บทที่ 16 หนี
“ตายหมดแล้ว? อย่ามาล้อเล่นนะ”
“โจรป่าหลายร้อยคน เป็ไปได้อย่างไรที่จะถูกฆ่าตายจนหมดไม่เหลือ?”
“เ้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์หรือ?”
นักโทษจำนวนมากในคุกได้ยินที่เจียงผิงอันพูด ต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ
เวลาเพิ่งผ่านไปได้ครู่เดียวเท่านั้น นอกจากนี้โจรป่าจำนวนหลายร้อยคนก็ไม่ใช่หัวไชเท้าเสียเมื่อไร ถึงสามารถฆ่าให้ตายได้อย่างง่ายดาย
หรืออาจเป็เพราะเจียงผิงอันยังเด็กเกินไป ทุกคนจึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อคำพูดของเขา
เจียงผิงอันไม่อยากจะพูดให้เปลืองเวลาอีก ตอนนี้ไม่รู้สักนิดว่าผู้ฝึกตนเคราแพะคนนั้นจะกลับมาเมื่อไร หากกลับมาเจอเข้า ทุกคนจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน
เมื่อใช้ดวงเนตรกวาดมอง กุญแจห้องขังทุกห้องก็หักไปตาม ๆ กัน
จากนั้นเขาก็ไม่ใส่ใจคนเหล่านี้อีก เดินย่ำผ่านกองซากศพจากไป
คนในห้องขังต่างมองหน้ากันด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จนกระทั่งผ่านไปได้สักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีโจรป่าปรากฏตัว พวกเขาจึงกล้าออกมา
พวกเขาออกจากห้องขังมาแล้ว จึงพบศพของโจรป่านอนตายกลาดเกลื่อน หัวใจของแต่ละคนถึงกับสั่นสะท้าน
เด็กหนุ่มคนนั้นสังหารโจรป่าตายหมดแล้วจริง ๆ!
เป็ไปได้อย่างไรกัน?
ถึงแม้พวกเขาจะไม่อยากเชื่อ แต่ความจริงได้สะท้อนให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว เด็กหนุ่มคนนั้นสังหารโจรป่าหลายร้อยคนใน่ระยะเวลาสั้น ๆ!
“ฮือ ๆ ในที่สุดข้าก็ได้กลับบ้านสักที ข้าได้กลับบ้านแล้ว!”
“ไอ้พวกโจรป่า สมควรตายแล้ว พวกมันสมควรโดนสับเป็หมื่น ๆ ชิ้น!”
“ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือ!”
ทุกคนน้ำตาไหลพรากด้วยความตื่นเต้นดีใจ พากันคุกเข่าโขกศรีษะให้เจียงผิงอันที่เดินจากไปไกล
หากไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มคนนี้ จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ พวกนางก็คงไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้ เด็กหนุ่มคนนี้คือผู้มีพระคุณที่มาช่วยชีวิตพวกนางจริง ๆ
เจียงผิงอันยังไม่จากไปในทันที แต่มาที่ห้องกว้างโอ่อ่าแห่งหนึ่ง
ห้องนี้ถูกตกแต่งแบบโบราณ ไม่รกและเหม็นอับเหมือนห้องของโจรป่าคนอื่น ๆ ทว่ากลับมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของตัวยา
เจียงผิงอันเดาว่าห้องนี้คือห้องของผู้ฝึกตนเคราแพะ
บนโต๊ะที่ตั้งกลางห้อง เจียงผิงอันเห็นแผ่นหยกสีเขียวเรืองรองชิ้นหนึ่ง
หยกชิ้นนี้คือหยกคุ้มภัยของเขานั่นเอง
ถูกแย่งไปสองชิ้น แต่วางตรงนี้เพียงแค่หนึ่ง
ข้างหยกคุ้มภัยมีตำราหนึ่งเล่ม กระดาษสีเหลืองสามสี่แผ่น กับพู่กันหนึ่งด้ามที่วางแช่อยู่ในจานหมึกสีดำ
ขณะที่เจียงผิงอันเก็บหยกคุ้มภัยเสร็จและคิดจะออกไป สายตาบังเอิญเหลือบเห็นอักขระลวดลายประหลาดบนกระดาษที่วางบนโต๊ะ จึงหยุดมองด้วยความสงสัย
ลักษณะของอักขระนี้คล้ายกับลวดลายที่เคลื่อนอยู่ในตัวหยกคุ้มภัย
สายตาของเจียงผิงอันมองตำราอักขระพื้นฐานที่อยู่ข้าง ๆ
“อักขระ? คืออะไร? หรือว่าหยกคุ้มภัยจะเกี่ยวข้องกับอักขระนี้?”
เจียงผิงอันไม่เข้าใจความหมายของอักขระ
เขาพบว่าลวดลายประหลาดมากมายในตำราเล่มนี้คล้ายคลึงกับลวดลายบนธงและอักขระบนแผ่นหยกมาก
ถึงแม้จะไม่เข้าใจความหมาย แต่รู้สึกได้ว่าน่าจะเป็ของดี เจียงผิงอันจึงเก็บกลับไปด้วย
ผู้ฝึกตนเคราแพะคนนี้ทำร้ายเขาจนสาหัส เกือบจะฆ่าตัวตายเพราะทนความเ็ปไม่ไหว สักวันหนึ่งเมื่อตนเองแข็งแกร่งขึ้น เขาจะต้องกลับมาฆ่าคนคนนี้อย่างแน่นอน
ด้วยอานุภาพของเนตรสีเื เจียงผิงอันหวนระลึกถึงความหลังอันเ็ปครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นบิดามารดาต้องตายอย่างอนาถซ้ำ ๆ ความรู้สึกแบบนั้นมันช่างทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส
หลายครั้งที่เขาอยากจะปลิดชีพตนเองเสียเดี๋ยวนั้น
แต่ก็เพราะเหตุนี้เช่นกัน เขาจึงไม่อยากฆ่าตัวตาย เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องคิดหาวิธีทำให้บิดามารดาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง!
ตอนเด็ก ๆ บิดามักจะกล่าวอยู่ตลอดว่า ‘คนตายสู่คนเป็ ด้วยกระดูกและเนื้อหนัง’ ในเมื่อมีคำกล่าวเช่นนี้ก็แสดงว่าการฟื้นคืนชีพต้องทำได้แน่!
เจียงผิงอันจากไปโดยเร็ว
เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ ไหนเลยจะรู้ว่าโลกกว้างเป็เช่นใด เพียงแต่ตั้งความหวังด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์เท่านั้น หวังว่าจะสามารถชุบชีวิตบิดามารดาให้ฟื้นคืนได้อีกครั้ง
เวลานี้ใกล้จะถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเย็นลง ใบไม้บนต้นไม้ร่วงหล่นลงในลำธารสายเล็ก ๆ อันใสสะอาด
เจียงผิงอันทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ข้างลำธาร มองดูดวงตาข้างขวาของตนเองในเงาสะท้อน
ดวงตาดวงนี้ไม่ใช่ของเขา แต่กลับใช้งานได้ราวกับติดตัวมาั้แ่เกิด นอกจากนี้สีแดงเืยังเปลี่ยนเป็สีเดียวกับตาข้างซ้ายไม่มีผิดเพี้ยน
ตอนนี้ยังไม่พบว่าเนตรสีเืมีสิ่งผิดปกติอันใด ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้รับพลังพิเศษ สามารถควบคุมวัตถุ เคลื่อนย้ายได้ตาม้า
ในเมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เขาจึงไม่ใส่ใจเื่ของดวงเนตรอีก พอหาถ้ำเจอ เขาก็มุดเข้าไป หยิบอ่างสัมฤทธิ์ผลออกมา จากนั้นใส่โอสถปราณโลหิตลงไปในอ่างเพื่อทำการเพิ่มปริมาณ
พร์ด้านการฝึกตนของเขาแข็งแกร่งขึ้น เวลานี้เพียงต้องรีบฝึกฝนเคล็ดปราณโลหิตขั้นที่สองให้สำเร็จโดยเร็ว จึงสามารถพัฒนาความสามารถได้อย่างเต็มที่
พวกทหารกำลังตามหาตัวเขา ผู้ฝึกตนคนนั้นก็คงตามหาตัวเขาเช่นกัน ดังนั้นมีแต่ต้องเพิ่มพูนระดับการฝึกตนให้สูงขึ้นโดยเร็ว
ครึ่งวันผ่านไป ใต้เชิงเขาขุนเขาต้าหวัง
หยวนปินลูบเคราแพะพลางนำทหารสองนายผู้มีปราณอันเปี่ยมล้นด้วยกลิ่นคาวเืกลับมาด้วย
จากเครื่องแต่งกายของทหารทั้งสองนายสามารถมองออกว่าพวกเขาคือนายกองขั้นหนึ่งของอำเภอผิงสุ่ย
ทั่วทั้งอำเภอผิงสุ่ยมีนายกองขั้นหนึ่งเพียงแค่สี่นายเท่านั้น ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงมีฐานะและความสามารถที่สูงกว่าใคร ๆ
“ท่านทั้งสอง ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อก่อนหน้า เมื่อข้ามอบเด็กนั่นให้แล้ว พวกทหารจะหาเื่โจรป่าแห่งขุนเขาต้าหวังไม่ได้อีกเป็อันขาด”
หยวนปินย้ำเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
“ด้วยความสามารถของเ้า หากเข้ามาอยู่ในกองทัพทหารของพวกเรา เ้าจะได้รับผลประโยชน์ที่มากยิ่งกว่านี้เสียอีก เหตุใดจึงต้องเป็โจรป่า?”
นายกองคนหนึ่งถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
หยวนปินเพียงแต่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร
เขาหนีออกมาจากสำนัก และทางสำนักกำลังตามหาตัวเขา ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนต่อหน้าสาธารณชนได้
หรือกล่าวให้ถูกต้องยิ่งขึ้นก็คือ ทางสำนักกำลังเสาะหาเนตรสีเืดวงนั้นอยู่
ก่อนที่เขาจะหนีออกจากสำนัก เนตรสีเืหลอมรวมเป็หนึ่งกับบุคคลผู้หนึ่ง ทำให้บุคคลผู้นั้นมีพลังลึกลับและแข็งแกร่งเหนือผู้ใด
หยวนปินเกิดความโลภ เขา้าพลังนี้ จึงลงมือต่อสู้กับบุคคลผู้นั้น ไหนเลยจะรู้ว่าอีกฝ่ายที่อยู่เพียงขอบเขตก่อปราณจะซัดเขาผู้ที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานจนได้รับาเ็สาหัส ขอบเขตถดถอย!
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หยวนปินยิ่งหลงใหลคลั่งไคล้พลังจากเนตรสีเืมากกว่าเดิม
เขาสังหารบุคคลผู้นั้นและขโมยเนตรสีเืหนีออกจากสำนัก
แต่ใช่ว่าใครจะสามารถหลอมรวมเป็หนึ่งกับเนตรสีเืได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาทางสำนักใช้เนตรสีเืในการสอบสวนนักโทษ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังมีแต่คนผู้นั้นที่สามารถหลอมรวมเป็หนึ่งได้สำเร็จ
หยวนปินมาเป็โจรป่าบนขุนเขาแห่งนี้ นอกจากหลบการไล่ล่าของสำนัก อีกทางหนึ่งเพื่อใช้คนธรรมดาทั่วไปมาเป็ตัวทดลอง
เพื่อดูว่าคนที่สามารถหลอมรวมเป็หนึ่งกับเนตรสีเืได้ต้องมีคุณลักษณะพิเศษอันใดหรือมีพร์เช่นใด จะได้คิดหาวิธีทำให้เนตรสีเืหลอมรวมเป็หนึ่งกับตนได้สำเร็จ
ขอเพียงสามารถหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเนตรสีเื ทุกอย่างที่ทุ่มเทไปถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ทว่าทดลองกับคนร้อยกว่าคน ทุกคนกลับตายกันหมด ไม่มีใครสามารถอดทนไหว
แต่… เขาก็ไม่ได้รีบร้อน สามารถทดลองต่อไปได้เรื่อย ๆ หากร้อยคนไม่เป็ผลก็ทดลองอีกพันคน หากพันคนไม่เป็ผลก็หมื่นคน!
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องหาวิธีหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเนตรสีเืให้ได้!
ทันใดนั้นหยวนปินพลันขมวดคิ้วฉับ
ไม่ชอบมาพากล!
ปกติลูกน้องเ่าั้จะต้องทำเสียงดังโหวกเหวก เอะอะโวยวาย แต่เหตุใดวันนี้จึงเงียบกริบเช่นนี้?
อีกทั้งในอากาศยังมีกลิ่นคาวเืลอยคละคลุ้ง
หยวนปินมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา เขารีบมุ่งหน้าสู่ยอดขุนเขาต้าหวัง
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกับธงค่ายกลของตนหายไป ความดันเืในตัวเขาพลันพุ่งกระฉูด ทุกอย่างตรงหน้ามืดมิดไปหมด แทบจะหมดสติไปในทันใด
“เป็ไปไม่ได้! ไอ้เด็กนั่นถูกทรมานหนึ่งวันเต็ม ๆ ทั้งยังไม่มีปราณิญญา จะหนีไปได้อย่างไร!”
ไม่นานหยวนปินก็สังเกตเห็นศพโจรป่าทั้งหลาย
ศพบางศพมีร่างกายบิดเบี้ยวอย่างประหลาด ไม่เหมือนาแที่เกิดจากการปะทะต่อสู้ทั่วไป คล้ายกับโดนพลังบางอย่างกดทับจนหักเสียมากกว่า!
หยวนปินแอบสะดุ้งในใจ หรือว่าเนตรสีเืจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับไอ้เด็กนั่น!
โอกาสที่จะหลอมรวมได้สำเร็จมีน้อยถึงเพียงนี้ แต่ไอ้เด็กนั่นกลับทำสำเร็จ!
“หยวนปิน นี่มันเื่อันใดกัน? เด็กนั่นอยู่ที่ไหน?”
นายกองขั้นหนึ่งที่เดินตามอยู่ข้างหลังถามเสียงเครียด
เขาต้องพาตัวเจียงผิงอันกลับไปรายงานตัว แต่ดูจากสภาพในตอนนี้คงต้องคว้าน้ำเหลวเสียแล้ว
“อยู่ไหน! เ้าถามข้าว่าไอ้เด็กคนนั้นอยู่ไหน! หนีไปแล้วน่ะสิ!” หยวนปินเค้นเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น
ไอ้เด็กนั่นไม่เพียงแต่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเนตรสีเื ซ้ำยังขโมยธงค่ายกลของเขาไปด้วย!
นั่นเป็สมบัติที่เขาหลอมขึ้นเมื่อตอนที่อยู่ขอบเขตสร้างรากฐาน!
เสียหายมหาศาล
โครม!
ป้ายหยกที่ห้อยเอวหยวนปินเปล่งประกายแสงสีเขียวออกมา ดาบคมกริบฟันลงบนม่านเกราะ
“โจรป่ากระจอกอย่างเ้าบังอาจแหกปากร้องะโใส่หน้าพวกข้าเช่นนั้นหรือ ในเมื่อหาตัวไอ้เด็กนั่นไม่เจอ ถ้าเช่นนั้นเ้าก็ต้องตาย!”
โจรป่าแห่งขุนเขาต้าหวังเป็โจรป่าที่จัดการด้วยยากที่สุด สาเหตุก็เพราะมีหยวนปินคนนี้เป็หัวหน้าใหญ่
หาตัวเจียงผิงอันไม่พบก็จริง แต่หากว่าฆ่าหยวนปินได้ ก็สามารถรับประโยชน์ได้เช่นกัน
“ลำพังเพียงแค่พวกเ้าก็คิดจะฆ่าข้า! ตอนที่ข้ามีชื่อเสียงเลื่องระบือไกล พวกเ้ายังเป็แค่มูลกองหนึ่งเท่านั้น!”
หยวนปินกำลังโมโหเืขึ้นหน้า พอเห็นว่าพวกเขาเป็ฝ่ายจู่โจมก่อน จึงยกมือขึ้นร่ายคาถา ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังทหารทั้งสอง
พวกเขาสองคนหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจู่โจมจากด้านข้าง
ขอเพียงเป็การสู้กันแบบประชิดตัว ผู้ฝึกยุทธ์สามารถรับมือผู้ฝึกตนได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองฝึกเคล็ดปราณโลหิตจนถึงขั้นสามแล้ว ในด้านพลังเทียบเท่ากับขอบเขตก่อปราณขั้นเก้า พวกเขาทั้งสองเป็นายกองขั้นหนึ่งที่มีความสามารถแกร่งที่สุดในกองทัพ
ครืน!
การต่อสู้ปะทุขึ้น เพียงแค่ครู่เดียว ขุนเขาต้าหวังก็ถูกเพลิงมหึมากลืนกิน