ลานกลางหมู่บ้านเงียบงัน
มีเพียงเสียงลมหอบเย็นพัดผ่านศพบนพื้นดิน กลิ่นเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนชวนอึดอัด
หัวหน้าหมู่บ้านยังคงนั่งนิ่งอยู่ข้างศพ ดวงตาเลื่อนลอย ปากพึมพำซ้ำไปมา
“มันไม่ใช่ลูกข้า…”
“มันไม่ใช่ลูกข้า…”
ชาวบ้านหลายคนยืนมองอยู่ห่าง ๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ในสายตาของพวกเขา เวลานี้หัวหน้าหมู่บ้านไม่ต่างจากคนเสียสติ
หลินเซวียนมองเงาดำด้านหลังชายชราเงียบ ๆ
มันยังคงก้มกระซิบข้างหูอีกฝ่ายไม่หยุด
แม้เขาจะไม่ได้ยินเสียง แต่เพียงมองก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา
ชายถือดาบก้าวออกไปช้า ๆ
“ถอยออกมา”
ชาวบ้านรีบถอยทันที
ชายผู้นั้นคุกเข่าลงตรงหน้าหัวหน้าหมู่บ้าน ก่อนหยิบกระดาษยันต์สีเทาเข้มสามใบออกมาจากแขนเสื้อ
นี่เป็ครั้งแรกที่หลินเซวียนเห็น “ยันต์” ของผู้ฝึกตนจริง ๆ
บนกระดาษมีอักขระสีแดงเืวาดอยู่เต็มแผ่น
ทันทีที่ยันต์ถูกหยิบออกมา อากาศรอบด้านพลันเย็นลง
เฒ่าชิงเต้ามองอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้พูดแทรก
ชายถือดาบใช้นิ้วแตะปลายยันต์เบา ๆ
จากนั้น—
ฟู่…
ยันต์ทั้งสามลุกไหม้เองโดยไร้เปลวไฟ
กลิ่นประหลาดคล้ายไม้จันทน์เก่าลอยกระจายออกมา
หลินเซวียนสังเกตเห็นว่า…
หมอกกรรมรอบตัวหัวหน้าหมู่บ้านเริ่มปั่นป่วน
เงาดำด้านหลังชายชราบิดตัวรุนแรงทันที
“ออกมา”
เสียงของชายถือดาบยังคงเรียบเฉย
แต่ในวินาทีนั้น หลินเซวียนกลับรู้สึกเหมือนทั้งลานหมู่บ้านหนักขึ้นหลายส่วน
อักขระบนยันต์เริ่มเรืองแสงสีแดงจาง ๆ
ทันใดนั้นเอง—
เงาดำด้านหลังหัวหน้าหมู่บ้านส่งเสียงกรีดร้องแหลมต่ำ!
ร่างของมันค่อย ๆ ถูกดึงออกจากตัวชายชรา
ชาวบ้านหลายคนหน้าซีดทันที
บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้น
เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขา “มองเห็น” สิ่งลี้ลับด้วยตาตนเอง
เงานั้นคล้ายมนุษย์ แต่ไร้ใบหน้า
ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยไอสีดำหม่น
มันพยายามดิ้นหนีอย่างบ้าคลั่ง
แต่ชายถือดาบเพียงยกสองนิ้วขึ้นช้า ๆ
“ผนึก”
ปัง!
ยันต์ทั้งสามแตกสลายกลางอากาศ กลายเป็โซ่อักขระสีแดงพันรอบเงาดำนั้นทันที
เพียงไม่กี่อึดใจ ิญญาร้ายก็ถูกบีบอัดจนเหลือเพียงก้อนหมอกขนาดเท่าฝ่ามือ
ก่อนถูกเก็บลงในขวดหยกสีดำใบเล็ก
ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
หัวหน้าหมู่บ้านทรุดลงกับพื้น ราวกับหมดแรงทั้งหมดในชีวิต
“ข้า…”
น้ำตาไหลออกจากดวงตาชราอย่างช้า ๆ
เมื่อสติกลับคืนมา เขาก็มองเห็นศพตรงหน้าเต็มตา
และเสียงร้องไห้ของชายชราก็ดังขึ้นทั่วลานหมู่บ้าน
หลินเซวียนยืนนิ่ง
ในใจรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
เขารู้…
หัวหน้าหมู่บ้านไม่ได้อยากฆ่าใคร
แต่เงาิญญานั้น เพียงขยาย “ความหวาดระแวง” ที่ซ่อนอยู่ในใจออกมาเท่านั้น
ชายถือดาบเก็บขวดหยกกลับเข้าแขนเสื้อ ก่อนหันมามองหลินเซวียน
“เ้ามองเห็นมันั้แ่แรก”
ไม่ใช่คำถาม
แต่เป็คำยืนยัน
หลินเซวียนชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
ชายถือดาบนิ่งไปครู่หนึ่ง
“คนทั่วไปมองไม่เห็นิญญาระดับนี้”
เฒ่าชิงเต้าจึงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
“เด็กคนนี้เกิดมามีััิญญาดีกว่าคนทั่วไป”
ชายถือดาบมองหลินเซวียนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามต่อ
เพียงแต่สายตาของเขาลึกขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
ไม่นานนัก ชาวบ้านก็เริ่มช่วยกันนำศพไปจัดการ
บรรยากาศของหมู่บ้านยังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แต่ความโกลาหลเริ่มสงบลงบ้างแล้ว
หลินเซวียนเดินตามชายถือดาบออกมาจากลานกลางหมู่บ้าน
“เมื่อครู่… นั่นคือวิชาเต๋าหรือ”
ชายผู้นั้นตอบโดยไม่หันกลับมา
“อาคมผนึกิญญา”
“คนของหอเฝ้าราตรีล้วนต้องเรียน”
หลินเซวียนเงียบไปครู่หนึ่ง
“หอเฝ้าราตรี… คืออะไรกันแน่”
คราวนี้ชายถือดาบหยุดเดินเล็กน้อย
สายตาเขามองไปยังหมอกดำเหนือหมู่บ้าน
“ผู้เดินทางระหว่างเมือง”
“จัดการสิ่งที่คนธรรมดารับมือไม่ได้”
“ภูตผี ิญญา คำสาป ไออัปมงคล”
“รวมถึงบางสิ่ง… ที่ไม่ควรตื่นขึ้นมา”
เขาพูดเพียงเท่านั้น
ไม่ได้อธิบายต่อ
แต่หลินเซวียนเริ่มเข้าใจแล้วว่า—
โลกที่ตนเคยรู้จัก อาจเป็เพียงเศษเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้น
ในตอนนั้นเอง
ชายถือดาบพลันหันมองไปทางท้ายหมู่บ้าน
แววตาเปลี่ยนทันที
“มีอะไรหรือ”
เฒ่าชิงเต้าเดินเข้ามาถาม
ชายถือดาบไม่ตอบ
เขาเดินตรงไปยังบ้านร้างหลังหนึ่งที่อยู่เกือบติดชายป่า
ประตูบ้านเปิดแง้มไว้เล็กน้อย
รอบ ๆ เงียบผิดปกติ
หลินเซวียนรู้สึกหนาววาบขึ้นมาอีกครั้ง
ทันทีที่เข้าไปในบ้าน ทุกคนก็หยุดเดิน
กลางห้องมีศพนอนอยู่หนึ่งร่าง
แต่แปลกตรงที่—
ร่างนั้นไม่มีาแ
ไม่มีเื
ไม่มีไออัปมงคล
และที่น่าประหลาดที่สุดคือ…
หลินเซวียน “มองไม่เห็นิญญา” ของศพนี้
ราวกับบางอย่างถูกดึงหายไปจนหมดสิ้น
ชายถือดาบค่อย ๆ ก้มลงตรวจดูร่างนั้น
จากนั้นเขาก็เห็นอักขระประหลาดสีดำจาง ๆ ตรงลำคอศพ
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
เฒ่าชิงเต้าหรี่ตา “เ้ารู้จักสิ่งนี้หรือ”
ชายถือดาบเงียบอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพูดออกมาช้า ๆ
“เื่นี้…”
เขามองไปยังหมอกดำเหนือูเา
ดวงตาหนักอึ้งกว่าครั้งก่อนมาก
“…ไม่ใช่ระดับหมู่บ้านแล้ว”