สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของหลงเฟยเยี่ยค่อนข้างน่ากลัวแต่จิตใจของหานอวิ๋นซีนั้นยังแข็งแกร่ง นางมั่นใจอย่างมากและไม่มีความเกรงกลัวใดๆ
หลังจากจ้องมองอยู่พักหนึ่งเห็นสายตาของหานอวิ๋นซีที่ไม่สะทกสะท้านใดๆ หลงเฟยเยี่ยก็ไม่ถามอะไรอีกและหันหลังกลับออกไป
หลังจากเห็นว่าชายคนนั้นจากไปแล้วจริงๆหานอวิ๋นซีก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว นางสงสัยว่าคนผู้นี้คงไม่หายาสามอย่างได้เร็วขนาดนั้นหรอกใช่หรือไม่?
เขา้าให้นางเตรียมยาล้างพิษชนิดใดกัน?
หานอวิ๋นซีที่เพิ่งออกมาจากอ่างน้ำดูราวกับดอกบัวที่เพิ่งบานพ้นน้ำสวยงามบริสุทธิ์ ดูแปลกตากว่าปกติเล็กน้อยโดยเฉพาะดวงตากลมโตของนางที่สดใสราวกับทะเลสาบน้ำแข็งและหิมะที่อยู่บนที่ราบสูง
หลงเฟยเยี่ยมองไปที่นางและเดินเข้าไปหาด้วยแววตาที่มืดลงเล็กน้อย
เขาเดินเข้าไปในห้องตำราแล้วหยิบผ้าสีขาวที่เปื้อนเืออกมา “เืนี้มีพิษ เ้าลองดูสิ”
ระบบล้างพิษได้ส่งเสียงเตือนแล้วว่ามันคือพิษหานอวิ๋นซีหยิบมันขึ้นมาดม แต่ก็ไม่พบอะไร ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่พิษทั่วไป
“ข้าไม่ได้กลิ่นพิษนี้ไปหากะละมังน้ำสะอาดมาให้ข้า” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
แต่ความจริงแล้วนาง้าน้ำเสียที่ไหนกันนางแค่้าไล่หลงเฟยเยี่ยออกไป ผู้ชายคนนี้ฉลาดมาก ทั้งยังสงสัยในตัวนางการใส่ตัวอย่างเืเข้าไปในระบบการล้างพิษต่อหน้าเขาอาจไม่สามารถหลบหนีจากความฉลาดของเขาได้
คืนนั้นที่ช่วยเขาล้างพิษเขาได้รับาเ็สาหัสและไม่มีสติมากนัก อีกอย่างนางเองก็แอบไปเอาเข็มและยาแก้พิษออกมาตอนอยู่ในห้องนอน
หลงเฟยเยี่ยที่ไม่เข้าใจเื่พิษเขาจึงหันหลังกลับและเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำเมื่อหานอวิ๋นซีแน่ใจว่าเขาออกไปแล้วจริงๆเช่นนั้นจึงหยิบเข็มทองออกมาเพื่อเก็บเืบนผ้าขาวและใส่ลงในระบบสำหรับการทดสอบ
เมื่อผลการทดสอบออกมาแสดงให้เห็นว่าพิษนี้มาจากดอกไม้พิษ อันที่จริงดอกไม้ทุกชนิดล้วนมีพิษไม่มากก็น้อยปริมาณเล็กน้อยจะไม่ทำให้เกิดพิษ แต่ปริมาณมากก็อาจจะเป็พิษได้จริงๆ
ไม่นานหลงเฟยเยี่ยก็กลับมาพร้อมกับกะละมังที่ใส่น้ำสะอาดหานอวิ๋นซีแสร้งทำเป็วางผ้าขาวลงในน้ำจากนั้นเก็บเืด้วยเข็มทองคำและดมกลิ่น
“มันคือพิษดอกไม้หมีเตี๋ยเซียง[1]” นางพูดด้วยความมั่นใจ
“เตรียมยาแก้พิษข้า้ามันเดี๋ยวนี้” หลงเฟยเยี่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเ็า
น้ำเสียงนี้ทำให้หานอวิ๋นซีรู้สึกไม่พอใจชายผู้นี้คิดว่านางเป็คนจ่ายยาหรือไร?
นางยื่นมือออกมาอย่างสงบนิ่งและสง่างาม“ได้สิ ก่อนอื่นเอามาห้าสิบตำลึง ค่าหมอ”
ความไม่พอใจปรากฏขึ้นในดวงตาของหลงเฟยเยี่ยเขาไม่แม้แต่ขยับเขยื้อน คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวคนนี้จะยื่นมือมาขอเงินเขาได้?
เมื่อพบกับสายตาที่รังเกียจของหลงเฟยเยี่ยหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าเวลานี้ตนเองเป็คนหน้าเือย่างมากทั้งที่ความจริงแล้วนางน่าสงสารต่างหาก!
ตอนที่แต่งงานครอบครัวก็ไม่ให้เงินนางสักตำลึง ในจวนฉินอ๋องเองอี้ไท่เฟยก็เป็ผู้ดูแลและมีมู่หรงหว่านหรูคอยช่วยเหลือจัดการเื่เงินจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ให้เงินรายเดือนนาง แล้วก็เดาว่าคงไม่มีวันให้
แม้ว่าจะไม่ต้องเสียเงินในการกินและใช้ชีวิตที่นี่แต่ก็ต้องเสียเงินซื้อเสื้อผ้า ให้รางวัลกับคนรับใช้ออกไปทำธุระและซื้อยาสำหรับระบบล้างพิษ
ไม่ต้องไปพูดถึงเื่อื่นหรอกเอาเป็ว่าค่าใช้จ่ายในการให้รางวัลคนใช้นั้นเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้คนรับใช้ในตระกูลร่ำรวยนั้นเลี้ยงไม่เชื่องที่สุด ขี้นินทาและโลภมากที่สุด!
หาก้ามีชีวิตที่มั่นคงขึ้นก่อนอื่นก็ต้องจัดการกับคนเหล่านี้และควบคุมปากของพวกเขา
หลงเฟยเยี่ยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรโยนถุงเงินลงบนโต๊ะ และเพียงได้ยินเสียงก็แล้วรู้ว่ามันมากกว่าห้าสิบตำลึง
หานอวิ๋นซีหยิบถุงเงินแล้วหยิบออกมาห้าสิบตำลึงจากนั้นก็ผลักส่วนที่เหลือกลับไปพร้อมกับกระเป๋าเงินโดยไม่ลังเล “ท่านอ๋องข้าบอกแล้วไงว่าค่าหมอห้าสิบตำลึง ข้าเอามันมาแล้ว ส่วนที่เหลือท่านเอาคืนไปเถอะ”
ถึงนางจะยากจนแต่นางก็ไม่ใช่ขอทาน อย่างไรก็ยังมีศักดิ์ศรี
พูดไปนางก็หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนใบสั่งยาแก้พิษ เช่นเดียวกับตอนที่ใช้เข็มล้างพิษใบหน้าเล็กๆ ของนางจริงจัง สายตาจดจ่อ ร่างบางของนางมีเสน่ห์ที่อธิบายไม่ได้และทำให้ผู้คนอยากเข้าใกล้ อยากเข้าไปในโลกของนางเพื่อดูว่านางเป็สตรีเช่นไร
ความไม่พอใจในดวงตาของหลงเฟยเยี่ยค่อยๆหายไป แทนที่ด้วยความขี้เล่น และหยิบถุงเงินกลับมาอย่างเงียบๆ
หลังจากตั้งใจเขียนใบสั่งยาเสร็จแล้วหานอวิ๋นซีก็ยื่นมันออกไปและถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “ท่านอ๋องท่านพบสมุนไพรสามอย่างแล้วหรือ?”
“ยังไม่พบ”หลงเฟยเยี่ยตอบเพียงเท่านี้และไม่ได้มีคำอธิบายอะไรหานอวิ๋นซีประหลาดใจว่าชายผู้นี้ไม่สนใจเื่พิษของตัวเองแต่กลับไปสนใจเื่ของคนอื่นอย่างนั้นหรือ?
เป็ใครกันนะที่โดนพิษของหมีเตี๋ยเซียง?
แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้นและนางก็เข้าใจแล้วว่าทำไมความอยากรู้อยากเห็นจึงฆ่าแมวได้[2]
นางคิดว่าหลงเฟยเยี่ยจะออกไปหลังจากรับใบสั่งยาแต่ใครจะรู้ว่าชายผู้นี้มอบใบสั่งยาให้กับองครักษ์ฉู่ซีเฟิง และตัวเองยังอยู่
หากเป็คนอื่นคงมองหายาแก้พิษทั้งวันทั้งคืน และชายผู้นี้มีเวลาแค่สิบวันเท่านั้นจะไม่เสียดายชีวิตหรือไร
เอาเถอะเขาอยู่ต่อ นางก็คงถูกลิขิตให้นอนในห้องตำราอีกครั้ง
แต่ใครจะรู้หลงเฟยเยี่ยเดินตรงไปที่อ่างน้ำร้อน แล้วสั่งอย่างเ็าโดยไม่หันหลังกลับมาว่า“หานอวิ๋นซี ออกไป”
ขอร้องล่ะนี่มันยามจื่อ[3]แล้วนะ เขาจะให้นางออกไปที่ไหนกัน?
เพียงเอาม่านทั้งหมดลงห้องนอนนี้ก็แบ่งได้เป็หลายห้อง นางยังไม่ถือสาเลยแล้วผู้ชายอย่างเขาจะมาถือสาอะไรกัน?
หานอวิ๋นซีเดินตามเข้าไปและพูดด้วยรอยยิ้มอย่างอดทนว่า“ท่านอ๋อง ท่านจะให้ข้าอยู่ที่ไหนหรือ?”
ทุกคนที่เป็สนมต่างก็มีบ้านของตัวเองแต่นางที่เป็ถึงพระชายาเอกกลับไม่มีแม้แต่ที่อยู่
“ไปบอกคนดูแลให้จัดการให้สิ”หลงเฟยเยี่ยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
คนดูแล…
มุมปากของหายอวิ๋นซีกระตุกการขอให้คนดูแลบ้านจัดการ จะเป็การให้โอกาสมู่หรงหว่านหรูได้แก้แค้นนางไม่ใช่หรือการจัดการกิจการของจวนฉินอ๋องทั้งหมดเป็มู่หรงหว่านหรูที่ช่วยอี้ไท่เฟยดูแลและลานดอกบัวที่หลงเฟยเยี่ยอาศัยอยู่เพียงผู้เดียวนั้นเป็อิสระและไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้ามายุ่งได้
หากออกจากลานดอกบัวปัญหาของนางจะยิ่งมากขึ้นแน่ๆ
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้หานอวิ๋นซีก็ยิ้มอีกครั้ง “ท่านอ๋อง ท่านอยู่ในห้องนอน ส่วนข้าอยู่ในห้องตำราเราไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน ตกลงหรือไม่?”
หลงเฟยเยี่ยหยุดนิ่งไม่หันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงเ็าเช่นเคย “ข้าไม่ชิน ออกไปเดี๋ยวนี้”
อย่างน้อยข้าก็เคยช่วยชีวิตเขาไว้นะไอ้คนใจร้าย!
ท่านไม่ชินข้าก็ไม่ชินเหมือนกันนั่นแหละ!
ห้องนี้เป็ของเขาหานอวิ๋นซีเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไป
นางถือตะเกียงและเยี่ยมชมสวนดอกบัวในตอนกลางคืนเป็เวลาสองวันแล้วที่นางแต่งงาน ทว่ายังไม่มีเวลาที่จะสำรวจสวนดอกบัวให้ดีผ่านไปครู่เดียว หานอวิ๋นซีก็จำมันได้อย่างคร่าวๆ
ลานบ้านที่นี่ไม่ได้เล็กแต่กลับมีตำหนักนอนเพียงหลังเดียว ห้องใต้หลังคาเตี้ยๆที่ดูเหมือนว่าจะถูกสงวนไว้สำหรับคนรับใช้ แต่น่าเสียดายที่ลานดอกบัวไม่มีคนรับใช้
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นหานอวิ๋นซีก็รู้สึกมีความสุขและแขวนตะเกียงไว้บนผนัง ั้แ่นี้เป็ต้นไปที่แห่งนี้จะเป็ของนาง!
ชั้นแรกจัดเป็ห้องทำงานและห้องนั่งเล่นได้ส่วนชั้นที่สองก็เป็ห้องนอน ถ้าเอาตามสมัยใหม่ก็จะเป็ห้องเดี่ยว
ในคืนนี้หานอวิ๋นซีลืมความทุกข์ทั้งหมดที่นางประสบในจวนแม่ทัพตอนกลางวันไปนานแล้ว นางถือถุงเงินห้าสิบตำลึงพลางคิดว่าจะจัดการพื้นที่เล็กๆ ของนางอย่างไร แล้วก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว
ในเช้าตรู่ของวันถัดไปหลงเฟยเยี่ยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หานอวิ๋นซีกำลังจะถามใครสักคนแต่น่าเสียดายที่ในลานดอกบัวนั้นไม่มีใครเลยนอกจากนาง แม้แต่เงาของคนสักคนก็ไม่มี
อย่างแรกอย่าเจอกันเลยดีกว่าจะเป็การดีที่สุด เช่นนี้จะได้ไม่ต้องเกลียดกัน!
ดีแล้วเขาใช้ชีวิตของเขา นางก็ใช้ชีวิตของนาง อิสระและเรียบง่าย
หานอวิ๋นซีย้ายสินสอดทองหมั้นของนางทั้งหมดมาที่ห้องใต้หลังคาแม้ว่าจะเป็ของเก่าทั้งหมดแต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็สมบัติล้ำค่าในตอนที่นางไม่มีอะไร
ขณะที่หานอวิ๋นซีกำลังจัดของอยู่นางก็พบถุงผ้าสีม่วงอ่อนใบเล็กถุงหนึ่ง เมื่อตรวจสอบใกล้ๆ แล้วก็พบว่าเป็กล่องยาที่ห่อด้วยผ้าแม้ว่ามันจะไม่มากแต่กลับมีอุปกรณ์ครบครัน ด้านในมีช่องใส่เข็มมากมายและภายในสามารถใช้เก็บวัสดุยาต่างๆ ได้นอกจากนี้ยังมีปลอกเข็มที่สามารถใส่เข็มทางการแพทย์ที่มีลักษณะเฉพาะได้
ถุงผ้าใบเล็กเป็ของใหม่มีคำว่า “ซิน” ปักอยู่ที่มุมขวาล่างด้านหลังไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็ของที่ฮูหยินเทียนซินเก็บไว้
คงเป็สิ่งที่ฮูหยินเทียนซินทิ้งไว้ให้นางกระมัง
เมื่อนึกถึงฉากที่ฮูหยินเทียนซินกำลังตั้งครรภ์เย็บถุงผ้าเล็กๆ ด้วยตนเองในตอนท้องโตพร้อมกับความคาดหวังที่มีต่อลูกในท้อง ดวงตาของหานอวิ๋นซีก็เปลี่ยนเป็สีแดงและเต็มไปด้วยความขมขื่นอย่างอดไม่ได้
นางตั้งครรภ์มาสิบเดือนฮูหยินเทียนซินจะไปคาดคิดเสียที่ไหนว่านางที่เป็ถึงหมอเทวดาจะตายในการคลอดบุตรและไม่แม้แต่จะได้เห็นหน้าลูกเลย ด้วยความคาดหวังที่มีต่อลูกมากมายขนาดนี้นางเคยคิดหรือไม่ว่าลูกคนนี้จะกลายเป็คนไร้ประโยชน์และเป็ความอัปยศอดสูของตระกูลหาน?
ฮูหยินเทียนซินวางใจเถอะ อวิ๋นซีคนนี้จะไม่ทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน!
หานอวิ๋นซีหยิบเข็มทองคำทั้งชุดออกมาจากระบบล้างพิษรวมไปถึงสมุนไพรที่ใช้กันทั่วไปและของเล็กๆ เช่น สำลีทางการแพทย์และผ้าพันแผลใส่ไว้ในถุงผ้าขนาดเล็กอย่างเป็ระเบียบ
ั้แ่นี้สิ่งนี้คือกระเป๋าหมอของนาง
ระบบล้างพิษที่นางพกติดตัวคือ“พื้นที่ว่าง” ที่มองไม่เห็น ซึ่งนางสามารถใส่และเอาของออกได้อย่างอิสระอย่างไรก็ตาม หากทำสิ่งนี้ต่อหน้าคนภายนอก ในยุคปัจจุบันคงจะเรียกว่าเป็เวทมนตร์แต่ในสมัยโบราณคงจะถูกเรียกว่าเป็คาถาอาคม
ซึ่งกระเป๋าหมอใบเล็กนี้ก็จะสามารถใช้เป็ที่กำบังให้นางได้พอดีหานอวิ๋นซีสะพายกระเป๋าหมอไว้และจะถือติดตัวั้แ่นี้เป็ต้นไป!
หลังจากจัดข้าวของเรียบร้อยแล้วหานอวิ๋นซีก็ออกไปซื้อของใช้จำเป็ จัดห้องใต้หลังคาเล็กๆ ให้สะอาดและอบอุ่นเดิมทีคิดว่าจะนอนหลับให้สบายใจสักตื่น แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่เอนตัวลงก็มีปัญหาก็มาถึงหน้าประตู
มู่ชิงอู่ยังไม่ฟื้นและแม่ทัพมู่มาหานางถึงประตูด้วยตนเอง!
หานอวิ๋นซีใมากจนแทบไม่เชื่อนางรีบไปที่ห้องรับแขกทันที
ในเวลานี้มู่หรงหว่านหรูก็มาถึงแล้วเช่นกันและกำลังนั่งทางด้านซ้ายของบัลลังก์เพื่อพูดคุยกับแม่ทัพมู่
เมื่อเห็นนางเข้ามาแม่ทัพมู่ก็โกรธเกรี้ยว “หานอวิ๋นซี เ้าโกหก เ้าบอกว่าชิงอู่จะฟื้น แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ฟื้นแถมยังมีไข้สูงด้วยซ้ำ! เ้าต้องอธิบายเื่นี้ให้ข้าฟัง ไม่เช่นนั้นข้าจัดการเ้าแน่!”
แม่ทัพมู่สั่งให้กู้เป่ยเยี่ยเฝ้าดูใน่สองสามวันที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น กู้เป่ยเยวี่ยก็จนปัญญาและมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าสาเหตุคืออะไรเขาจึงแนะนำให้ไปตามหานอวิ๋นซีมาดูอาการอีกครั้งแต่แม่ทัพมู่กลับไม่เชื่อหานอวิ๋นซีอีกต่อไปและหาผู้เชี่ยวชาญด้านยาแก้พิษหลายคนมาดูอาการ แต่ที่แปลกก็คือไม่มีใครวินิจฉัยได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมู่ชิงอู่
ด้วยความสิ้นหวังแม่ทัพมู่จึงต้องมาหาหานอวิ๋นซี อย่างไรเื่นี้ก็ต้องพึ่งพานางอยู่ดี
“เป็ไปไม่ได้!พิษในร่างกายของเขาถูกถอนไปแล้ว!” ใบหน้าของหานอวิ๋นซีดเซียวนางไม่เชื่อว่าตัวเองจะทำพลาด!
มู่หรงหว่านหรูที่เข้าใจว่าเกิดเื่อะไรขึ้นก็รีบลุกขึ้น “พี่สะใภ้ ท่านรู้วิธีการรักษาั้แ่เมื่อไร ทำไมข้าไม่เห็นรู้?”
มู่หรงหว่านหรูเื่อะไรที่ไม่ควรพูด เ้าจะพูดออกมาทำไมกัน?
หานอวิ๋นซีไม่ได้สนใจนางและพูดอย่างจริงจังว่า“แม่ทัพมู่ ข้ารับรองได้ว่าพิษในช่องท้องของเขาหายแล้ว ส่วนสาเหตุที่เขาหมดสติและมีไข้สูงนั้นข้าไม่อาจวินิจฉัยได้หากไม่ได้พบเขา ข้าจะไปกับท่าน”
“ฮึแน่นอนว่าเ้าต้องไปกับข้าอยู่แล้ว หานอวิ๋นซีข้าบอกเ้าไว้เลยว่าถ้าชิงอู่ไม่ฟื้น ข้าจะเอาชีวิตเ้า!”แม่ทัพมู่โกรธเกรี้ยวถึงที่สุด
ใบหน้าของมู่หรงหว่านหรูเต็มไปด้วยความหวาดกลัวรีบพุ่งไปข้างหน้าเพื่อปกป้องหานอวิ๋นซี และพูดอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “แม่ทัพมู่แค่มีคนเห็นพี่สะใภ้ของข้าใช้มีดและแค่ว่านางไม่ได้ช่วยให้เขาฟื้นเท่านั้นเองอย่างไรมันก็ไม่ได้หมายความว่านางเป็คนทำเสียหน่อยถึงแม้นางจะไม่รู้ทักษะทางการแพทย์ แต่ข้าเชื่อว่านางไม่มีทางทำอะไรโง่ๆ แน่นอน”
ใครก็ได้...บอกให้มู่หรงหว่านหรูหุบปากทีได้หรือไม่?!
---------------------------
[1] หมีเตี๋ยเซียงคือ โรสแมรี่
[2] ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมว (好奇害死猫) หมายถึงการอยากรู้อยากเห็นบางครั้งอาจนำไปสู่อันตรายหรือโชคร้าย
[3] ยามจื่อ เวลา 23:00-24:59 น.