:ััที่อบอุ่นเช่นนี้ เป็ท่านแม่ เป็ท่านแม่สินะ ข้าอยากจะพูดคุยกับท่านเหลือเกิน แต่ข้าฝืนต่อไปไม่ไหวแล้ว....:
แมวน้อยในอ้อมแขนของโรซ่า มันขยับเขยื้อนนิดหน่อย ก่อนจะหลับใหลไป... ใช่แล้ว!!!เ้าแมวตัวนี้ก็คือปีศาจสาวผมสีฟ้า.....นางโดนโจมตีจากค่ายกลทัณฑ์์ ทำให้แก่นแท้ของนางเสียหาย จนนางต้องมาอยู่ในสภาพแมวน้อยเช่นนี้ ปกติร่างที่แท้จริงของนาง คือแมวเก้าดวงจิต แมวเก้าดวงจิตคือปีศาจที่ถือว่าเป็ตำนานของดินแดนปีศาจ ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์ จะมีปานรูปดอกบัวเก้ากลีบอยู่บนหน้าผาก แต่ละกลีบมันเป็สัญลักษณ์แทนดวงจิตแต่ละดวง......แต่แมวน้อยตัวนี้กลับไม่มีสัญลักษณ์ที่ว่ามา บางทีอาจจะเป็เพราะดวงจิตของนางสลายไปจนเกือบจะหมดแล้วก็เป็ได้.....
"เย้เย~ ปลากระป๋องโรซ่า โรซ่า โรซ่าปลากระ......~ ฮ่าๆ ผีเสื้อน้อยข้าขอบใจพวกเ้ามาก ที่มาส่งข้าถึงที่บ้าน พวกเ้ารักษาตัวกันด้วยนะ " พอโรซ่าได้ััเ้าแมวน้อยในอ้อมอก และพบว่ามันกำลังขยับตัว เขารู้สึกดีใจมากจนเผลอร้องเพลงออกมาตลอดทางจนถึงบ้าน
ฝูงผีเสื้อพอมันมาส่งถึงที่หมาย มันก็ได้บินวนเวียนรอบตัวของเขา ก่อนที่มันจะพากันบินจากไป.......
...บ้านกลางป่าใหญ่หลังหนึ่ง กับค่ำคืนอันเงียบเหงา ได้ถูกแต่งเติมด้วยหินหลากสีนับ100ก้อนที่ส่องประกายแวววาว..พวกมันถูกจัดวางตามทางเดินจนถึงหน้าประตูบ้าน...
ซึ่งเป็เื่ชวนสงสัย อาณาเขตบ้านหลังนี้ไม่มีพืชพันธุ์ที่เปล่งแสงได้เลย มันดูต่างจากภายในป่าที่โรซ่าเดินผ่านมา พืชพันธุ์หรือแม้กระทั่งแมลงทั้งหลาย พวกมันสามารถเปล่งแสงออกมาได้ เหมือนกับมีผู้ใดบงการพวกมันอยู่???
... เมื่อเกิดความแคลงใจ โรซ่าจึงนำต้นไม้ต่างๆ จากในป่า มาปลูกในบริเวณเขตตัวบ้าน...แต่แล้วก็เป็เช่นเดิม ต้นไม้ที่นำมาปลูกมันเติบโตแข็งแรง แต่ไม่มีแสงออกมาจากตัวของมันเลย.... โรซ่าได้ทดลองมาหลายวิธีแล้ว เขาเอาต้นไม้ที่เขาปลูกเอง ลองเอาออกไปวางไว้ในป่า ผลลัพธ์คือ...มันเรืองแสงได้!!! ทว่า....พอเขาเอามันเข้ามาในเขตที่ดิน แสงที่เปล่งประกายก็ค่อยๆจางหายไป
เขาทดลองทำเช่นนี้อยู่หลายรอบ จึงสรุปได้ว่าพืชพันธุ์ทั้งหลายเมื่อเข้ามาในอาณาเขตที่ดิน มันจะไม่ส่องแสง....บางทีอาจจะเป็เพราะสนามแม่เหล็กของโลก หรืออะไรบางอย่าง นั้นคือสิ่งที่โรซ่าคิดอยู่ทุกวัน
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน โรซ่ามองดูเ้าแมวตัวน้อยในอ้อมแขน เขายิ้มกว้างออกมา แล้วลูบหัวของมันเบาๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าบ้านไป.......ตามมาด้วยเสียงปิดประตูอย่างเบามือ
และแล้ววันที่น่าเบื่อของเขาก็จบลงไปอีกวัน......
>>>>>>>>>>>>>>>>>>
เช้าวันใหม่.......
สวัสดีผมชื่อโรซ่า อายุ25ปี วันนี้เป็เช้าที่น่าเบื่อของผมอีกวัน......ตอนนี้ผมอยากดูหนังจัง???.....
......มีคนเคยบอกเอาไว้ เมื่ออายุครบ25ปี หรือวัยเบญจเพส จะได้พบเจอแต่เื่ร้ายๆ หรือเจอเคราะห์ร้ายครั้งใหญ่ บางคนเจ็บป่วย บางคนแขนหักขาหัก บางคนโดนหวยกิน (ผมว่าไม่เกี่ยว) หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตก็มี แต่ครั้งนี้เคราะห์ของผมมันแปลกกว่าคนอื่น ผมไม่รู้จะเรียกมันว่าเคราะห์ดี หรือเคราะห์ร้ายที่คนธรรมดาอย่างผมได้หลงเข้ามาในที่แปลกๆ....
คนธรรมดาที่พร์ติดลม ไม่มีพลัง ไม่มีสกิล ไม่มีระบบ ไม่มีเส้นลมปราณ ไม่มีแฟน (ผมว่าไม่เกี่ยว) ต้องมาอาศัยอยู่ในป่าเงียบๆคนเดียว ในบางครั้งผมยังเห็นผู้คนขี่กระบี่ เหยียบดาบ บินผ่านไปผ่านมา แต่ทำไมผมถึงทำบ้างไม่ได้....
แม้ว่าผมจะไม่มีพลัง แต่ผมกลับรู้สึกดี ที่ผมเป็เพียงคนธรรมดา ผมจะได้ไม่ต้องหัวหมุน จัดการคนโน้นฆ่าคนนี้...
การปกป้องผู้คน มันเป็งานของพระเอกในละคร แต่สำหรับผมที่เป็แค่ตัวประกอบ การใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แบบที่เป็อยู่ทุกวัน มันคือสิ่งที่ผม้า???..... ถึงจะดูเหมือนว่าเป็คำพูดปลอบใจ แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยลดความอิจฉาในใจของผมไปได้ในระดับหนึ่ง.....
ส่วนชีวิตประจำวันของผม ก็เป็ดังเช่นทุกที ตื่นมาก็ทำสวนทำไร่ เมื่อวานผมได้ซื้อเมล็ดผักชุดใหม่มา ผมรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ผักรูปร่างแปลกๆมันงอกเงย.... ใช่แล้วครับ!! ผักในโลกนี้มันมีลักษณะที่แปลกมาก ตลอดห้าเดือน ผมปลูกพวกมันมาแล้วหลายสิบชนิด บางชนิดมีใบที่ใหญ่กว่ามือของผมเสียอีก.. อย่างเช่นต้นเกล็ดั ต้นเกล็ดัมันจะงอกออกมาเพียงใบเดียว ใบมีลักษณะแข็งเป็รูปทรงหยดน้ำ มีขนาดใหญ่ประมาณหนึ่งไม้บรรทัด ใบเป็สีแดงสลับกับสีม่วง มีรสชาติที่หวานกรอบเหมือนแตงกวาที่ไม่มีไส้ใน
ส่วนผลไม้ แม้จะยังไม่ออกผลผลิต แต่ตอนนี้ต้นของมันกลับสูงมากกว่า4เมตรแล้ว ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะกินได้มั้ย แต่ลุงจางที่มอบต้นกล้าให้กับผม เขายืนยันหนักแน่นว่ามันกินได้....ลุงจางเรียกต้นนี้ว่า ต้นหยินหยาง บางที่อาจจะเป็เพราะมันมีลำต้นสีดำสนิท ส่วนใบก็เป็สีขาวบริสุทธิ์ มันถึงได้มีชื่อว่า หยินหยาง...ลุงจางยังบอกอีกว่า ต้นหยินหยางกว่าจะออกผล ต้องใช้เวลานานหลายปี แต่ผมว่ามันไม่น่าจะใช่แบบนั้น??? เพราะผมใช้เวลาเพียงแค่3เดือน จากต้นไม้ที่สูงเท่าหัวเข่า จนตอนนี้มันสูงท่วมหัวของผมไปไกลแล้ว อีกทั้งกิ่งก้านของมัน ยังมีช่อดอกสีฟ้าแตกออกมาหลายช่อ ผมคาดว่าอีกไม่เกินหนึ่งเดือน ผมอาจจะได้เห็นผลของต้นหยินหยาง......
แน่นอนว่าผักผลไม้ที่ผมปลูก มันไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เนื้อที่ประมาณ10ไร่ ผลไม้ที่ผมปลูก มีมากกว่า30ต้น ชนิดของผลไม้ผมก็คละกันไป ถ้ามีผักหรือผลไม้ชนิดใหม่ ผมก็จะลองเอามันมาปลูก...อย่างเมื่อวาน ที่ผมได้ต้นไม้แปลกๆจากแม่เฒ่าหลิน แต่พอมาถึงบ้านผมกลับลืมไปแล้วว่ามันคือต้นอะไร เพียงแต่รูปร่างของมันดูสะดุดตาของผมเป็อย่างมาก ผมเลยเอามันใส่กระถางมาวางไว้บริเวณหน้าต่างห้องนอน...
ด้วยเหตุนี้ผมจึงมีผักมากกว่า20แปลง และต้นชาชนิดต่างๆอีก3ไร่ มันอาจจะดูเยอะสำหรับผมคนเดียว แต่การดูแลพวกมันไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะพืชพันธุ์พวกนี้มันแข็งแรงมาก... ผมไม่เคยใส่ปุ๋ย ส่วนน้ำนานครั้งผมถึงจะรด พวกแมลงไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ยุงสักตัว ก็ยังไม่เคยเจอในอาณาเขตบ้านของผมเลย...ฉะนั้นผมจึงมีหน้าที่แค่ปลูกและรอเก็บเกี่ยวพวกมันเท่านั้น....เรียกได้ว่าเป็์ของเกษตรกรเลยทีเดียว
ถ้าอ้างอิงจากความเป็จริง ผมก็แค่คนว่างงาน การค้าขายแลกเปลี่ยนเป็เพียงอาชีพเสริม....ส่วนของแลกเปลี่ยนจากการค้า ถ้าอันไหนดูดีดูสวยงาม ผมก็จะนำมันมาตกแต่งบ้าน ถ้าอันไหนไม่สวย ผมก็จะกองรวมๆกันไว้ จนตอนนี้ของที่กองเอาไว้ มันเป็เพียงเศษขยะที่ถูกลืม........
"เ้าแมวน้อย มันจะเป็อะไรไหมนะ หรือข้าต้องพามันไปรักษา "
เ้าแมวน้อยที่ผมเจอ มันยังคงหลับสนิท เมื่อคืนผมได้เอาผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดตามร่างกายของมัน แต่น่าประหลาดที่เ้าแมวน้อยตัวนี้มันไร้เพศ...ใช่แล้ว!!!มันไม่มีอวัยวะที่บ่งบอกเพศจริงๆ ตอนแรกที่ได้สำรวจตัวของมัน ผมก็คิดว่าตัวเองตาฝาดไป จนตอนนี้ผมเชื่อแล้วว่ามันไม่มีเพศจริงๆ บางทีมันอาจจะผิดปกติั้แ่เกิดมา?? ทั้งขนสีฟ้า ไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์ ไม่มีทวารขับถ่ายของเสีย ดูยังไงเ้าแมวน้อยตัวนี้ต้องไม่ปกติแน่ๆ
ผมไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี สุดท้ายผมก็ต้องพามันไปรักษาที่หมู่บ้าน... และก็เช่นเดิม ผมได้เตรียมของจะนำไปแลกเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ผมเอาของไปเพียงครึ่งตะกร้า เพื่อที่ผมจะได้วางแมวน้อยเอาไว้ข้างบนได้ เมื่อเตรียมการเสร็จ ผมปิดบ้านตรวจความเรียบร้อยเช่นเดิมก่อนจะออกเดินทาง
ระหว่างทางผมก็แวะพักเป็ระยะ เพื่อดูอาการของเ้าแมวน้อย ตอนนี้ผมเดินมาได้เกินครึ่งทาง คงอีกเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็น่าจะถึงหมู่บ้านแล้ว.....
"อดทนไว้ก่อนนะเ้าหนู ข้าใกล้จะถึงแล้ว ข้าขอให้เ้าหายป่วยไวๆ ข้าจะได้มีเพื่อนกับเขาบ้าง"
ผมรู้สึกเหงาจริงๆ ก็แหงล่ะ ผมใช้ชีวิตสันโดษมานานหลายเดือนเลยนะ ทั้งที่ผมคิดว่าเวลาเข้าป่า ผมอาจจะได้ยินเสียงร้องของพวกสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่เอาไว้ฟังแก้เหงา แต่พอเอาเข้าจริงๆ เสียงของแมลงสักตัว ผมยังไม่เคยได้ยินมันร้องสักแอะ... มันเงียบมาก มันเงียบเหมือนผมอยู่ตัวคนเดียวในโลก ในทุกค่ำคืนผมต้องนอนฟังเสียงหัวใจของผมที่ดังเป็จังหวะ ผมทนฟังเสียงนี้มานานหลายเดือน ถึงจะรำคาญเสียงของมัน แต่ผมก็รู้สึกขอบคุณจริงๆที่มันยังเต้นอยู่....
วู้~วิ้วววว
"ทำไม่นี้ลมถึงแรงจัง "
สายลมที่พัดผ่านเข้ามา ทำให้ผมเข้าใจผิด คิดว่าจะมีพายุฝนอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ผมจะไม่หลงกลเ้าลมบ้านี่อีกแล้ว....ก็ท้องฟ้ามันโล่งปลอดโปร่งขนาดนี้ มันไม่มีทางจะมีพายุฝนแน่นอน....
พอผมดูสภาพอากาศจนแน่ใจ ผมจึงได้ออกเดินทางต่อ แต่พอออกเดินไปได้สักระยะ ผมก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวจากในตะกร้าที่ผมสะพายไว้ข้างหลัง .....
"อะไร??? สงสัยข้าจะคิดมากไปเอง..... อดทนหน่อยนะเ้าเหมียว ข้าจะช่วยเ้าเอง" ผมตรวจดูในตะกร้า ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม...ไม่รู้ว่าทำไม ผมกลับรู้สึกว่า ลวดลายบนหัวของเ้าแมวน้อยมันถึงได้ดูแปลกไป รวมถึงขนของมันที่เปล่งประกายเงางามกว่าเดิม..แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ผมลูบหัวของมันเบาๆ ก่อนจะปิดฝาตะกร้าให้สนิท จากนั้นผมจึงรีบออกเดินทาง....
ตะกร้าใบใหญ่ ที่สานจากไม้เนื้อเหนียว มันมีรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีสายสะพายไหล่ทั้งสองข้าง ตะกร้าใบนี้มันมีความพิเศษอยู่หนึ่งอย่าง เวลาที่ผมใส่ของอะไรเข้าไปในตะกร้า น้ำหนักของมัน แทบจะหายไปมากกว่า9ส่วนของน้ำหนักจริง.....สำหรับผมแล้ว เ้านี้คือเครื่องทุ่นแรงระดับพระเ้า ผมเลยชอบมันมาก เรียกว่าหลงรักเลยก็ได้ ขนาดตรงมุม้าของตะกร้า ผมยังแกะสลักเป็ชื่อของตัวเองเลย.....
ตะกร้าใบนี้ผมได้รับมันมาจากแม่เฒ่าหลิน ผมยังจำได้ดี ตอนแรกๆ ผมยังไม่ค่อยมีเงิน แต่แม่เฒ่าหลินและคนอื่น ต่างก็มอบของเหลือใช้มาให้เยอะแยะ ผู้คนในหมู่บ้านนี้ใจดีกันทุกคน จะเสียดายก็ตรงที่หมู่บ้านนี้มันไม่มีคนหนุ่มสาวอาศัยอยู่เลย? อีกทั้งชื่อของหมู่บ้านมันยังดูแปลกๆ...... หมู่บ้านสุดท้าย นี่คือชื่อของมัน แล้วคำว่าสุดท้ายมันหมายถึงอะไรกันแน่??? .....
ตอนนี้ผมเดินทางมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านแล้ว...หมู่บ้านมีขนาดไม่ใหญ่ ทางเข้ามีพุ่มดอกไม้หลากหลายสีสันปลูกเรียงรายเป็รั้วกำแพง ด้านหน้าทางเข้าเปิดโล่ง ไม่มีประตูขว้างกั้น ผู้คนสามารถเดินเข้าออกได้ตลอดเวลา บ้านเรือนทุกหลัง ล้วนทำมาจากไม้ ส่วนท้ายหมู่บ้านมีสระน้ำขนาดใหญ่ บริเวณริมสระน้ำมีบ้านของลุงจางที่เป็หมอยาสมุนไพร แน่นอนว่าลุงจางคือเป้าหมายในการเดินทางมาครั้งนี้
แต่ทว่า.....
"เมี๊ยว~"
???? ในขณะที่เท้าของผม เดินพ้นรั้วของหมู่บ้าน ผมก็ได้ยินเสียงร้องอันแ่เบา มันดังมาจากตะกร้าที่ผมสะพาย ร่างกายของผมชะงักไปสักครู่ จากนั้นผมจึงรีบเปิดตะกร้าดู แล้วก็พบว่า.....