ตอนที่ 141 อีกหนึ่งนักล่าแดนกระบี่!
โลกแห่งภูเขาไฟในขณะนี้เริ่มที่จะเข้าสู่ความมืดของยามราตรี เมื่อนักล่าเกือบร้อยชีวิตในRaidแห่งนี้เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่แสงแทบจะลาลับหายไปแล้ว จะเห็นเพียงความว่างเปล่ามืดมิดไร้ซึ่งดวงดาราส่องแสง เป็นท้องฟ้ายามราตรีที่ดูว่างเปล่ากว้างใหญ่จนคนที่มองขึ้นไปรู้สึกเหมือนตัวเองจะถูกดูดหายขึ้นไปบนนั้น..ณ ที่ลาดชันแห่งหนึ่งที่ลาดลึกลงไปราวกับเหว ได้มีเสียงบางอย่างดังขึ้นติดต่อกันมาหลายนาทีแล้ว เสียงนี้เป็นเสียงคล้ายมีอะไรบางอย่างขนาดใหญ่กำลังกลิ้งตกลงไปในทางลาดชันที่เต็มไปด้วยซากต้นไม้หนาแน่น และถ้ามองฝ่าความมืดเข้าไปจะเห็นได้รางๆว่าเจ้าของเสียงปริศนานี้นั้นเป็น..ร่างของมนุษย์ แถมไม่ได้มีแค่หนึ่งร่างแต่มีถึงสอง และทั้งสองร่างนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเชนและฟางหรูที่พลัดตกทางลาดชันลงมา!ตุบ!! คลืดดด!!ในที่สุดร่างของทั้งคู่ก็ได้กลิ้งมาถึงจุดสิ้นสุดของทางลาดชัน ถ้าจะเรียกว่าก้นเหวก็คงไม่ผิดนักถ้าดูจากความลาดชันของมัน เสียงแรกเป็นเสียงที่ร่างของทั้งคู่กระทบพื้น ส่วนเสียงที่สองคือเสียงร่างของทั้งคู่ที่ไถลไปกับพื้นร่วมๆยี่สิบเมตรจากความเร็วที่ตกลงมา แต่แม้ร่างของทั้งคู่จะหยุดไถลไปกับพื้นแล้ว และร่างของทั้งคู่ก็นอนอยู่ไม่ห่างกันมากนักด้วย แต่กระนั้นกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆจากร่างของทั้งสองเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเพราะหมดสติหรือไม่มีแรงจะขยับเคลื่อนไหวกันแน่"อะ..โอ๊ยย หะ..ให้ตายสิ"ในที่สุดหลังจากผ่านไปสองถึงสามอึดใจ เสียงสั่นเครือของเชนก็ดังขึ้นเบาๆ เขาใช้แขนทั้งสองข้างที่ตอนนี้มีแผลประปรายดันพื้นขึ้นมาเขาในตอนนี้มีบาดแผลประปรายเต็มไปทั่วทั้งร่างเนื่องจากกลิ้งตกลงมาในทางลาดที่ลึกเอามากๆ แต่ถ้าบาดแผลที่ใหญ่สุดก็คงต้องเป็นที่ท้องของเขา เสื้อผ้าตรงท้องของเขานั้นขาดกระจุยไม่มีชิ้นดี รอยช้ำเลือดขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงนั้นอย่างน่ากลัว น่ากลัวจนถ้าใครมาเห็นคงต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ นี่คือแผล..ที่เบลดเป็นผู้สร้างแต่ด้วยสภาวะยมทูตทมิฬที่เชนยังไม่ปลดออก ทำให้บาดแผลตรงช่วงท้องค่อยๆถูกฟื้นฟูอย่างช้าๆจนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ที่ร้ายแรงกว่าแผลภายนอกก็คงเป็นอวัยวะภายใน..เพราะเขารู้สึกได้เลยว่าอวัยวะภายในของเขาในตอนนี้ได้รับความบาดเจ็บและบอบช้ำไม่น้อย"อะ..อึก แสบนักนะไอ้บ้านั่น"เชนในท่านอนคว่ำเอาข้อศอกดันพื้นกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจ "จริงสิ! หรูหรูล่ะ!"เชนจำได้ว่าตอนที่เขากำลังจะตกลงมานั้นฟางหรูได้กระโดดมาคว้าตัวเขาไว้ และนั่นทำให้ทั้งคู่ตกลงมาในทางลาดชันแห่งนี้ เชนรีบใช้มือดันพื้นลุกขึ้นนั่งคุกเข่าพร้อมกับหมุนคอมองไปโดยรอบ ทำให้เขาเห็นว่าที่นี่เป็นลานโล่งแห่งหนึ่งที่ถูกโอบล้อมด้วยซากต้นไม้แห้งเหี่ยวอันแน่นขนัด และเขาก็เห็นว่าไม่ไกลออกไปจากจุดที่เขาอยู่นัก ร่างของฟางหรูกำลังนอนหงายแน่นิ่งไม่มีการขยับเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น"หรูหรู! อึก!"เชนรีบดันตัวลุกขึ้นยืน แต่เมื่อเขาเทน้ำหนักตัวไปที่ขาขวา เขาก็ต้องปวดแปรบไปทั้งขาจนหน้าเหยเก ความเจ็บปวดนั้นทำให้ร่างของเขาเซเสียหลักจนแทบจะคว่ำหน้าลงกับพื้น แต่ยังดีที่เขาเทแรงไปขาซ้ายได้ทันทำให้เขาไม่ล้มลง ดูท่าขาขวาของเขาจะได้รับบาดเจ็บตอนกลิ้งตกลงมา"ให้ตายสิวะ!"เชนสบถอย่างหัวเสีย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รีบทำการเดินกระโผลกกระเผลกไปถึงจุดที่ฟางหรูนอนนิ่งอยู่จนได้ เขารีบนั่งคุกเข่าลงข้างฟางหรูพร้อมกับเอามือแตะไปที่ใต้คางของเธอเพื่อดูชีพจร"ดีล่ะ ชีพจรยังเต้นอยู่"เชนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ชีพจรของฟางหรูยังเต้นอยู่ เขากำลังจะสำรวจร่างของฟางหรูว่าได้รับบาดเจ็บหนักตรงไหนไหม แต่ทันใดนั้นเขาก็ต้องหยุดชะงัก! เขาหันขวับมองไปยังทิศหนึ่งที่แน่นขนัดไปด้วยซากต้นไม้หนาแน่น ทิศทางนั้นที่เดิมทีเงียบสงัด..ขณะนี้กลับมีเสียงฝีเท้ากำลังเดินตรงมา! และฟังจากเสียงอีกไม่นานก็จะมาถึงจุดที่เขาอยู่แล้ว!"พวกฟ้าครวญงั้นเหรอ!?"เชนขมวดคิ้วตึงเครียดขึ้นมาในทันใด เขารีบลุกขึ้นยืนโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บทั่วร่าง กางมือขวาออกเรียกกลืนสวรรค์ที่นอนนิ่งอยู่ตรงพื้นห่างออกไปให้กลับมาอยู่ในมือ!เชนถือกลืนสวรรค์ด้วยสองมือแนบแน่น ดวงตาฉายแววคมกริบเตรียมพร้อม!ตึก ตึก ตึกเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และฟังจากเสียงแล้วทำให้เชนพอจะคาดเดาได้ว่าผู้ที่กำลังมานั้น..มีแค่คนเดียว ในที่สุดหลังจากผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจ เจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็เดินออกมาจากหลังซากต้นไม้ต้นหนึ่งเผยร่างให้เชนได้เห็นในที่สุด'ไม่ใช่ฟ้าครวญ แถมชุดแบบนั้นมัน..'เจ้าของเสียงฝีเท้านั้นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ชายหนุ่มคนนี้มีใบหน้าธรรมดาไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรนัก ชายคนนี้อยู่ในชุดสีเหลืองอ่อนที่ดูเรียบง่าย ส่วนด้านหลังของเขานั้นได้สะพายกระบี่เล่มหนึ่งที่ดูธรรมดาสามัญไว้ และในมือขวาของเขาถือไว้ด้วยศิลาสีดำแบนเรียบแผ่นหนึ่งจากการแต่งตัวที่แทบจะเหมือนฟางหรูแป๊ะๆ ทำให้เชนรู้ได้ในทันทีว่าชายคนนี้คือ..นักล่าของแดนกระบี่!"ศิลาพันธมิตรบอกว่าแถวนี้นี่นา..หือ?"ฉินเดินพ้นซากต้นไม้มาโดยที่ตาก้มมองศิลาพันธมิตรในมือ ทำให้ในตอนแรกเขาไม่เห็นเชนที่ยืนอยู่ แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาจากศิลาพันธมิตรเพื่อมองทาง นั่นทำให้เขาต้องหยุดชะงักเท้าลงดังกึก"…"ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้น ทั้งเชนและฉินมองจ้องกันนิ่งโดยไม่มีใครขยับเคลื่อนไหว"นาย..เป็นคนของแดนกระบี่ใช่ไหม?"ในที่สุดก็เป็นเชนที่กล่าวทำลายความเงียบ เขาลดดาบกลืนสวรรค์ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอาจเป็นคนของแดนกระบี่ แต่เขาก็ยังถือกลืนสวรรค์ไว้ในท่าเตรียมพร้อมไม่ได้ลดลงทั้งหมดแต่อย่างใด"แล้วนายเป็นใค..หรูน้อย!"ฉินนั้นมีท่าทางงุนงงไม่น้อย เขากำลังจะกล่าวถามกลับเมื่อเห็นเชนถามเขามาเช่นนั้น แต่ไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นว่าด้านหลังของเชนนั้น..ได้มีร่างอันคุ้นเคยกำลังนอนนิ่งอยู่!"แกเป็นใคร! ทำอะไรกับศิษย์น้องของฉัน!!"ฉินเปลี่ยนท่าทีจากเมื่อครู่ไปในทันใด! เขารีบคว้าจับกระบี่ที่สะพายไว้ด้านหลังมาถือไว้ในมือ กลิ่นอายปราณคมกริบเชือดเฉือนระเบิดไปทั่วบริเวณ ไหนจะจิตกดดันที่กำลังพยายามจะสะบั้นห้วงคำนึงของเขาให้ขาดเป็นสองส่วนนั่นอีก!'จิตกระบี่สะบั้นคำนึง! ดูท่าจะเป็นคนของแดนกระบี่จริงๆ แถมเมื่อกี้เรียกหรูหรูว่า..หรูน้อย?'เชนเมื่อเผชิญกับจิตกดดันที่ถาโถมมานี้ สีหน้าของเขากลับไม่ได้แปรเปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าเทียบกับจิตฟ้าพิโรธของเบลดที่เขาเพิ่งจะเจอมา..ถือว่าอยู่กันคนละชั้นเลยทีเดียว หรือต่อให้เปรียบเทียบกับฟางหรูก็ยังถือว่าด้อยกว่าอยู่หลายส่วน"ถ้าไม่ตอบงั้นก็ตายซะ!"เชนที่กำลังอยู่ในห้วงความคิดถูกดึงสติกลับมาด้วยเสียงตะโกน และฉินก็ไม่พูดเปล่า เมื่อตะโกนเสร็จเขาก็พุ่งด้วยท่าเท้ากระบี่ล่องนภาตรงมายังเชนในทันที!"เฮ้ย! เดี๋ยว.."เชนถึงกับเบิกตากว้างไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงมือเช่นนี้ ไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวอะไรอีกฝ่ายก็ลงมือแล้ว! เชนไร้ทางเลือก เขารีบยกกลืนสวรรค์ด้วยสองมือขึ้นรับกระบี่ที่ถูกฉินฟันมาจนเกิดเสียงแหวกอากาศ!ตูม!เสียงปะทะดังไปทั่วบริเวณทำลายความเงียบสงบของยามราตรีไปสิ้น! เมื่อมองไปยังจุดปะทะจะเห็นว่าในขณะนี้เชนและฉิน ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในท่าประชันดาบกันโดยที่ไม่มีฝ่ายใดก้าวถอยแม้แต่ก้าวเดียว!และผลลัพธ์เช่นนี้ทำให้คนคนหนึ่งถึงกับตกตะลึง!'นี่มันอะไรกัน!'ฉินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง! เมื่อครู่เขาตรวจสอบดูแล้ว และพบว่าอีกฝ่ายนั้นอยู่ในขั้นสามัญระดับแปดสิบแปดเท่านั้น แม้กระบี่นี้อาจไม่ได้ใส่แรงไปทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ขั้นสามัญระดับชั้นแปดจะรับได้อย่างแน่นอน! แล้วทำไม.."เดี๋ยวก่อนเข้าใจผิดแล้ว! ฉันไม่ได้ทำอะไรหรูหรู เราเป็นเพื่อนกัน!"เชนรีบกล่าวออกมารัวเร็วเพราะกลัวจะเกิดการเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ เพราะเมื่อครู่แม้เขาจะต้านรับกระบี่ของอีกฝ่ายไว้ได้ แต่แรงปะทะนั้นก็หนักหน่วงไม่ใช่เล่นจนร่างกายที่อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ของเขาถึงกับสั่นสะท้าน!ถ้าให้เชนประเมิน..อีกฝ่ายนั้นแกร่งกว่าบีที่เขาสู้ในถ้ำแมกมาก่อนหน้านี้..สามส่วนเป็นอย่างน้อย!เสียงของเชนทำให้ฉินที่กำลังตะลึงได้สติ และด้วยระยะที่ห่างกันเพียงเอื้อมทำให้เขาได้เห็นสภาพของเชนจนต้องขมวดคิ้ว เสื้อผ้าขาดวิ่น แผลเต็มตัว ไหนจะรอยช้ำเลือดขนาดใหญ่ตรงท้องชวนสยองนั่นอีก 'ดูไปแล้วแผลพวกนั้นก็ไม่ใช่แผลที่เกิดจากวิชาแดนกระบี่เรา นี่มันเกิดอะไรขึ้น?'เคร้ง!ฉินทำการดันกระบี่ในมือออกไป และนั่นเป็นการผลักตัวเขาและเชนให้ถอยหลังกันไปคนละสามก้าว"นายบอกว่านายเป็นเพื่อนของหรูน้อยงั้นเหรอ?"ฉินกล่าวถามโดยที่ยังไม่วางกระบี่ลง ดูแล้วเขายังไม่วางใจในตัวเชนนัก"ใช่"เชนตอบออกไปสั้นๆ โดยที่เขาเองก็ไม่ได้ลดกลืนสวรรค์ลงแต่อย่างใด เพราะแม้จะรู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องเป็นคนรู้จักของฟางหรูแน่นอน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะลงมืออะไรกับเขาหรือไม่ฉินเงียบไปเหมือนกำลังครุ่นคิดตัดสินใจ ส่วนสายตาของเขาก็เหลือบมองไปทางฟางหรูที่นอนแน่นิ่งอยู่หลายครั้งอย่างร้อนใจเป็นกังวล ดูท่าเขาจะกังวลกับอาการของฟางหรูมากทีเดียว แต่ดูไปแล้ว..นั่นเหมือนจะไม่ใช่ความรู้สึกเป็นห่วงที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิงซะทีเดียว เหมือนว่านั่นจะเป็นความรู้สึกคล้ายพี่ชายกำลังเป็นห่วงน้องสาวเสียมากกว่า"เข้าใจแล้ว งั้นก็ลดอาวุธลงพร้อมกัน"ด้วยความเป็นห่วงต่อฟางหรู ในที่สุดฉินก็ตัดสินใจเชนและฉินค่อยๆลงอาวุธในมือลง เมื่อเชนเห็นว่าสถานการณ์ควบคุมได้แล้ว เขาก็ค่อยๆทำการเอากลืนสวรรค์กลับไปสะพายไว้ที่หลังตามเดิม เพื่อเป็นการแสดงให้ฉินเห็นว่าเขาไม่ใช่ศัตรูเมื่อฉินเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วก็เก็บกระบี่คืนฝักที่สะพายไว้เช่นกัน พร้อมกันนั้นเขาก็รีบพุ่งตัวไปนั่งคุกเข่าข้างฟางหรูพร้อมกับจับไปที่ชีพจรข้อมือ ดูท่าฉินจะมีความรู้ด้านการแพทย์อยู่"เป็นไงบ้าง"เชนที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล เขาไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ ก่อนหน้านี้ที่เขาจับชีพจรก็รู้แค่ว่าเธอยังไม่ตายเท่านั้น แต่ก็ไม่รู้ว่าฟางหรูนั้นแค่หมดสติไปหรือเป็นอะไรอย่างอื่นด้วยหรือไม่"ร่างกายอ่อนแอ แถมปราณก็เหลือน้อยด้วย แต่ยังดีที่ไม่มีอาการบาดเจ็บภายใน ให้นอนพักแบบนี้สักห้าหกชั่วโมงก็ดีขึ้นเอง"ฉินที่นั่งคุกเข่าอยู่ปล่อยมือจากการจับชีพจรฟางหรูแล้วกล่าวขึ้นเบาๆอย่างโล่งใจ เชนเองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็สบายใจขึ้นหลายส่วนเมื่อเห็นว่าฟางหรูไม่เป็นอะไรแล้ว ฉินก็ลุกขึ้นยืนแล้วมองมาที่เชนด้วยใบหน้างุนงงสงสัย"นี่มันเกิดอะไรขึ้น..เล่ามาให้ฉันฟังหน่อย"