……
อาเทนติยูสได้รับจดหมายท้าทายจากโจนาธาน และเพื่อที่จะเอาหนังสือศักดิ์สิทธิ์นั้นคืนมาให้จงได้.. อาเทนติยูสจะต้องมาขอโทษโจนาธานแทน.. การกระทำของพ่อของเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว พร้อมทั้งยัง้าให้อาเทนติยูสนั้นลาออกจากตำแหน่งมหาเวทย์ที่เขาเป็อยู่ในตอนนี้ เพื่อแลกกับการได้หนังสือศักดิ์สิทธิ์คืนแก่หอคอยเวทย์ และถ้าไม่ทำตามคำขอ..ก็มีแค่สิ่งเดียวคือทำากันนั่นเอง
โดยโจนาธานนั้น.. ถึงเขาจะมีสมาชิกในลัทธิมนต์ดำของเขาแค่นักเวทมนตร์ดำอยู่ 8 คน แต่ใน 8 อันดับของสมาชิกมนต์ดำของลัทธิของเขานั้น ต่างคนต่างก็มีพลังเวทย์ที่กล้าแกร่งแตกต่างกันไป จึงทำให้โจนาธานมั่นใจมากว่าเขาจะนำชัยชนะมาสู่พวกพ้องของตนเองได้อย่างแน่นอน..
ส่วนทางด้านอาเทนติยูสนั้น พอเขาได้อ่านจดหมายท้าทายจากลัทธิมนต์ดำไปเรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้เขานึกไปถึงประชาชนของจักรวรรดิอาเทนติยูสในทันที เพราะอาเทนของเราไม่อยากทำาเนื่องจากชาวบ้านและชาวประชาอาจจะอยู่อย่างไม่สงบสุข แล้วบ้านเมืองอาจจะเกิดการระส่ำระสายขึ้นมาได้
เขาจึงออกเดินทางเข้าไปในสภา โดยแจ้งเหตุจำนงขอยื่นการประชุมแบบเร่งด่วนถึงด่วนที่สุด!!.. ให้ทุกคนเข้าใจ และเขาก็ไม่สามารถลืมการแจ้งไปยังท่านอาจารย์ผู้เฒ่าได้อีกเช่นกัน..
แต่เื่ในคราวนี้.. มันคือเื่ที่ต่อยอดมาจากผลพวงจากการที่พวกชาวสภานักเวทย์ในเมื่อสิบปีที่แล้วนั้นได้ขับไล่ตัวของโจนาธานในอดีตไป และ อามัวล์ติยูส พ่อของ อาเทนติยูส นั้นยังต้องมาตายจากไปเพราะการทำศึกช่วยขับไล่และต่อสู้กับโจนาธานในครั้งนั้น
และมาคราวนี้.. โจนาธานกลับจะมาคิดทำการแก้แค้นอามัวล์ในเื่เมื่อครั้งอดีตของโจนาธาน เอากับผู้นำคนใหม่อาเทนติยูสซึ่งเป็ลูกชายของอามัวล์นั้นแทน..
เพราะโจนาธานนั้นเป็คนขี้อิจฉามาช้านานแล้ว ด้วยเพราะว่าโจนาธานไม่ได้เป็ลูกคนรวยหรือบุคคลในชนชั้นสูง เลยทำให้ในวัยเด็กของเขานั้นได้ใช้ความพยายามเป็อย่างมากเพื่อที่จะให้ทุกๆคนต่างก็ยอมรับในตัวของเขา ไม่ว่าจะเป็ความสามารถหรือความฉลาดในการเรียนรู้ โดยที่ไม่มีใครมาคอยหนุนหลัง
จึงไม่เหมือนกับอามัวล์ในครั้งอดีต สมัยนั้นพวกเขาทั้งสองก็เคยได้เป็เพื่อนกันมาแต่ก่อน แต่ด้วยอามัวล์เป็คนชนชั้นสูงจึงไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากมาย.. เขาก็จะสามารถได้สิ่งของหรือว่ายศและตำแหน่งได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม จึงทำให้ความอิจฉาและริษยาที่มีอยู่ในตัวของโจนาธานได้ถูกปลุกขึ้นมาอย่างที่ตัวของเขาก็ไม่เคยรู้ตัว
โจนาธานอยากได้อำนาจ เขาจึงตั้งใจเรียนเวทย์และคอยช่วยเหลือและสนับสนุนอาจารย์ทุกท่านในเวทย์สาขาต่าง ๆ เพื่อให้อาจารย์คอยเอ็นดูเขาและสอนเขาด้วยความรักที่มีต่อลูกศิษย์ โจนาธานใช้ความรักและความภักดี.. ที่มาหลอกล่อพวกท่านอาจารย์ทั้งหลายจนติดกับในความภักดีของเขา แต่โจนาธานไม่ได้คิดที่จะภักดีมาเลยั้แ่ต้นแล้ว
มีเพียงแค่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าเพียงคนเดียวเท่านั้น!! ที่ดูสายตาและการกระทำของโจนาธานออก เขาจึงได้ทำการสับเปลี่ยนและแปรธาตุหนังสือศักดิ์สิทธิ์มาั้แ่เมื่อสิบปีที่แล้ว เพราะผู้ที่สามารถดูแลและเก็บรักษาหนังสือศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าแต่เพียงผู้เดียว และผู้ที่จะได้หนังสือศักดิ์สิทธิ์แต่เพียงเท่านั้น!! ที่จะสามารถรู้เื่และเข้าใจในความหมายของสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ได้
และเมื่อหนังสือศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกแปรธาตุไปเป็แหวนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วนั้น ไอ้เ้าตัวหนังสือศักดิ์สิทธิ์ที่มีแต่ชื่อ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า ‘ หนังสือศักดิ์สิทธิ์ตัวปลอม ’ นั้นจึงมีหน้าที่แค่คอยเอามาประดับอยู่ในหอคอยเวทย์แค่เท่านั้นเอง
แต่โจนาธานและพวกนักเวทมนตร์สายขาว และผู้ติดตามทั้งหลายกลับไม่มีใครได้ร่วงรู้ในเหตุผลของข้อนี้เลยว่า หนังสือศักดิ์สิทธิ์แท้จริงแล้วมีหน้าที่อะไร..? กันแน่
โดยที่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่ากลับบอกเพียงแค่ว่า หนังสือศักดิ์สิทธิ์มีหน้าที่ที่ต้องอันเชิญมาทำพิธีกรรมที่สำคัญๆต่าง ๆเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แต่เพียงอย่างเดียวก็แค่นั้น!! แต่หาได้ทำประโยชน์อันใดไม่.. แต่จะขาดหนังสือศักดิ์สิทธิ์ไปเสียไม่ได้อีก..
เนื่องจากว่าที่จักรวรรดิอาเทนติยูสนี้นั้น เป็ดินแดนเขตหนาว ที่มีฤดูกาลแค่สองฤดูคือ ฤดูหนาว.. กับฤดูหนาวที่สุด!! และถ้าหนังสือศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้อยู่ที่จักรวรรดิอาเทนติยูสแล้วนั้น จะเกิดภัยพิบัติเกิดขึ้นได้
และนั่นคือสิ่งที่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าได้บอกกล่าวแก่ลูกศิษย์ลูกหาของเขาทุกๆคนมาั้แ่ครั้งในอดีตแล้ว.. แต่ในเื่จริงของสิ่งของวิเศษ อย่างหนังสือศักดิ์สิทธิ์นั้น.. ไม่ได้มีแค่ในจักรวรรดิอาเทนติยูสแต่อย่างเดียว มันยังมีอีก สามสิ่งรวมทั้งหมดเป็สิ่งของวิเศษทั้งหมด 4 อย่าง
อย่างแรกคือที่จักรวรรดิ อาเทนติยูส เป็หนังสือศักดิ์สิทธิ์ ( ซึ่งในเวลานี้ได้ถูกแปรธาตุเป็แหวนศักดิ์สิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว และแหวนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ทำการเลือกเ้าของของมันไปเป็ที่เรียบร้อยแล้วอีกด้วย นั่นก็คือท่านมหาเวทย์อาเทนติยูสนั่นเอง ) ที่มีหน้าที่เอาไว้คอยปกปักษ์และรักษาสมดุลให้แก่จักรวรรคอาเทนติยูส และเอาไว้ประดับบารมีเพื่อความชื่นชมของเหล่าสานุศิษย์ทั้งหลาย จึงมีอำนาจตอนอันเชิญมาทำพิธีแต่เพียงแค่นั้น ( แต่แหวนศักดิ์สิทธิ์ที่เลือกเ้าของไปแล้ว.. ไม่ใช่มีหน้าที่ดังเช่นที่ท่านอาจารย์ผู้เฒ่าพร่ำบอกแก่ลูกศิษย์ทั้งหลายของเขาหรอกนะคะ )
อย่างที่สองจะอยู่ที่แคว้นฮัมเบิร์ต ในตระกูลไวท์ผู้โด่งดังทางชื่อเสียงในการทำการค้าและการส่งออกจนได้การยอมรับและถูกแต่งตั้งจนได้เป็ผู้นำแห่งแคว้นฮัมเบิร์ตที่เจริญและก้าวหน้าสู่สังคมคนเมืองและการเกษตรควบคู่กันไป แต่ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า ตระกูลไวท์นั้นเอาสิ่งของศักดิ์สิทธิ์สิ่งนั้น!? ไปสร้างเป็อะไรกันแน่ ? นั่นก็เพื่อตัดปัญหาจากพวกที่จะมาโค่นล้มตระกูลไวท์นั่นเอง..
อย่างที่สามนั่นก็จะอยู่ที่จักรวรรดิ อินเทอร์โฟ ซึ่งในตอนนี้ตกมาเป็ของไรเทนต์ อาซเตอร์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว เพราะของวิเศษศักดิ์สิทธิ์สิ่งนี้เป็ของตกทอดประจำตระกูลของเขาสืบมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่จะต้องทำการส่งมอบและให้ของวิเศษนั่นก็คือ ดาบศักดิ์สิทธิ์เป็คนเลือกเ้านายของมันเอง โดยผู้ที่ถูกเลือกหรือ้าคัดเลือกจะต้องเอาชีวิตของตัวเองไปแลกมา โดยดาบศักดิ์สิทธิ์นี้จะไม่ทำร้ายผู้เป็เ้าของของมันเป็อันขาด!! เพราะฉะนั้นตอนคัดเลือกผู้ที่้าเป็เ้าของจะต้องเอาคอของตนวางบนแท่นกิโยตีน แต่เปลี่ยนใบมีดของกิโยตินเป็ดาบศักดิ์สิทธิ์แทน จึงมีคนต้องมาสังเวยคมดาบเพราะ้าเป็เ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์เป็จำนวนมาก และผลสุดท้ายเ้าของของดาบศักดิ์สิทธิ์ก็คือไรเทนนั่นเอง!!.. เพราะดาบไม่ทำอันตรายใดๆไรเทนเลย ยังผลให้เขารอดตายมาได้และเป็เ้าของดาบศักดิ์สิทธิ์ไปในที่สุด
และอย่างที่สี่อย่างสุดท้ายนั้น.. เป็สิ่งของศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในอาณาจักร ลูฟฟาบรอน ซึ่งในอาณาจักรแห่งนี้ได้ทรงมีาาผู้ครองนคร แต่สิ่งของศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้เลือกที่จะอยู่กับองค์รัชทายาทในเวลานี้มากกว่า เพราะพระาาทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนานและทรงชราภาพมากขึ้น และสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ก็คือเพชรสีเหลืองที่ถูกฝังในสร้อยสังวาลที่ทำมาจากทองคำ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ไดมอนด์เยลโล่ศักดิ์สิทธิ์ นั่นเอง..
เอาเป็ว่าในเวลานี้.. อาเทนติยูสไม่ได้อยากที่จะทำากับลัทธิมนต์ดำแต่อย่างใดเลย เพราะเกรงว่า.. ประชาชนของเขาจะต้องเดือดร้อนจากการทำศึกาในครั้งนี้เป็อย่างมาก
แต่ในการประชุมของสภาในครั้งนี้ก็มีเสียงที่แตกออกไปอยู่สองฝ่าย โดยที่อาเทนติยูสก็ยังไม่ได้เลือกข้าง ในข้างใดข้างหนึ่ง ส่วนฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการทำานั้นก็จะเป็ฝ่ายทางเคลือญาติของเขาเองนั่นก็คือทางฝ่ายของ ท่านเคานต์ครูซ คราวเดียลีฟ นั่นเอง ส่วนอีกฝ่ายคือฝั่งให้ปราณีปรานอม คือ้าให้แค่ปลดท่านมหาเวทย์และเข้าไปขอโทษเพื่อให้จบเื่และเอาหนังสือศักดิ์สิทธิ์คืนมาให้ได้ นั่นคือทางฝ่ายของลอร์ด เอ็ดเวิร์ด ไนท์เฟอร์ ซึ่งการกระทำในเื่แบบนั้น จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติยศของท่านผู้นำอาเทนติยูสเป็อย่างมาก
“ อะไรกันล่ะท่าน.. โธ่.. ข้าไม่ได้หมายความในแบบอย่างนั้นเลยนะ!? แค่อยากจะจบปัญหาในทุกๆเื่อย่างปลอดภัยยังไงกันล่ะ.. แค่ขอโทษคำเดียวก็จบไปแล้ว!! ” เอ็ดเวิร์ดรีบแถลงการในห้องประชุมอย่างร้อนรน
“ นี่ท่านลอร์ด.. ท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าไอ้พวกลัทธิมนต์ดำ มันจะทำในอย่างที่พวกมันได้พูดออกมาจริงๆ หรือว่า.. ถ้ามันเป็เื่จริงขึ้นมา.. ท่านก็ไม่คิดบ้างรึ..? ว่าจักรวรรดิอาเทนติยูสอันแสนยิ่งใหญ่ของพวกเราจะเสื่อมเสียเกียรติยศกันไปถึงไหนกันล่ะท่านลอร์ด!!.. ” ท่านเคานต์ครูซ พูดว่าลอร์ดเอ็ดเวิร์ด อย่างด้วยเหตุผล
“ อย่างที่ท่านเคานต์พูดมันก็มีเหตุผลนะท่านลอร์ด เพราะว่าพวกเราก็ไม่อยากให้ท่านผู้นำของพวกเราไปขอโทษเ้าคนทรยศที่มาขโมยหนังสือศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไป ” นักเวทย์าุโท่านหนึ่งเอ่ย
“ แต่ว่าท่านก็ได้ยินนี่ ที่ท่านผู้นำพูดว่าไม่อยากที่จะทำาในเวลานี้น่ะ และอีกอย่างแค่ปลดยศท่านผู้นำออกจากมหาเวทย์ออกไป แต่ท่านก็ยังดำรงตำแหน่งเดิมคือเป็ผู้นำของจักรวรรดิอาเทนติยูสเหมือนเดิมนี่นา.. แค่ละซึ่งหน้าที่จากท่านมหาเวทย์ที่คอยรักษาการที่หอคอยเวทย์ยังไงล่ะ!? หน้าที่นี้ค่อยไปแต่งตั้งให้ใครใหม่ที่ไหนเป็ก็ได้ไม่ใช่เหรอท่านาุโ ? ” ลอร์ดเอ็ดเวิร์ดอธิบายอย่างที่เขา้าให้เป็
“ และทำไมพวกเราต้องทำตามคำสั่งของพวกมันด้วยล่ะท่าน ? ในเมื่อพวกทหารของข้านั้นพร้อมมาก.. ทั้งยังมีนักเวทย์สายต่อสู้ไว้เพื่อคอยปะทะศัตรูโดยทางตรงอยู่แล้ว!! และหมั่นฝึกฝนจนชำนาญและว่องไวต่อประสาทััทั้งห้า ถึงจะไม่มีพวกเขา.. แค่ข้ากับท่านเพียงสองคน ข้าว่าพวกเราก็น่าจะชนะพวกมันได้อย่างสบายอยู่แล้ว..มิใช่รึ ? ” ท่านเคานต์ครูซพูดอย่างมั่นอกและมั่นใจในพลทหารในสังกัดของเขาเป็อย่างยิ่ง
หน้าตาของลอร์ดเอ็ดเวิร์ดดูเจื่อนลงไปในถนัดตา หรือว่าเขาจะกลัวในการาครั้งนี้มากไป.. แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาได้ลดความพยายามที่จะพูดโน้มน้าวให้พวกข้าราชบริพารทั้งหลายมาเห็นชอบด้วยกับตน
แต่ด้วยการฟังพวกเขาที่ต้องมาทะเลาะและถกเถียงกันอยู่อย่างนี้ จึงทำให้อาเทนติยูสนั้นเกิดความเบื่อหน่ายและรำคาญใจในเื่ต่าง ๆ และเขาก็ไม่ได้้าทำแบอย่างทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว อาเทนติยูสจึงขอกล่าววาจาอะไรสักหน่อย
“ เอ่อ.. พวกท่านทั้งหลาย ได้โปรดฟังที่ข้าจะพูดก่อน.. ถ้าเกิดว่าข้าจะไม่ทำาแบบที่พวกลัทธิมนต์ดำนั้นได้เสนอมา.. ” พวกของทางท่านเคานต์ครูซ อ้าปากหวอเตรียมตัวผิดหวัง และฝ่ายของท่านลอร์ดเตรียมตัวแสยะยิ้ม
“ และข้าก็ไม่มีทางที่จะยื่นข้อเสนอ.. เพื่อไปทำตัวขอโทษและยอมสละตำแหน่งของข้าเพื่อให้ศัตรูมาชื่นชมเป็อันขาดอย่างแน่นอน..!? แต่ข้า..ขอเสนอวิธีรบอย่างกองโจร พวกท่านจะว่าอย่างไรกันบ้าง ? ” อาเทนติยูสพูดเพื่อเข้าประเด็น
“ รบอย่างกองโจร ? มันเป็อย่างไรหรือท่าน ? ” ท่านเคานต์ครูซ เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว
“ มันจะดีหรือครับท่านผู้นำ ? ข้าว่าวิธีที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุดก็คือวิธีที่ข้าเสนอแนะนะท่าน ทำไมท่านถึงไม่ลองเอาไปคิดดูบ้างล่ะ แค่ตำแหน่งมหาเวทย์.. ท่านจะมีไปเพื่อสิ่งใด ? ” ทางลอร์ดเอ็ดเวิร์ดยังไม่ยอมลดละความพยายาม
“ ทำไมท่านลอร์ดถึงได้กระตือรือร้น ดีจังนะครับ ? หรือว่า..มันมีอะไรแอบแฝงอยู่ในคำตอบของท่านและของข้ากันแน่ ? ” อาเทนติยูสเริ่มผิดสังเกตในความน่าสงสัยของลอร์ดเอ็ดเวิร์ดที่พยายามให้เขาเสียสละจนมากเกินงาม
“ เอ่อ.. ทำไมท่านถึงได้กลับมาสงสัยในตัวของข้ากันล่ะ ? ข้าแค่หวังดีต่อจักรวรรดิอาเทนติยูสไม่แพ้พวกท่านนะครับ!! ” ลอร์ดเอ็ดเวิร์ดเริ่มส่งเสียงแสดงความไม่พอใจออกมา
“ ไม่มีใครสงสัยในตัวของท่านหรอกท่านลอร์ด.. แต่ข้าว่าวันนี้พวกเราคงจะตกลงกันไม่ได้เป็แน่ ถ้าอย่างนั้นข้าขอยุติวันนี้แล้วค่อยมาปรึกษากันใหม่ในวันรุ่งขึ้นจะดีกว่านะ ” อาเทนติยูสจบการประชุม
ทั้งหมดที่มาประชุมในวันนี้ต่างก็ทำหน้าเหวอ..ไป เพราะนอกจากจะตัดสินใจอะไรไม่ได้แล้ว อาเทนติยูสยังดูไม่ค่อยแน่ใจอะไรด้วยในตอนนี้ ท่านเคานต์ครูซ ยังงุนงงที่อาเทนติยูสมาจบการประชุมไปแบบดื้อๆไม่ผิดกับเด็กที่ไม่ยอมโต และไร้เหตุผล.. ทั้งพวกท่านาุโต่าง ๆก็เริ่มบ่นกันอุบอิบ เหมือนกับว่าในตอนนี้เริ่มจะมีเสียงที่แตกกันไปมากกว่าสองสามเสียงไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ.. วิธีการนี้เป็การที่อาเทนติยูสเอาไว้ใช้จับคนที่เป็หนอนบ่อนไส้ในนั้นนั่นเอง..