นางหยิบอุปกรณ์ทำแผลในกล่องที่ดินแดนเอามาวางไว้ให้ทำแผลให้คนตาลอยใจเหม่ออย่างเบามือ เธอไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองนักว่าคนตรงหน้าเป็แบบนี้ก็เพราะเธอ เธอจึงคิดไปว่าเขาอาจจะมีปัญหากับน้องแป้งก็ได้ จึงห้ามใจเอาไว้
ก่อนหน้านี้เธอแอบลงมาจากรถทั้งที่น้องชายห้าม ก็เพราะอยากจะได้ยินคำตอบด้วยตัวเองแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เธอวิ่งอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังในใจมีแค่ชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้น เธอเก็บยาลงกล่องเรียบร้อยก็หันไปมองกันต์ที่ยืนพิงกรอบประตูมองมาอย่างดุๆแล้วพยักหน้าเรียกให้เธอกลับได้แล้ว เธอไม่มีเหตุผลจะขัดเลยจำใจลุกขึ้นช้าๆ ทันใดนั้นมือหนาก็ยื่นมาจับมือเธอเอาไว้ ตากลมเบิกกว้างเมื่อคนที่จับมือเธออยู่ใช้ทั้งสองมือกุมเอาไว้แน่น
"อุ่นจัง"
เสียงแหบแห้งราวกับไม่ได้ใช้เสียงมานานพูดออกมาสั้นๆมุมปากยกยิ้มด้วยความสุขและโหยหา ก่อนจะค่อยๆปล่อยอย่างช้าๆ เขาควรตื่นได้แล้ว เขาไม่ควรเป็อย่างนี้ สภาพเขาตอนนี้คงน่าสมเพชมาก
หญิงสาวค่อยๆเดินออกมาอย่างเงียบๆยอมรับว่าใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง ยิ่งเห็นเขาเป็แบบนี้เธอยิ่งตัดใจทิ้งเขาไม่ลงแต่จะทำยังไงได้ละ ในเมื่อชายหนุ่มตัดสินใจแล้วเธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา
ผมรู้ตัวอยู่ภายในใจว่าผมรักตัวเองมากกว่า มากกว่าที่จะสนใจความรู้สึกของเธอ ผมทนไม่ได้ที่ต้องได้ยินคนพูดว่าผมหลอกเธอ ให้เธอเลี้ยง
ถ้าผมยังคงถือสาคำพูดพวกนี้ของคนอื่นอยู่ ผมก็ไม่คู่ควรกับเธอหรอก เธอควรจะเจอคนที่พอดีกับฐานะของเธอมากกว่านี้ คนที่พร้อมจะรักเธอโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ไม่ขี้ขลาดเหมือนอย่างผม
แต่พอคิดว่าถ้าเธอได้เจอคนคนนั้นจริงๆละ ถ้ามีใครอีกคนได้ยืนอยู่เคียงข้างเธอเป็เ้าของรอยยิ้มสวยๆของเธอละ ใจผมมันก็เจ็บไปหมดแล้ว ผมยังไม่เคยได้ทำอะไรให้เธอเลย ยังไม่เคยได้กอดเหมือนที่อยากจะกอดให้แน่น ให้สมกับความรักที่เธอมอบให้ผมเลย
ผมยังไม่เคยได้บอกเธอเลย...ว่าผมรักเธอมาก มากเท่าที่คนไม่มีอะไรดีอย่างผมจะรักได้
"ฮึก...ขอโทษ"
ชายหนุ่มก้มหน้าลงสะอื้นไห้ราวกับจะขาดใจ มือที่เคยััความอบอุ่นเพียงชั่วครู่กำเข้าหากันแน่นอยู่ที่เดิม
กล้าถึงกับหันไปทางอื่นแล้วแอบปาดน้ำตาเงียบๆวันนี้มีเหตุการณ์ะเืใจเขามากพอแล้ว เขาต้องพักสักหน่อยแล้ว เมื่อไหร่ไอ้ฝ้ายจะมาว่ะ
"เฮ้ยยยเมื่อกี้กูเจอ..."
"เกิดอะไรขึ้นว่ะ"
ฝ้ายเพิ่งเดินสวนกันต์และนางที่หน้าบ้านเดินหน้าตาตื่นเข้ามาก่อนจะใอีกรอบเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนนั่งร้องไห้อยู่ ชายหนุ่มเดินเขาไปหาดึงร่างที่หนาพอๆกันของเพื่อนรักมากอดเอาไว้ ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนหากเวลาอ่อนแอก็เหมือนกับคนทั่วไปนะแหละ ต่อให้เป็ผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกเขาก็เถอะ
"ไม่เป็ไร"
"พวกกูอยู่ตรงนี้"
คำพูดธรรมดาแต่หนักแน่นแฝงด้วยความเป็ห่วงไว้มากมายไม่ใช่แค่พูดแต่พวกเขาทำมันมาตลอดั้แ่แรกที่เพื่อนล้มพวกเขาก็จะล้มเป็เพื่อน เจ็บก็จะแบ่งกันเจ็บเท่าๆกันอย่างน้อยก็ให้มันรู้ว่ามันไม่ได้อยู่คนเดียว
"ถ้ามันทรมานขนาดนี้มึงลองจับไว้อีกครั้งไหม"
"ลองไหม?"
"กูว่าอย่างน้อยมึงก็ไม่ต้องเสียศูนย์ขนาดนี้"
"น้ำหน้าอย่างกูจะไปกล้าจับเขาได้ไงว่ะ มีแต่จะทำให้เขาอาย"
"ถ้าน้องเขาอายเขาจะมาหามึงทำไม มึงทำเขาขนาดนั้นเขายังห่วงมึงอยู่เลย"
"มึงไม่คิดว่าเขารู้อยู่แล้วหรอกเหรอว่าหากมายุ่งกับมึงเขาจะโดนอะไร แต่น้องเขาก็ยังเลือกที่จะอยู่ข้างมึง เข้าหามึงอย่างไม่ท้อถอย"
"มึงลองเห็นแกตัวหน่อยดิว่ะ ลองไม่ต้องสนใจว่าใครจะพูดจะว่ายังไงมึงแค่โฟกัสคนของมึง ไม่เห็นใจความรักของน้องบ้างเหรอ มึงลองไม่ต้องคิดว่าเขาจะเจอคนที่ดีกว่านี้"
"เพราะหากเขาอยากจะเจอคนที่ดีกว่านี้เขาคงไม่มาตื้อมึงหรอก แต่เพราะว่าเป็มึงไง"
ฟ้าผละตัวออกจากเพื่อนมานั่งตัวตรงในสมองขบคิดคำพูดมากมายในหัว ยอมรับว่าคำพูดของฝ้ายจุดประกายความหวังของเขาขึ้นมาอีกครั้ง นั่นซิเจ็บกับคำพูดของคนอื่นดีกว่าการอยู่แบบทรมานโดยไม่มีเธอเสียอีก หากคนพวกนั้นอยากจะพูดเพียงเพราะเขาได้มีความรักดีๆก็ปล่อยให้พวกมันพูดไป
"แลกกับการมีเธอ"
ฟ้าผลุดลุกแล้ววิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรีบเร่งทำเอากล้าและดินแดนอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆและสงสัย มันจะไปไหนของมันว่ะ
10 นาทีต่อมา
ร่างสูงในเสื้อและกางเกงตัวใหม่เดินลงมาจากชั้นสองด้วยสภาพที่ดีกว่าเดิมนิดหน่อยเดินตรงไปหาดินแดนแบมือขอกุญแจรถ ดินแดนส่งให้เพื่อนอย่างงงๆ
"เฮ้ยย!!มึงจะไปไหนว่ะ"
กล้าและฝ้ายลุกขึ้นขวางเพื่อนอย่างไวอยู่ดีๆมาขอกุญแจรถจะไปไหนในสภาพนี้มีหวังตายแน่ๆ
"เอางี้ มึงจะไปไหนให้กูไปส่งดีไหม"
ดินแดนเสนอตัวก่อนหากว่าปล่อยมันไปคนเดียวเผื่อครึ่งชั่วโมงมีเบอร์โรงพยาบาลโทรเข้ามาให้ไปรับศพทำไง
"มึงจะไปไหนแค่บอกกู กูจะพามึงไปส่งถึงที่แน่นอน"
"นี่ที่ไหนว่ะ"
ดินแดนเหลียวซ้ายแลขวาอย่างตื่นตาตื่นใจตาคมเบิกกว้างปากอ้าค้างหันไปหาฝ้ายที่นั่งประจำตำแหน่งคนขับแต่อีกฝ่ายไม่ได้ตื่นตูมเล่นใหญ่เหมือนกับเขา ส่วนกล้าที่นั่งคู่กับฟ้าด้านหลังเพียงมองสอดส่องผ่านรั้วขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบอาณาเขตกว้างใหญ่ของบ้านที่มองจากตรงนี้เห็นเพียงแค่ทางเข้าเท่านั้น
"เรามาถูกที่ใช่ไหมว่ะ"
"ถูกสิ! ดูชื่อที่ติดอยู่ที่กำแพงั์นั่นสิ"
นิ้วเรียวของฝ้ายชี้ชวนให้ดูชื่อที่ป้ายเขียนว่า ธนจิรกานต์สกุล ตัวป้ายถูกสั่งทำพิเศษบ่งบอกความชอบอันเวอร์วังของคุณกานต์เ้าของบ้านได้เป็อย่างดี
"โฮ่ว นี่ไม่ใช่ตกถังข้าวสารแล้ว นี่เรียกว่าถังข้าวทองคำต่างหากละ"
"ไอ้นี่มึงจะพูดทำไม!!"
กล้าชกไหล่ดินแดนไปเต็มแรงแล้วหันมองฟ้าที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา หากมันเปลี่ยนใจกลับทั้งที่มาถึงหน้าบ้านขนาดนี้เพราะคำพูดไอ้ปากเปราะแล้วละก็เขาจะกัดหูมันให้ขาด
พวกเขาต่างเงียบไม่มีใครกล้าพูดออกมาอีก ใบหน้าเรียบเฉยแฝงอะไรอยู่พวกเขาเดาไปออกสักนิด หากเพื่อนเขาเลือกจะกลับพวกเขาก็จะยอมรับและกลับไปดาวน์เป็เพื่อนมันเหมือนเดิม แต่ถ้าหาก...