ก๊อกๆๆ
“ตื่นได้แล้วท่านอาจารย์ ท่านจะนอนทับบ้านทับเมืองเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ ถึงข้ายังคงต้องรักษาตัวก่อนแต่ท่านยังต้องสอนเสี่ยวชิงอีกนะขอรับ”
กูเฉินที่ตื่นแต่เช้าก็ไปหาไม้ค้ำมาจากไหนก็ไม่ทราบ ก็ได้เคาะประตูห้องปลุกอาจารย์ของตนที่ยังไม่ตื่น และไม่นานนักฟานอวี่ก็เปิดประตูออกมาโดยสวมเสื้อผ้ายังไม่เรียบร้อยดีนัก ก่อนที่ทั้งสองจะไปยังลานฝึกเมื่อวาน โดยมีกูเฉินที่ใช้ไม้ค้ำสองข้างเดินตามฟานอวี่ไปอย่างคนพิการ
“เอาล่ะวันนี้ เ้า นั่งดูเฉยๆ อย่าคิดจะทำอะไรแผลงๆเฉียว”
เมื่อมาถึงแล้วก็เจอกับเสี่ยวชิง ฟางอิงและลูกศิษย์ของเขา ซึ่งฟานอวี่ก็สั่งให้กูเฉินห้ามทำอะไรทั้งนั้น เพราะนางคิดว่าหากปล่อยให้เขาอะไรสักอย่างด้วยตัวเองอีกมีหวังได้ตัวแตกเป็เสี่ยงๆเพราะทำอะไรไม่เข้าท่าอีกเป็แน่
“ท่านก็ว่าไป สภาพนี้ท่านคิดว่าข้าจะทำอะไรได้กัน”
กูเฉินที่ลงไปนั่งขัดสมาธิแล้วก็เอ่ยออกมา เส้นลมปราณป่นปี้ถึงเพียงนี้แล้วนางยังจะระแวงอะไรเขาอยู่อีก ตัวเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
“ว่าไง ลองวิชาของท่านอาจารย์ฟางอิงหน่อยมั้ย เผื่อมันจะช่วยเ้าได้น่ะ เพราะเส้นลมปราณของข้าก็ไม่ค่อยดีั้แ่ที่ข้ายังเล็กแล้ว”
หงหยิงเดินมานั่งข้างๆกูเฉินพร้อมเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบ
“ว่ามาสิ่มันอาจจะดีก็ได้มั้ง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เมื่อได้ยินกูเฉินว่ามาเช่นนั้น หงหยิงก็ร่ายสรรพคุณพร้อมวิธีใช้วิชาที่ฟางอิงให้เธอฝึก ซึ่งกูเฉินที่ได้ยินผลลัพธ์และกระบวนการจนครบแล้วก็ถึงกับหางคิ้วกระตุกรัวๆ
“จะบ้ารึไง นี่เ้าจะช่วยข้าหรือจะฆ่าข้ากันแน่เนี่ย วิชาของอาจารย์เ้ามันช่วยแก้อาการเส้นลมปราณถูกอุดตัน ไม่ใช้รักษาเส้นลมปราณ ถ้าข้าใช้เ้ารู้รึป่าวว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็อย่างไร เส้นลมปราณในร่างของข้าจะเริ่มฉีกขาดแล้วะเิออกมาเพราะพลังปราณที่ถูกสูบฉีดไปมาอย่างรุนแรงภายในร่าง ข้าก็จะกลายเป็ผัก หรือไม่ก็ตาย”
กูเฉินบ่นออกมาหลังจากอึ้งจากการฟังวิชาที่หงหยิงใช้ฝึก ก่อนจะยื่นตนเข้าไปใกล้หน้าของเธอพร้อมกับพูดถึงผลลัพธ์หากเขาใช้วิชานี้ก่อนจะดึงหน้ากลับมา
“ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่ามันจะทำให้เ้าตาย ข้าแค่คิดว่ามันคงพอจะช่วยเ้าได้แค่นั้นเอง”
เมื่อรู้ผลลัพธ์ที่จะนามมาแล้ว หงหยิงก็ก้มหน้าเอ่ยออกมาอย่างเบาๆเพราะรู้สึกผิดที่จะไปฆ่ากูเฉินทางอ้อม
“ช่างเถอะ ยังไงซะข้าก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดจะตายด้วยตัวข้าเองหรอก เ้าก็ฝึกวิชาของเ้าไปถึง ข้าจะหาวิธีของข้าเองก็แล้วกัน”
กูเฉินที่เห็นท่าทีรู้สึกผิดของหงหยิง เขาเองก็อยากปลอบเธออยู่เหมือนกันแต่ติดตรงที่เขาทำไม่เป็ ทำได้เพียงแค่บอกให้เธอตั้งใจฝึกวิชาของเธอต่อไปเท่านั้นเอง
'เส้นลมปราณมีปัญหา ก็แค่ต้องซ่อมมันด้วยพลังลมปราณเท่านั้นเอง คงไม่มีใครคิดถึงวิธีนี้กันหรอก’
เขาเริ่มทำสมาธิเพื่อกำหนดจุดในการซ่อมเส้นลมปราณที่พังทั่วร่างของเขา ที่คนอื่นไม่ได้คิดถึงวิธีนี้กันถึงแม้ว่าจะเป็สิ่งที่ง่ายที่สุดนั่นก็เพราะมันเป็เื่ที่ยุ่งยากมาก ไม่ใช่เพียงแค่จะรักษาได้ทีละเล็กละน้อยเพียงเท่านั้น แต่มันยังต้องให้สมาธิที่สูงมากๆ และระยะเวลาในการรักษาก็แล้วแต่บุคคล ส่วนมากถึงแม้จะเป็การรักษาจุดเล็กๆ ก็ใช้เวลาในการรักษานานกว่าจะหายดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่อย่าลืมสิ่ว่านี่มันพระเอก แต่ก็คงใช้เวลานานอยู่ดูนั่นแหละ เล่นแทบจะแหลกสลายทั้งร่างขนาดนั้น
.
.
.
2 สัปดาห์ผ่านไป
“ตื่นได้แล้วท่านอาจาย์ ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าทำไมถึงยังไม่ถูกไล่ออกสักที”
กูเฉินบ่นออกมาในขณะที่เรียกฟานอวี่ให้ลุกออกมาจากที่นอนเพื่อไปสอนเสี่ยวชิง เพราะตอนนี้ตัวเบาถึงแม้จะเดินไปไหนมาไหนได้แบบคนปกติแล้ว แต่เส้นลมปราณก็ยังคงเสียหายอยู่ดังเดิม นี่เขาถึงขนาดอุทิศเวลาให้กับการรักษาตนเองตลอดเวลาที่ผ่านมาเลยนะ
“ปากหมาจริงๆไอ้ลูกศิษย์เวรนี่”
เอ่อ… เหมือนในเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่จะพัฒนาความสัมพันธ์จากศิษย์อาจารย์เป็อะไรไปแล้วก็ไม่ทราบ แต่ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ที่เกินเลยไปแต่อย่างใด
“ตอนนี้ขาของเ้าดีขึ้นบ้างรึป่าว”
เมื่อมาเจอกันที่ลานฝึกแล้ว ฟานอวี่ก็ถามอาการาเ็ที่ขาซ้ายของเสี่ยวชิง เพราะนางได้ให้ยากับเสี่ยวชิงไปเมื่ออาทิตย์ก่อน
“ค่ะท่านอาจารย์ ข้ารู้สึกได้โดยไม่จำเป็ต้องตรวจสอบเลยว่าขาของข้านั้นดีขึ้นแล้ว”
อย่างที่เห็น ขาของเสี่ยวชิงนั้นสทมารถใช้งานได้คล่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีฟานอวี่ที่ทำให้ภูมิใจในฝีมือของตน นั่นก็เพราะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนนางได้เสาะหาวัตถุดิบในการปรุงยาให้เสี่ยวชิงจนดึกดื่นครึ่งคืนเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเสียเงินเสียทองไปมิใช่น้อยๆเลย
“แล้วอาการของเ้าเป็อย่างไรบ้างล่ะกูเฉิน”
เสี่ยวชิงถามถึงอาการของกูเฉินเช่นกัน
“อีกไม่นานก็กลับมาเป็ปกติแล้วล่ะ ประลองได้สบายๆเลยล่ะตอนนี้น่ะ แต่ถ้าใช้วิชาะเิดวงดาวของอาจารย์ตอนนี้ข้าคงตัวขาดเป็สองท่อนแน่ๆ”
เขาก็ยังคงตอบกลับไปอย่างติดตลกเช่นเคย
“โอ้ย! โทษทีที่มาช้าไปหน่อย พอดีนาฬิกาปลุกข้าพังน่ะ”
ซวงหลิง เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่ถูกจับยัดมาโดยผอ.หลังจากวันที่ปิดรับสมัครไปแล้ว ไปมีสิทธิพิเศษจากไหนก็ไม่มีใครรู้ นอกจากผอ.กับฟานอวี่และตัวเขาเอง ซึ่งในความเป็จริงแล้วนาฬิกาปลุกของเขามันโดนทุบน่ะ ไม่ได้พังเองหรอก
“เอาล่ะพี่เฉิน มาประลองกัน”
เมื่อซวงหลิงเห็นหน้าของกูเฉินเขาก็ท้าประลองในทันที เหตุเนื่องมาจากวันแรกที่เข้าชั้นเรียนมา เขาแพ้ให้กับกูเฉินที่เดินกะโผลกกะโผลกอย่างกับคนพิการเพราะประมาท และหลังจากวันนั้นเขาก็ท้าประลองกับกูเฉินแม่งทุกวันเลย
“เข้ามาเลยไอ้เด็กเวร”
[ศิลาถล่มผูลา](แค่ขี้แหละสั้นดี ี้เีละ)
กูเฉินพุ่งเข้าไปซัดหมัดใส่ซวงหลิงตรงๆโดยไม่ใช้ก้าวไร้ลมเป็ตัวช่วย
“โอ้ว มันเจ็บนะพี่เฉิน ออมมือให้บ้างเดะ”
[หางั]
พลัก!
เมื่อทิ้งระยะได้เกือบ่ตัว หลงซวงก็ฟาดขาเข้าใส่ตัวกูเฉินอย่างจังจนเขาเซถอยหลัง
“แกต่างหากที่ไม่ออมมือให้คนเจ็บสิ่”
กูเฉินที่ตั้งหลักได้แล้วก็พูดจาเหน็บแนมที่ซวงหลิงบอกว่าเขาไม่ออมมือให้
จะกลับมาเขียนต่อปุ๊บ ปัญหามาปั๊บ(จริงก็เกือบเดือนแล้วครับ) ด้วยปัญหาทางเทคนิคเื่บัญชีของธัญวลัย เล่นซะไฟเกือบมอดเลยครับ ทำให้ตอนนี้อารมณ์เขียนเื่นี้เละไปเลย จึงมาแจ้งให้ทราบว่า หลังจากนี้จากอัพเป็เื่รองแทน อาจจะนานกว่าจะอัพ(แต่ยังอัพนะ) ซึ่งจะเปลี่ยนการดำเนินเื่และเนื้อเื่ส่วนหลังจากนี้ เพราะผม้าให้จบในจุดที่ควรจะจบให้เร็วที่สุด จึง
อาจจะมีการไทม์สคิปบ่อยมากเพราะจะข้ามเนื้อหาส่วนการดำเนินชีวิตแบบชิวๆ ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ผิดหวัง