ตอนที่48 : เมื่อไมตรีกลายเป็นศึก
แสงยามเช้าอาบทั่วเมืองหลวงหานหลง
เสียงฆ้องตีบอกเวลาเริ่มงานดังขึ้น
แต่เบื้องหลังความสงบ — เงาเริ่มเคลื่อนไหว
ในคืนนั้นคณะทูตฉินบางส่วนหายตัวจากที่พัก
พวกเขาแยกออกเป็นสองกลุ่ม
หนึ่งมุ่งหน้าไปยังตลาดใต้ดิน อีกกลุ่มมุ่งหน้าสู่สำนักยุทธศาสตรา
ที่หัวหน้ากลุ่มคือ “อวี้เยียน”นางกำนัลคู่ใจขององค์หญิง
ใบหน้าที่งามสงบซ่อนความเด็ดขาดและเฉียบคม
“คืนนี้เราจะได้ของที่ต้องการ
เตาหลอมที่รัชทายาทสร้างไว้... ต้องมีมากกว่าคำร่ำลือแน่”
เธอยิ้มบางก่อนหายไปในเงามืด
ตำหนักอวิ๋นหลง
ในเช้าวันเดียวกันนั้น
องค์หญิงอวี้เหม่ยมาที่ตำหนักรัชทายาทตามปกติ
บนโต๊ะเต็มไปด้วยแผ่นไม้จารึกสูตรคำนวณ
หานอวี้จินยืนอยู่ตรงหน้าต่าง แสงแดดสะท้อนบนดาบสั้นที่เขาถือ
“วันนี้ท่านจะสอนข้าเรื่องใดอีกหรือ?”
“ไม่ใช่คณิตศาสตร์” — เขาตอบเรียบๆ
“แต่เป็นสมการของชีวิต”
องค์หญิงเลิกคิ้ว
“สมการของชีวิต?”
“ใช่...
เมื่อคนเราเลือกสิ่งหนึ่ง ก็ต้องละอีกสิ่งหนึ่งเสมอ
ปัญญาไม่อาจอยู่ร่วมกับเล่ห์ได้ตลอดไป”
เธอนิ่งไป ใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
“ทำไม... ราวกับท่านรู้ว่าข้ากำลังซ่อนอะไรอยู่?”
หานอวี้จินหันมามองด้วยสายตาสงบ
“เพราะข้ามองเห็นในแววตาท่าน— เงาเดียวกับที่ข้าเคยเห็นในตัวเอง”
คำพูดนั้นทำให้เธอหลบสายตา
ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ไหวในใจคือความกลัว หรือความอบอุ่นกันแน่
ค่ำวันนั้น — สำนักยุทธศาสตราเงียบผิดปกติ
อวี้เยียนและคนของนางลอบเข้ามาทางท่อส่งน้ำ
ตามเส้นทางที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
ประตูโลหะหนาเปิดออกเผยห้องหลอมเหล็กขนาดมหึมา
กลางห้องมีเครื่องจักรที่พวกนางไม่เคยเห็นมาก่อน
ดุมเหล็กหมุนรอบด้วยกลไกคล้ายฟันเฟือง
และกล่องเหล็กขนาดใหญ่มีสัญลักษณ์ “烈風號”
อวี้เยียนตาโต
“นี่สินะ... เกราะและดาบเหล็กกล้าที่ทำให้จ้าวและเว่ยต้องพ่ายแพ้ในศึกเหนือ!”
นางรีบสั่งให้จารข้อมูลลงในแผ่นไม้
แต่ทันใดนั้น เสียงเหล็กขยับดัง แกร๊ก!
ไฟทุกดวงในห้องสว่างขึ้นในพริบตา
ชายหนุ่มในชุดเกราะดำก้าวออกจากเงา
“ผู้บุกรุก... ตามที่รัชทายาทคาดไว้จริงๆ”
คือ ไป๋เหิงเซิน — มือขวาของรัชทายาท
เขายกดาบขึ้นอย่างสงบ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าเห็นทั้งหมด... ไม่ใช่ของจริง”
อวี้เยียนเบิกตา
“หมายความว่าอย่างไร!?”
“สิ่งที่พวกเจ้าเห็นเป็นแบบจำลองเท่านั้น
รัชทายาทรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามีคนจะลอบเข้ามา
ทุกแผนผังที่เจ้าคัดลอก... ล้วนเป็นของปลอม”
อวี้เยียนตัวแข็ง ก่อนรีบชักมีด
แต่ยังไม่ทันเคลื่อนไหว ก็ถูกรวบข้อมือไว้แน่น
“เราจะไม่ฆ่าเจ้า” —ไป๋เหิงเซินพูดเสียงเย็น
“แต่จะปล่อยให้เจ้ากลับไปพร้อม ‘ของที่รัชทายาทอยากให้เห็น’”
รุ่งเช้า ข่าวการลอบเข้ามา “แพร่ไป”อย่างมีเจตนา
ขุนนางหานบางส่วนเริ่มสงสัยคณะทูตฉิน
แต่รัชทายาทกลับออกมาประกาศเสียงเรียบ
“อาจเป็นการเข้าใจผิดของข้าราชการ
ขอให้ทุกฝ่ายคงไมตรีไว้เช่นเดิม”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนสับสน
รวมถึงองค์หญิงฉินเอง
เมื่อเธอมาพบเขาอีกครั้ง
“ท่านรู้มาตลอดใช่ไหมว่ามีคนของข้าเข้าไปในสำนัก?”
“รู้”
“แล้วทำไม...ถึงไม่เปิดเผย?”
“เพราะสิ่งที่ข้าอยากรู้...ไม่ใช่คนที่ลอบเข้า
แต่คือคนที่ ‘ส่งพวกเขาเข้ามา’ ต่างหาก”
เขาเดินเข้าใกล้เงาแสงจากหน้าต่างทอดผ่านใบหน้าอย่างสงบ
“ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง
เจ้ากำลังเล่นตามบทที่ฉินอ๋องเขียนไว้... ใช่ไหม?”
องค์หญิงอวี้เหม่ยเม้มปากแน่น
แววตาสั่นระริก ก่อนตอบแผ่วเบา
“ข้า...ไม่มีสิทธิ์เลือก”
“แต่เจ้ากำลังเลือกอยู่แล้ว— ที่ไม่โกหกข้า”
คำพูดนั้นเหมือนดาบที่เฉือนใจนาง
เพราะมันจริงเกินไป
คืนนั้นองค์หญิงฉินยืนอยู่ริมระเบียงตำหนัก
มองเห็นแสงไฟจากสำนักยุทธศาสตราที่ลุกวาวในความมืด
อวี้เยียนกลับมารายงานด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
“องค์หญิง...แบบแผนที่เราได้มาไม่สามารถใช้ได้จริง
ทั้งหมดคือกับดักของรัชทายาทหาน!”
องค์หญิงไม่พูด
เพียงกำมือแน่น
ในใจปะทะกันระหว่างคำว่า “หน้าที่” และ “ศรัทธา”
“เจ้าเคยเห็นใครที่ชนะทั้งศึกและหัวใจของข้าศึกพร้อมกันไหม?”
“ตอนนี้... ข้าเห็นแล้ว”
การเคลื่อนไหวของแคว้นฉิน
ในเวลาเดียวกัน ที่ราชสำนักฉิน
เสนาธิการมู่หลิงได้รับรายงานว่าภารกิจลอบสอดแนม “ล้มเหลว”
เขายิ้มเย็น
“ข้าไม่ได้หวังให้พวกเขาได้ของจริงตั้งแต่ต้น
แค่ให้หานเชื่อว่าฉินยังมีแต่แผนเล็กน้อยก็พอ
เพราะศึกจริง... ข้าจะให้มันเริ่มจากชายแดน ไม่ใช่ในเมืองหลวง”
ในตำหนักรัชทายาท
หานอวี้จินมองแผนที่ชายแดนที่ขีดไว้ด้วยหมึกแดง
“เมื่อคนของฉินกลับถึงแผ่นดินพวกเขา
พวกมันจะเริ่มศึกแน่”
องค์ชายสาม หานอวี้เหยียนเอ่ยเสียงหนักแน่น
“งั้นพวกเราจะรอรับมันด้วยไฟของเราเอง!”
หานอวี้จินยิ้มเยือกเย็น
“ใช่...
หากไฟของฉินลุกมา เราจะให้มันมอดในเงาของเรา”
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มีดาวเพียงดวงเดียวส่องอยู่กลางเมฆ
“ในเงานั้น...บางทีอาจมีคนที่ข้าไม่อยากให้มอดไปพร้อมกัน”