บทที่ 27 การทดสอบประจำปี
เช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินชวนมาถึงมหาวิทยาลัยตอนเก้าโมงกว่าเขาทราบสถานที่จัดการทดสอบประจำปีจากอวี๋ซิ่งเฟิงั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วทันทีที่มาถึงมหาวิทยาลัย เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังสถานที่นั้นทันที สถานที่จัดการทดสอบประจำปีอยู่ที่เขาหลังโรงเรียน
มันเป็เขาเตี้ยที่โล่งเตียน
เงียบเหงา ว้าเหว่ ไม่มีทัศนียภาพอะไรให้ชมแต่ในมหาวิทยาลัยไห่อัน ที่นี่กลับเป็เขตหวงห้ามที่ทุกคนรู้จักดี มหาวิทยาลัยล้อมรั้วลวดไว้รอบเชิงเขา และยังส่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปลาดตระเวนทั้งกลางวันกลางคืน
หากไม่ได้รับอนุญาต นักศึกษาที่แอบเข้าไปในเขาหลัง เมื่อถูกจับได้จะโดนลงโทษ เบาสุดก็ถูกตักเตือนบันทึกประวัติ หนักสุดก็ถูกกักบริเวณให้อยู่ในมหาวิทยาลัยเพื่อสอบสวนแต่วันนี้ บริเวณนอกรั้วเชิงเขากลับมีนักศึกษามารวมตัวกันเป็จำนวนมาก ตอนเฉินชวนมาถึง ที่เชิงเขามีคนอยู่มากกว่าสองร้อยคนแล้ว
พวกเขารวมตัวกันเป็กลุ่มเล็ก ๆ พูดคุยกระซิบกระซาบ
เฉินชวนตั้งใจจะเก็บตัวเงียบ ๆ หามุมรอ
ใครจะคิดว่า เขาเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน ก็มีนักศึกษาชายคนหนึ่งสังเกตเห็นเข้า ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็หนึ่งในผู้ชมการดวลวันนั้น เขาอุทานออกมาโดยไม่ทันคิด
"เฉินชวน!"
เกือบจะในชั่วพริบตา สายตานับร้อยก็พุ่งตรงมาที่เฉินชวนทันที เื่การดวลระหว่างเฉินชวนกับจางซิวไห่ หลังจากถูกพูดถึงและแพร่กระจายกันมาหลายวัน ก็กลายเป็เื่ที่แทบไม่มีใครในคณะนักรบไม่รู้
นักศึกษาคณะนักรบทุกคนรู้ว่ามีคนเก่งจากคณะทั่วไปปรากฏตัวขึ้น แต่หลายคนเคยได้ยินแต่ชื่อ ยังไม่เคยเห็นเฉินชวน พอได้ยินแบบนั้นก็รีบชะเง้อมองทันที
"เฉินชวน? อยู่ไหนเหรอ?"
"นั่นไง คนนั้นแหละ!"
"จริงเหรอ ฉันนึกว่าคนที่กล้าปะทะกับจางซิวไห่โดยตรงต้องเป็พวกหนุ่มล่ำบึ้ก ไม่นึกว่าจะเป็หนุ่มหล่อ!"
"ว้าว นี่แหละสเป็คฉันเลย! ไม่รู้ว่าเขาจะรังเกียจพี่สาวแก่กว่ารึเปล่านะ?”
"กลางวันแสก ๆ เลิกเพ้อเจ้อได้มั้ย?"
เฉินชวนกลายเป็จุดสนใจของฝูงชนทันที
"เฉินชวน!"
อวี๋ซิ่งเฟิงวิ่งเหยาะ ๆ มาหา แล้วถามด้วยรอยยิ้ม "เตรียมตัวเป็ยังไงบ้าง?"
"ก็โอเค" เฉินชวนพยักหน้าเบา ๆ
"ดีแล้ว"
อวี๋ซิ่งเฟิงมองไปรอบ ๆ แล้วพูดเสียงเบาขึ้นมาทันที
"จางซิวไห่กับเติ้งปินไม่ได้มา"
สายตาเฉินชวนวูบไหวเล็กน้อย แต่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร
จางซิวไห่กับเติ้งปินต่างก็ถูกเขาหักแขนทั้งสองคน ถึงแม้ว่าโลกนี้จะมีมาตรฐานการรักษาที่เหนือกว่าชาติก่อนของเขามาก แต่ก็ไม่มีทางที่จะฟื้นตัวได้ภายในสิบวันครึ่งเดือนแน่นอนทั้งสองคนจึงพลาดการสอบทดสอบประจำปีนี้อย่างแน่นอน ขณะที่เฉินชวนกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น อวี๋ซิ่งเฟิงก็กระทุ้งแขนใส่เขาทันใด แล้วชี้ให้เขามองไปทางขวา
"ดูสิ คนนั้นคือเสี่ยวลี่เฉิง!"
เฉินชวนมองตามสายตาของเขา เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งคนหนึ่งยืนอยู่ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร
ใบหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างธรรมดา เป็ประเภทที่ถ้าอยู่ในฝูงชนก็ไม่โดดเด่นสะดุดตาแต่แววตากลับคมกริบมาก ทำให้ผู้คนจดจำได้ง่ายดูเหมือนเสี่ยวลี่เฉิงจะรู้สึกถึงสายตาของเฉินชวนจึงหันมามองมาทันที เมื่อสบตากับเฉินชวนเขาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้เฉินชวน
"เป็คนละประเภทกับจางซิวไห่ที่หยิ่งผยองโดยสิ้นเชิง"
เฉินชวนคิดในใจ และพยักหน้าตอบเสี่ยวลี่เฉิงเช่นกันในตอนนั้นเอง ฝูงชนก็มีความเคลื่อนไหวขึ้นมาทันทีผู้ชายหลายคนต่างเอี้ยวคอมองไปทางด้านหน้า เฉินชวนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย จึงหันไปมอง
ไม่ไกลนัก มีผู้หญิงสี่ห้าคนกำลังเดินมาด้วยกันพวกเธอทั้งหมดอยู่ในวัยสดใสของความเป็หนุ่มสาว และรูปร่างหน้าตาก็ไม่เลวเลยแต่สายตาของนักศึกษาชายส่วนใหญ่ กลับไปหยุดอยู่ที่เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเดินนำอยู่ด้านหน้า เธอรวบผมหางม้ายาว ผิวพรรณสุขภาพดี ดวงตาเป็ประกาย สวมเสื้อยืดสีขาว หน้าอกอวบอิ่ม
ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงขาสั้นที่สะดวกต่อการเคลื่อนไหว เผยให้เห็นขายาวเรียวที่แข็งแรงที่ข้อเท้าเรียวบางมีสร้อยข้อเท้าเส้นเล็กระยิบระยับ ยิ่งทำให้เท้าเล็กของเธอดูได้สัดส่วนและลื่นไหล ส่วนใบหน้านั้นไม่ต้องพูดถึง เธอเป็สาวสวยเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
เฉินชวนเข้าใจทันที
ผู้หญิงคนนี้ก็คือเฉิงซื่ออวี่!
หญิงในฝันของนักศึกษาชายหลายคนในคณะนักรบ! การมาถึงของเฉิงซื่ออวี่ทำให้ฝั่งนักศึกษาชายเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกระลอก มีนักศึกษาชายหลายคนรีบเดินเข้าไปทักทาย หนึ่งในนั้นมีชายหนุ่มหน้าขาว ผมหยิกเล็กน้อยคนหนึ่ง
อวี๋ซิ่งเฟิงชี้ไปที่ชายผมหยิกคนนั้นและพูดเสียงต่ำว่า
"คนนั้นคือเลี่ยวเฉวียน"
"เขาก็กำลังจีบเฉิงซื่ออวี่เหมือนกัน"
เฉิงซื่ออวี่มีนิสัยร่าเริงและใจกว้าง เธอเข้ากับทุกคนได้ดีไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิง
ต่อหน้าการเอาอกเอาใจของเหล่านักศึกษาชาย รวมถึงเลี่ยวเฉวียน เธอไม่ได้วางท่าหยิ่งผยอง ไม่ได้แสดงอาการรำคาญ เพียงตอบโต้ตามปกติและรักษาระยะห่างที่เหมาะสมเอาไว้
เฉินชวนมองสำรวจอยู่สักพัก แล้วละสายตาไม่สนใจอีกต่อไป
แต่เฉิงซื่ออวี่ได้ยินเพื่อนพูดถึงเฉินชวน เธอยังอดไม่ได้ที่จะมองมาทางเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นสองสามครั้งหลังจากเฉิงซื่ออวี่แล้ว แทบจะไม่มีนักศึกษาคนใดมาถึงเพิ่มอีกผ่านไปอีกกว่าสิบนาที ก็มีอาจารย์เจ็ดแปดคนเดินมาพร้อมกัน
ผู้นำคือชายวัยกลางคนสองคนอายุราวสี่สิบกว่า
หนึ่งในนั้นคือต่งไห่หยาง
เมื่อคณาจารย์เดินทางมาถึง เสียงรอบด้านก็เงียบลงทันที
ต่งไห่หยางเดินมายืนที่ด้านหน้าของกลุ่มคน กวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นทุกคนยืนเงียบอยู่กับที่ จึงแสดงความพึงพอใจออกมาบนใบหน้า
หลังจากนั้น เขาเริ่มแนะนำคณาจารย์ในทีม เฉินชวนจึงได้รู้ว่าชายวัยกลางคนที่มากับต่งไห่หยางมีชื่อว่าถานเจ๋อหยวนเขาก็เป็อาจารย์ระดับหัวหน้าเช่นเดียวกับต่งไห่หยาง หลังจากแนะนำเสร็จ ต่งไห่หยางเข้าสู่ประเด็นหลักทันที
"ไม่ต้องพูดอะไรมาก ตอนนี้ตามฉันขึ้นเขาไปยังสถานที่ทดสอบ!"
เมื่อพูดจบ ต่งไห่หยางและถานเจ๋อหยวนก็หันหลังเดินขึ้นไปบนเขา อาจารย์คนอื่น ๆ เดินตามหลังมา นักศึกษาทั้งหมดก็รีบตามไปติด ๆ
ทุกคนล้วนเป็นักรบ ร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปมาก พวกเขาเดินอย่างรวดเร็ว ประกอบกับูเาไม่สูงมาก ไม่นานก็มาถึงยอดเขา
บนยอดเขานั้นโล่งเตียน ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวมีเพียงศิลาจารึกสูงประมาณหนึ่งเมตรตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางถานเจ๋อหยวนก้าวยาว ๆ มาที่หน้าศิลาจารึก ยกมือวางลงไป
เขาไม่ได้ทำท่าทางใด ๆ เป็พิเศษ แต่ความว่างเปล่าด้านหลังศิลาจารึกเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นมา เกิดเป็ระลอกคลื่นเล็ก ๆ
วินาทีถัดมา ราวกับมีคนเปิดม่านที่ปกปิดอยู่ ในความว่างเปล่าปรากฏซากกระดูกขนาดมหึมาขึ้นมาอย่างไร้ที่มา โครงกระดูกมีรูปร่างเหมือนั สูงถึงห้าถึงหกร้อยเมตร ทั้งสูงตระหง่านและแฝงความเวิ้งว้างโบราณ
กระดูกัสีขาวขดวนและตั้งตรงขึ้น ดูคล้ายกับหอคอยขนาดใหญ่ ส่วนบนสุดคือกะโหลกัขนาดมหึมาและเขาัอันดุดันดูแข็งแกร่งและมีพลัง พร้อมกับกลิ่นอายบารมีอันยิ่งใหญ่ที่ยากจะบรรยาย ดวงตาที่ว่างเปล่าของัทอดมองมายังกลุ่มคนด้านล่าง
ในดวงตาัมีประกายบางอย่างซ่อนอยู่ ดูเหมือนกำลังจ้องมองทุกคนข้ามกาลเวลา เฉินชวนจ้องมองหอกระดูกัตรงหน้า รู้สึกตกตะลึง แม้ว่าเขาจะเดาสิ่งที่จะได้เห็นจากชื่อ "หอกระดูกั" ไว้บ้างแล้ว แต่เมื่อได้เห็นหอกระดูกอันสูงตระหง่านนี้ด้วยตาตัวเอง ก็ยังรู้สึกตกตะลึงอย่างลึกซึ้ง
เมื่อมองไปรอบ ๆ ทุกคนก็ตกตะลึงยืนอยู่กับที่เช่นกัน
อวี๋ซิ่งเฟิงพึมพำ "ไม่ว่าจะดูกี่ครั้ง ก็ยังรู้สึกทึ่งอยู่ดี!"
ถานเจ๋อหยวนคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้มานาน เขารอด้วยความอดทนครู่หนึ่ง จนกระทั่งนักศึกษาทั้งหลายค่อย ๆ ได้สติกลับมา จึงค่อย ๆ เอ่ยปาก
"การทดสอบ… เริ่มได้!"
"คนที่ถูกเรียกชื่อ ให้เข้าไปในหอกระดูกัเป็กลุ่ม กลุ่มละสิบคน!"
"ปีนขึ้นไปถึงชั้นที่สาม ถือว่าผ่าน"
"คะแนนสุดท้ายจะพิจารณาจากจำนวนชั้นที่ปีนได้และเวลาที่อยู่ได้!"