องแล้วโถมกายเข้าสู่อ้อมอกของเขา
“คุณพาย ฉันรอคุณกลับมาทุกๆ วัน นับแต่คุณจากไปเลย!”
ลำแขนแข็งแรงโอบรัดร่างเธอไว้ด้วยอากัปกิริยาที่เกือบจะแข็งทื่อ ขณะที่ตัวเขาเองก็ดูแปลกไปหากแต่คนถูกสวมกอดไม่ได้สังเกต
“แค่เดือนเดียวเอง อินเองก็คงมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานจนไม่ได้คิดถึงผมมากขนาดนั้นหรอกน่า”
คำพูดนั้นเตือนให้เธอจำได้ว่าเขาหงุดหงิดมากแค่ไหนเมื่ออริสราปฏิเสธไม่ยอมเลิกเดินแบบชุดว่ายน้ำ ในตอนที่ทั้งสองเป็คนรักกันใหม่ๆ
สุปรีดิ์มักจะหงุดหงิดเสมอเมื่อเธอไม่มีเวลาให้เขาเพราะเื่งาน แม้เขาจะไม่เคยพูดแต่อริสราก็รู้ดี
แต่เธอไม่้าตกเป็เมียเก็บที่ต้องให้เขาเลี้ยงดู อริสราไม่มีทางเลือก จึงไม่อาจสลัดทิ้งอาชีพของตนไปได้ เธอ้าเงินจำนวนมาก
“ไม่จริงหรอก ไม่มีอะไรทำให้ฉันวุ่นวายจนไม่รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่กับฉันได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็เมื่อไหร่”
อริสราย้ำชัด เธอใอยู่ลึกๆ กับความอ่อนแอที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งของตัวเอง
ท่าทางเยือนเย็นสงบนิ่งของเธอหายไปไหนหมดแล้ว...
ภาพของนางแบบมืออาชีพที่ดึงดูดสุปรีดิ์เข้าหาเธอในตอนแรกหายไปไหนหมดกัน...หรือเป็เพราะเธอรู้ว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ ทำให้อารมณ์ความรู้สึกของเธอหวั่นไหวง่ายกว่าเดิม
มันเริ่มจากตอนไหนกัน...หรือเป็ตอนที่เขาโทรมาบอกว่าจะต้องอยู่ที่ฝรั่งเศสนานกว่าที่คาดไว้
เธอเศร้าเสียใจมากจนร้องไห้
หลังจากนั้นทั้งมีอาการแพ้ท้องมาตลอดสองสัปดาห์ ผลจากการตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ทุกสิ่งล้วนทำให้ตัวตนของอริสรา การสอน กำลังสูญเสียการควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไป
สุปรีดิ์พยายามควบคุมตัวเองเอาไว้ แต่มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยเมื่ออยู่ใกล้กับอริสรา
ยังเป็อริสราในแบบที่ออดอ้อนอย่างที่เขาไม่ค่อยได้เห็นมากนัก เธอเกาะติดเขาแจ แถมยังเหมือนกับอ่อนแอบอบบางช่างออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็
แต่เขารู้ว่ามันไม่ได้เป็ความจริงอย่างที่เห็นหรอก
เขากับเธอเริ่มคบหาเป็คนรักกันมาได้สองปีแล้ว แม้ว่าเธอจะทำให้เขาหวั่นไหวด้วยการมอบร่างกายให้อย่างไม่มีเหนี่ยวรั้งหวงตัว
หญิงสาวคนรักคนนี้ก็ยังเก็บหัวใจและชีวิตส่วนตัวของเธอไว้เป็ความลับไม่ให้เขาล่วงรู้
ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็แบบหนุ่มสาวสมัยใหม่ ไม่มีข้อผูกมัดหรือความเป็เ้าข้าวเ้าของของกันและกัน เป็สิ่งที่เธอเองก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่ได้หวังจะแสดงความเป็เ้าของเขา พอๆ กับที่ไม่ยินยอมให้เขาควบคุมความเป็ส่วนตัวของเธอ
หญิงสาวเบียดร่างเข้ามาแนบชิดกับเขาอย่างเชื้อเชิญโจ่งแจ้งจนสุปรีดิ์อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“คุณหมายความว่าคุณเศร้าที่ไม่มีผมอยู่บนเตียงอย่างนั้นสินะ”
เพราะบนเตียงเป็ที่ที่เดียวที่เขามั่นใจว่าเธอ้าเขาอย่างแท้จริง
อริสราไม่ยอมให้เขาช่วยเหลือเลี้ยงดูเื่การเงินเลย หรือพูดอีกแง่หนึ่งคือ...เธอแบ่งแยกเขาอย่างชัดเจนในเื่นี้
บอกชัดว่าเธอยอมต้องห่างจากเขาบ้างมากกว่าจะยอมละทิ้งงานแม้เพียงน้อยนิด
แต่ไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุใดก็ตาม มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาพูดในสิ่งที่ต้องพูดออกไปได้ง่ายขึ้นเลย
สุปรีดิ์คิดว่าเื่แบบนี้เป็เื่ยากที่จะเป็ฝ่ายพูดออกมามากกว่าเธอที่จะต้องเป็ฝ่ายรับฟัง
หญิงสาวคนรักของเขาคนนี้ไม่ใช้คนที่ชอบคำร่ำลาเยิ่นเย้อ หรือเื่อ่อนไหวะเือารมณ์พวกนั้น
อริสราส่ายหน้า เขย่งเท้าขึ้นโอบแขนคล้องต้นคอแกร่ง พลางใช้นิ้วเขี่ยไล่ผมที่ท้ายทอยเขาเล่น
“ฉันคิดถึงคุณนะคะพาย มันรู้สึกเหงามากเมื่อต้องทานอาหารคนเดียว ไม่มีความสุขเมื่อต้องอยู่ห้องกว้างๆ นี้เพียงลำพังโดยไม่มีคุณ”
สุปรีดิ์นิ่วหน้า ไม่อยากเห็นเธอยิ้มหวานพูดจาฉอเลาะพร้อมใช้สายตาฉ่ำวาวมองมาที่เขา
มันทำให้เขาคิดแต่จะกระโจนใส่เธอโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
แค่รอยยิ้มจากอริสราก็ทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหวหรือนี่
สุปรีดิ์ตัดสินใจในฉับพลันทันทีแล้วกล่าวเสียงราบ
“ผมมีเื่ต้องบอกคุณ”
แขนเรียวบางเกร็งขึ้นนิดหนึ่งเมื่อััได้ถึงน้ำเสียงเคร่งเครียดจริงจังของเขา
“รอก่อนไม่ได้หรือคะ ที่รัก”
เขาคลายมือจากเอวบาง เอื้อมมือยกขึ้นไปด้านหลังเพื่อดึงรั้งมือเธอออก แต่อริสรากลับเกี่ยวลำคอของเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
ชายหนุ่มกุมรอบข้อมือบางๆ ทั้งสองไว้แน่น “เราต้องคุยกันตอนนี้นะครับ”
อริสราไม่อยากคุย เธอยังไม่พร้อมจะบอกข่าวเื่ที่เธอตั้งครรภ์ให้เขาฟัง
เขาเป็ฝ่ายล่อลวงเธอมาั้แ่แรก ทำให้เธอยินยอมมอบหัวใจให้เขาไปพร้อมกับร่างกาย ทั้งยังล้อลวงเธอด้วยเสน่หาที่น่าหลงใหล จนผูกพันตัวเองกับเขาอย่างไม่อาจถอนตัว
เธอกับเขาเข้ากันได้ดีมากในฐานะคนรัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทั้งเขาและเธอจะยังเข้ากันได้ดีในฐานะสามีภรรยา
แล้วเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะมีท่าทีอย่างไรหากรู้ว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่
ด้วยความกลัวและความปรารถนาเป็แรงผลักดันให้อริสราบดเบียดทรวงอกอวบอิ่มเข้ากับร่างแกร่งกำยำ
“ไม่เอา”
เธอไล่จูบไปตามแนวคางแกร่ง ขบเม้มผิวเนื้ออย่างที่เขามักกระทำยามทั้งคู่พัวพันกัน ปล่อยให้ร่างกายซึมซับการสนองตอบของอีกฝ่าย
“ฉันยังไม่อยากคุย” เธอกล่าวพลางเสียดสีทรวงอกที่อยู่หลังผ้าเนื้อบางกับแผงอกกว้างใต้เชิ้ตขาวสะอาดไปมา
“ตอนนี้ฉันคิดถึงคุณที่สุดเลยที่รัก”
“อิน...”
ชายหนุ่มดึงมือเธอออก แต่แล้วก็พลาดด้วยการไม่จับไว้ให้ดีทำให้มือเรียวบางลดลงไปสอดเข้าจากใต้ชายเสื้อ กรีดนิ้วลูบไล้หน้าท้องแกร่งไล้ลงไปหาเข็มขัด
“ไม่เอาน่า”
เธอสอดมือเข้าใต้เสื้อนอกของเขาแล้วปัดมันให้หลุดจากบ่ากว้าง
“ไม่เห็นเป็ไรนี่คะ”
เขาจ้องเธอ แต่กลับไม่ได้หยุดอริสราจากการดึงทึ้งเสื้อตัวนอกของเขาจนมันลงไปกองอยู่กับพื้น
อริสรายิ้มอย่างพึงพอใจ
“ฉันคิดถึงคุณมากเลยนะคะ เราค่อยคุยกันทีหลังก็ได้นี่”
อริสรา้าความมั่นใจว่าเธอกับเขาเป็หนึ่งเดียวกัน ก่อนจะบอกเขาเื่ลูกในท้อง...แล้วคงถึงเวลาที่ต้องบอกเล่าถึงเื่ราวชีวิตในอดีตของครอบครัวเธอให้สุปรีดิ์ได้รับรู้
เขาโอบประคองเอวบางไว้ ยกตัวเธอขึ้นมาจนริมฝีปากของทั้งสองแนบชิดกัน
สุปรีดิ์ยังคงพึมพำเสียงแ่
“์!...นี้มันบ้าจริงๆ”
น้ำเสียงเขาแฝงความโกรธเกรี้ยวเจือความไม่พอใจ โดยที่อริสราเองก็ไม่เข้าใจ หากไม่ได้คิดเกี่ยวกับมันนานนัก ในเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นร้อนทาบประทับกับกลีบปากเธอด้วยแรงปรารถนาที่ลุกโหม
เธอกระชากเนกไทเขาออก ขณะที่ชายคนรักปลดปมเชือกที่ผูกรั้งเสื้อเธอไว้ออกอย่างรวดเร็ว ก่อนหันมาช่วยเธอปลดกระดุมเสื้อของเขาเสียเอง
เสื้อผ้าทั้งสองตกลงไปกองอยู่กับพื้นด้วยกัน ริมฝีปากเขาไม่เคยผละห่างออกจากเธอ
สุปรีดิ์ดึงตัวหญิงสาวมาแนบกายอีกครั้ง ผิวกายเปล่าเปลือยอ่อนนุ่ม ยอดอกอวบอิ่มเครียดครัดจากแรงอารมณ์ปัดไล้ไปกับแผงอกกำยำรุ่มร้อน
ร่างบางไหวระริก ขณะที่เขาส่งเสียงครางในลำคอทุ้มต่ำ
“เราไม่ควรทำแบบนี้” ชายหนุ่มพึมพำ
คำพูดนั้นสอดแทรกเข้าไปในห้วงสำนึกของอริสรา
หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดเช่นนั้นทำไม
เธอก็มิอาจตอบโต้ออกไปได้อย่างมีสติรับรู้อีกต่อไป เมื่อสติสำนึกทั้งปวงถูกรสััจากผิวเนื้อแกร่งกระด้างแนบชิดครอบงำ
นับเป็ครั้งแรกของเขาและเธอที่แนบชิดสนิทกันในรอบเดือนที่ทั้งสองห่างกัน
สุปรีดิ์เองก็ดูเหมือนจะรู้สึก้าไม่ต่างกับเธอ
วงแขนแข็งแรงกอดกระชับรอบร่างบางแแ่จนเธอแทบหายใจไม่ออก
ไม่กี่วินาทีต่อมาสองหนุ่มสาวก็ลงไปนอนเกาะเกี่ยวกันอยู่บนเตียง เสื้อผ้าถูกถอดทิ้งเหลืองแต่เนื้อตัวเปลือยเปล่า
มือไม้หิวกระหายโลมลูบไล้จากทรวงอกอวบอิ่มระเลื้อยลงมายังหน้าท้องราบเนียน ริมฝีปากร้อนผ่าวจุมพิตไล่ลงมาตามมือหนา ก่อนจะรุกถึงบุปผางาม นิ้วแกร่งร้อนผ่าวเหวกแทรกลึกเข้าสูงโพรงน้ำผึ้ง ริมฝีปากประกบริมฝีปากดูดดื่มความหอมหวานจากกันและกัน
สุปรีดิ์คลึกเคล้าหยอกล้อกับดอกไม้งามจนน้ำหวานชุ่มฉ่ำก่อนจะบดเบียดความเป็ชายที่ร้อนผ่าวแทรกลึกสู่ใจกลางความเป็หญิง
“ฮืม...พาย” อริสราครางครวญเมื่อถูกคนรักเติมเต็ม
ชายหนุ่มโถมทะยานเข้าหาช่องทางรัก บางครั้งโถมกายแนบชิดราวจะบดขยี้เธอให้เป็เนื้อเดียวกับเขา บางคราถอยห่างราวจะผละจากจนทำให้คนใต้ร่างผวาติดตาม
ชายหนุ่มหญิงสาวร่วมบรรเลงบทเพลงแห่งความหฤหรรษ์ไปพร้อมกันด้วยความเร่าร้อนชนิดที่ไม่เคยทำกันมาก่อน
เสียงร้องแหบห้าวดังคละเคล้าเสียงครางแ่โหยด้วยความสุขสม เมื่อประสบพบเจอกับแรงะเิพร่าพรายจนหลงลืมตน
อริสราแนบหน้าเหนือหัวใจที่ยังเต้นรัวระทึกจากแรงอารมณ์ที่เพิ่งจบลงไปหยกๆ ของสุปรีดิ์
“หัวใจของคุณเต้นแรงจัง มันดูทรงพลังมากเลย” เธอพึมพำ
“ช่างเป็ผู้ชายที่แข็งแกร่งจริง”
แล้วข่าวที่เธอกำลังจะบอกออกไปล่ะ มันจะช่วยมอบความปีติยินดีให้กับเธอ หรือจะเป็ไปในทางตรงกันข้ามกันแน่นะ
ร่างกายของสุปรีดิ์เกร็งเครียดขึ้นมาราวกับมีสัญญาณบอกเหตุถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขากลิ้งตัวออกห่างจากคนรักและผุดลุกขึ้นจากเตียง
“ผมอยากอาบน้ำ”
อริสราจ้องมองร่างสูงใหญ่ถึงร้อยแปดสิบสองเิเที่ยืนตระหง่านง้ำอยู่ข้างเตียง เรือนร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มช่างดูเร้าอารมณ์เหลือเกิน
ความเคร่งเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรงราวกับคลื่นลูกใหญ่ที่กำลังซัดเข้าฝั่ง
“ฉันไปด้วยนะคะ”
เขาส่ายหน้า “อยู่นี่แหละ ผมอาบแป๊บเดียว”
หัวใจเธอปวดแปลบเมื่อได้รับคำปฏิเสธนิดๆ จากเขา แต่อริสราก็ยังยิ้มรับและผงกศีรษะ
“ตกลงค่ะ”
เธอมันคนขี้ขลาดตาขาว อริสราด่าตัวเองในใจ
เธอยังแอบดีใจด้วยซ้ำที่มีข้ออ้างมาผัดผ่อนการบอกข่าวให้เขารู้ออกไปได้อีกหน่อย
สิบนาทีให้หลัง เขาก็กลับออกมาจากห้องน้ำ แต่งกายในชุดสูทตามปกติยามออกไปทำงาน ผมสีดำยังชื้นนิดๆ การที่เขาเลือกแต่งชุดสูทดูเป็ทางการทั้งที่ไม่จำเป็ทำให้เธอชะงักไปวูบหนึ่ง
“มีประชุมหรือคะ”
ใบหน้าคมคายเรียบเฉยราวกับสวมหน้ากากไร้อารมณ์เอาไว้
“อริสรา มีบางอย่างที่ผมต้องบอกคุณ”
คนถูกเรียกขานเต็มยศหัวใจกระตุกวูบ
หญิงสาวขยังตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนังหัวเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมกายเปล่าเปลือยไว้จากั์สีเข้มที่สะกดเธอได้นับแต่แวบแรกที่ทั้งสองพบกัน
“อะไรหรือคะ”
“ผมจะแต่งงาน”
ทุกสิ่งทุกอย่างในหัวเธอหยุดนิ่ง นี่เขาเพิ่งพูดอย่างที่เธอได้ยินออกมาจริงหรือเปล่านะ
ไม่หรอก...มันเป็ไปไม่ได้หรอก
นี่มันเื่อะไรกัน...
อริสราสับสนไปหมด
“ตะ...แต่งงานหรือคะ”
เขากำหมัดแน่นอยู่สองข้างลำตัว ร่างกายแกร่งแข็งทื่อด้วยความเครียดจนเธอไม่อาจทำเป็ละเลยล้อเล่นกับสิ่งที่ได้ยินได้อีก
“ใช่”
สุปรีดิ์เค้นเสียงพูดออกมาอย่างชัดเจน
นี้เขากำลังล้อเธอเล่นอยู่หรือ คงต้องเป็เื่ตลกอะไรสักอย่างแน่ๆ
“ถ้านี่เป็วิธีขอแต่งงานของคุณนะคะพาย ฉันว่าคุณยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเลย”
ริมฝีปากหยักได้รูปของชายหนุ่มเม้มแน่น
“อย่าพูดเหลวไหลหน่อยเลยน่า”
“เหลวไหลเหรอ”
เธอภาวนาให้สมองเธอกลับมาทำงานได้ตามปกติเสียที แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำพูดพวกนั้นของเขา อริสรากลับคิดอะไรไม่ออกเลย
“คุณเป็ผู้หญิงทำงานอย่างที่คุณแสดงความ้าออกมาตลอด่เวลาสองปีที่ผ่านมา”
เขาโบกมือฟาดเปะปะไปในอากาศ “ผู้หญิงที่มีความทะเยอทะยานอย่างคุณคงไม่สามารถเป็ภรรยาที่คลอดลูกและเลี้ยงดูเขาอยู่ที่บ้าน หรืออบรมทายาทอย่างที่เตชะธาดา้าได้”
อริสราสั่นสะท้านด้วยความหนาวเยือกที่แล่นวาบไปตามไขสันหลัง
“คุณกำลังจะพูดอะไรกันแน่”
“ผมกำลังจะแต่งงาน และความสัมพันธ์ของเราก็ต้องจบ...”
ใบหน้าของอริสราขาวเผือดไม่อาจช่วยบรรเทาความปวดแปลบในใจเธอได้เลย
“คุณเคยบอกว่าความสัมพันธ์ของเราเป็สิ่งพิเศษสำหรับคุณ คุณเคยบอกว่าฉันไว้ใจคุณได้ บอกว่าคุณจะไม่มีผู้หญิงคนอื่นขณะที่เรายังอยู่ด้วยกัน”
เธอะโผลุดลุกขึ้นจากเตียง รู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองสกปรกและกำลังถูกชายตรงหน้าหลอกใช้
เพลิงปรารถนาอันเร่าร้อน อารมณ์รักใคร่ที่ร่วมแบ่งปันกันเมื่อครู่ถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยคำพูดที่เขาเปิดเผยออกมา
ชายหนุ่มสอดนิ้วเสยเส้นผมดำขลับของเขาแรงๆ พลางถอนใจ
“ผมไม่เคยไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น”
“ถ้างั้นคุณจะแต่งงานกับใครไม่ทราบ” เธอกรีดเสียงร้องใส่เขา
“ไม่ใช่คนที่คุณรู้จักหรอก”
“ก็เห็นๆ กันอยู่”
อริสราขึงตาใส่ อยากจะฆ่าเขาให้ตายคามือนัก อยากจะกรี๊ดให้สุดเสียงและกลัวว่าตนเองจะร้องไห้ออกมาจับใจ
สุปรีดิ์ถอนใจ “เธอชื่อนิลลดา จิรวรากุล...หม่อมราชวงศ์หญิงนิลลดา จิรวรากุล”
คุณหญิง...หม่อมราชวงศ์สาวผู้หัวอ่อน ว่าง่าย กุลสตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและถูกเลี้ยงมาให้แต่งงานกับสามีผู้ร่ำรวยละมั้ง
“คุณไปเจอกับเธอั้แ่เมื่อไหร่”
แม้หัวใจปวดร้าวแทบแหลกสลาย อริสราก็จำต้องรู้ให้แน่ชัด
“ผมรู้จักกับเธอมาเกือบทั้งชีวิตนั่นแหละ เธอเป็ลูกสาวเพื่อนของครอบครัว”
“คุณรู้จักเธอมาเกือบทั้งชีวิต แล้วเพิ่งคิดได้ว่ารักเธอเรอะ” อริสรากรี๊ดถามเสียงแหลมสูง
เสียงหัวเราะเหยียดหยันหลุดจากปากสุปรีดิ์ “ความรักไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วยนี่”
เขาพูดถึงความรักด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน แม้ทั้งคู่ไม่เคยเอ่ยปากฝากรักกันหวานชื่น อริสราคิดมาตลอดว่าสุปรีดิ์เป็ผู้ชายที่ไม่ชอบพูดเื่อารมณ์ความรู้สึก หากเขาทำให้เธอรู้ว่าเขารักเธอและเธอก็รักเขาด้วยทั้งหมดของหัวใจ
หญิงสาวเฝ้าหวังว่าเขาจะตอบแทนความรู้สึกนั้นออกมาบ้าง แม้เพียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี
แล้วในตอนนี้เธอก็กำลังอุ้มท้องลูกเขาอยู่ มันน่าจะเพียงพอให้ทั้งสองแต่งงานกัน ทั้งคู่จะร่วมกันสร้างครอบครัวเล็กๆ ของพวกเขาขึ้นมา
แต่ดูท่าว่าสุปรีดิ์ไม่เชื่อในความรู้สึกรักแบบนี้เลยสักนิด
“ถ้าคุณไม่รักผู้หญิงคนนั้นแล้วคุณไปแต่งงานกับเธอทำไม”
“มันถึงเวลาแล้ว”
“ถึงเวลาอะไร?” ราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้
อริสรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น “คุณพูดเหมือนกับว่านี่เป็เื่ที่คุณวางแผนที่จะแต่งงานเอาไว้แล้ว”
“ใช่”
เหมือนกับเืถูกสูบฉีดขึ้นสมองอย่างฉับพลัน จนมีเสียงดังอื้ออึงไปหมด ทำให้เธอรู้สึกหวิวๆ เนื้อตัวอ่อนเปลี้ย ร่างบางส่ายโงนเงน
สุปรีดิ์สบถไม่เป็ภาษา คว้าต้นแขนเธอเพื่อยึดไว้ให้ทรงตัวไม่ล้มคว่ำ
“ไม่เป็ไรใช่มั้ย”
อีตานี่มาจากโลกไหนกันแน่นะ เขาพูดเื่บ้าบอพวกนี้กับเธอมาจนหมดทุกอย่าง แล้วยังมีหน้ามาถามว่าเธอไม่เป็อะไรใช่มั้ย...
เธอจะไม่เป็ไรได้ยังไง
เขาเพิ่งบอกมาว่าเขามีแผนจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนมาโดยตลอด ขณะที่เขาใช้เธอเป็นางบำเรอประจำตัวบนเตียงของเขาแบบนี้
“ปล่อย-ฉัน” เธอเค้นเสียงลอดไรฟันทีละคำ
สุปรีดิ์รีบปล่อยมือ ทำหน้าตาเหมือนถูกเธอถุยน้ำลายใส่หน้า นั้นทำให้เธอคันไม้คันมืออยากตบใบหน้าหล่อๆ นั่นใจแทบขาด
เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
หญิงสาวเบิ่งตามองหน้าชายในดวงใจที่ไม่มีใครอื่นมาเทียบเทียมได้นับแต่วันที่พบกันเมื่อยี่สิบหกเดือนที่แล้ว
“ขอฉันทำความเข้าใจให้ชัดๆ อีกทีนะ” อริสราพยายามตั้งสติ คิดอย่างมีเหตุผลอย่างสุดกำลัง
“คุณวางแผนที่จะแต่งงานกับคนอื่นมาโดยตลอดใช่มั้ย”
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มหรี่แคบลง เขาไม่ชอบต้องมานั่งพูดซ้ำซากนักหรอก
“ใช่”
“แต่คุณก็ยังหลอกล่อให้ฉันขึ้นเตียงกับคุณ คุณทำให้ฉันกลายเป็นางบำเรอของคุณ ทั้งที่ไม่คิดจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเกินเลยมากไปกว่าเื่บนเตียงเท่าเหรอ”
เขาผงะไปราวกับถูกตบเข้าอย่างจัง
“ผมไม่ได้ทำให้คุณเป็นางบำเรอ คุณเป็คนรักของผม เราต่างคบหากันอย่างเท่าเทียม”
“อดีตคนรักย่ะ”
เขาขบกรามกรอด “อดีตคนรัก”
“ทำไม..?.”
อริสรากล้ำกลืนความขมขื่นที่อัดแน่นในลำคอ เธอถามมันออกไปแทบไม่ได้ แต่ก็ต้องทำ
“ทำไมคุณถึงต้องมาร่วมรักกับฉัน ฉันหมายถึง...มานอนกับฉันตอนนี้ด้วย”
เขาหันหลังเดินห่างออกไป เรือนกายสง่างามกำยำส่งความรู้สึกบางอย่างถึงเธอแทรกเข้ามาท่ามกลางบทสนทนาเคร่งเครียดที่ปะทุอยู่ระหว่างคนทั้งสอง
“ผมห้ามตัวเองไม่ได้”
อริสราเชื่อเขา...เพราะเธอเองก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้นับั้แ่วินาทีแรกที่ได้พบกัน
ด้วยอายุยี่สิบสองปี เธอยังอยู่ในวัยสาวสะพรั่ง อริสรากลับยังเป็สาวบริสุทธิ์อยู่
หากแม้แต่พรหมจารีก็ไม่ได้เป็อุปสรรคยับยั้งความรู้สึกที่เขาเป็ผู้จุดขึ้นในตัวเธอได้เลย
ตอนนั้นเขาใมากเมื่อรู้ว่าเธอยังไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะทำให้เธอตกเป็ของเขาแต่อย่างใด
เธอรักเขา และหลังจากเวลาสองเดือนที่คอยปัดป้องเขาให้อยู่ห่างออกไป อริสราก็ยอมพ่ายในที่สุด
เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้รับความรักความทะนุถนอมเอาใจใส่ หลายต่อหลายครั้งใน่ขวบปีที่ผ่านมาเธอถึงกับรู้สึกว่าตนเป็ที่รักด้วยซ้ำ
“ฉันไม่เชื่อว่าคุณ้าให้ฉันจากไป”
เขาทำไม่ได้หรอก
“มันถึงเวลาแล้ว”
สุปรีดิ์กล่าวราวกับว่าแค่คำพูดนั้นก็สามารถอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างได้
“ถึงเวลาที่คุณต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่ตั้งใจจะแต่งด้วยมาตลอดน่ะเรอะ” อริสราถาม
เธอรู้สึกจำเป็อย่างยิ่งที่ต้องทำให้มันกระจ่างชัด
“ใช่”
ทันใดนั้น เธอจึงรู้สึกถึงความเปลือยเปล่าของตน ทะลุผ่านม่านหมอกแห่งความโกรธเกรี้ยวและนึกอับอาย
เธอมอบร่างกายให้กับผู้ชายคนนี้ โดยไม่มีความยับยั้งชั่งใจใดๆ มาตลอดเวลาเกือบสองปี...
นั้นเป็่เวลาที่เขารู้มาตลอดว่าจะแต่งงานกับคนอื่น
หญิงสาวหมุนตัวเดินกลับไปทางห้องน้ำ กระชากเสื้อคลุมผ้าขนหนูที่แขวนไว้หลังประตูลงมาสวม
เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง สุปรีดิ์ก็จากไปแล้ว
หลังจากเดินตามหาจนทั่วทุกที่ทุกห้องในคอนโดฯ อริสราก็ได้คำตอบว่าเขาไม่เพียงแต่ผละไปจากห้องนอน
เขายังทิ้งเธอไปแล้วด้วย
เธอยืนอยู่กลางห้องนั่นเล่น ปล่อยให้ความว่างเปล่าเดียวดายจมลึกเข้าสู่ห้วงสำนึก
กระทั่งมันกดดันอัดแน่นจนหญิงสาวต้องทรุดตัวลงคู้เข่า ศีรษะค้อมต่ำราวกับมันหนักเกินกว่าที่ลำคอระหงจะทนรับไหว น้ำตาเริ่มก่อตัวอยู่หลังม่านตาพร่าเลือน
น้ำตาร้อนๆ ไหลพรั่งพรูอาบสองแก้มเนียน ผ่านลำคอลงไปจนทำให้ปกเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อหนาเปียกชุ่ม
สุปรีดิ์จากไปแล้ว
เขาถึงกับผละจากไปเช่นนี้
สุปรีดิ์เอนหลังพิงผนังทางเดินด้านนอกคอนโดฯ เขาบังคับตัวเองออกมาก่อนตอนที่อริสราเข้าไปในห้องน้ำจะออกมา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีวันที่จะเดินออกจากประตูนั่นได้แน่
แม้แต่ตอนนี้ความ้าที่จะกลับเข้าไปหาเธอ และบอกว่าเื่ทุกอย่างเป็แค่ความเข้าใจผิดนั้นรุนแรงยิ่งในความรู้สึกของชายหนุ่ม
แต่มันไม่ใช่เื่เข้าใจผิด...
ถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับนิลลดา จิรวรากุล ปู่ที่สุปรีดิ์รักและเคารพเสียยิ่งกว่าสิ่งใดในชีวิตและเป็ยิ่งกว่าความสุขส่วนตัวของเขาเองก็คงต้องตาย
ปู่ไม่ยอมถอยให้เขาเลย...
ถึงขนาดที่แรงจะนั่งเก้าอี้รถเข็นยังไม่มีแล้ว ก็ยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่เข้ารับการผ่าตัดที่จำเป็จนกว่าสุปรีดิ์จะกำหนดวันแต่งงาน!
เขากำหมัดชกมืออีกข้างแรงๆ ทำไมอริสราต้องพูดถึงการแต่งงานของเขากับเธอขึ้นมาด้วย
ทำไมต้องเยาะเย้ยกันด้วยเื่ที่เป็ไปไม่ได้เช่นนี้
เธอไม่้าแต่งงาน!
ไม่มีเลยตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบหากัน เพราะหากเธอมีความคิดอยากแต่งงานกันบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะแสดงให้เขาเห็นว่าเขามาก่อนงานของเธอบ้าง...แม้สักครั้งก็ยังดี
แต่มันไม่เคยเป็อย่างนั้นเลย...ไม่มีเลยแม้สักครั้ง
อริสราคงกำลังโกรธ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของเธอบอกช้ำ หญิงสาวคงหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าเขามีแผนจะแต่งงานกับคนอื่นมานานแล้ว
แต่เขานึกไม่ออกจริงๆ ว่าเธอเคยคิดอยากให้ความสัมพันธ์นี้จบลงด้วยการแต่งงานมาก่อน
เธอนั่นแหละที่ชอบยกเื่ความเป็อิสระไม่ขึ้นกับใครของทั้งคู่ขึ้นมาเป็ประเด็นอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าตอนนี้อริสราดูจะปักใจเชื่อว่าเขาไม่มีทางเคยมีแผนที่จะแต่งงานกับเ้าหล่อนมาก่อน
ความรู้สึกผิดทำให้อารมณ์ปั่นป่วนวุ่นวายในใจหนักขึ้นไปอีก
เขาไม่ได้ตั้งใจร่วมรักกับเธออีกครั้งเลยจริงๆ
สุปรีดิ์สูญเสียความเยือกเย็นและการควบคุมตัวเองไปในทันทีที่อริสราเริ่มกลายมาเป็แม่สาวยั่วเสน่ห์ ที่ผ่านมาแม้เธอดูจัดจ้านยามอยู่บนเตียงกับเขา
แต่อริสราก็ไม่เคยเป็ฝ่ายรุกในเกมรัก!
เธอเป็คู่รักที่อ่อนโยนช่างตอบสนอง ตอบสนองยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่เขาเคยรู้จักมา
เธอแทบไม่เคยเป็ฝ่ายเริ่มยั่วยวนเชิญชวนให้เขามาร่วมรักกันก่อนเลย และถ้าเธอทำมันขึ้นมา มันก็เป็ไปอย่างแยบยลจนแทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็การยั่วยวนเชิญชวน
แต่วันนี้การกระทำทุกอย่างของเธอกับตรงกับคำว่ายั่วยวนทุกอย่าง ทั้งยังห่างไกลจากการเชิญชวนอย่างแยบยลแเี ความ้าเขาของเธอในวันนี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ราวกับเธอขาดเขาไม่ได้ นั้นไม่เท่ากับการราดรดกองไฟด้วยน้ำมันชั้นดีหรอกหรือ
เขาจะหักห้ามใจได้อย่างไร ในเมื่อตัวเขาเองก็้าเธอไม่ต่างกัน
หลังจากนั้น มันยิ่งยากเข้าไปอีกที่จะให้เขาบอกเธอเื่งานแต่งงานของเขาที่กำลังจะมีขึ้น
ขณะที่ร่างกายของเธอยังอบอุ่นนุ่มนวลกรุ่นกลิ่นอายรักอบอวลอยู่...
เขาตัดใจละห่างจากผนังกำแพง มุ่งหน้าเดินไปทางลิฟต์ ตัดบัวไม่ให้เหลือใยเป็ทางเดียวที่เขาทำได้
เป็สิ่งเดียวที่เขาควรทำ!
อริสรารอชายหนุ่มคนรักอยู่ตลอดสามสิบหกชั่วโมงก่อนโทรศัพท์เข้ามือถือส่วนตัวของสุปรีดิ์ เธอพยายามปลอบประโลมใจตนเอง สร้างความมั่นใจให้ตนเองว่าชายคนรัก...ที่เป็ทั้งพ่อของลูกน้อยจะต้องกลับมาหาเธอ
เขาร่วมรักกับเธออย่างเร่าร้อน
เธอแน่ใจด้วยว่าเขาไม่ได้วางแผนจะทำแบบนั้น แต่ชายหนุ่มก็ยังทำลงไปอยู่ดี
เขาไม่เคยร่วมหลับนอนกับคุณหญิงนิลลดาคนนั้น
ทั้งยังบอกอีกว่าไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น ที่สำคัญพอๆ กันก็คือเขาไม่มีทาง้าเ้าหล่อนแบบเดียวกับที่้าอริสรามาตลอดสองปีที่ผ่านมาได้หรอก
แต่เขาก็ยังคงไม่กลับมา...
ลาโง่คนนั้นช่างดื้อดึงและยโสจริงๆ
เธอเลยต้องเป็ฝ่ายติดต่อไปหาเขาก่อน เธอโกรธ เ็ปเสียยิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต
แต่เพราะกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ จึงจำเป็ต้องบอกเขาก่อนที่สุปรีดิ์จะทำพลาดครั้งใหญ่ด้วยการแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นไปก่อน ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงเื่ลูก
เธอไม่ยอมคิดต่อไปว่าควรทำอย่างไร หากข่าวว่าเขากำลังได้เป็พ่อไม่ได้มีผลกระทบต่อแผนการแต่งงานที่เขาวางไว้
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังอยู่สามสี่ครั้งก่อนที่จะมีคนรับสาย
“สุปรีดิ์พูด”
“อริสรานะคะ”
แล้วความเงียบก็เข้าครอบงำปลายสายของทั้งคู่
“เราต้องคุยกันคะ”
อีกฝ่ายยังเงียบอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงมาตามสายว่า “ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วนี่”
“ไม่ ฉันมีเื่ที่ต้องบอกคุณ”
ชายหนุ่มจะสังเกตบ้างไหมว่าประโยคนี้คล้ายกับที่เขาพูดเมื่อสองวันก่อนแค่ไหน
“เราไม่พูดถึงเื่แล้วมาไม่ได้หรือไง”
อริสราสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พยายามควบคุมความ้าที่จะร้องกรี๊ดๆ โวยวายเหมือนแม่ค้าในตลาดสด เมื่อถูกนักธุรกิจไร้หัวใจดีดทิ้งราวกับเป็ขยะชิ้นหนึ่ง
“ไม่ได้ค่ะ เราต้องคุยกัน คุณติดค้างฉันเื่นี้นะคะ พาย”
คราวนี้เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงความเงียบจากทั้งสองฝ่าย
ที่สุดก็ได้ยินเสียงถอนใจเฮือกดังมาจากปลายสาย “ก็ได้ เจอกันที่ลา ทาโวลา มื้อเที่ยงก็แล้วกัน”
“ฉันอยากเจอกันคุณที่คอนโดฯ มากกว่า”
ด้วยไม่อยากบอกข่าวการเป็ว่าที่คุณพ่อให้เขาฟังในที่สาธารณะ อริสราคิดว่าทั้งคู่ควรคุยกันในที่ส่วนตัวจะดีกว่า
“ไม่” สุปรีดิ์ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
เธอกัดฟันกรอด แต่ก็ไม่ได้แย้งอะไร “ก็ได้ค่ะ”
เป็ที่สาธารณะก็ดีเหมือนกัน อริสราคิด...เขาคงต้องลังเลแน่ถ้าคิดก่อคดีฆาตกรรมต่อหน้าต่อตาพยานเยอะแยะ
เธออดคิดอย่างร้ายกาจไม่ได้
ทั้งสองนัดหมายเวลากัน แล้วจึงวางสาย
สุปรีดิ์วางสายโทรศัพท์ก่อนหันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศในสิงคโปร์
เขาบินมาถึงเมื่อวันก่อน ด้วยไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถหักใจไม่ไปหาอริสราได้หรือเปล่าหากยังคงอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อ
ถึงการทำอย่างนั้นมันก็ทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่ายก็ตามที
ชีวิตของปู่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย สุปรีย์ไม่อาจปล่อยให้ความลุ่มหลงในตัวผู้หญิงคนหนึ่งมาเบี่ยงเบนเขาไปจากจุดหมายที่วางไว้
ชีวิตรักของพ่อกับแม่สอนบทเรียนในเื่นี้ให้เขาได้เรียนรู้มามากเกินพอแล้ว
พ่อที่ลุ่มหลงในความรัก ้าเพียงภรรยา เป็ผลให้สองสามีภรรยาต้องอยู่กันแบบรักๆ ร้างๆ มาเป็เวลาหลายปี ก่อนจะจบลงด้วยความตายของคนทั้งคู่
เขาไม่อาจปล่อยให้ความ้าในตัวอริสรามีผลแบบเดียวกันจนก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ทำให้เขาสูญเสียผู้เป็ปู่ไปได้
เขาเป็คนรักคนแรกของเธอ แต่ด้วยความเย้ายวนโดยธรรมชาติของอริสราทำให้สุปรีดิ์แน่ใจว่าตนคงไม่ใช่คนสุดท้ายของเธอแน่
หลายต่อหลายครั้งที่เขาเฝ้าหวาดระแวงว่าเขาเป็คนรักเพียงคนเดียวของเธอหรือเปล่า อริสราเก็บงำเื่ราวมากมายเกี่ยวกับตัวเธอไว้เป็ความลับจากเขา เธอเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ทั้งที่ไม่มีงานอะไรเลย แต่กลับไม่เคยบอกให้เขาได้รู้
เขาเคยด่าตัวเองว่าทำตัวงี่เง่า อริสราไม่เคยเที่ยวหว่านเสน่ห์หรือทอดสายตาให้ผู้ชายที่ไหน แต่นั่นก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่มีชายอื่นเข้าหาเธอเช่นกัน
หากความร้อนแรงในรสรักทุกครั้งที่เจอกันก็สามารถปิดกั้นความรู้สึกว่าเธอไม่ได้เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียวลงได้ แม้ตอนนี้อาจจะเป็ของเขาผู้เดียวทางกายแต่ไม่รวมถึงความรู้สึกทางจิตใจด้วย
ซึ่งนั้นทำให้สุปรีย์เชื่อว่าเธอจะสามารถรับมือกับการเลิกรากันที่คงต้องเกิดขึ้นสักวันได้อย่างเยือกเย็นสง่างาม แบบเดียวกับที่เธอกระทำหลายต่อหลายครั้งเมื่อต้องแยกจากเขาด้วยเื่งาน
แต่แล้วความทรงจำถึงน้ำเสียงเจือสะอื้น เมื่อเขาโทร.มาบอกว่าต้องอยู่ที่ฝรั่งเศสนานอีกสักหน่อยก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
ถ้าเกิดเธอบอกตัวเองว่ารักเขาล่ะ ชายหนุ่มตัวสั่นเมื่อนึกถึงสิ่งนั้น
ความ ‘รัก’ เป็แค่ข้ออ้างสำหรับผู้หญิงที่ใช้เวลาตกอยู่ในห้วงปรารถนา แม่ของเขาก็คง ‘รัก’ พ่อเช่นกันกระมัง
แต่แม่ก็ยังคง ‘รัก’ ชายอื่นด้วยเช่นกัน ทุกๆ สองสามปีแม่มักจะตกหลุมรักอีกครั้งเสมอ
มันวนเวียนอยู่เช่นนี้มาั้แ่เขาจำความได้
แม่เขานี่แหละตัวอย่างชั้นยอดของผู้หญิงใจคด คนที่อ้างความรักบังหน้า
สุปรีดิ์ถึงได้ชอบการแลกเปลี่ยนความปรารถนาทางกามารมณ์อย่างตรงไปตรงมา มากกว่าคำพูดยืนยันถึงอารมณ์ฉาบฉวยที่มีแต่จะสร้างความเ็ปให้เมื่อถึงบทอำลา
แต่อริสรา้าพบหน้าเขาอีกครั้ง
สุปรีดิ์กำหมัดแน่น
เขายอมตกลงเพราะเธอพูดถูก...เขาติดค้างต่อเธอจริงๆ
เขาและเธออยู่ร่วมกันมาสองปี อริสราก็มอบความบริสุทธิ์เป็ของกำนัลแก่เขา
ตอนนั้นเธอเรียกร้องจากเขาน้อยเสียเหลือเกิน การที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดทำให้สุปรีดิ์มีความคิดฝังหัวว่าเมื่อเป็หนี้ก็ต้องชดใช้ หนี้ที่เขาติดค้างอริสราไม่ควรจ่ายคืนเธอด้วยการบอกเลิกความสัมพันธ์อย่างไร้หัวใจเช่นนี้
เขาไม่ได้ให้อะไรเธอเป็ของขวัญในการลาจากเลย
เธอควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ เธอเป็ผู้หญิงของเขามาตลอดสองปีโดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด เขาต้องทำให้มั่นใจว่าเธอจะพร้อมสำหรับอนาคตในวันข้างหน้าที่จะมาถึง
ได้แต่หวังว่านัดเจอกันคราวนี้ เขาคงจะควบคุมตัวเองได้ดีกว่าคราวที่แล้ว