
“ร้องวี้ดว้ายหนวกหู!” เขาเดินเข้าห้องน้ำแล้วก็เปิดน้ำเสียงดังจนกลบเสียงพูดของบุญชญา
“นอนไม่ได้นะ มันมีแค่เตียงอันเดียว”เสียงของบุญชญาไม่มีผลต่อเขาเลยเพราะเมื่ออาบน้ำเสร็จเขาก็เช็ดตัวจนแห้งแล้วเดินไปหยิบกางเกงขาสามส่วนที่พกมาด้วยเพราะตอนแรกคิดว่าต้องได้เฝ้าน้องสาวเลยพกเสื้อผ้ามาด้วยหนึ่งชุดส่วนท่อนบนเขาปล่อยเปลือยไว้อย่างนั้นเพราะคิดว่าอากาศไม่น่าจะเย็นมากนักแค่ห่มผ้าก็พอและปกติเวลาอยู่ที่บ้านเขาก็นอนไม่ค่อยใส่เสื้ออยู่แล้ว
“แล้วหนูล่ะ” บุญชญาถามด้วยความวิตกกังวลส่วนคนร่างสูงโปร่งก็หันมาตอบทันควัน
“ไม่มีเสื้อผ้าก็แก้ผ้านอนสิใครว่าอะไรเธอ”
“ไม่”บุญชญากอดอกแล้วนั่งลงที่พื้นข้างผนังห้องพร้อมกับมองเขาเดินไปหยิบของที่รถและกลับมาอีกครั้งพร้อมกับนอนอย่างสบายใจบนเตียง
“ปล่อยให้นั่งเฝ้าเป็ยามแบบนั้นล่ะขาก็เจ็บดูสิจะเป็ยามได้กี่ชั่วโมงกัน” เขาบ่นแล้วก็งีบหลับไปจริงๆ
“เอาไงดีอาบน้ำหรือนั่งแบบนี้ยันเช้า” ร่างเพรียวนั่งพิงผนังแล้วก็ตักข้าวกินไปสองสามคำและก็รู้สึกง่วงพอนั่งไปสักพักก็โยกหัวไปมาเพราะรู้สึกง่วงจนแทบทนไม่ไหวแต่ก็คอยหยิกแขนตัวเองเพื่อปลุกให้ตื่นสุดท้ายก็ต้านทานความง่วงไม่ไหวยอมนอนลงที่พื้นแต่โดยดี
‘ปล่อยเน่าอย่างนั้นล่ะ’ เขาลุกมามองแล้วก็ดึงผ้ามาห่มพร้อมกับหลับตาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยผ่านไปได้สักพักใหญ่ๆเสียงคนคุยกันในบ้านพักหลังถัดไปที่มีเพียงต้นไม้ใหญ่กั้นไว้ร่างสูงโปร่งลุกไปมองที่หน้าบ้านเห็นกลุ่มวัยรุ่นสามคนเล่นกีต้าร์และร้องเพลงกันเสียงค่อนข้างดังและก็เหมือนวัยรุ่นกลุ่มนั้นรู้ว่าเขามองมาเลยวิ่งมาหาเขาที่บ้านพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าให้
“พอดีผมเพิ่งเรียนจบครับเลยฉลองกันแต่ขอลุงแล้วตอนนี้สามทุ่มแล้วอีกหนึ่งชั่วโมงพวกผมจะไม่ส่งเสียงดังครับพี่”
“ร่วมวงได้ไหม”จู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้นอาจเพราะอยู่ในห้องก็เจอแต่ความเงียบก่อนจะหันไปมองคนร่างเพรียวแล้วก็เดินไปหยิบเสื้อมาใส่
“ไปสิพี่” ชายวัยรุ่นเดินนำหน้าและพาไปแนะนำเพื่อนๆก่อนจะชนแก้วกันจนเริ่มเมาและก็เลยเวลาสี่ทุ่มจนลุงกวีต้องมาเตือนเพราะเสียงดังเกินไป
“คร้าบลุง”
“ลุงขอนะสี่ทุ่มแล้วบ้านหลังโน้นมีคนมาพักเดี๋ยวเขาจะว่าเอาได้”
“คร้าบ”เมื่อเหล้าหมดและก็เมาเต็มที่พลาธิปก็เดินกลับบ้านส่วนชายอีกสามคนยังคงหัวเราะกันที่เดิมและก็นั่งอยู่สักพักก็พากันเข้าไปในบ้าน
“นอนยาง”เสียงดังอยู่หน้าประตูไม่ทันไรประตูก็ถูกเปิดออก ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาพร้อมกับตรงไปที่เตียงแล้วก็ทิ้งตัวลงที่นอนทำให้ร่างเพรียวเขยิบไปที่มุมห้องแล้วก็หาหมอนมากอดไว้
“เหม็นปายอาบน้ำ” เขาหันมาสั่ง
“ไม่”
“ตามจาย” เขาพูดจบก็นิ่งเงียบไปเพราะรู้สึกมึนไปหมดทั้งที่ดื่มไปเพียงเล็กน้อย
อากาศยามดึกช่างหนาวเกินจะทนไหวร่างเพรียวคดคู้อยู่เพียงลำพังสักพักคนร่างสูงโปร่งก็หล่นตุบลงที่พื้นพร้อมกับร้อง
“โอ๊ย”
“โตแล้วยังกลิ้งตกที่นอน สมน้ำหน้า”มือเรียวยังคงกอดอกเอาไว้แล้วก็มองคนที่นอนนิ่งที่พื้นจนรู้สึกว่าเขาไม่ส่งเสียงอะไรเลยย่องไปดูใกล้ๆได้ยินแค่เสียงกรนร่างเพรียวรีบดึงผ้าห่มบนเตียงเพราะรู้สึกหนาวจนทนไม่ไหว
“ม่าย”เขาร้องโวยวายจนบุญชญาใเขวี้ยงผ้าห่มไปที่เดิม
“คนบ้าเมายังหวงผ้าห่มอีก”ร่างเพรียวกลับมานั่งอย่างเดิมและสุดท้ายก็หลับไป
อาการมึนศีรษะเริ่มดีขึ้นและจู่ๆเขาก็ลุกนั่งเพราะรู้สึกเป็ห่วงน้องสาวไม่รู้อาการเป็อย่างไรบ้างร่างสูงโปร่งเดินไปหยุดที่คนร่างเพรียวแล้วโยนผ้าห่มใส่ก่อนจะออกไปนั่งเล่นที่ระเบียงเพียงลำพัง
“ก็ยังมีน้ำใจ”บุญชญาแอบมองตามหลังเขาแล้วก็รีบหลับตาเพราะกลัวเขาจะเดินกลับมาเจอว่าตนตื่นมาเจอตอนเขาโยนผ้าห่มใส่
เช้าวันรุ่งขึ้นลุงกวียกข้าวต้มสองชามมาวางที่โต๊ะหน้าบ้านพร้อมกับปลุกคนที่นั่งพิงเสาแล้วหลับสนิท
“หกโมงกว่าแล้วพ่อหนุ่ม”
“เด็กนั่นล่ะ”เขานึกได้ก็รีบเข้าไปดูในห้องเห็นเพียงร่างเพรียวนอนบนเตียงอย่างสบายใจ
“คุณ…” บุญชญารีบตื่นแล้วมายืนข้างๆเตียง
“เผลอไม่ได้ไปนอนบนเตียงสบายเลยนะอย่างเธอนอนพื้นดีสุด”
“ก็คุณไม่นอนเอง”
“ไปกินข้าวต้ม”
“หนูอยากได้แปรงสีฟันยังไม่ได้แปรงฟันเลย”
“เออเดี๋ยวหามาให้ไม่ใช่เห็นใจหรอกนะแต่รู้สึกเหม็น”เขาพูดจบก็เดินไปที่บ้านลุงกวีขอแปรงและยาสีฟันพร้อมสบู่และแชมพู
“ตอนเช็กเอ้าท์ค่อยคิดเงินจ้ะ”ป้าบัวบอกพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูให้ไปอีกผืน
“มีเสื้อผ้าขายไหมครับ เสื้อยืดหรือกางเกงขาก๊วยก็ได้”
“มีจ้ะ” ป้าบัวหยิบใส่ถุงให้เขาพร้อมกับยิ้ม
“ตอนเที่ยงผมอยู่ที่บ้านเอาข้าวผัดสองจานและผลไม้ครับ”
“จ้ะเดี๋ยวจะไปส่ง”
พลาธิปเดินกลับบ้านพักพร้อมกับไขกุญแจเดินเข้าห้องและยื่นของที่เขาไปหามาให้กับเด็กสาว
“เอาไปแล้วรีบมากินข้าวให้เวลาสิบนาที”
“อาบน้ำด้วยไม่ทันค่ะ”
“ก็ทำให้ทันไม่งั้นฉันจะเทข้าวต้มทิ้งให้หมดเธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรอง”
“รู้แล้วค่ะ”บุญชญากระแทกน้ำเสียงใส่เขาแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังเจ็บข้อเท้าอยู่
“เก้านาทีแล้ว” เขาะโบอกในขณะที่คนร่างเพรียวก็ฟอกแชมพูเยอะเกินจนฟองเต็มหัวล้างไม่หมดสักทีแต่เมื่อท้องร้องจนได้ยินทำให้ราดน้ำอีกขันก็เช็ดตัวเปลี่ยนชุดแล้วรีบเดินออกมา
“โอ๊ย เจ็บข้อเท้า หนาวก็หนาวผมก็เหม็นเรียกอยู่ได้”
“สภาพ”เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อมีฟองสีขาวติดที่ปลายผมด้านหลังและใบหูของคนร่างเพรียว
“อะไรล่ะสภาพอะไรเหรอ”
“ยืนเฉยๆ” เขาดึงผ้าขนหนูที่บุญชญาถือไว้แล้วแตะที่ใบหูและปลายผมเพื่อเช็ดฟองสีขาวออกให้ผมให้แล้วก็วางผ้าขนหนูที่มือของบุญชญาไว้อย่างเดิมทำให้คนร่างเพรียวยืนงงเล็กน้อย
‘แล้วก็เร่งอยู่นั่นล่ะ รีบอะไรนักหนา ตาปิศาจ’ ดวงตาคู่ใสมองเขาแล้วรีบหันไปอีกด้าน
“มองทำไม ไม่ชอบไม่ต้องมามอง”
“ไม่ชอบก็พาหนูกลับสิไม่เห็นยาก”
“ฝันอยู่เหรอ ไปกินข้าว!”ร่างเพรียวรีบทำตามที่เขาบอกแล้วก็เข้าไปนั่งเล่นในห้องส่วนเขาก็ลงไปดูรถเช็กอะไรบางอย่างแล้วก็ขึ้นมานั่งเล่นบนระเบียงบ้านพัก
“หนูอยากไปเดินเล่นบ้าง”
“เล่นในห้องนั่นล่ะตายจะได้เก็บทิ้งง่ายๆ”ไม่ทันจะพูดอะไรต่อเด็กสาวก็รีบประตูห้องและขังตัวเองอยู่ในนั้น