ฉันว่างนะคะ 1
พลอยขวัญกลับเข้าร้านหลังจากคุยธุระเสร็จสิ้น เธอเดินเข้ามาในร้านมองยังโต๊ะที่ควรจะมีปานลินนั่งอยู่ แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าอย่างแปลกใจ...หรือจะไปเข้าห้องน้ำ?พลอยขวัญนั่งลงตรงที่นั่งเดิม ลูบหน้าผากตัวเองสองสามที รู้สึกคันๆ อยากเกาพิลึก หากไม่กลัวว่าเครื่องสำอางที่บรรจงแต่งมาจะเลอะ เธอคงเกาแรงๆ ให้หายคันสักหลายๆ ทีพลอยขวัญยกแก้วชาเขียวปั่นของตัวเองขึ้นมาดูด หมายให้คลายร้อนจากอากาศด้านนอก ขณะที่ดูดก็กวาดสายตาไปรอบๆ จนสะดุดเข้ากับวัตถุแปลกประหลาดบางอย่าง ข้างต้นไม้ประดับต้นใหญ่เกือบเท่าเธออีกด้านของร้านพลอยขวัญแทบสำลัก เมื่อมองดูดีๆ แล้ววัตถุประหลาดที่ว่าก็คือคนที่เธอเข้าใจว่าไปเข้าห้องน้ำนั่นเอง ชุดสีเขียวหม่นๆ ทำให้ปานลินแทบจะกลืนไปกับต้นไม้ แต่ในจุดตำแหน่งที่เธอนั่งอยู่นี้สามารถมองเห็นได้พอดีเพื่อนสุดเพี้ยนของเธอยืนเอียงหูมองโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ฟังก็ยังทำท่าจะตักเค้กในมือเข้าปากนี่คือการแอบฟังแบบซึ่งหน้า?แปลกใจยิ่งกว่าที่ผู้ชายสองคนที่โต๊ะนั้นไม่รู้สึกตัว พลอยขวัญแทบจะหายตัวไปโผล่ตรงจุดที่ปานลินยืนอยู่ ตั้งใจจะลากยายตัวดีกลับมาก่อนที่ผู้ชายสองคนนั้นจะสังเกตเห็นอีกนิดเดียวเธอก็จะทำสำเร็จแล้ว เพียงแต่...“ฉันยังว่างนะคะ”เสียงใสเอ่ยขึ้นฟังชัด พลอยขวัญที่เกือบจะคว้าตัวหญิงสาวได้แล้วชะงักค้างอยู่อย่างนั้น สองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้าก็สะดุ้ง หันมามองด้านข้างอย่างตกตะลึง แล้วมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจพักหนึ่ง“ยัยปลา! แกทำบ้าอะไรของแกเนี่ย?” พลอยขวัญหยิกเพื่อนสนิทแรงๆ หนึ่งครั้ง ใบหน้าได้แต่ยิ้มแหยๆ“โอ๊ย เจ็บนะ!” คนถูกหยิกร้องลั่น ลูบแขนที่เป็นจ้ำขึ้นสีไปมา‘แกรู้จักเขาหรือไง? ถึงได้มายืนแอบฟังอยู่นี่ ฮะ’ พลอยขวัญถลึงตาส่งข้อความผ่านอากาศไป น่าอัศจรรย์มากที่อีกคนเข้าใจ แถมยังกะพริบตาตอบกลับได้ด้วย‘นี่แหละ พ่อพระเอกที่ฉันพูดถึง เป๊ะมาก เหมือนภาพที่ฉันจินตนาการตั้งแต่หัวจรดเท้า!’หลังได้สัญญาณ พลอยขวัญก็เบิกตากว้าง ไม่รู้ทำไมแต่เธอเข้าใจที่เพื่อนของเธอจะบอกได้ หันขวัญมองสุภาพบุรุษที่กำลังมองมาเป็นไก่ตาแตกตรงหน้าไอ้คนแบบนั้นมันมีอยู่จริงๆ เหรอวะ?พลอยขวัญมองพิจารณาทั้งคู่เร็วๆ ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าหล่อ คนหนึ่งแต่งตัวสบายๆ แต่ดูดี อีกคนแต่งตัวด้วยชุดสูทดูภูมิฐาน ดูดีมีชาติตระกูล มองจากเบ้าหน้า พลอยขวัญก็ยังบอกได้ว่าต้องเป็นครอบครัวเดียวกันพลอยขวัญทำท่าทางถามเพื่อนว่าคนไหน ปานลินชี้นิ้วที่อยู่ด้านล่างเป็นเชิงบอกซ้าย คนทางซ้ายโอเค ถึงจะรู้ว่าเป็นคนซ้ายที่สวมสูท แต่เธอก็ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนั้น และไม่รู้ว่าผู้ชายในจินตนาการของปานลินเป็นแบบไหน แต่บอกได้เลยว่า...ไอ้คนหัวสูงไม่เจียมตัว!ผู้ชายหล่อ ดูท่าทางรวยขนาดนี้จะมาเป็นพระเอกในชีวิตจริงของแกได้ยังไง ผู้ชายในฝันของแกช่างสูงส่งอยู่บนยอดมะพร้าว แหงนคอสอยทั้งชาติก็ไม่รู้ว่าจะได้มาครองหรือเปล่าเลย กว่าจะหาพ่อหัวกะทิเจอก็ใช้เวลาทั้งชาติเลยล่ะมั้ง ฉะนั้นอยู่บนคานทองของแกไปทั้งชาติเถอะ“ครับ?” ชลธารงุนงง“ฉันบอกว่าฉันยังว่างนะคะ” ปานลินเอ่ยหลังกลืนเค้กที่เหลือ วางจานบนโต๊ะของพวกเขาอย่างช้าๆ ใช้นิ้วชี้ดันมันเบาๆ “ฉันโสดค่ะ”“ฮะ?” ชลธารแปลกใจหนักยิ่งกว่าเดิม มีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาบอกว่าตัวเองว่างนะคะ โสดนะคะต่อหน้า ใครมันจะไม่งงบ้าง แต่พอเห็นสายตาของหญิงสาวที่จับจ้องชลธีผู้เป็นพี่ชายก็เริ่มเข้าใจ“คุณหมายถึง? ...” ชลธารถามหยั่งเชิงอีกหน แล้วมองผู้หญิงอีกคนที่ดึงทึ้งคนที่บอกว่าตัวเองโสดหลายครั้ง มองหน้าจังๆ แล้วค่อยนึกได้ว่าเป็นคนที่เขาเปิดประตูตีแสกหน้าเธอไปเมื่อไม่นานมานี้มองขึ้นไปยังหน้าผากเนียนที่ไร้การบดบัง มีรอยแดงนิดๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นอยู่กลางหน้าผาก“ก็ฉันบังเอิญได้ยินว่ากำลังอยากจะหาแฟนสักคน แล้วฉันเองก็ยังว่างอยู่ ไม่มีใคร เอ่อ...” ปานลินเม้มปากลังเลเล็กน้อย มองหน้าพ่อพระเอกของเธอแล้วโพล่งออกไปเสียงดัง “ฉันเสนอตัวเองได้ไหมคะ?!”“ไอ้ปลา ไอ้บ้า” พลอยขวัญด่าลอดไร้ฟันเสียงเบา มีใครที่ไหนเขามาพูดเสนอตัวเองกลางสาธารณชนอย่างนี้ ขายขี้หน้ามาก!ชลธารเบิกตากว้าง ถูกเสียงอันดังของอีกฝ่ายจู่โจมไม่ทันตั้งตัว เสียงดังมากจนหูอื้อตาลาย ชลธีถึงกับชะงักมือที่กำลังยกจิบกาแฟ เขาวางมันลงที่เดิมอย่างกระอักกระอ่วนใจ พวกเขาตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้านทันทีพลอยขวัญก้มหัวขอโทษคนทั้งร้าน ได้สายตาตำหนิและชื่นชมให้กำลังกลับมามากมาย ยายเพื่อนสมองกลับของเธอกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ อับอายขายหน้าจนอยากจะทำเป็นไม่รู้จัก“คุณ เอ่อ หมายถึงใครครับ? ผม หรือว่า...” ชลธารถามหญิงสาว ส่วนสายตากลับส่งไปล้อเลียนคนที่ถูกหมายหัว รู้สึกสนุกอย่างประหลาด“หมายถึงเขาค่ะ” ปานลินชี้ตอบ “หนูขอเสนอตัวเป็นแฟนพี่ค่ะ ถ้าพี่ไม่ว่าอะไร...”“เรารู้จักกันเหรอครับ?”ตัดบทได้ไร้เยื่อใยมาก หากเป็นคนอื่นคงรู้สึกหน้าม้าน แต่ปานลินกลับทำตัวเหมือนจะลอยขึ้นฟ้า โอ๊ย คำพูดคำจายังเหมือนพระเอกนิยายของเธอเลยคิดดู“อ้อ ปานลินนะคะ เรียกปลาทองก็ได้ค่ะ ปลาทองเลี้ยงง่ายนะ ขอแค่ให้อาหารกับน้ำบ่อยๆ ก็พอแล้ว อีกอย่างปลาทองก็ไม่ได้ความจำสั้น มันจำเจ้าของได้ สนใจเลี้ยงปลาทองสักตัวไหมคะ?” ปานลินหัวเราะคิกคักชอบใจ “ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วนะคะ”ชลธีเลิกคิ้ว ถูกการแนะนำตัวที่ฟังดูสองแง่สองง่ามเข้าไป รู้สึกพูดไม่ออกอยู่เหมือนกัน“คุณรู้จักผมเหรอ?” คราวนี้ชลธีเปลี่ยนคำถามใหม่ เพราะเขารู้จักเธอไปแล้วจากการแนะนำตัวเมื่อครู่“ไม่...ไม่รู้จักค่ะ งั้นหนูถามชื่อพี่ได้ไหม? เราจะได้รู้จักกัน...”“ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้จักคุณ เรียกแบบนั้นดูจะเกินไปหน่อย” ชลธีพูดอย่างเย็นชา “ส่วนคุณ ดูแลน้องสาวของคุณดีๆ หน่อย”“ฉัน?” พลอยขวัญชี้ตัวเอง “ฉันไม่ใช่พี่สาวค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน”พลอยขวัญหัวเสียนิดหน่อย ปานลินตัวเล็กน่ารัก ใบหน้าก็เล็ก ตาโต แก้มป่อง แม้การแต่งตัวสบายๆ ด้วยเสื้อยืดสีเขียวอ่อนกับกางเกงเอี๊ยมสีเขียวขี้ม้า มัดผมเป็นมวยโดนัทที่กลางหัวจะทำให้อีกฝ่ายดูเด็กมาก แต่ความเป็นจริงที่พวกเธออายุเท่ากันก็ยังไม่เปลี่ยนเมื่อเทียบกับเธอที่ตัวสูงโปร่ง ผอมบาง หน้าตาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ วันนี้ยังแต่งหน้ามานิดหน่อย สวมกระโปรงกับเสื้อที่เป็นเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ก็ชวนให้เข้าใจผิดอยู่“บรรลุนิติภาวะแล้วค่ะ ไม่เด็กแล้ว” ปานลินเข้าใจว่าเขากังวลใจ จึงรีบบอก “ถ้าไม่ชอบ ฉันเรียกคุณว่าคุณเฉยๆ ก็ได้นะคะ”ชายหนุ่มแสดงออกเย็นชายิ่งขึ้น เขาไม่มองมาที่ปานลินเลย เธอยืนทำอะไรไม่ถูก หรือเธอทำอะไรผิดไปนะ ปานลินยืนก้มหน้าอยู่อย่างนั้นเหมือนคนทำความผิด แล้วกำลังถูกดุพลอยขวัญรู้สึกว่าเพื่อนเธอไร้มารยาทไปหน่อย ที่จริงก็มากเลยสำหรับคนที่ไม่รู้จักกัน เธอจึงพยายามสะกิดเพื่อนสาวให้กลับ แต่ปานลินคิดว่าเธอรีบ เลยหันมาไล่ให้ไปทำธุระที่ว่าแทนซะงั้นยายเพื่อนบ้า กล้าไล่ฉันงั้นเหรอ?พลอยขวัญหัวเสียยิ่งขึ้น ตัดสินใจทิ้งปานลินเอาไว้ ส่วนตัวเองก็ก้าวฉับๆ ออกจากร้านไปเลย ไม่รู้ด้วยแล้ว ไม่อยากอยู่ตรงนั้น ไล่เธอนักเธอก็จะกลับชลธารมองหญิงสาวที่เดินโมโหออกไป รู้สึกว่าตัวเองก็เป็นก้างชิ้นใหญ่ เลยลุกขึ้นทำทีเดินไปที่หลังร้าน แล้วโผล่หัวออกมาแอบดูอยู่หลังเคาน์เตอร์ชลธียังคงเงียบ เขาจิบกาแฟจนหมดแก้วแล้วลุกขึ้น ปานลินผวายืนดักหน้าเขา ส่งยิ้มกว้างให้อย่างสดใสมาก“คุณคะ ถ้าเดือดร้อนเรื่องคุณแม่ของคุณ ฉันช่วยได้นะ แต่ไม่แกล้งเป็นแฟนนะคะ ฉันอยากเป็นแฟนจริงๆ”“นี่คุณแอบฟัง?”“ก็ ก็..เอ่อ...” ปานลินนึกคำแก้ตัวไม่ออก “เอาเป็นว่าเราลองคบกันดูก่อนไหมคะ?”“ไม่ครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วเลี่ยงเดินไปอีกทางปานลินก็เดินไปดักเอาไว้อีก“งั้นฉันขอจีบคุณได้ไหม?” ปานลินพูดเสียงอ้อนวอน “นะคะ นะ อย่างน้อยก็ให้ฉันได้ลองจีบคุณหน่อย”ชายหนุ่มมองคนที่สูงแค่อกของเขาอย่างเหนื่อยใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยถูกรุกจีบ แต่การจีบแบบตื้ออย่างโจ่งแจ้งที่ดูใส่ซื่อนี่ยังไม่เคย เขามองเธออยู่อย่างนั้น หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ ส่งสายตาประกายวิบวับให้อย่างมีความหวัง ชายหนุ่มปฏิเสธไม่ลง เขาเม้มปากอย่างชั่งใจ สุดท้ายก็พยักหน้าที่แทบมองไม่เห็นไปหนึ่งที“จริงเหรอคะ ว้าว ดีจังเลย” ปานลินเห็นเขาพยักหน้าก็ดีใจมาก กระโดดดึ๋งหนึ่งทีอย่างซุกซน “งั้นฉันขอเบอร์คุณหน่อย”ชลธีคว้าเอามือถือของเธอมากดเบอร์ส่วนตัวลงไป “ผมชื่อชลธีครับ”ปานลินเอามาดูแล้วยิ้มแป้น กดบันทึกเบอร์เป็นเบอร์ฉุกเฉินเบอร์แรก ชื่อที่แสนภูมิใจโชว์หราว่าที่แฟนปานลินเงยหน้าขึ้น ไม่เห็นชายหนุ่มก็รีบกวาดตามอง เห็นเขากำลังเดินออกจากร้านไป ก็รีบวิ่งไปคว้ากระเป๋าที่โต๊ะแล้ววิ่งตามออกไป วอแวเขาอยู่อย่างนั้นพักหนึ่ง“คุณธีทำงานแถวนี้เหรอคะ?”“คุณธีชอบกินขนมหวานไหม?”“คุณธีเลิกงานกี่โมงคะ?”“คุณธีคะ ถ้าปลาอยากเจอคุณต้องทำยังไงเหรอ?”