วันต่อมาเหวยเซียงนั้นต้องติดตามองค์ชายรองซึ่งปลอมพระองค์เป็สามัญชนเสด็จออกนอกวัง โดยเหวยเซียงจะทำหน้าที่เป็สาวใช้ สถานที่แรกที่นางต้องไปก็คือ เรือนบัณฑิต ซึ่งเป็สถานที่ที่ให้เหล่าบัณฑิตสามารถวาดภาพแต่งกลอนได้อย่างอิสระเสรี
“เราจะแต่งกลอนอยู่ที่นี่ เ้าอยากไปไหนก็ไป” องค์ชายหยางต้วนตรัส
“จริงหรือเพคะ เอ้ย จริงหรือเ้าคะ” เหวยเซียงยังไม่ชิน
“ไปได้แล้ว” องค์ชายตรัสไล่
“เ้าค่ะ” แต่เหวยเซียงสนใจชมภาพวาดเลยเดินดูภาพไม่ยอมไปไหน ซึ่งนั่นทำให้เหวยเซียงนั้นเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
ตอนแรกเหวยเซียงเข้าใจว่าองค์ชายรองเสด็จมาที่เรือนบัณฑิตแห่งนี้เพราะพระองค์ทรงเ้าสำราญ แต่พอเห็นว่าพระองค์ทรงส่งจดหมายอะไรบางอย่างให้กับบัณฑิตที่เขียนกลอนอยู่ข้างๆ คิดว่าจดหมายนั่นต้องเป็จดหมายสำคัญ เพราะบัณฑิตคนนั้น แท้จริงแล้วเขาเป็แม่ทัพไฉ่ที่แต่งเป็บัณฑิต ทำไมเหวยเซียงถึงรู้น่ะหรือ ก็เพราะนางเคยไปรักษาอาการป่วยของท่านแม่ของแม่ทัพไฉ่น่ะสิ
เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เหวยเซียงจึงพยายามทำเป็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ พอถึงเวลาที่องค์ชายรองทรงเขียนกลอนเสร็จ พระองค์ก็เสด็จออกจากเรือนบัณฑิต เมื่อเห็นนางกำนัลที่กำลังรออยู่ด้านนอกพอดี ก็พยักหน้าให้เดินตาม
“ไปที่ไหนต่อหรือเ้าคะ” เหวยเซียงอยากรู้
“พายเรือเล่นกัน” องค์ชายรองทรงตรัสสั้นๆ
“หิวมั้ยเ้าคะ” เหวยเซียงเห็นว่ามันเป็เวลาเย็นพอดี
“งั้นแวะที่โรงเตี๊ยมก่อนก็แล้วกัน” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงจึงเดินตามเ้านายเข้าไปในโรงเตี๊ยม พอถึง เ้านายก็สั่งอาหารเกือบเต็มโต๊ะ
“มันจะไม่เยอะไปหรือเ้าคะ” เหวยเซียงกลัวทานไม่หมด
“ทานไปเถอะน่า”
เหวยเซียงรู้สึกเก้อเขินที่ต้องทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกับชายสูงศักดิ์ แต่ก็ต้องอดทนทานอยู่นิ่งๆ สักพักอยู่ดีๆ ก็มีสาวงามเดินเข้าไปทักเ้านายของนาง
“แหม ท่านหยางต้วน ทำไมหมู่นี้ท่านไม่แวะหอโคมเขียวบ้างเลยล่ะเ้าคะ รู้มั้ยว่าข้าคิดถึงท่านมากแค่ไหน แล้วผู้หญิงนี้เป็ใครกัน”
“ฮูหยินของข้า” องค์ชายรองตรัสสั้นๆ
สาวใช้ที่กำลังซดน้ำแกงอยู่ถึงกับสำลัก
แคร็กๆ แคร็กๆ “เอ่อ มันไม่….”
“อย่าคิดมากเลยฮูหยิน ผู้หญิงคนนี้ก็แค่ล้อเล่นน่ะ” องค์ชายรองตรัสด้วยสีหน้าเ็า
“เอ่อ งั้นข้าไม่รบกวนครอบครัวท่านนะเ้าคะ” สาวงามหันหลังเดินไปก็บ่นพึมพำว่า “ข้านึกว่าสาวใช้เสียอีก”
“พระองค์ เอ้ย เหตุใดท่านถึงกล่าวเท็จเช่นนั้นล่ะเ้าคะ”
“ข้าไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดน่ะ อิ่มหรือยัง จะได้ไปที่อื่นต่อ” องค์ชายรองตรัส
“อิ่มแล้วเ้าค่ะ” เหวยเซียงมองเห็นเ้านายวางอัฐ แล้วเดินนำไปที่ท่าน้ำเพื่อเตรียมขึ้นเรือท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์
และแล้วคนที่พายเรือก็คือเหวยเซียง ส่วนเ้านายก็ยืนหันหลังให้สาวใช้ แล้วเป่าขลุ่ยด้วยเพลงอันไพเราะเสนาะหู
เหวยเซียงชื่นชมในความสง่างามของชายสูงศักดิ์ ติดอยู่แค่เขาดูหยิ่งยโสไปเท่านั้น
“เหวยเซียง! อย่ามัวแต่เหม่อ จะชนเรือลำอื่นได้”
“อ้อ เ้าค่ะ เ้าค่ะ ขออภัยเ้าค่ะ”
แล้วชายสูงศักดิ์ก็เป่าขลุ่ยต่อ
สักพักเหวยเซียงก็ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งที่นั่งบนเรืออีกลำกำลังร้องเพลงคลอไปกับเสียงขลุ่ย ในความหมายของเพลงนั้นเกี่ยวกับคู่รักที่ไม่สมหวังก็จริง แต่ถ้าสังเกตฟังดูดีๆ แล้ว ชายผู้นั้นจะเน้นเสียงบางคำ ถ้าจดจำคำเ่าั้ได้ แล้วนำมาปะติดปะต่อกัน จะได้คำว่า “ไปพบกันที่หอโคมเขียวคืนนี้”
เหวยเซียงที่ล่วงรู้ความหมายนั้นก็ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ และรอดูว่าเ้านายของนางจะไปสถานที่แห่งนั้นหรือไม่
หลังจากขึ้นไปบนท่าเรือ เ้านายของนางก็เดินนำละลิ่วไปที่ตลาด
เหวยเซียงคิดในใจว่า “ทำไมพระองค์ถึงทรงสำราญไปวันๆ นะ ทำไมไม่เห็นเหมือนองค์รัชทายาทที่กำลังเสด็จไปที่หมู่บ้านที่กำลังประสบเคราะห์ภัย พร้อมกับทรงให้ความช่วยเหลือชาวประชาล่ะ”
“เราจะไปสถานเริงรมย์ เ้าจะไปไหนก็ไป” องค์ชายรองตรัส
“เ้าค่ะ” แต่ถึงกระนั้นเหวยเซียงก็ไม่กล้าไปไหนไกล เพราะนางต้องติดตามเ้านายกลับวัง นางก็เลยรออยู่หลังหอโคมเขียว
************************************************
เหวยเซียงยืนรออยู่ใต้ต้นไม้สักพักนางก็เห็นคนรู้จักเลยรีบทักทันที “อ้าว เหมยซู ทำไมเ้าถึงอยู่ที่นี่ หรือว่าเ้า…”
“ท่านหมอเหวยเซียง!” หญิงสาวใสุดขีด จึงรีบวิ่งหนีทันที
เหวยเซียงไม่รอช้ารีบวิ่งตามไปติดๆ “คุยกันก่อนสิเหมยซู รู้มั้ยว่าแม่ของเ้าห่วงเ้ามากเพียงใด เ้าไม่ห่วงท่านบ้างเลยงั้นหรือ”
เหมยซูยอมหยุดวิ่งและหันไปคุยกับคนรู้จัก นางกล่าวว่า “ห่วงสิเ้าคะ”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงทำแบบนี้ล่ะ” เหวยเซียงไม่เข้าใจ
“ข้าทำไปก็เพื่อชดใช้หนี้ที่ครอบครัวของข้าก่อไว้เ้าค่ะ” เหมยซูกล่าวเสียงเศร้า
“ข้าหาอัฐไปไถ่ตัวเ้าออกมาดีมั้ย” เหวยเซียงอยากช่วย
“ขอบคุณท่านหมอมาก ท่านดีต่อข้าเสมอ แต่ทำไม่ได้หรอกเ้าค่ะ” เหมยซูซาบซึ้งในน้ำใจของท่านหมอ
“ทำไมล่ะ” เหวยเซียงสงสัย
“ข้ากำลังท้องกับลูกชายเ้าของหอโคมเขียว เขาไม่ได้ให้ข้าทำงานปรนนิบัติลูกค้า ทำเพียงจัดผู้หญิงให้ลูกค้าเท่านั้นเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“เ้ามีความสุขงั้นหรือ” เหวยเซียงคิดว่าสถานที่แบบนี้ไม่เหมาะกับหญิงสาวใสซื่ออย่างเหมยซู
“ถึงยังไง ข้าก็รักเขาไปแล้วเ้าค่ะ หากท่านมีความรัก ท่านก็จะเข้าใจข้าเอง” เหมยซูยอมทำทุกอย่างเพื่อคนรัก
“เอาเถอะ ข้าขอให้เ้ามีความสุขก็แล้วกัน” เหวยเซียงต้องยอมปล่อยวาง
“แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่ สถานที่แบบนี้ไม่เหมาะกับท่านเลย” เหมยซูสงสัย
“ข้าติดตามเ้านายมา เ้านายของข้ากำลังหาความสุขอยู่” เหวยเซียงไม่สะดวกใจจะพูด
“อ้อ ชายที่สง่างามคนนั้นนั่นเอง เขาไม่ได้เที่ยวผู้หญิงหรอก เขามาคุยธุระกับเหล่าขุนนางที่นี่ต่างหาก ฉากหน้าทำเพื่อตบตาใครบางคนเท่านั้น” เหมยซูเห็นว่าท่านหมอเป็เพื่อนสนิทจึงยอมเผย
“เ้าว่าไงนะ” เหวยเซียงใเพราะนั่นหมายความว่าเ้านายของตนกำลังคิดการใหญ่
“ชายคนนั้นสนใจผู้หญิงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ข้าเคยแนะนำผู้หญิงให้ก็ตั้งหลายคน เขาไม่เคยพอใจใครเลยสักคน” เหมยซูบ่น
“ขอบใจเ้ามาก เ้าไปทำงานต่อเถิด ทานยาบำรุงบ้างนะ” เหวยเซียงเป็ห่วงหญิงสาวตั้งครรภ์อ่อนๆ
“ท่านจัดยาให้ข้าได้มั้ย ข้าไว้ใจท่าน” เหมยซูคิดว่าพอดีเลย
“ได้สิ งั้นข้าขอกระดาษและพู่กัน” เหวยเซียงกล่าว
“งั้นตามข้าเข้าไปข้างในก่อน”
เหวยเซียงจำต้องเดินตามเหมยซูเข้าไปทางด้านหลังหอโคมเขียวเพื่อเขียนใบสั่งยาบำรุงครรภ์ให้กับเพื่อนสาวที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน
เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อย เหวยเซียงเห็นว่าไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว นางเองก็อยากรู้ว่าเ้านายคุยธุระอะไรกับเหล่าขุนนาง เลยลอบเข้าไปดูที่หลังห้องลับ
เหวยเซียงเจาะรูผนังห้องเข้าไปก็เห็นองค์ชายรอง แม่ทัพที่เรือนบัณฑิต และเหล่าขุนนางประมาณอีกห้าคนกำลังประชุมปรึกษากันถึงเื่บางอย่าง
“กำลังอาวุธพร้อมหรือไม่” องค์ชายรองตรัส
“พ่อค้าแคว้นฝางกำลังส่งมาพะย่ะค่ะ” ขุนนางท่านหนึ่งรายงาน
“ดีมาก อีกไม่นานก็จะถึงวันนั้นแล้ว” องค์ชายรองทรงรู้สึกสมพระทัยที่ทุกอย่างกำลังจะเป็ไปตามแผนการ
“พวกเราจะสนับสนุนพระองค์เต็มที่พะย่ะค่ะ” ท่านแม่ทัพไฉ่กล่าว
“ขอบใจทุกคนมาก หากเราได้เป็ใหญ่ เราจะไม่มีวันลืมทุกคนเลย” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงใมากกับเื่ราวที่ได้ยิน นางคิดในใจว่า “หรือว่าองค์ชายรองกำลังคิดก่อการฏ”
เหวยเซียงกลัวว่าจะโดนจับได้ที่ลอบแอบฟัง นางจึงรีบออกจากหอโคมเขียวแล้วไปรอที่ด้านหลังเหมือนเดิม พยายามทำตัวให้ปกติมากที่สุด
ผ่านไปนานพอสมควร เ้านายก็เดินออกมา
“เสด็จกลับเลยมั้ยเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ อยู่ดีๆ เ้านายก็พุ่งตัวเข้าไปบีบคอหญิงสาวและผลักจนหลังของนางชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่
“ซะ ซะ ทรง ทำแบบนี้ทำไมเพคะ” เหวยเซียงพยายามพูด นางไม่เข้าใจว่านางทำอะไรผิด
“เ้ารู้เื่ทั้งหมดแล้วนี่” องค์ชายรองตรัสอย่างรู้ทัน
“เื่อะไรเพคะ หม่อมฉันไม่เข้าใจ” เหวยเซียงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“เราไม่ชอบสาวใช้ที่รู้ทันทุกอย่างแบบนี้ เ้าแอบเข้าไปในหอโคมเขียวและแอบฟังเื่ที่พวกเราประชุม” องค์ชายตรัส
“พระองค์ทรงรู้ได้ยังไงเพคะ” เหวยเซียงใ
“เราจำกลิ่นของเ้าได้” องค์ชายรองตรัสสั้นๆ
“หม่อมฉันสัญญาเพคะ จะไม่แพร่งพรายอะไรทั้งนั้น ทรงไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ” เหวยเซียงยังไม่อยากตายตอนนี้
“นั่นท่านจะทำอะไรท่านหมอเหวยเซียงน่ะ ปล่อยนางเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นข้าจะเรียกทางการให้มาจับท่าน” เหมยซูะโขู่
“นางเป็หมองั้นหรือ” องค์ชายรองทรงแปลกพระทัย
“ใช่ นางเป็หมอฝีมือเยี่ยมด้วย” เหมยซูอวด
องค์ชายทรงปล่อยคอของหญิงสาว และหันไปบอกเหมยซู “ข้าแค่ทำโทษสาวใช้ของข้า จริงมั้ยเหวยเซียง”
“จริง มันไม่มีอะไรหรอกเหมยซู ข้าไม่เชื่อฟังเ้านาย ท่านก็เลยทำโทษข้าเท่านั้นเอง” เหวยเซียงรีบแก้ตัวให้
“งั้นถ้าไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ข้าขอตัวก่อน” เหมยซูเห็นท่านหมอยืนยันแบบนั้นก็เลยยอมกลับเข้าไปในหอโคมเขียว
“เ้าเป็เพื่อนกับนางงั้นหรือ” องค์ชายรองทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์ เหมือนมีแผนการบางอย่าง
“ใช่เ้าค่ะ” เหวยเซียงกล่าว
“งั้น หากเ้าแพร่งพรายหรือนำเื่ราวต่างๆ นี้ไปบอกใคร ข้าจะลงโทษนางด้วย” องค์ชายตรัส
“อย่านะเพคะ นางไม่รู้อะไรด้วย แถมนางยังตั้งครรภ์อีกต่างหาก” เหวยเซียงเป็ห่วงความปลอดภัยของเพื่อนสาว
“นั่นสิ เ้าจะยอมแลกอีกสองชีวิตหรือเปล่านะ” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่บอกใครเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ได้ งั้นกลับวัง วันพรุ่งนี้ข้าจะแลกเ้ากับนางกำนัลของน้องสาวข้า” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงกลับรู้สึกโล่งใจที่จะได้ไม่ต้องรับใช้ชายสูงศักดิ์ผู้นี้
“แต่เราจะส่งคนจับตาดูพฤติกรรมของเ้าทุกฝีก้าว จำไว้” องค์ชายรองทรงไม่ยอมปล่อย
“เพคะ” เหวยเซียงรู้สึกผิดหวังที่ตนนั้นหนีไม่พ้น
และแล้วเหวยเซียงก็ได้ย้ายตำหนักไปรับใช้องค์หญิงเซียงเซียง เหตุเพราะรู้มากเกินไป สอดรู้สอดเห็นมากไป และฉลาดเกินไป องค์ชายทรง้านางกำนัลที่รู้ไม่เท่าทัน แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
กลับกันกับองค์หญิงเซียงเซียง พระองค์ทรง้าเพื่อนคู่คิดหรือกุนซือคอยชี้แนะ ซึ่งพระองค์เองก็ทรงรู้สึกยินดีที่เหวยเซียงจะมาอยู่รับใช้พระองค์
************************************************
ณ ตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง
“เป็ความจริงหรือเพคะ ที่พระองค์ทรงยอมแลกนางกำนัล” องค์หญิงตรัสอย่างยินดี
“เ้าชอบนางงั้นหรือ ทำไมเ้าดีใจมากขนาดนั้น” องค์ชายรองทรงแปลกพระทัย
“หม่อมฉันรู้สึกถูกชะตากับนางเพคะ” องค์หญิงตรัส
“ก็ดีเหมือนกัน นางเป็หมอด้วย นางต้องช่วยให้เ้ามีสุขภาพดีขึ้นได้แน่” องค์ชายรองทรงอยากให้เหวยเซียงดูแลสุขภาพให้น้องสาว
“จริงหรือเพคะ เหวยเซียงเป็หมอด้วย” องค์หญิงทรงแปลกพระทัย
“ใช่ งั้นพี่พาตัวนางกำนัลกลับตำหนักเลยก็แล้วกัน” องค์ชายรองตรัส
“เพคะ” องค์หญิงตรัส
“เอ้อ พี่มีอะไรจะคุยกับเหวยเซียงเป็การส่วนตัว” องค์ชายรองทรงนึกขึ้นได้
“งั้น หม่อมฉันขอตัวนะเพคะ” องค์หญิงตรัสอย่างเข้าพระทัย
พอองค์หญิงเซียงเซียงเสด็จเข้าไปด้านใน ชายสูงศักดิ์ก็รีบเข้าจู่โจมโดยเอายาลูกกลอนยัดใส่ปากของเหวยเซียง
เหวยเซียงขัดขืนไม่ได้ จำต้องกลืนยาเม็ดนั้นเข้าไป
“พระองค์ทรงทำอะไรเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“มันเป็ยาพิษ หากเ้าไม่อยากตาย เ้าต้องมาหาข้าทุกคืนเป็เวลายี่สิบวัน เพื่อมารับยาแก้พิษ” องค์ชายรองตรัส
“หม่อมฉันจะไม่บอกใครเพคะ ทำไมถึงไม่เชื่อใจหม่อมฉัน” เหวยเซียงคิดว่าไม่เห็นต้องทำกันถึงขนาดนี้เลย
“เรา้าให้เ้ารายงานความเป็ไป เอาล่ะคืนพรุ่งนี้ เราจะสั่งการเ้า ค่อยเจอกันใหม่นะ” องค์ชายรองทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์ แล้วเสด็จกลับตำหนักของพระองค์พร้อมกับนางกำนัลคนใหม่
เหวยเซียงนึกว่าตนนั้นจะรอดพ้นเงื้อมมือชายสูงศักดิ์ผู้นี้แล้ว ที่ไหนได้นางจะต้องไปเจออีกตั้ง 20 วัน