ลูกสาวหายวับไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ต่อให้มีเทคนิคมายากลเหนือชั้นกว่านี้ก็ทำไม่ได้หลิ่วเย่ว์เหมยเชื่อลูกสาวโดยสมบูรณ์
“เสวี่ย...” ยังไม่ทันพูดคำว่าเอ๋อร์ออกมาไป๋รั่วเสวี่ยก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอ
หลิ่วเย่ว์เหมยอ้าปากค้างหุบไม่ได้อยู่สักพัก
“แม่เชื่อหรือยังคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยเอียงคอถาม
“เชื่อจ้ะ เชื่อแล้ว” หลิ่วเยว์เหมยพยักหน้า เื่นี้เหลือเชื่อเกินไปถึงแม้จะเชื่อลูกสาวแต่ก็ยังยากที่จะยอมรับอยู่เล็กน้อย
“หนูเข้าไปในช่องมิติได้ แต่ไม่รู้ว่าจะพาแม่เข้าไปได้ด้วยไหม”ไป๋รั่วเสวี่ยพูดจบ ก็วางมือบนไหล่หลิ่วเย่ว์เหมยและนึกออกคำสั่งในใจผลคือเธอเข้าไปได้แต่หลิ่วเย่ว์เหมยยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม
“พาคนเข้าไปไม่ได้สินะ” ไป๋รั่วเสวี่ยเศร้าใจเล็กน้อย
“แม่คะ หนูแค่หยดเืลงบนจี้หยกช่องมิติก็ยอมรับหนูเป็เ้าของแม่เองก็เป็คนสกุลไป๋ ไม่แน่ว่าเืของแม่ก็อาจทำให้ช่องมิติรับแม่เป็เ้าของได้เหมือนกัน”ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไรก็ต้องลองดูสักครั้งไป๋รั่วเสวี่ยคว้ามือหลิ่วเย่ว์เหมยมากรีดนิ้วให้เืก็ไหลออกมา
“ไม่ต้องหรอกเสวี่ยเอ๋อร์” หลิ่วเย่ว์เหมยดึงมือตัวเองกลับมา ถ้าเป็เื่เ้าของช่องมิติ นางหวังให้เ้าของคนนั้นคือลูกสาวของตัวเองเพราะไม่มีทางที่ช่องมิติหนึ่งแห่งจะยอมรับเ้าของถึงสองคน
“ลองดูสักครั้งนะคะแม่ไม่แน่ว่าอาจจะได้ก็ได้” ไป๋รั่วเสวี่ยดึงมือหลิ่วเย่ว์เหมยให้เืหยดลงบนจี้หยกจี้หยกส่องประกายเหมือนตอนที่เธอหยดเืลงไปไม่มีผิด “แม่คะแม่เองก็เข้าไปในช่องมิติได้แล้วนะคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยบอกอย่างยินดี
“แม่ก็เข้าไปได้หรือ” หลิ่วเย่ว์เหมยไม่ค่อยแน่ใจ
ไป๋รั่วเสวี่ยจับมือหลิ่วเย่ว์เหมยแล้วนึกคำสั่งขึ้นในใจทั้งสองคนก็เข้ามาในช่องมิติ
“ที่นี่คือช่องมิติอย่างนั้นหรือ”หลิ่วเย่ว์เหมยมองใต้เท้าของตัวเองก่อนมองพิจารณาบริเวณโดยรอบ เธอรู้สึกอัศจรรย์ใจและตื่นเต้นยิ่งนัก
“แม่คะ ตอนนี้ช่องมิติยังมีขนาดเล็กอยู่แต่มันปรับขั้นได้ค่ะ ถ้าปรับขั้นแล้วก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเองแล้วก็จะมีความสามารถอื่นๆ โผล่ออกมาอีกเยอะแยะเลย อย่างเช่นผืนดินนี้ก็สามารถใช้ปลูกพืชได้แน่นอนค่ะ”ไป๋รั่วเสวี่ยพูดจ้อ แต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ถึงแผลบนมือผู้เป็แม่ เธอจึงจูงมือแม่ของเธอไปที่ริมบ่อเล็กและนำมือที่เป็แผลของอีกฝ่ายจุ่มลงในน้ำแผลเล็กๆ แผลนั้นหายดีอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างที่ไม่ทำให้ไป๋รั่วเสวี่ยเสียหน้า
“หายเร็วขนาดนี้เชียวหรือ” หลิ่วเย่ว์เหมยตกตะลึง เพราะไม่ว่ายาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาแผลให้หายได้ภายในไม่กี่วินาทีเื่นี้สุดยอดยิ่งนัก
“เชื่อหรือยังคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยถาม
“เชื่อแล้วจ้ะ” หลิ่วเย่ว์เหมยพยักหน้า
ไป๋รั่วเสวี่ยพาหลิ่วเย่ว์เหมยทะลุกลับมาที่ห้องนอนหลิวเย่ว์เหมยยังคงไม่สามารถดึงสติกลับมาจากเื่ของช่องมิติได้
“แม่คะ พวกเรามีช่องมิติที่มหัศจรรย์แบบนี้แม่ดีใจไหมคะ”
“ดีใจ ดีใจจ้ะ” เป็ธรรมดาที่ความรู้สึกดีใจของหลิวเย่ว์เหมยจะไม่รุนแรงเท่าของไป๋รั่วเสวี่ยการมีช่องมิติแบบนี้ในชีวิตจริงนั้นไม่ได้มีประโยชน์ใช้สอยอะไรมาก แต่บ่อน้ำบ่อนั้นกลับน่าสนใจหากนำมาใช้สอยดีๆ ก็สามารถทำกำไรได้ไม่เลวอย่างแน่นอน ในฐานะที่เป็นักธุรกิจคนหนึ่งจึงทำให้หลิ่วเย่ว์เหมยคิดโยงไปถึงเื่ผลประโยชน์ได้ง่ายดายที่สุด
“แม่อย่าบอกใครเื่ช่องมิตินะคะกับพ่อก็บอกไม่ได้” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดอย่างจริงจัง
“ทำไมล่ะ” หลิ่วเย่ว์เหมยไม่เข้าใจแน่นอนว่าบอกคนอื่นไม่ได้เพราะเกรงว่าคนอื่นจะมุ่งเป้าความสนใจตรงมาแต่ทำไมถึงบอกไป๋จิ้งเหวินไม่ได้ เขาคือพ่อของเสวี่ยเอ๋อร์ คือสามีของนางเอง เป็สมาชิกในครอบครัว
“แม่ฟังหนูนะคะ สาเหตุที่บอกพ่อไม่ได้ก็เพราะกลัวว่าพ่อจะหลุดปากบอกเื่นี้กับคนสกุลไป๋บ้านพ่อมีแต่คนทำตัวเป็ปลิงทั้งนั้น แม่เองก็รู้” ไป๋รั่วเสวี่ยนึกถึงปู่ย่า ลุง ป้าสะใภ้ อาสาม อาสะใภ้สาม แล้วไหนจะยังมีป้าอีกสองคนของตัวเองอีกเพียงแค่คิดก็รู้สึกปวดหัวแล้วก่อนยุคโลกาวินาศคนเ่าั้ก็คิดแต่จะหาผลประโยชน์จากบ้านของพวกเธอ ปีหนึ่งได้ไปเท่าไรก็ไม่รู้จักพอเมื่อถึงยุคโลกาวินาศก็สนแต่ตัวเอง ไม่สนใจไยดีพวกเธอเลย ตอนที่ไป๋หรูอวี้้าจะฆ่าเธอก็ไม่มีสักคนที่จะยืนขึ้นพูดเพื่อเธอสักประโยค คนเ่าั้คือพวกเนรคุณที่กินไม่รู้จักอิ่มชาตินี้เธอจะไม่ยื่นมือช่วยเหลือใครหน้าไหนในบรรดาคนเ่าั้เด็ดขาด
หลิ่วเย่ว์เหมยขมวดคิ้วมุ่น ลูกสาวของนางมีจิตใจโอบอ้อมอารีปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างใจกว้างอยู่เสมอและสนิทสนมกับคนสกุลไป๋มาตลอด แถมเธอยังเป็คนที่ยอมให้ไป๋หรูอวี้มาอาศัยอยู่ที่บ้านอีกตัวเองมีอะไรก็มักจะแบ่งให้อีกฝ่ายส่วนหนึ่งเสมอ แล้วทำไมวันนี้ลูกสาวของนางถึงได้พูดคำพูดเช่นนี้ออกมา
“เสวี่ยเอ๋อร์บอกแม่มาเถอะ ไป๋หรูอี้รังแกหนูใช่รึเปล่า”หลิ่วเย่ว์เหมยคลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจมานาน มองคนได้แม่นยำเสมอ ไป๋หรูอวี้คนนี้ภายนอกดูรู้จักมารยาทจิตใจดี รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบทั้งยังคิดถึงผู้อื่น แต่เนื้อในกระดูกของเธอนั้นเหมือนกับคนสกุลไป๋เ่าั้ไม่มีผิดโลภมาก เห็นแก่ตัวและชุบมือเปิบ
“แม่ไม่ต้องสนใจไป๋หรูอวี้หรอกค่ะปฏิบัติกับเธอเหมือนที่ผ่านมาก็พอ แม่เก็บจี้หยกอันนี้ไว้นะคะแค่นึกในใจว่า้าเข้าไปแม่ก็เข้าไปได้แล้วค่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยไม่คิดที่จะบอกหลิ่วเย่ว์เหมยเื่ยุคโลกาวินาศดูจากนิสัยของแม่แล้ว หากรู้เื่ที่ไป๋หรูอวี้ทำกับเธอไว้ละก็แม่จะต้องขับไล่ไป๋หรูอวี้ออกจากบ้านไปอย่างแน่นอนยิ่งกว่านั้นคือเธอไม่อยากเล่าให่แม่ฟังถึงเื่แสนสาหัสในยุคโลกาวินาศที่ผ่านมาเธอไม่อยากเห็นแม่เสียใจและเศร้าใจเพราะเธอ
“เสวี่ยเอ๋อร์หยกชิ้นนี้เป็ของลูก ลูกต้องเป็คนเก็บไว้สิมีช่องมิติติดตัวลูกเองก็ปลอดภัยขึ้นเยอะ แม่เองก็วางใจ” หลิ่วเย่ว์เหมยนำจี้หยกคล้องไว้บนคอไป๋รั่วเสวี่ยในโลกใบนี้มีแต่ผู้เป็แม่เท่านั้นที่จะคิดถึงลูกสาวหมดหัวใจ
“ยังไงก็ต้องเอาจี้หยกไว้ที่แม่จริงๆ ค่ะเพราะว่าจี้หยกนี้จำเป็ต้องต้องมีแม่ ถึงจะเลื่อนขั้นได้” ไป๋รั่วเสวี่ยบอก
“เลื่อนขั้น เลื่อนขั้นยังไง” หลิ่วเย่ว์เหมยถามอย่างแปลกใจ
“แม่ดูนะคะ นี่คือจี้หยกที่แม่ให้หนูหนูเอามันทิ้งไว้ในช่องมิติ ผลคือจี้หยกกลายเป็หินก้อนหนึ่งแทน จี้หยกกลายเป็หินแต่น้ำภายในมิติกลับมีปริมาณเพิ่มขึ้น สภาพอากาศก็แจ่มใสขึ้นด้วยเล็กน้อย สาเหตุต้องเป็เพราะจี้หยกแน่นอนค่ะ”
“ต้องใช้หยกแถมยังต้องเป็หยกคุณภาพดี” หลิ่วเย่ว์เหมยเม้นปากแน่นและขมวดคิ้วมุ่นหยกชิ้นนี้เป็หยกคุณภาพดีเยี่ยม ชิ้นหนึ่งมีราคาหลายแสนหยวน หยกราคาหลายแสนหยวนสามารถทำให้น้ำในช่องมิติมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อยทั้งยังช่วยให้สภาพอากาศดีขึ้นเล็กน้อยอีก ถ้าจะเลื่อนระดับช่องมิติให้ดีขึ้นกว่านี้จะต้องใช้หยกราคาเท่าไรนั่นไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ เลย หลิ่วเย่ว์เหมยคิดคำนวณในใจการลงทุนครั้งนี้กับผลที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าหรือไม่ การใช้ประโยชน์จากน้ำในจี้หยกเพื่อหาเงินนั้นจะต้องดำเนินการอย่างไรแล้วต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะคุ้มทุน
ไป๋รั่วเสวี่ยเห็นว่าหลิ่วเย่ว์เหมยยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับเป็ระยะเวลานานสองนานไป๋รั่วเสวี่ยเข้าใจผู้เป็แม่ดี รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ท่าทางหลุบตาลงต่ำแบบนั้นคือกำลังคิดคำนวณถึงกำไรขาดทุนที่จะได้ ดังนั้นเธอจึงต้องใช้ยาขนานแรงทำให้ผู้เป็แม่ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่
“แม่เชื่อใจหนูไหมคะ” ไป๋รั่วเสวี่ยถาม
“เชื่อสิจ๊ะ แน่นอนว่าต้องเชื่อลูกลูกเป็ลูกสาวของแม่ แม่ไม่เชื่อลูกแล้วแม่จะไปเชื่อใคร” หลิ่วเย่ว์เหมยไม่เข้าใจว่าทำไมไป๋รั่วเสวี่ยถึงถามแบบนี้
“แม่คะเื่ที่หนูจะบอกแม่ต่อไปนี้เป็เื่จริงค่ะแม่จะต้องรักษาความเยือกเย็นไว้นะคะ ไม่ต้องใค่ะ” ไป๋รั่วเสวี่ยพูดอย่างเคร่งขรึมเดิมทีไป๋รั่วเสวี่ยไม่อยากพูดถึงเื่ยุคโลกาวินาศที่กำลังมาถึง เพราะจะทำให้เธอปิดความลับเื่ที่ตัวเองคืนชีพกลับมาไม่ได้อีกต่อไปเธอไม่อยากเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วให้แม่ฟัง ตัวเธอโง่เขลาเกินไป ทั้งยังมีชีวิตที่น่าอดสูเกินไปอีกด้วยซึ่งอาจทำให้แม่เ็ปใจได้ แต่คิดๆ ดูแล้วยังไงก็ต้องพูดเื่นี้เพราะเื่ที่เธอจะย้ายมหาวิทยาลัยยังไงก็ต้องให้แม่ช่วยอยู่ดี
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของลูกสาวหลิ่วเย่ว์เหมยก็อดไม่ได้ที่จะเคร่งขรึมตาม
“แม่คะหนึ่งปีหลังจากนี้จะถึงวันโลกาวินาศค่ะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/9ee8f63c050427e101e8f9d6b0d57428