ขณะเดียวกัน หน้าขบวน
จินชี่เอียรมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าวิตกกังวล เขาไม่เคยเห็นคนตาย ไม่เคยเห็นการต่อสู้ า หรือแม้กระทั่งจับมีด จีบดาบฆ่าสัตว์ก็ไม่เคย และทีนี้หลังจากออกจากบ้านในอาณาจักรได้ไม่นาน เพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ รั้นในความเป็วัยรุ่น ทำให้เขาต้องตกมาอยู่ที่นั่งลำบาก
รังสีฆ่าฟันแพร่ออกมาเรื่อยๆ มีหรือที่ชายหนุ่มเพียงกายสร้างลมปราณระดับ 2 ขั้นต่ำจะทนได้ แต่ด้วยสปีดของหัวหน้าขบวนเขายังยืนนิ่งและมองไปเบื้องหน้า หลังตรงราวกับหอก เชิดหน้าอย่างถือตัว เพราะเป็คนในอาณาจักร มีหรือที่ตนจะขลาดกลัว ในเมื่อตนก็มีกองกำลังเหมือนกัน
"หึ! " ชายผ้าคลุมขาวแค่นเสียงออกมาอย่างดูถูก ก่อนพูดขึ้น
"ข้าจะมอบข้อเสนอให้กับท่าน...จินชี่เอียร" ใบหน้าเด็กหนุ่มหมองคล้ำ
"ข้าจะปล่อยท่านไปอย่างมีชีวิต ไปเสพสุขกับสาวๆ ในตระกูลของท่าน เดินเล่นวิ่งว่อนไปทั่วอาณาจักร เหมือนที่ท่านพ่อท่านเคยทำ แต่แลกกับ..." ชายผ้าคลุมชี้ไปด้านหลังจินชี่
"เพียงท่านสั่งคนของท่านเดินออกไปอย่างสง่าพาเผย ไม่มาขัดขวางข้า ข้าจะได้จับคนในรถม้าทั้งหมด และเลี้ยงดูพวกเขาอย่างดี"
แสระ
ชายผ้าคลุมยกยิ้มออกมาอย่างโรคจิต ทำให้จิตใจของจินชี่หวาดกลัวต่ออีกฝ่ายมาก ระหว่างชีวิต และการเสียสละ ถ้าเป็คนทั่วไปคงเลือกอย่างไม่ลังเล แต่สำหรับชายหนุ่มคนนี้แล้วมันตีกันไปมาระหว่างความเห็นแก่ตัว หรือความเห็นใจคนในรถม้า
เมื่ออีกฝ่ายเห็นท่าทีลังเลของเด็กหนุ่มก็พูดขึ้น
"ข้าให้เวลาท่าน 3 วินาที...หนึ่ง! " เมื่อเข็มนาฬิกาทำงาน มันไม่อาจหวนคืน หากเขาเลือกพลาดอาจตาย หากเลือกอย่างมีศักดิ์ศรีก็มีค่าไม่ต่างกัน ด้วยความรู้ของมัน เขาสามารถอธิบายได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็คนของกองกำลังพยัคฆ์ขาว ที่ขึ้นชื่อเื่การค้ามนุษย์แน่นอน
เมื่อลองชั่งน้ำหนักดูแล อีกฝ่ายคงสังหารเขาทุกกรณีแน่ไม่ว่าจะเป็แบบไหนก็ตาม แต่หากเขาเลือกที่จะทิ้งคนพวกนี้ แน่นอนว่ายังยืดเวลาชีวิตเขาได้
"สอง! "
หากเป็เช่นนั้นแล้ว ์อาจทรงโปรดเห็นใจ และทรงประทานคนที่ช่วยเหลือเขาเข้ามาแน่นอน
"หนึ่ง! "
ไม่รอช้าจินชี่เอียรตอบไปทันที
"เอาเลย ทุกคน...หนี! " ตูม อัศวินจำนวนมากวิ่งกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง ร่างั์สวมเกราะคนหนึ่งคว้าร่างจินชี่วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่น่าแปลกที่ไม่มีใครตามเขามาแม้แต่คนเดียว ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ และมองไปยังจางเซียนที่กำลังนั่งหลับตาราวกับอดอาลัยตายอยาก
'ข้าขอโทษสหาย'
กลับมาที่รถม้า
จางเซียนแทบจะตกรถม้าตาย เขาไม่คาดคิดเลยว่าไอ้เด็กนี้จะตอบแบบนี้ ด้วยใบหน้าอันละอ่อนของมันดูก็รู้ว่า มองแต่ความภักดี มีน้ำใจ เสียสละ อดทน สมกับเป็ชายชราตรี แต่ที่ไหนได้ กลับเลือกความอยู่รอดของตัวเอง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปฎิเสธการที่จะสังหารคนเพิ่ม
"ดีซะอย่าง..." ในเมื่อรวมจิตฟ้าดินอยู่ที่นี่ เขาก็จะได้มีอะไรทำมากขึ้น
แววตาจางเซียนเป็ประกาย
"ลงมา! " ชายชุดผ้าคลุมจำนวนมากเดินไปกระชากผู้ชาย และผู้หญิงบนรถอย่างรุนแรง ซึ่งจางเซียนก็เป็เหมือนกัน ร่างกายเขาราวกับกระดูกอ่อน โดนกระชากไปอย่างง่ายดาย
พริบตาคนกว่า 10 คนก็อยู่กลางวงล้อมของชนชาวพยัคฆ์ขาว แต่ไม่มีใครสักคนที่แสดงใบหน้าหวาดกลัวเลยสักนิด ทำให้จางเซียนเกิดคำถามขึ้นในใจ
'เกิดอะไรขึ้น? ' เมื่อเขาลองแสร้งหลับตา และเบิกเนตรมรกตออกมา ก็ต้องกลืนน้ำลาย
'คนพวกนี้มีพลังระดับ 3 ขั้นสูงกันหมดเลยนี่หว่า เหตุใดถึงมากระจุกอยู่ตรงนี้ได้วะ? ' ชายหนุ่มหลั่งเหงื่อออกมาเต็มแผ่นหลัง จนคนรอบข้างสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่สนใจ เพราะอยู่สถานะเดียวกัน
'จะทำอย่างไรดี คนพวกนี้เป็คนของใครเรายังไม่รู้เลย ถ้าบุ่มบ่ามออกไป มีหวังโดนตัดคอขึ้นมา หมอไม่รับเย็บด้วย' จางเซียนคำนวณวิถีการหลบหนี การต่อสู้ และอะไรต่างๆ อย่างเงียบๆ
'คนพวกนี้เป็ยอดฝีมือ เพียงคนเดียวสามารถฆ่าไอ้เศษเดนนรกนี้ได้หมดแล้ว ซึ่งเราก็ทำได้ไม่ต่างกัน แต่คนระดับนี้กว่า 9 คนต้องเป็พวกเดียวกันแน่ ฉะนั้นต้องเดินไปตามแผนคนอื่นก่อน' จางเซียนแม้จะไม่ชอบความคิดนี้ แต่ก็ยอมที่จะทำไม่ได้ หากโดนอีก 9 ตัวนี้รุม เขาที่มีพลังระดับ 1 ขั้นต่ำ และั กับงูก็ไม่อาจต่อกรได้
'ซ่อนเงื่อนยิ่งนัก'
"เอาละ ปล่อยให้ลูกน้องเราวิ่งไล่จับไอ้เด็กนั้น และอัศวินโง่ๆ ของมันมาให้หมดก่อน จะได้เคลื่อนพลไปทีหลัง" กองกำลังชุดขาวพยักหน้า ก่อนจะหันมามองทั้ง 10 ในวงล้อมด้วยแววตาปลื้มปีติ
"หากเราค้าไอ้พวกนี้ให้อาณาจักรเกนบุน่าจะได้ราคาเกือบ 2 เท่าเลยทีเดียว หึๆ " เหล่าคนค้ามนุษย์หัวเราะออกมาอย่างยินดี ขณะที่จางเซียนได้แต่ถอนหายใจกับภาวะกดดันแบบนี้
ในเวลานั้นเองลูกน้องคนหนึ่งก็พูดขึ้น
"เราจะผ่านหัวหน้าตรวจสอบสินค้าไหมนายท่าน? " หัวหน้าค้ามนุษย์ถอนหายใจ
"ไม่ได้...แม้แต่พิกัดบ่งบอกเขายังไม่ให้ มีเพียงแค่เราเท่านั้น" เมื่อสิ้นประโยคนี้ สายตาทั้ง 9 ก็เปลี่ยนไป คล้ายกับผิดหวังอะไรบางอย่าง จางเซียนที่เห็นก็รู้เลยว่าคนพวกนี้กำลังจะจัดการหัวหน้าใหญ่คนพวกนี้แน่ แต่แล้วคำตอบที่ได้มากกลับต้องเสียใจ เพราะไอ้สารเลวพวกนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
เป็เขา คงไม่อยู่ต่อแล้วละ...
แล้วทั้ง 9 จะอยู่ต่อไหม?
"แม่งเอ๊ย! ข้ารอฟังตั้งนาน พวกแกกลับไม่รู้ โง่จริงๆ " ชายคนหนึ่งในวงล้อมพูดขึ้น
"หึ! ก็แหงละท่านพี่...จะทำภารกิจให้สำเร็จ จะได้ไปเก็บข้าวเก็บของที่บ้าน แต่ดูเหมือนจะเสียเวลาไปเปล่าๆ เลย" หญิงสาวคนหนึ่งปัดกระโปรงด้วยกิริยางดงาม ไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ด้วยคลื่นพลังที่ถูกปล่อยออกมาทั้ง 9 ทำให้กองโจรรู้เลยว่านี้คือกับดัก
"หนี! " ตุม!
ชายชุดขาวพุ่งไปทั่วทุกสารทิศ จางเซียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้อีกฝ่ายจะเป็ใคร แต่ที่แน่ๆ อาจจะอยู่ฝั่งเดียวกับเขาก็ได้
แต่แล้วก็คิดผิด
"ท่านพี่ จะทำไงกับไอ้สวะนี้ดี" หญิงสาวคนหนึ่งชี้ใส่จางเซียน ขณะที่เพื่อนๆ กำลังไล่ฆ่าคนของพยัคฆ์ขาว ชายคนนั้นเอียงคอมามองจางเซียนที่ชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างรังเกียจราวกับมองดูขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหยามเกียรติ
"ก็แค่ขยะอาณาจักรเรา ฆ่าทิ้งได้เลย..." หญิงสาวพยักหน้ามองเป้าหมาย แต่แล้วเธอก็ต้องกลืนน้ำลายเมื่อเห็นดวงตาสีเขียวประกายความหนาวเหน็บ ราวกับยมทูตเอาเคียวพาดคอเธอแล้ว