เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วสำหรับการสร้างบ้าน สร้างกำแพง ปรับและพลิกหน้าดินก็เสร็จเรียบร้อยั้แ่สองวันที่แล้ว ส่วนพวกมูลสัตว์ชาวบ้านก็ได้นำมาขายให้กับหนิงฮวาเมื่อวานนี้จนตอนนี้หลังบ้านของนางนั้นต่างเต็มไปด้วยกระสอบมูลสัตว์อยู่เกือบร้อยกระสอบเลยทีเดียว
ซึ่งวันนี้นางก็ได้จ้างพวกคนงานที่มาช่วยกันพลิกและปรับหน้าดินเมื่อครั้งที่แล้วให้มาช่วยกันนำพวกมูลสัตว์ไปโรยตามแปลงที่นางได้ทำไว้ก่อนแล้วเพื่อแบ่งส่วนว่าจะปลูกอะไรเท่าไหร่โดยที่ดินที่นางซื้อมายี่สิบหมู่บวกกับที่ดินเดิมสามหมู่เป็ยี่สิบสามหมู่ แบ่งสร้างบ้านห้าหมู่ ปลูกข้าวเจ็ดหมู่ ปลูกข้าวโพดสามหมู่ ปลูกผักอื่นๆสองหมู่
ปลูกแตงโมสองหมู่และแบ่งขุดบ่อไว้พักน้ำอีกสี่หมู่ที่เหลือหนึ่งหมูหลังบ้านที่นางพึ่งสร้างจะเอาไว้ปลูกต้นชา และแต่ละแปลงจะคั่นด้วยคลองน้ำที่นางให้คนงานช่วยกันขุด และเมื่อหนิงฮวาแบ่งสัดส่วนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนั้นนางจึงจะเริ่มลงมือทำการเตรียมดินเสร็จแล้วจึงจะทำการปลูกซึ่งวันนี้นางก็จะเริ่มทำการเตรียมดินตอนนี้คนงานเริ่มทยอยมารอที่หน้าบ้านของนางแล้วเช่นกัน
“ฮวาเออร์พวกคนงานมารอที่หน้าบ้านกันครบแล้วนะลูก”
หนิงหวงเอ่ยบอกกับบุตรสาวของตนที่ตอนนี้นางกำลังง่วนอยู่กับการวาดแผนผังส่วนต่างๆอยู่จนลืมดูเวลาไปเสียแล้ว
“จริงหรือเ้าคะ เช่นนั้นเราก็ไปกันเถิดเ้าค่ะท่านพ่อ”
เอ่ยจบหนิงฮวาพร้อมบิดาก็เดินมายังลานหน้าบ้านที่ตอนนี้มีคนงานอยู่ยี่สิบคนที่รอฟังสิ่งที่นางจะให้พวกตนทำ
“สวัสดีท่านลุง ท่านป้าทุกคนนะเ้าค่ะ วันนี้ข้าจะให้พวกท่านช่วยกันนำมูลสัตว์พวกนั้นไปโรยลงตรงแปลกดินที่พวกเราได้จัดเตรียมกันเอาไว้แล้วเมื่อสามวันก่อนนั้น โปรยให้ทั่วทุกแปลงหลังจากโปรยเสร็จก็ให้ช่วยกันกลบด้วยดินอีกทีนึงก็เป็อันเสร็จเรียบร้อยเ้าค่ะ มีใครไม่เข้าใจตรงจุดไหนสามารถถามข้ามาได้เลยนะเ้าค่ะ ”
เมื่อหนิงฮวาเอ่ยขบทุกคนก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะแยกย้ายไปทำตามที่นางบอกนางจึงหันไปเอ่ยกับบิดาของตนเอง
“ท่านพ่อ ข้าขอฝากท่านดูแลเื่นี้ด้วยนะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะไปดูเื่การสร้างบ้านกับท่านลุงฟู่ก่อน”
“ได้สิลูก เ้าไปเถิดเดี๋ยวทางนี้พ่อจะดูแลต่อให้เอง”
เมื่อบิดาเอ่ยจบหนิงฮวาก็เดินไปยังบริเวณที่กำลังสร้างบ้านที่ตอนนี้เริ่มสร้างโครงก่ออิฐไปได้เยอะแล้วเพราะคนงานที่ท่านลุงฟู่หามานั้นต่างก็เคยทำงานก่อสร้างมาก่อนงานจึงรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วแถมทุกคนก็ตตั้งใจทำงานเพื่อไม่ให้เสียงน้ำใจนางจ้างที่ให้ค่าแรงแพงแถมยังมีอาหารมาให้อีกมื้อทุกคนจึงทำงานกันด้วยใจโดยไม่บ่นกันแม้ครึ่งคำ เมื่อฟู่เหวินเห็นว่าหนิงฮวากำลังเดินมาทางตนเขาจึงได้เดินไปหานางทันที
“มีอันใดหรือไม่ฮวาเออร์ เ้าถึงได้มาหาลุงถึงนี่”
“ไม่มีอันใดมากเ้าค่ะ ข้าเพียงแค่จะมาถามท่านลุงว่าท่านพอจะรู้จักร้านที่รับทำพวกโต๊ะ ตู้ เตียงนอนหรือไม่เ้าค่ะ ข้าอยากจะสั่งทำของพวกนี้ด้วย ขอให้เสร็จทันก่อนที่จะสร้างบ้านเสร็จนะเ้าค่ะ”
“อ้อ ลุงรู้จักอยู่ร้านนึงเป็ร้านของเพื่อนลุงเอง แล้วเ้าจะสั่งทำแบบใดรึหรือให้ทางร้านจัดทำให้เลย”
“ไม่เ้าค่ะ เอาแบบตามนี้เลย ท่านลุงไปตกลงเื่ราคาก่อนแล้วก็ค่อยมาบอกข้าก็ได้เ้าค่ะ”
หนิงฮวาเอ่ยตอบพร้อมกับยื่นแบบของโต๊ะ ตู้ เตียงนอนที่นาง้าไปให้ลุงฟู่ เมื่อฟู่เหวินเห็นแบบที่หนิงฮวายื่นให้ดูเขาก็ถึงกับตกตะลึงกับแบบที่นางวาดออกมา มันทั้งแปลกตา แปลกใหม่และสวยงามในเวลาเดียวกันถ้าเพื่อนเขาเห็นจะต้องเอ่ยขอซื้อแบบพวกนี้อย่างแน่นอนเขาจึงเอ่ยถามหนิงฮว่าก่อนเลยเผื่อเอาไปใช้ตอบคำถามเพื่อนของตน
“ฮวาเออร์ แล้วถ้าเกิดเพื่อนของลุงชอบแบบพวกนี้ของเ้าแล้วจะขอซื้อแบบพวกนี้เ้าจะว่าอย่างไรรึ”
“ถ้าเป็เช่นนั้นก็ให้เพื่อนของท่านลุงมาคุยกับข้าได้เลยเ้าค่ะ”
“ได้ งั้นเดี๋ยวลุงจะเอาแบบไปสั่งให้เพื่อนของลุงทำวันนี้เลยก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากเ้าค่ะท่านลุง แล้วเื่สร้างกำแพงเล่าเ้าค่ะเป็อยางไรบ้าง”
หนิงฮวาเอ่ยขอบคุณจบนางก็ถามถึงเื่สร้างกำแพงบ้านต่อเพราะว่าอีกไม่นานนางจะต้องเผาถ่านแล้วซึ่งวิธีการนี้นั้นนางไม่อยากให้คนนอกรับรู้ขั้นตอนและวิธีการทำของนาง
“กำแพงนั้นเราสร้างไปได้เกือบครึ่งแล้วเพราะมันไม่ได้ยากเหมือนบ้านของเ้าคาดว่าอีกสองอาทิตย์ก็คงจะแล้วเสร็จก่อนสร้างบ้านอย่างแน่นอน”
“ดียิ่งเ้าค่ะ ข้าจะได้เริ่มเพาะปลูกได้ซักที เช่นนั้นข้าขอตัวไปเตรียมอาหารมื้อกลางวันก่อนนะเ้าค่ะ”
“ตามสบายเถิด ฮวาเออร์”
หลังจากนั้นหนิงฮวาก็เดินกลับบ้านพร้อมกับเดินตรงไปยังแครหน้าบ้านที่ตอนนี้มีมารดาและพี่สาวของนางกำลังนั่งทำหมั่นโถวยัดไส้หมูอยู่นางจึงเดินไปนั่งลงข้างพร้อมกับเอ่ยถามทั้งสองคน
“ท่านแม่ พี่ใหญ่เป็อย่างไรกันบ้างเ้าคะ ทำหมั่นโถวใกล้จะเสร็จหรือยังเ้าคะ”
“ทำเสร็จพอดีเลยลูก งั้นเดี๋ยวแม่นำหมั่นโถวไปนึ่งก่อนนะพวกเ้าทั้งสองก็คุยกันไปก่อนก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะท่านแม่” ทั้งสองพี่น้องเอ่ยรับพร้อม
“ฮวาเออ์เ้าไปที่ใดมารึ”
“ข้าไปหาท่านลุงฟู่เพื่อคุยเื่สั่งทำโต๊ะมาเ้าค่ะ ”
“อ้อ พี่อยากถามเ้าว่าเ้าจำเื่ราวตอนที่เ้ายังเด็กได้หรือไม่”
“เื่อะไรหรือเ้าค่ะ”
“ก็เื่ที่ว่าทำไมพวกเราถึงได้มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างไรเล่า”
“จำไม่ได้เลยซักนิดเดียวเ้าค่ะ”
“อืม ก็ไม่แปลกหากเ้าจะจำไม่ได้ เพราะพี่เองตอนนั้นก็พึ่งจะี่ห้าขวบเองพี่ยังจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ไม่เป็ไรช่างมันเถิด ว่าแต่พรุ่งนี้เ้าจะทำสิ่งใดหรือไม่”
“อ้อ พรุ่งนี้ข้าว่าจะชวนท่านพ่อขึ้นเขาเ้าค่ะจะไปดูว่ามีสิ่งใดให้เก็บไปขายทำเงินได้บ้างหรือไม่ ฮ่า ฮ่า ”
“งั้นให้พี่ไปด้วยนะพี่อยากจะไปเช่นกัน”
“ได้เลยเ้าค่ะ”
หลังจากที่คุยกับพี่สาวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นหนิงฮวาก็ชวนพี่สาวเข้าครัวพร้อวกับจะทำเมนูของหวานนั้นคือเมนูกล้วบวชชีเริ่มจาก ต้มกล้วยน้ำว้าในน้ำเดือด ประมาณสามถึงห้านาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออกจากนั้นจึงตักขึ้นและปอกเปลือกเสร็จแล้วหั่นให้เป็ชิ้นพอดีคำจากนั้นต่อด้วยต้มหางกะทิกับใบจนเดือดแล้วใส่กล้วยตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง แล้วค่อยใส่หัวกะทิลงไป ต้มจนเดือดประมาณสามนาทียกหม้อลงวางพักไว้เป็อันเสร็จ
วันนี้อาหารเที่ยงมีหมั่นโถวแล้วงั้นนางจะทำต้มน้ำซุปกระดูกหมูอีกอย่าง พอถึงมื้ออาหารกลางวันนางพร้อมมารดาและพี่สาวต่างก็ยกกับข้าวไปแจกจ่ายให้ทั้งฝั่งที่สร้างบ้าน สร้างกำแพงและฝั่งที่มาทำงานปรับดินและเมื่อทุกคนได้เห็นกับข้าววันนี้ต่างก็ตื่นเต้นกับ ของหวานเพราะพวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ากล้วยจะนำมาทำเป็ขนมหวานแบบนี้ได้ด้วยแถมยังมีรสชาติหวานมันกลมกล่อมขนาดนี้เมื่อทุกคนได้ทานเสร็จต่างก็ยิ้มกันหน้าบานเพราะมาทำงานที่นี้นอกจากค่าแรงแล้วยังมีของอร่อยๆให้ทานอยู่เสมอช่างเป็โชคดีของพวกเขาจริงๆที่ได้มาทำงานที่นี้