โยอันอุ้มชูรันขึ้น วางเธอลงที่โซฟาเริ่มถอดชุดชั้นในเธอออกทุกอย่างนุ่มนวลและเบาจนชูรันผ่อนคลาย เขาขึ้นคร่อมร่างของเธอก่อนก้มตัวลงมากระซิบเบาๆ
“ฉันรักเธอนะ...ชูรัน”
โยอันจูบชูรันอีกครั้งใช้มือดันขาเธอให้กางออกและใส่อวัยวะเข้าไป พอเริ่มขยับชูรันก็หลับตาเอามือกอดเอวเขาแน่น ทั้งคู่จูบกับดูดดื่ม ลิ้นพันกันไปมามันเร่าร้อนจนชูรันเผลอเอ่ยออกมา
“ฉันก็...รัก...คุณเหมือนกัน.....โยอัน”
ประโยคนั้นทำให้โยอันแทบคลั่ง ตลอดระยะเวลา 13 ปี ไม่ว่าจะใกล้กันแค่ไหนชูรันไม่เคยทำเกินกว่าพี่เลี้ยง ไม่มีส่งสายตา ไม่เคยใกล้ชิดเกินจำเป็ และไม่เคย“บอกรัก”
“ชูรัน....ชูรัน...”
เขาสอยหนักขึ้นหนักขึ้น ชูรันร้องโอดครวญเสียงดัง โดยไม่รู้เลยว่าด้านหน้านั้นมีใครกำลังนั่งฟังอยู่
หลังจากเสร็จเื่กับคังวอนเรเชลกลับมาที่โต๊ะทำงาน คนที่ควรจะอยู่หน้าห้องกลับไม่อยู่ มู่ลี่ปิดลงทุกอันเธอแค่แปลกใจเล็กน้อยในตอนแรกที่เห็น แต่ไม่นานนัก เมื่อเสียงร้องดังขึ้นเธอก็ได้แต่ยืนกำมือแน่น และจ้องมองที่ห้องนั้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เสียงร้องไม่ได้มีแค่หนึ่งครั้งผ่านไปอีกสามสิบนาที มันก็ดังขึ้นใหม่ เสียงโต๊ะดังครืดคราดราวกับมีใครพยายามดันมันเสียงเนื้อถูกกระแทกดัง ตับ ตับ ตับ เป็จังหวะไม่ขาดสาย เกือบสามชั่วโมงผ่านไปเรเชลก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน
เวลา 5 โมงเย็นแม้เสียงจะเงียบไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ประตูห้องผอ.ก็ยังไม่เปิดออกมาเรเชลจึงเก็บเอกสาร หยิบกระเป๋าและกลับบ้านโดยยังคงหันกลับไปมองที่ห้องผอ.อีกครั้ง ด้วยแววตาเศร้า ๆ ก่อนเดินจากไป
โยอันและชูรันออกมาหลังจากนั้นไม่นาน ทั้งคู่กลับบ้านพร้อมกันตามปกติแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจนทำให้พนักงานต้องมองตามนั้นคือมือของโยอันที่กุมมือชูรันไว้ตลอดเวลาที่เดิน
พนักงานบางคนก็แค่มองบางคนหันไปซุบซิบกัน บางคนถึงกับหยุดมองเมื่อเดินผ่าน ชูรันได้แต่ก้มหน้า เธอพยายามดึงมือออกไม่อยากให้ใครสงสัยแต่โยอันกลับจับมันแน่นและไม่สนใจว่าใครจะมองมา
“นิเธอเห็นรึเปล่าทำไมผอ.เดินจับมือคุณชูรันล่ะ”
“นั่นสิ...หรือว่า....”
“ไม่เคยเห็นผอ.สนใจนางเลยนะทำไมจู่ๆเปลี่ยนใจ”
“หรือเบื่อความฉาบฉวยแล้วอยากได้คนที่จริงใจล่ะมั้ง”
พูดกับไปต่างๆ นานา จนมาสุดที่ประโยคหนึ่ง
“แล้วเรเชลล่ะเธอรู้รึเปล่าว่าผอ.หันมาควงพี่เลี้ยงแล้ว”
ทุกคนนิ่งสนิทไม่มีใครตอบได้ว่าเธอรู้หรือแกล้งไม่รู้ แต่พวกเธอยังคงวิเคราะห์และสนใจกับเื่ของผอ.และพี่เลี้ยงสาว และพูดปากต่อปากจนมันเข้าหูคังวอน
สองสามวันถัดมาคังวอนก็ถามเื่นั้นกับเรเชล เธอยังทำงานเลขาให้กับเขาอยู่แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ต้องรับคำสั่งจาก
โยอันบ้างก็ตาม
“จริงรึเปล่าเื่ยัยชูรันนั่นน่ะ”
“เื่อะไรเหรอคะ?”
เรเขลตอบคำถามทั้งที่หน้ายังจ้องที่คอมพิวเตอร์อยู่คังวอนพิงประตูเล็กน้อย และมองเรเชลที่แกล้งเฉไฉ
“เห็นพนักงานคุยกันบอกว่าเสร็จไอ้โยอันไปแล้ว จริงรึเปล่า”
เรเชลเริ่มนิ่งไม่พิมพ์งานต่อ เธอเหลือบมองหางตาและตอบแค่ว่า
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ถามเื่ส่วนตัวของผอ.ซะด้วย”
คังวอนหัวเราะขึ้นทันทีแต่เรเชลกลับขมวดคิ้วไม่พอใจ
“ก็นะ...รอมาเป็สิบปีกว่าจะโดนเอา แบบนี้...อีกไม่นานก็โดนเบื่อ และก็จบที่โดนเฉดหัวทิ้งหวังว่าคงไม่จบแบบแม่หรอกนะ”
เรเชลตาเบิกกว้างกำปากกาแน่น สิ่งที่คังวอนพูดนั้น มันกระทบจิตใจเธอเช่นกันพูดจบเขาก็เดินเข้าห้องไป พร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจ เรเชลทำได้แค่นิ่งและอดทน
“จบแบบแม่งั้นเหรอ....ไอ้สวะเอ๊ย!”
วันนั้นทั้งวันเรเชลไม่ได้ไปที่ห้องผอ.เธอนั่งทำงานอยู่หน้าห้องคังวอนตลอด โดยมีบอดี้การ์ดที่ชื่อพอลยืนมองและส่งสายตาหื่นให้เธอตลอดเวลา
“ไง...เรเชล...วันนี้เหงารึเปล่า...ให้ช่วยอะไรมั้ย?”
เขาเดินมายืนใกล้ๆและเอามือดึงคอเสื้อเธอออกเพื่อดูหน้าอกด้านใน เรเชลปัดมือเขาออกทันทีและลุกขึ้น
“เดี๋ยวไปถามรองผอ.ก่อนแล้วกันว่าวันนี้อยาก...ให้ช่วยรึเปล่า”
เธอส่งยิ้มนิดๆ และเดินเข้าไปในห้อง โดยเปิดประตูทิ้งไว้คังวอนที่นั่งสูบบุหรี่อยู่หันมาเล็กน้อย
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
เรเชลเดินเข้าไปจับไหล่เขาและกระซิบข้างหูเบาๆ
“เหมือนว่าลูกน้องคุณจะอยากได้ฉันอยู่นะคะ”
คังวอนมองไปที่ประตูที่เปิดไว้พอลยืนยิ้มอยู่ไกลๆ เรเชลกระซิบอีกครั้ง
“เราไปหาที่ใหม่ๆ ทำเื่สนุก ๆ กันดีกว่ามั้ยคะ พาเขาไปด้วยก็ได้ เพื่อความปลอดภัย”
คังวอนยิ้มอย่างน้อยก็ดีกว่านั่งเบื่ออยู่ในโรงพยาบาล ทั้งสามคนนั่งรถออกไปด้านนอกด้วยกันไปที่สนุก ๆ ที่เรเชลเตรียมไว้ให้
สถานที่ว่า ทำให้พวกเขาแปลกใจมันเป็เหมือนโกดังเก็บของเก่าๆที่ห่างไกลจากบ้านคน คังวอนเริ่มกล้าๆกลัวๆ
“คิดจะทำอะไรเรเชลพาฉันมาที่นี่ทำไม”
เรเชลเดินไปเปิดประตูโกดังออกด้านในเป็โถงกว้าง มีโซฟาตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง และมีเวทีเล็กๆอยู่ติดกำแพงดูเหมือนเป็ที่จัดแสดงอะไรบางอย่าง
“ถ้าคุณกลัวให้พอลเข้าไปตรวจก่อนก็ได้นะคะ”
เรเชลพูดขึ้นพอลเดินเข้าไปสำรวจ ส่วนคังวอนยืนมองเรเชลอยู่
“มีแผนอะไร...”
เรเชลยิ้ม
“คอยดูแล้วกันค่ะ”
พอลเดินออกมาพร้อมกับพยักหน้าเพื่อบอกว่าด้านในปลอดภัยเรเชลเดินนำพร้อมกับบอกว่า
“ให้คนขับรถตามเข้าไปด้วยสิคะ...วันนี้...ฉันฟิตเป็พิเศษ”
คังวอนยิ้มมุมปากและพยักหน้าเรียกให้คนขับรถเข้าไปด้านใน
ประตูโกดังเปิด ไฟเปิด สปอตไลต์ส่องไปที่เวทีทุกอย่างพร้อมสำหรับการแสดง เธอเดินไปที่ด้านหลังเวทีสักพักคังวอนนั่งลงที่เก้าอี้ ไขว่ห้างและหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ครู่หนึ่งเรเชลก็เดินออกมาพร้อมกับใส่ชุดพยาบาลสีขาวที่รัดเสียจนเห็นรูปร่างทุกสัดส่วนเสื้อแน่นจนกระดุมปริออก กระโปรงสั้นแค่ปิดก้น รองเท้าส้นสูงสีขาวกับหมวกพยาบาลเต็มยศชายหนุ่มทั้งสามมองดูด้วยความตื่นเต้น เรเชลกับรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอเริ่มออกท่าทาง จากส่ายไปมาเบาๆก่อนจะเริ่มเปลี่ยนท่าก้มลงและโก่งตูดขึ้นและส่ายไปมากระโปรงที่สั้นแทบปิดไม่มิดอยู่แล้วนั้น เลิกขึ้นจนเห็นก้นสีขาวนวล เต้นยั่วอยู่พักใหญ่เธอก็เดินไปหยิบน้ำแข็งที่อยู่ในถังออกมา เธออมมันไว้ในปาก ก่อนจะเดินไปหาพอลและคอกอดเขาเธอเอาน้ำแข็งที่อมไว้ใส่ปากพอลขณะที่จูบปากกันอยู่พอลเคี้ยวมันอย่างแรงจนน้ำแข็งละลายไหลเยิ้มออกมา เรเชลหันไปหาคังวอนเอามือจับไหล่ทั้งสองข้างของเขาและก้มลง กระโปรงเปิดขึ้นอีกครั้งเมื่อก้มก้นสีขาวโผล่ออกมาให้เห็น เธอส่ายตูดไปมาราวกับเรียกแขกให้เข้ามาพอลเดินมาก้มลงดูดและเลียมันอย่างดูดดื่มทันที
คนขับรถที่มองอยู่ก็ไม่รอช้าเข้ามาสมทบด้วยโดยการเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ กระดุมหลุดออกโดยทันทีสองเต้านั้นเด้งไปมาตรงหน้าคังวอน
“ชิมหน่อยมั้ยคะ..จะได้ไม่เสียเที่ยว”
คังวอนดูดนมด้านขวาคนขับรถบีบนมด้านซ้าย บอดี้การ์ดเลียต่ำอยู่ด้านล่าง เรเชลกำลังถูกชายทั้งสามเล้าโลมพอลไม่รอช้า เสียบไซส์ฝรั่งเข้าไปด้านในทันที เรเชลเริ่มร้องโอดโอยมันยังคงคับจนเข้าไปยากเหมือนครั้งก่อน
“ร้องเสียงดังจังนะน้องสาวเจอของใหญ่เข้าไปถึงกับขาสั่นเลยเหรอ”
พอลหัวเราะในขณะที่เสียบเข้าเสียบออกเรเชลเธอร้องเสียงดัง
“อูยยยอูยยยยย โอยยยย เสียวมาก ฉันเสียวมาก”
คังวอนมองต่ำลงมันเห็นชัดกว่าครั้งไหนๆ เพราะมันใกล้จนมือเอื้อมถึงนมเรเชลเด้งไปมาชนหน้าเขาหลายครั้ง ยิ่งตอนที่พอลกดเธอลงนมเธอก็เบียดหน้ารองผอ.จนมิด
“ดูดค่ะท่านรอง...ดูดฉันสิคะ”
รองผอ.ทำตามที่เธอว่าเขาดูดดื่มมันอย่างบ้าคลั่ง เสียงร้องสร้างอารมณ์จนทำให้คนขับรถเริ่มทนไม่ไหวเขารอจังหวะ รอจนรองผอ.เริ่มปล่อย จึงเข้าไปดึงเรเชลมาที่เวที