เย็นวันนี้อัปสรารู้สึกว่าปั๊บไม่สดใสเท่าที่ควร ถามคำตอบคำแถมยังเหม่อลอยตอนนั่งเรียนอยู่บ่อยครั้ง
“ข้อนี้ใช้ tense อะไร”
“…”
“ปั๊บ”
“…”
“ปั๊บ”
“อะ…อะไรนะพี่แอฟ”
“พี่ถามว่าใช้ tense อะไร” อัปสราชี้นิ้วไปยังกระดาษคำถามเบื้องหน้า “วันนี้ไม่มีสมาธิเลย อยากพักก่อนมั้ย”
”ขอโทษครับ”
“พักก่อน 10 นาที” ครูสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่
กลับช้าอีกแล้ว...
“ปั๊บไปส่งพี่นะ”
“ไม่เป็ไร”
“พี่แอฟ เอ่อ…คือว่าปั๊บมีเื่อยากปรึกษาพี่ด้วย” ปั๊บเอ่ยปากเมื่อไนกี้ลุกไปเข้าห้องน้ำ
อะไรอีกล่ะ?
หนุ่มๆ บ้านนี้แต่ละวันมีเป็พันเื่ เห็นเธอเป็ศิราณีหรือไง
“ต้องใช้สมองมั้ย ตอนนี้แบลงค์มาก”
“ไม่ต้องครับ”
“ยกเว้นเื่เงิน นอกนั้นคุยกันได้ทุกเื่”
“ผมซีเรียสนะ” ปั๊บค้อน
“ครับ ว่ามา”
“วันเสาร์นี้พี่ว่างเปล่า”
“กลางวันมีสอนที่โรงเรียนกวดวิชาจนถึง 2 ทุ่ม”
“หลังจากนั้นล่ะ”
“ก็กลับบ้านสิ ทำไม” ครูสาวมองหน้าลูกศิษย์ที่ยังพูดอ้อมไปอ้อมมาไม่ยอมเข้าเื่สักที
“ปั๊บจะชวนพี่ไปสุวรรณภูมิ”
แล้ว?
“เพื่อนปั๊บจะไปเรียนต่อเมืองนอก ปั๊บอยากไปส่งเขา”
“ก็ไป”
“พี่ไปเป็เพื่อนปั๊บหน่อยนะครับ”
“หืม...ชวนไนกี้ไปสิ”
“พี่แอฟอ่ะ” หนุ่มปั๊บทำเสียงกระเง้ากระงอด
“พี่พูดผิดเหรอ” อัปสราขำคนหมกเม็ดไม่ยอมเล่าเสียที เห็นแบบนี้แล้วชายหนุ่มวัยเบญจเพสอย่างปั๊บดูไม่ต่างกับไนกี้สักนิด
“ก็ได้...แฟนเก่าปั๊บเอง”
“ก็แค่นั้น จะให้พี่ช่วยยังไง”
ปั๊บมองหน้าไม่ตอบปล่อยแต่ส่งสายตามีเลศนัยให้หญิงสาวคิดเอง
“ไม่นะ”
“น่านะ...” ปั๊บทำเสียงอ้อน
“ไม่”
“โธ่! พี่อ่ะ ปั๊บไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วนะ”
“ไม่ล่ะ พี่ไม่ชอบโกหก”
“ไม่ได้โกหกซะหน่อย แค่พี่ไปด้วยเขาจะคิดยังไงก็เื่ของเขา ถ้าพี่ไม่ไปปั๊บเสียหน้าแย่”
“เลิกกันไม่ดีเหรอ”
“เขามีคนอื่น บอกว่าคบกับปั๊บแล้วไม่มีอนาคตเพราะปั๊บเรียนไม่จบสักทีในขณะที่เขาจบไปทำงานหลายปีแล้ว”
“จริงของเขา” อัปสราเห็นด้วย
“เศร้ามาก ผมไม่น่ามาปรึกษาพี่เลย ”
“อ้าว ผู้หญิงปกติเขาก็ต้องคิดถึงอนาคตทั้งนั้นแหละ ยิ่งเรียนจบทำงานหาเงินเองได้ก็ต้องอยากมีแฟนที่เชิดหน้าชูตาควงไปไหนไม่อายใครกันทั้งนั้น หรือไม่จริง”
“จริงเสียยิ่งกว่าจริงหญิงทำงานแล้วแต่พี่ปั๊บเรียนไม่จบใครจะอยากคบให้เสียเวลา” ไนกี้ช่วยกระทืบซ้ำอีกแรง
“แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจเลย” ปั๊บกุมหน้าอกทำท่าเ็ป “ฮือออ ไม่มีใครรักปั๊บเลย”
“พี่ต้องเห็นใจมั้ย”
“พี่ช่วยรักปั๊บหน่อยสิครับ”
“ต้องรักตัวเองก่อนฉะนั้นถ้าจะให้ช่วยต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
“จัดไป”
“ท่องคำศัพท์เพิ่มเป็วันละ 30 คำ”
“โอยยย ปรานีปั๊บสักนิดเถอะครับแค่วันละ 20 คำก็แย่แล้ว”
“เอาไม่เอา”
“25 ไม่ได้เหรอ”
“โน ถ้าไม่ตกลงก็เลิกคุย”
“ก็ได้ 30 ก็ 30” ลูกศิษย์โข่งทำเสียงอ่อนระโหย
************************
“พี่แอฟรอหน่อยนะ ปั๊บยังออกไปรับไม่ได้” ปั๊บทำเสียงกระซิบกระซาบมาตามสาย
“ให้พี่รอตรงไหนดีหรือให้เดินไปเรื่อยๆ” อัปสราถามหลังจากก้าวลงจากรถเมล์หน้าหมู่บ้าน
“รอที่หน้าหมู่บ้านนั่นแหละครับขอเวลาแป๊บเดียว วันนี้หมอไนซ์กลับบ้านเร็ว ผมกับไนกี้กำลังจะหาวิธีหลบออกไป”
“พี่เดินเข้าไปดีกว่าไม่อยากรอหน้าหมู่บ้านเดี๋ยวจะไปนั่งรอที่สโมสร”
“ครับ ได้ครับ”
“ครูไม่มีคนมารับเหรอให้ผมแว้นไปส่งมั้ยครับผมกำลังจะผลัดเวร” หนุ่มต๊อบ รปภ.เ้าเดิมถามเมื่อเห็นติวเตอร์สาวกำลังจะเดินผ่านประตูกั้นรถเข้าไป
“อ้อ ต๊อบว่างแล้วเหรองั้นรบกวนไปส่งที่สโมสรหน่อยนะ”
“ครับ ขึ้นมาเลยครู”
ผ่านไปประมาณ 10 นาที ปั๊บก็ขับรถมาจอดรับยังจุดนัดหมายโดยมีไนกี้ติดรถมาด้วย
“ขอโทษครับที่ให้รอ”
“หมอถามอะไรหรือเปล่า”
“ถามครับ ผมบอกว่าจะออกไปกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่งข้างนอกกัน หมอก็ถามแค่ว่าจะกลับกันกี่โมง”
อัปสรามองหน้าเพราะคิดว่าจะไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิน่าจะกลับไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน
“แล้วปั๊บตอบว่าไง”
“บอกไม่เกิน 4 ทุ่ม”
“อ้าว โกหกทำไมอ่ะ”
“ก็ผมมีเรียนพิเศษเช้า แต่ไม่ต้องห่วงหรอกสงสัยน้าไนซ์คงจะออกไปข้างนอกเหมือนกันมั้งเห็นแต่งตัวหล่อ” ไนกี้เสริม
“ไม่เป็ไรแน่นะ”
“เป็สิถ้าถูกจับได้” ปั๊บทำท่าทางสยอง “พวกเราถูกทัณฑ์บนอยู่ห้ามกลับบ้านเกิน 4 ทุ่ม ไม่งั้นจะถูกยึดกุญแจรถและถูกปรับทัศนคติ”
“อย่างนี้พี่ไม่ซวยไปด้วยเหรอ”
“พี่ไม่พูดพวกเราไม่พูดน้าไนซ์ก็ไม่รู้”
“เท่ากับพี่สมรู้ร่วมคิดด้วยสิ ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวถูกเลิกจ้างพี่ก็แย่นะสิ”
“ช้าไปแล้วพี่กลับตัวไม่ทันล่ะ”
ฮือออ...คบเด็กสร้างบ้านจริงๆ
“เดี๋ยวเราแวะกินข้าวกันก่อนนะพี่แอฟตัังแต่เที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”
“นี่จะสามทุ่มแล้วนะ”
“ก็ตอนนั้นไม่หิวแต่ตอนนี้หิวแล้ว แวะตลาดก่อนพี่ปั๊บ”
“นัดไว้กี่ทุ่มปั๊บ” อัปสราชะโงกหน้าไปถามพลขับ
“5 ทุ่มครับยังมีเวลากินข้าว พี่แอฟหิวมั้ย”
“กินอะไรไม่ลง”
สองหนุ่มหัวเราะขำเมื่อเห็นสาวรุ่นพี่ทำหน้าบึ้ง
“ลงเรือลำเดียวกันแล้วช่วยกันพายดีกว่าพี่”
********************************
สนามบินสุวรรณภูมิตอน 5 ทุ่มหาที่จอดรถได้ไม่ยากนัก ปั๊บใช้เวลาขับรถวนหาที่จอดเพียงอึดใจก็ได้ที่จอดใกล้กับทางเชื่อมเดินไปยังอาคารผู้โดยสาร
ที่จริงเขาไม่อยากจะมาส่งอดีตแฟนสาวสักเท่าใดนัก แต่ในเมื่อเ้าหล่อนอุตส่าห์โทรมาบอกกล่าวเขาก็จำใจต้องมาเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้จะถูกทิ้งแต่เขาก็ยังสบายดี ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ยังหายใจได้ไม่เห็นตาย
โธ่...กะอีแค่ถูกทิ้ง กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว
ไม่เป็ไรเลย...ไม่เป็ไรจริงๆ
เจ็บแค่มดกัด...เจ็บแค่นิดเดียว!
บรรยากาศภายในสนามบินสุวรรณภูมิตอนดึกยังมีผู้โดยสารขาออกเตรียมเดินทางไปต่างประเทศเป็จำนวนมาก ปั๊บสอดส่ายสายตามองหาอดีตแฟนสาวท่ามกลางผู้โดยสารหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทยและเทศอยู่พักใหญ่แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปทักใครสักที
“โทรหามั้ยพี่ปั๊บ เราเดินวนหลายรอบแล้วนะ”
“คนไหนปั๊บ” ขณะที่ไนกี้ชักจะเริ่มหงุดหงิดแต่อัปสรากลับคิดว่าปั๊บเจอคนที่้ามาส่งแล้วแต่ไม่ยอมเข้าไปหามากกว่า
“ไม่อยากเข้าไปทักเลยพี่ เฟิร์นเขาจะไปเรียนต่อกับแฟน ผะ...ผมไม่กล้าเข้าไปทัก”
“ไหนบอกว่าจะมาส่งเขา อุตส่าห์ขับรถมาตั้งเป็ชั่วโมงเพื่อจะมาแอบมองห่างๆ แบบนี้ท่าจะไม่เวิร์กนา”
“มันรู้สึกบอกไม่ถูก”
“ฮึบไว้พี่ปั๊บ อย่าร้องนะอายคนตายเลย” ไนกี้เตือนสติ
“ฮึก ไม่ร้องๆ” ปั๊บพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เฮ้อ! เจอหนุ่มเซนซิทีฟเข้าให้แล้ว
ขณะที่ปั๊บยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไง หญิงสาวหน้าตาหมดจดคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า
“ไม่เจอกันนานเลยนะปั๊บ สบายดีมั้ย” ไม่เพียงแต่เดินมาทักแต่ยังควงชายหนุ่มสวมแว่นตาดูท่าทางเนิร์ดมาด้วย
“สบายดี แล้วเฟิร์นล่ะ” ปั๊บตอบเสียงเบาสีหน้าไม่สู้ดีนัก ยิ่งยืนเปรียบเทียบกันอย่างนี้แล้วยิ่งเห็นความแตกต่างระหว่างชายหนุ่มทั้งคู่ชัดเจน
ปั๊บเป็หนุ่มผิวเข้มหน้าตาธรรมดาแถมยังตัดผมเกรียนเหมือนเด็กนักเรียนบุคลิกภายนอกลุคออกแบดๆ ผิดกับหนุ่มเนิร์ดที่ยืนเคียงข้างสาวเฟิร์นแล้วดูภูมิฐานดูมีฐานะและชาติตระกูลกว่าอย่างเห็นได้ชัด
“แฮ้ปปี้มาก นี่พี่เชนคู่หมั้นเฟิร์นได้ทุนจากกระทรวงการต่างประเทศไปเรียนต่อโทที่อเมริกา”
“อ้อครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
ปากบอกยินดี แต่สีหน้าไม่ใช่เลยสักนิด
ไหวมั้ยน้องเอ้ย!
“ปั๊บล่ะใกล้จบรึยัง เหลืออีกกี่ตัว”
ถ้าก่อนหน้านี้แค่ถูกหมัดฮุกเข้าที่หน้า คำถามนี้ก็คงจะเป็หมัดเสยเข้าปลายคางน็อกหนุ่มวัยเบญจเพสให้ลงไปนอนกับพื้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย
“ลาออกแล้ว ตอนนี้ลงเรียนรามฯ ได้เทอมนึง”
“เราไม่รู้จริงๆ นะนี่ แล้วอย่างนี้จะจบเมื่อไหร่” เฟิร์นยกมือขึ้นทาบอกแต่แววตามีแววเย้ยหยันนิดๆ
“เรียนที่นี่ก็ดีครับเด็กเดินเอกสารที่หน้าห้องผมก็จบจากที่นี่กันเยอะ” หนุ่มเนิร์ดหัวเราะเบาๆ บอกให้รู้เลยว่าด้อยค่ามหาวิทยาลัยเปิดแค่ไหน
“กลับกันเถอะปั๊บ” อัปสราชักจะทนไม่ไหว
แล้วคุณชายปั๊บก็เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ปล่อยให้ถูกหยามอยู่ได้
ฮึ่ยยย!
“อุ้ย! แฟนเหรอ”
“ทำไมคะ” แอฟตวัดตาถามกลับเสียงขุ่น
“เปล่าค่ะ ดูเหมาะสมกันดี” เฟิร์นปิดปากหลุดหัวเราะขำออกมา
“คุณก็ดูเหมาะสมกันมากขอให้รักกันนานๆ นะคะ ไปเถอะปั๊บ กลับกันเถอะ!” อัปสรากระตุกแขนหนุ่มปั๊บให้เดินออกมา
ด๋อยเกิ๊นน น้องตรูซึมเป็ส้วมเลย!
“เอากุญแจรถมาพี่ขับเอง”
ปั๊บยื่นให้แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งเบาะหลังรถเงียบๆ
“ท่าจะหนัก” ไนกี้คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันมาพูดกับครูสาวเบาๆ
“ตัวเองก็อย่าเป็แบบนี้ละกัน”
“รู้น่าโตแล้ว อย่าบ่นขอล่ะ” หนุ่มวัยสิบห้ายกมือไหว้ปลกๆ ”แล้วก็ห้ามบอกน้าไนซ์ด้วยนะ”
อัปสรากำลังจะรับปากอยู่เชียวถ้าไม่เหลือบมองกระจกหลังแล้วเห็นว่ามีรถเอสยูวีคันหนึ่งตามหลังมาติดๆ ั้แ่ออกจากสนามบิน
“ไนกี้รถหมอไนซ์ทะเบียนอะไร”
“ตอง 8 ถามทำไมพี่ เฮ้ย!” เด็กหนุ่มตาเหลือกเมื่อเอี้ยวตัวกลับไปมองด้านหลัง
“ตามมาั้แ่เราออกจากลานจอดรถแล้ว”
“ตายแน่คราวนี้น้าไนซ์คงฆ่าพวกผมแน่”
ไม่ใช่พวกผม แต่เป็พวกเราต่างหากที่กำลังจะตาย!