ชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 151 การแลกเปลี่ยนของ ไม่ใช่ความรัก

            ใครจะต้านทานคำนี้ได้? เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแสร้งทำเป็นยิ้มแต่ที่จริงอยากเดินออกจากตรงนี้มาก โชคดีที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังมีสติที่แน่วแน่ อดทนส่งยิ้มกลับไปให้ และพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อรักษามารยาท อยากจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อทำลายความอึดอัด แต่บรรยากาศที่เย็นยะเยือกนี้ก็ถูกทำลายด้วยคำพูดถัดไปของสวี่ชิวเยวี่ย

            “แต่ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ถ้าเป็นเรื่องบังเอิญ อย่างนั้นแสดงว่าข้ากับท่านก็มีบุพเพสันนิวาสร่วมกัน ท่านว่าใช่หรือไม่?”

            คิ้วสวี่ชิวเยวี่ยโก่งงอสวย นางยิ้มงามดั่งบุปผา รอยยิ้มแบบนี้ไม่เพียงแต่งดงาม แต่ยังคุ้นเคยมาก เคยเห็นที่ไหนนะ? เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคิดทบทวนไม่หยุด ในที่สุดก็ได้คำตอบหลังจากนั้นไม่นาน

            แต่มันกลายเป็นอดีตแล้วไม่ใช่หรือ? เมื่อก่อนรอยยิ้มนี้มักจะปรากฏบนใบหน้านาง สวี่ชิวเยวี่ยยิ้มแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะยามเมื่อนางออดอ้อนเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว รอยยิ้มที่เปล่งประกายเช่นนี้มีเสน่ห์ต่อแขกที่มาเยือนและผู้ที่ได้พบเห็น

            แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่อยากตอบคำถามของสวี่ชิวเยวี่ย แต่พอลอบมองใบหน้าของสวี่ชิวเยวี่ย ใบหน้าของนางเหมือนบอกว่าให้รีบตอบ รีบตอบข้า อีกทั้งยังต้องตอบคำถามให้ข้าพอใจด้วย เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วคงรู้สึกผิดถ้าไม่ได้ตอบว่าใช่ออกไป

            ดังนั้นนางจึงพยักหน้าอย่างคล้อยตาม อีกทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงสมเหตุสมผลมากที่สุดว่า “ใช่… ใช่เลย”

            ด้านสวี่ชิวเยวี่ยนั้นไม่รู้ว่าได้ยินน้ำเสียงอึดอัดของคนตรงหน้าหรือไม่ เกรงว่าอาจจะต่างคนต่างมุมมอง ถึงอย่างไร หากบนโลกใบนี้มีคนจำนวนหนึ่งหมื่นอ่านหนังสือ ก็ต้องมีคนอีกหนึ่งหมื่นคนที่อ่านหนังสือฮามู่เหลยเท่อ [1]  อีกทั้งยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าในหนึ่งหมื่นคนนั้นจะเข้าใจฮาลี่โปเท่อ [2] มากแค่ไหน

            เมื่อเห็นว่าสวี่ชิวเยวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็รู้ว่าตนมีเวลาไม่มาก ดังนั้นจึงห้ามยอมแพ้ง่ายๆ และในตอนนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกว่าถึงเวลาเหมาะสมที่จะต้องพูดออกไป นางพูดออกไปตรงๆ ว่า “ถ้าอย่างนั้น วันนี้น้องชิวเยวี่ยมาหาข้าถึงเรือนแต่เช้าโดย ‘บังเอิญ’ เพราะมีเรื่องอันใดหรือ?”

            ใบหน้าของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงยิ้มแย้ม แต่ในใจครุ่นคิดไม่หยุดเกี่ยวกับคำตอบที่จะได้รับ และปลอบใจตัวเองว่า : นางไม่ควรมาที่นี่เพราะสิ่งที่นางต้องการไม่ใช่หรือ?

            แต่คำตอบที่อยู่ในใจลึกๆ ของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอาจจะไม่ใช่คำตอบของสวี่ชิวเยวี่ย ทว่าเป็นคำตอบที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหวังว่าจะได้ยินมากที่สุด นางมาทำไมนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่านางอย่ามาที่นี่เพื่อตามจีบข้าเลย…

            แม้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะรู้สึกว่าการพูดเช่นนี้ดูจะมั่นใจตัวเองเกินไป แต่นางก็อนุญาตให้ตัวเองทำเครื่องหมายถูกในความคิดของตน

            “เอาล่ะ ในเมื่อท่านพี่ถามข้าแบบนี้แล้ว… อย่างนั้นชิวเยวี่ยขอตอบว่า...” สวี่ชิวเยวี่ยแสร้งพูดเสียงหวาน ทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว ‘บุรุษเพศ’ ที่เป็นผู้หญิงรับไม่ได้นิดหน่อย แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งร้อยปี ก็เกรงว่าคงไม่มีทางพูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกๆ นี้ได้

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพยักหน้าเอ่ยตามมารยาทและความเหมาะสม “พูดกับข้ามีอะไรให้ต้องเกรงใจ น้องชิวเยวี่ยมีสิ่งใดก็บอกข้าตามตรงเถอะ...”

            ต้องบอกว่าในใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงหวังว่าสวี่ชิวเยวี่ยจะยังเกรงใจตนเองอยู่บ้าง หากนางจาบจ้วงเกินไปละก็ ตนคงไม่อาจญาติดีกับนาง เพื่อชีวิตจิตใจที่สงบสุขและปลอดภัย เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังหวังว่าน้องชิวเยวี่ยจะรู้ตัวอยู่บ้าง

            แต่สิ่งต่างๆ บนโลกมนุษย์ ล้วนถูกสร้างมาจากธรรมชาติทั้งนั้น

            “อืม… อย่างนั้นข้าจะพูด~” พูดตามตรง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกำลังฟังเสียงที่หวานใสราวกับหยาดน้ำค้างของสวี่ชิวเยวี่ย ช่างแปลกประหลาดนัก นางได้ดื่มยาวิเศษหรืออย่างไร จากใจที่เคยเงียบสงบมานานถึงได้คึกคักขึ้นมาเร็วขนาดนี้?

            กระทั่งตอนนี้แทบจะพุ่งใส่อยู่รอมร่อแล้ว?

            เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพยักหน้าอย่างระแวดระวัง แต่เพียงได้ยินสวี่ชิวเยวี่ยเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ก่อนอื่นข้าต้องขอบคุณท่านพี่ที่นำเส้นไหมขนนกกระจอกเทศมาให้ข้า ขนสีทองนั้นล้ำค่ามากเจ้าค่ะ ข้ารู้ดี อาเชวี่ย สาวใช้ของข้ามักพูดจากหลบเลี่ยง กลับเรือนทีไรก็ทำไม่สำเร็จ ครั้งนี้โชคดีที่มีท่านพี่ ทำให้ข้าได้เส้นไหมขนนกกระจอกเทศ ชิวเยวี่ยขอบคุณมากเจ้าค่ะ”

            “แค่กๆ ...”  เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วฟังคราแรกถึงกับงุนงง พอถึงประโยคสุดท้ายถึงได้เข้าใจว่าที่สวี่ชิวเยวี่ยนั้นเอ่ยถึงก็คือเส้นไหมสีดำที่มีหลายสีสันนั้นเอง นางจึงไอสองสามครั้งเพื่อขัดจังหวะของสวี่ชิวเยวี่ย และกำลังตั้งท่าจะบอกสวี่ชิวเยวี่ยตามตรงว่า ที่จริงแล้วเส้นไหมขนนกเดิมทีเป็นของเยวี่ยเจาหราน “สิ่งนั้น...”

            ไม่รู้ว่าสวี่ชิวเยวี่ยพูดดังเกินไป หรือเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดเบาเกินไปเลยทำให้นางไม่ได้ยินที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูด เสียงของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถูกขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดนางก็ไม่ได้เอ่ยชื่อของเยวี่ยเจาหรานออกไป แค่คำว่า ‘เยวี่ย’ ก็ยังพูดไม่ทัน…

            “ข้าให้ท่านพี่” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังไม่ทันได้พูดสิ่งใด สวี่ชิวเยวี่ยเอ่ยออกมาพร้อมยื่นกระเป๋าใบเล็กที่ทำอย่างประณีตงดงามให้  เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขมวดคิ้ว นางรู้ดีว่าสิ่งนี้ไม่ได้ทำกันง่ายๆ “น้องชิวเยวี่ย สิ่งนี้ สิ่งนี้ข้าไม่อาจรับได้...”

            “รับไว้เถอะท่านพี่ ลายปักบนกระเป๋าใบนี้ทำมาจากเส้นไหมขนนกกระจอกเทศของท่าน…”

            สวี่ชิวเยวี่ยพูดพร้อมจับมือของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว อีกทั้งชี้ให้ดูลวดลายบนกระเป๋า ยังมีลายปักคำว่า ‘เฟย’ จากชื่อ ‘เยี่ยนอวิ๋นเฟย’ ให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วดู “ท่านพี่ดูสิเจ้าคะ ด้านบนเป็นชื่อท่าน ตามจริงข้าก็มีอีกใบที่เหมือนกัน…”

            “และด้านบนก็มีชื่อของข้า...” สวี่ชิวเยวี่ยหน้าแดงไปชั่วขณะ เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กำลังดูอยู่รู้สึกกลัวจนตัวสั่น และรีบพูดว่า “ข้ารับไม่ได้ ข้ารับไม่ได้...” นางมองแค่ปราดเดียวก็เห็นว่าลายปักที่อยู่บนกระเป๋าเป็นลายนกยวนยาง?!

            อย่างที่คาดไว้ สวี่ชิวเยวี่ยมาเพื่อสานต่อความกล้าอย่างแท้จริง!

            “ท่านให้ขนนกกับข้า ไม่ใช่ว่าแสดงให้เห็นถึงหัวใจของท่านหรอกหรือ” สวี่ชิวเยวี่ยขมวดคิ้วด้วยความสับสน และเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวและสายตาแบบนี้ทำให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่กล้าพูดสิ่งใดต่อ ถึงอย่างไรนางก็ยังจำตอนเกิดเรื่องบนเขาชิงเฉวียนได้ เมื่อคิดถึงเวลานั้นของสวี่ชิวเยวี่ย  เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่อยากให้ตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้นางมีสภาพเหมือนก่อนหน้านี้

            แต่ถ้าตอนนี้ไม่ปฏิเสธ เกรงว่าจะทำให้เรื่องยุ่งยากมากกว่าเดิม เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตัดสินใจหลบสายตา ส่งกระเป๋ากลับคืนให้สวี่ชิวเยวี่ย แล้วพูดต่อว่า “ไม่ใช่ ข้าเพียงแค่อยากช่วย เจ้าอย่าคิดมากเลย”

            “ข้าไม่ได้คิดมาก” สวี่ชิวเยวี่ยส่งกระเป๋าคืนกลับไปไว้ในมือเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วตามเดิม “ข้าจะคิดมากได้อย่างไร เมื่อก่อนที่ท่านปฏิเสธข้าก็เพราะข้ากับคุณชายตระกูลจ้าวมีสัญญางานหมั้นใช่หรือไม่? ข้าได้ข่าวมาว่า เพื่อการถอนหมั้น ท่านให้ท่านลุงส่งคุณชายตระกูลจ้าวไปที่เจียงหนานใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            ไม่พูดไม่ได้เลยว่า ปัญญาของสวี่ชิวเยวี่ยนั้นฉลาดหลักแหลมเสียจริง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมีความอดทนไม่มาก ตอนนี้นางอยากเดินหันหลังไปให้พ้นจากความถูกผิดของที่นี่


            เชิงอรรถ 

            [1] 哈姆雷特 ฮามู่เหลยเท่อ หมายถึง แฮมเลต (อังกฤษ: Hamlet) เป็นบทละครแนวโศกนาฏกรรมเขียนขึ้นโดยวิลเลียม เชกสเปียร์

            [2] 哈利波特 ฮาลี่โปเท่อ หมายถึง แฮร์รี่พอตเตอร์


    คล้ายกับเรื่องชาตินี้ข้าจะไม่ขอเป็นกุลสตรีที่อ่อนหวาน ที่คุณอ่าน