บทที่ 9 หากถูกท่านโอบกอดคงหายดี
หลังจากที่สาวใช้เดินออกไปหลี่มี่โน้มลงลงนอนพร้อมหลับตาลงเพื่อพักผ่อน ไม่คิดเลยว่าการเจ็บตัวจะเจ็บได้ถึงเพียงนี้ แม้จะเป็การเจ็บที่ไม่ได้ถูกกระทำ แต่มันทำให้หลี่มี่รู้ว่าความเ็ปเป็เช่นไร แล้วอย่างนี้เยิ่นเม่ยเม่ยตอนที่นางถูกรังแกจะเ็ปถึงเพียงใดกันนะ หลี่มี่หลับตาครุ่นคิดไม่นานจึงผล็อยหลับไป
“าเ็อีกแล้วสินะ ทำเช่นไรเ้าถึงจะปลอดภัย ข้าไม่ชอบที่เห็นเ้าาเ็เลยสักนิด” มือหนาลูบลงที่หัวของเยิ่นเม่ยเม่ยอย่างอ่อนโยน จ้องมองร่างบางที่นอนหลับสนิทด้วยใจที่เ็ป
หลี่มี่รู้สึกตัวเหมือนมีมือมาลูบที่หัวของนาง นางลืมตาขึ้นมาพบเพียงในห้องตอนนี้มีเพียงความมืดสนิดว่างเปล่า นางลุกขึ้นนั่งกวาดตามองดูรอบ ๆ แต่กลับไม่พบผู้ใดสักคนหรือนี่นางจะรู้สึกหรือฝันไปนะ
“ฝันสินะไป๋ลู่เ้าอยู่ด้านอกหรือไม่? ”
“เ้าค่ะ “เสียงตอบขานอยู่ด้านนอกผลักประตูเดินเข้ามาในห้องพร้อมเดินไปจุดเทียนเพิ่มความสว่างในห้อง
“ฮูหยินตื่นแล้วหรือเ้าคะ ข้าเตรียมอาหารมาให้ฮูหยินแล้ว” นางจุดเทียนพลางเอ่ยบอกนายหญิง
“ตอนที่ข้าหลับอยู่มีผู้ใดเข้ามาหรือไม่?”
“ไม่นะเ้าคะ ข้าเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องตลอดไม่เห็นจะมีผู้ใดมาเยือนเลยสักคน ลุกขึ้นไหวไม่เ้าคะข้าช่วยพยุง” ไป๋ลู่เดินเข้ามาประคองร่างของหลี่มี่ให้ลุกขึ้นไปที่โต๊ะอาหาร
‘หรือว่าฉันฝันไปจริง ๆ แต่ทำไมเหมือนความจริงจังเลยแต่ช่างเถอะตอนนี้ฉันมีเื่ให้คิดและสำคัญกว่า’ หลี่มี่คิดในใจก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหารถูกจัดเตรียมไว้ให้เต็มโต๊ะไปหมด
นางจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากเพื่อลิ้มรส วันนี้ทั้งวันนางแทบไม่ได้กินอะไรเข้าไปในท้องสักอย่างตอนนี้ท้องของนางเริ่มร้องประท้วงให้นางกินเพื่อความอยู่รอด เมื่ออาหารเข้าปากดวงตาของหลี่มี่ลุกวาว ไม่คิดเลยว่าอาหารของที่นี่จะอร่อยมากขนาดนี้
“จริงสิ ท่านแม่ทัพไม่มาดูข้าบ้างเลยหรือ หรือว่าเขายังไม่กลับมาจากข้างนอกกัน”
“ข้าเฝ้าห้องฮูหยินั้แ่ท่านหลับยังไม่เห็นท่านแม่ทัพเลยเ้าค่ะ " ไป๋ลู่รีบรายงานพร้อมสำรวจใบหน้าของเยิ่นเม่ยเม่ยว่านางจะแสดงสีหน้าเช่นไร แต่เมื่อนางได้เห็นกลับต้องสงสัยเพราะหลี่มี่กลับยิ้มเยาะออกมา พร้อมไม่เอ่ยอันใดแม้แต่น้อย
‘หึ! ช่างโชคดีตอนนี้ตะวันตกดินวันนี้เขาคงไม่มาสินะ แต่ก็น่าโมโหข้าเจ็บตัวขนาดนี้ไม่มาถามไถ่สักนิด เหอะ’ หลี่มี่คิดในใจพร้อมคีบอาหารเข้าปากต่อ แต่แล้วจู่ ๆ ประตูได้ถูกเปิดจากด้านนอกเข้ามาทั้งสองหันไปมองตาม ๆ กัน ใบหน้าของหลี่มี่พลันเปลี่ยนสีหุบยิ้มโดยปริยาย
“อะไรกันหรือว่าจะรู้ความคิดฉันนะ” หลี่มี่พึมพำเงียบ ๆ เพราะผู้ที่เดินเข้ามาคือท่านแม่ทัพเทียนหลันเซ่อ
“ฮูหยินเ้าเป็เช่นไรบ้าง เ้าฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ? .” แม่ทัพรีบย้ำเท้าเดินเข้ามาหาใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
“ท่านไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ ข้ามันกระดูกแข็งอยู่แล้ว” แม้นางอยากจะเอ่ยออกไปเช่นนั้นแต่ทว่าตอนนี้ไป๋ลู่อยู่ในห้องด้วย นางต้องนำทุกเื่ราวที่เกิดขึ้นไปแจ้งฟางเหนียงแน่ ๆ หลี่มี่จึงแสร้งทำเป็ออดอ้อนท่านแม่ทัพอย่างไม่เต็มใจ
“ท่านแม่ทัพ ข้าเจ็บเหลือเกินเ้าค่ะ” หลี่มี่บีบน้ำตาใบหน้าแสดงถึงความเ็ปส่งผ่านไปหาเทียนหลันเซ่อ
“เ้าเจ็บมากอย่างนั้นหรือ? เ้าไปตามท่านหมอมาตรวจอาการของนางอีกรอบ " เทียนหลันเซ่อรีบออกคำสั่งให้ไป๋ลู่ ไปตามท่านหมอมาตรวจนางอย่างละเอียดอีกครั้งแต่ก็ต้องถูกหลี่มี่ห้ามเอาไว้เสียก่อน
“ท่านแม่ทัพไม่ต้องทำเช่นนั้นข้าเพียงเจ็บเท่านั้น แต่หากมีท่านอยู่เคียงข้างในคืนนี้ไม่แน่ ตื่นเช้ามาข้าอาจจะหายเป็ปลิดทิ้ง” หลี่มี่ออดอ้อนลุกขึ้นเดินไปหาเทียนหลันเซ่อพลางใช้มือทั้งสองข้างสอดเข้าข้างกายของเขาพร้อมกอดตัวซุกเข้าไปในอกแกร่งใบหน้าแนบอก แต่เมื่อเห็นท่าทีของนางเขาโล่งอกที่นางไม่ได้เป็อันใดมาก เขาโอบกอดนางกลับพร้อมเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา
“ได้สิ ...หากเ้า้าข้าจะโอบกอดเ้าทั้งคืนย่อมได้ ส่วนเ้าเก็บสำรับแล้วไปพักได้ ข้าจะอยู่ดูแลฮูหยินของข้าเอง” เทียนหลันเซ่อให้ไป๋ลู่เก็บสำรับที่หลี่มี่กินอยู่เมื่อครู่
“เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ " ไป๋ลู่เก็บสำรับไม่นานก็ได้เดินออกไปด้านนอก ทหารของท่านแม่ทัพที่อยู่ด้านนอกปิดประตูให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง เมื่อหลี่มี่ได้ยินเสียงประตูที่ปิดลงนางรีบผละออกจากอ้อมกอดของเทียนหลันเซ่อทันที
“ตอนนี้ข้าอยากพักแล้วท่านแม่ทัพเองก็กลับไปพักเถอะเ้าค่ะ”
“อะไรกันเหตุใดเ้าถึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเช่นนี้เมื่อครู่มิใช่เ้าหรอกหรือที่บอกให้ข้าโอบกอดเ้าทั้งคืน " เหมือนเทียนหลันเซ่อจะรู้ที่นางทำเมื่อครู่เพียงทำต่อหน้าสาวใช้นางนั้น
“เมื่อครู่สงสัยข้าจะสติเลอะเลือนเ้าค่ะ ถึงเอ่ยออกมาเช่นนั้น ท่านแม่ทัพตอนนี้หัวของข้าได้รับาเ็ ข้าอยากพักผ่อนหากท่านไม่ว่าอันใดจนกว่าข้าจะหายท่านช่วยกลับไปพักที่ห้องของท่านได้หรือไม่เ้าคะ? “เทียนหลันเซ่อแสยะยิ้มเดินเข้ามาใกล้หลี่มี่ที่เดินอยู่ห่างแค่คืบ พร้อมช้อนร่างบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด บัดนี้นางถูกเขาอุ้มอย่างง่ายดาย
“หากเ้าสติเลอะเลือนเช่นนั้นข้าต้องอยู่ที่นี่กับเ้าถูกแล้ว ข้าจะได้ดูแลเ้าหากเ้าสติเลอะเลือนอีก ไปโอบกอดเช่นนี้กับทหารของข้าจะเกิดเื่ใหญ่ได้” หลี่มี่เบิกตาโพลงโตเพียงไม่กี่เสี้ยววิเขากลับอุ้มนางมาอยู่ในอ้อมกอด แถมยังยิ้มราวกับผู้ชนะอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่ได้นะเ้าคะ ข้าเกรงว่าท่านจะนอนดิ้นแล้วจะถูกแผลเอาได้ ข้าสัญญาจะไม่เลอะเลือนอีก” หลี่มี่กระตุกกระตักหาทางหนีออกจากแขนแกร่งของเขา
“ข้าเป็ท่านแม่ทัพที่ไปออกรบมานับครั้งไม่ถ้วน ข้านอนไม่ดิ้นหรอกนะเ้าโปรดวางใจ” เขาไม่ฟังคำพูดของนางด้วยซ้ำ แถมยังอุ้มนางเดินไปที่เตียงนอนอย่างไม่รีรอ หลี่มี่เริ่มใจหวิวกลัวว่าเขาจะทำอะไรมิดีมิร้าย เทียนหลันเซ่อวางนางลงบนเตียงปิดผ่านม่านคุมเตียงลง ก่อนจะเดินไปดับเทียนที่ห้อง หลี่มี่หมดหนทางหนีเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจของเทียนหลันเซ่อเดินเข้ามาใกล้ ๆ ขยับกายขึ้นเตียงมานอนห่มผ้าห่มผืนเดียวกับนาง
“เอ่อ ... ท่านแม่ทัพคืนนี้ท่านคงไม่คิดร่วมหลับนอนกับข้าหรอกใช่มั้ย? ข้าเจ็บอยู่ท่านรู้ใช่หรือไม่หากข้าได้รับกระทบกระเทือนอาจทำข้าได้รับาเ็ยิ่งขึ้น” หลี่มี่เอ่ยถามอย่างติดๆ ขัด ๆ ทำเอาชายที่อยู่ตรงหน้าหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เขานอนชันแขนหนุนกับหมอนใช้แขนยันหัวของตนเองจ้องมองหลี่มี่พลางหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮูหยิน นี่เ้าคิดว่าในสมองของข้าคิดแต่เื่เช่นนั้นหรือ นอนเสียเถอะเ้าวางใจได้ข้าไม่ทำอันใดเ้าหรอกนะ " หลี่มี่โล่งอกแต่ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อตอนนี้ตัวเองมาอยู่ในร่างของฮูหยินท่านแม่ทัพ จึงค่อย ๆ ข่มตาให้หลับ เทียนหลันเซ่อเอนตัวนอนลงข้าง ๆ พร้อมยื่นมือไปกอดหลี่มี่แน่น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่จนกระทั่งหลี่มี่เผลอหลับไปในอ้อมกอดของท่านแม่ทัพ