ผู้คนรอบข้างต่างส่งเสียงฮือฮาออกมาหลังตู้ฟางซินกล่าวจบและเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมพร้อมกับสาวใช้ ซือโถวพยุงไป่เยว่ชิงยืนขึ้นแล้วพูดเสียงดัง
“คุณหนูไม่ต้องเสียใจนะเ้าคะ เรามาขอโทษนางแล้วหากนางยังมิให้อภัยก็อย่ารั้งนางไว้เลยเ้าค่ะ” ไป่เยว่ชิงยืนร้องไห้ซับน้ำตาอย่างน่าสงสาร
“แต่นางเป็สหายที่ดีที่สุดของข้านะ ตอนนี้นางแค่เข้าใจผิดเล็กน้อยหากวันหน้านางคิดได้ข้าก็ยินดีที่จะรอนาง”
“ตอนนี้นางแค่หลงผิดไปชั่วครู่เ้าค่ะ..กลับจวนก่อนนะเ้าคะคุณหนูเพิ่งหายจากไข้ประเดี๋ยวไข้จะกลับ..ไปเถิดเ้าค่ะ” ประคองคุณหนูออกเดินจากไปทิ้งเื่ราวน่าสงสารไว้ให้ผู้คนด้านหลังได้ขบคิด
๑---------------------๑
บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมมีคุณหนูสองคนนั่งมองละครเ้าน้ำตาด้านล่าง
“ฮึ…เข้าใจผิดเช่นนั้นรึ!! ข้ามิใช่คนโง่งมขนาดที่จะมิรู้ว่านางเป็คนผลักข้า สาวใช้ของข้าเห็นทุกอย่างนางยังกล้ากลับดำเป็ขาว..นี่รึสหายรัก” พูดออกมาเสียงดัง ตอนนี้ภายในห้องกว้างแยกโต๊ะออกเป็สองชุด สำหรับคุณหนูสองคนหนึ่งชุดและอีกชุดสำหรับบ่าวและสาวใช้รวมห้าคน
“เอ้าๆๆ ..ช่างนางเถอะชนแก้วๆ” ยกถ้วยสุราที่มีขนาดเหมือนแก้วป๊อกเหล้าในชาติที่แล้วชนกับตู้ฟางซิน
“ชนแก้วอันใดของเ้า” ทำหน้างงกับคำแปลกๆ แต่ก็ยกถ้วยชน เกร้ง เกร้ง!!
“ดื่ม..ไม่เมาไม่เลิก55” ฟางซินทำหน้าเอือมระอา ‘นี่นางเป็คนเช่นนี้รึ’
ผ่านไปราวหนึ่งเค่อ..สุราหมดไปสองไหหลังจากที่ตู้ฟางซินสังเกตเหม่ยเซียนอยู่นานจึงเอ่ยขึ้น
“เหตุใดจึงชวนข้าร่ำสุรา ได้ข่าวว่าเราไม่ได้สนิทสนมกันมากถึงเพียงนั้นมิใช่รึ” มีความสงสัยและหวาดระแวงว่าจะถูกหลอกใช้เฉกเช่นสหายคนเดิมจึงเอ่ยถามขึ้น
“มิรู้สิ!!แค่อยากชวนก็ชวนวันนี้ข้าอารมณ์ดีอยากมีสหายร่วมดื่มด้วย เ้าอย่าได้คิดเยอะไป..ไหนๆ เราก็โดดเดี่ยวเดียวดายแล้ว.เรามาจับมือเป็สหายกันเถอะนะ55555” ดวงตาเริ่มหวานเชื่อม ยกมือทำท่าเช็คแฮนด์
“พูดจาอันใดของเ้า โดดเดี่ยวเดียวดายแล้วอย่างไร??” ‘นี่นางกำลังจะเมาเรอะ’ นิ่งค้างไปนิดก็ถูกเหม่ยเซียนคว้ามือไปจับ เขย่าๆ
“อ่าา..เป็สหายกันแล้วน้าาาา” ยิ้มหวานยกสุราขึ้นดื่มไม่ขาดปาก ตู้ฟางซินหันหน้ากลับไปถามสาวใช้
“คุณหนูของพวกเ้าเมาง่ายขนาดนี้เชียวรึ??”
“ยังไม่เมาเ้าค่ะแค่เริ่มตาลาย..วันปักปิ่นก็เป็เช่นนี้แต่ยังพูดคุยรู้เื่นะเ้าคะ" เสี่ยวถงตอบ
“ตาลายนี่ไม่เมาเรอะ!!!มันต่างกันที่ใดเล่า!!" หันมองเหม่ยเซียนแล้วยกยิ้ม ‘ดูนางก็ไม่ได้เลวร้ายอันใดนี่’ “เหม่ยเซียน”
“หืมม..” หันมามองตู้ฟางซิน
“ตอนนี้เ้า..มีสมรสพระราชทานกับองค์ชายทั้งสองพระองค์ เ้าคิดว่าจะรับมือไหวหรือไม่” ถามยิ้มๆ
“รับมืออะไร??? ..อืม ไม่รู้สินะอาจจะรับไหวก็ได้ แต่เอ….แล้วถ้าไม่ไหวล่ะอืมมมม" ‘รับมืออะไรน้าา’ ทำหน้าครุ่นคิดแล้วหันมองตู้ฟางซินที่นั่งกลั้นหัวเราะ..หรี่ตาลงเล็กน้อย ยื่นถ้วยสุราไปชนอีก เกร้ง เกร้ง! “หวังสิ่งใดอยู่หราาา ข้าไม่แบ่งใครให้หรอกนะ…อะไรที่เป็ของข้า ข้าจะหวงมากกกก" ขยับไปใกล้ๆ ตู้ฟางซินและจับบ่านางสองข้าง “ถึงแม้เ้าจะพึงใจต่อพี่หย่งเซิง…แต่ตอนนี้พี่หย่งเซิงเป็ของข้า เ้าจงทำใจซะเถอะ” 55555 เงยหน้าหัวเราะตบบ่าฟางซิน ปุๆ
“หึ…อันที่จริงข้าก็ไม่ได้เสียใจอันใดมากมายหรอกนะที่เ้าเห็นข้าตามเฝ้าตามดูองค์ชายสามเป็เพราะคำแนะนำของเยว่ชิงทั้งสิ้น..และข้าก็คิดว่าถ้าบุตรีพ่อค้าเช่นข้าได้เป็ชายาหรือสนมขององค์ชายสักพระองค์คงจะทำให้ทางบ้านข้ามีหน้ามีตาขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น” ยกสุราขึ้นดื่มย้อมใจสองถ้วยเหม่อมองออกไปด้านนอก ‘เมานิดๆ แล้วล่ะ’
“อย่าห่วงเลยฟางซิน!!! ตอนนี้เ้าเป็สหายข้า ถึงแม้ข้าจะมองหาองค์ชายมาเป็คู่สมรสให้เ้ามิได้แต่ข้าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเสาะหาแม่ทัพรูปงาม องอาจ ที่สุดในเมืองหลวงมาให้เ้าสองคนแทน!!!” หึหึหึ 55555
“ห้ะ” ใทั้งห้องทั้งนายทั้งบ่าว
“ตำแหน่งแม่ทัพๆๆ” นั่งตบมือเพ้อฝันแทนตู้ฟางซินที่นั่งอ้าปากค้าง ‘เ้าได้ใจข้าจริงๆ เหม่ยเซียน’
ลี่หงนั่งหัวเราะจนอดมิได้ที่จะเป่าปากเรียกนกส่งสารมา..ส่งจดหมายออกไปอีกหนึ่งฉบับ ‘คุณหนูเมาสุราน่ารักไม่หยอกจริงๆ’
*ในเวลาเดียวกันนั่นเอง ‘แม่ทัพจางเหวินเป่า’ ที่กำลังควบม้ากลับเขตชายแดนก็รู้สึกหนาวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ ‘วันนี้อากาศช่างหนาวเย็นเสียจริง’ เหวินเป่าคิดและควบม้าต่อไป
๑------------------------๑
ในรถม้าจวนสกุลไป่
“เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้” ไป่เยว่ชิงนั่งทำหน้าเครียดขยำกระโปรงจนยับยู่ยี่ ตู้ฟางซินคนหัวอ่อนที่เคยเชื่อนางมาตลอด มาวันนี้กลับมีท่าทีแข็งกระด้างขึ้น
“อีกไม่นานคุณหนูตู้จะต้องกลับมาหาคุณหนูแน่นอนเ้าค่ะ ยิ่งคุณหนูจูมีสมรสกับองค์ชายเ้าหย่งเซิงด้วยแล้ว คุณหนูตู้ต้องมิพอใจเป็แน่ตอนนี้อาจจะทำเป็เสแสร้งแกล้งเป็สหายกับนางไปก่อนเพื่อลองใจคุณหนูก็ได้นะเ้าคะ” ซือโถวออกความเห็นไป่เยว่ชิงนั่งคิดตาม
“แต่ถ้าหากจูเหม่ยเซียนตกลงยินยอมและชักชวนให้ตู้ฟางซินเป็ชายารองล่ะ!!!” หน้าซีดเผือด “ข้าา..าาพลาดอีกแล้วว..อ๊ายยย!!” ดีดดิ้นสับขาไปมากับความคิดเองเออเองของตน
“ใจเย็นๆ เ้าค่ะคุณหนู” จับคุณหนูไว้อย่างมิรู้จะทำเช่นไร
“เ้าก็รู้ว่าตู้ฟางซินมีประโยชน์กับข้าเพียงใด สินค้าใหม่ๆ ที่มาจากจวนของนางก่อนนำไปวางขายนางมักจะแบ่งมาให้ข้าใช้ก่อนทั้งสิ้น อีกอย่างนางยังใช้สอยง่ายอีกบอกให้ทำสิ่งใดก็ทำ”
“บ่าวรู้เ้าค่ะ…แต่ฮองเฮากล่าวว่าจะมิรับสนมชายาเพิ่มมิใช่หรือเ้าคะ" ก้มหน้า
“ถ้าจูเหม่ยเซียนเป็ผู้ยินยอมเองและองค์ชายทรงตกลง จางฮองเฮาก็ว่ากล่าวอันใดไม่ได้ หากตู้ฟางซินได้เป็ชายารอง…แล้วข้า..ข้าจะได้เป็อันใด” หน้าตาบิดเบี้ยวแดงก่ำไปถึงใบหู ‘ท่านพ่อช่วยข้าด้วย’
๑------------------------๑
วังหลวง ณ ตำหนักส่วนพระองค์ (ตำหนักอี้หลง)
“พระองค์ว่าอย่างไรนะพะยะค่ะ” เสนาบดีจูเอ่ยถามฮ่องเต้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เราบอกว่าเสนาบดีไป่เริ่มลงมือแล้วน่ะสิ!!เ้าต้องระวังตัวไว้ องครักษ์เงามาแจ้งแก่เราว่าเสนาบดีไป่กำลังว่าจ้างนักฆ่า ตอนที่บ่าวนั่นไปสั่งงานเงาของเราได้ตามขอทานที่รับงานนั่นไปแต่ฝีเท้าที่รวดเร็วของมันและความชำนาญด้านเส้นทางในตลาดจึงทำให้คลาดสายตาไปได้ ตอนนี้รอเวลาให้พวกมันลงมือ ถ้าหากจับพวกมันได้เราอาจจะมีหลักฐานสาวไปถึงตัวเสนาบดีไป่ รอดูเถิดเราจะจัดการถอนรากถอนโคนออกให้สิ้นตอบแทนในความมักใหญ่ใฝ่สูงของสองพ่อลูกนั่น"
“แต่ลูกว่าเื่ไม่น่าจะง่ายดายเช่นนั้นพะยะค่ะเสด็จพ่อ อย่างที่เรารู้กันว่านักฆ่ารับจ้างทำงานใดมักจะไร้ร่องรอยเสมอหากว่าจับตัวพวกมันได้ใช่ว่าพวกมันจะยินยอมสารภาพและซัดทอดไปถึงผู้จ้างวาน นักฆ่าส่วนใหญ่มิรู้จักผู้จ้างวานด้วยซ้ำเพียงแค่รู้เป้าหมายและรับตั๋วเงินทุกอย่างก็จบ” รัชทายาทกล่าวถึงเื่สำคัญ
“พ่อถึงให้เ้าไปสืบเื่ทุจริตที่ดินทำกินนอกเมืองที่เสนาบดีไป่มีส่วนร่วมอยู่อย่างไรเล่าหากจับมิได้อย่างหนึ่งก็ควรต้องจับอย่างหนึ่ง แต่เื่ลอบสังหารเชื้อพระวงศ์มีโทษหนักกว่า อย่างไรเราก็ต้องจับพวกมันให้ได้ซักคน ตอนนี้ขอทานนั่นคงกำลังจัดเตรียมการอยู่ถึงยังไม่มาเร่ขอทานในตลาด ่นี้เ้าก็ช่วยกล่าวเตือนลูกสะใภ้เราด้วยเล่าว่าอย่าออกนอกจวนบ่อยนัก” หันหน้าไปบอกเสนาบดีจู
“พะยะค่ะ” พร้อมทำหน้าหน่ายใจ อยากจะเถียงว่ายังมิใช่สะใภ้แต่ก็ค้านต่อล้อต่อเถียงทำได้แค่ตอบรับ
“เื่ทุจริตที่ดิน สำหรับเสนาบดีไป่ถือว่าทำได้ง่ายนะพะยะค่ะเพราะว่าเป็ที่ปรึกษาด้านการปลูกพืชผัก ปลูกข้าวอยู่แล้วพวกชาวบ้านนอกเมืองผู้ใดมิรู้หนังสือส่วนใหญ่ก็มักถูกฉ้อโกงหลอกให้นำที่ดินมาจำนำแล้วประทับลายนิ้วมือแต่ในความเป็จริงกลับเป็หนังสือซื้อขาย เื่นี้เกี่ยวพันถึงผู้ว่าการนอกเมืองที่รู้เห็นเป็ใจ มิใช่เื่เล็กๆ เลย” รัชทายาทกล่าวหน้าเครียด
“หากสืบหาหลักฐานการฉ้อโกง สัญญาซื้อขายอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถดำเนินการได้ทันที เื่นี้มีผู้ร้องเรียนมาจำนวนมากแต่กลับถูกปล่อยผ่านช่างน่าสงสารพวกเขายิ่งนักพะยะค่ะ” เสนาบดีจูกล่าว
“เรารู้ ขุนนางใฝ่ดีมีมากแต่ขุนนางฝ่ายชั่วก็มากเช่นกัน ฝ่ายใดหูตาไวกว่าเบี้ยหนักกว่าย่อมได้เปรียบ” ฮ่องเต้ทรงกล่าวตอบ
“ที่ลูกมีในตอนนี้คือสัญญาซื้อขายที่ดินที่ชาวบ้านให้มาหลังจากถูกฉ้อโกงไปและคำให้การของชาวบ้านพะยะค่ะ แต่มันยากตรงที่มันเป็สัญญาซื้อขายที่ถูกต้องซ้ำยังมีลายนิ้วมือประทับไว้ด้วยลูกจึงหนักใจ”
“จวนเสนาบดีไป่เราก็อย่าพึ่งวู่วามต้องรอให้ผ่าน่เวลาที่นักฆ่าลงมือก่อน ตอนนี้ต้องส่งคนไปหาหลักฐานที่จวนผู้ว่านอกเมือง พ่อคิดว่าเสนาบดีไป่กับผู้ว่าการจะต้องมีสัญญาการจัดสรรแบ่งที่ดินหรือรายชื่อชาวบ้านเก็บซ่อนไว้เป็แน่"
“ลูกก็คิดเช่นนั้น”
“ส่งคนไปจัดการซะ..พลาดมิได้เด็ดขาด"
“พะยะค่ะ..ลูกทูลลา” ฮ่องเต้ผงกหัวรับคำจบพระองค์จึงหันหน้ามากล่าวกับเสนาบดีจู “เล่นหมากกับเราสักสองสามตาดีหรือไม่??”
“พะยะค่ะ” จบคำก็พากันไปนั่งเล่นหมากและคุยปรึกษาเื่ราชการ…ยาวไป
๑-------------------------๑
นกส่งสารจากลี่หงบินเข้ามาถึงสำนักศึกษาบนเขาไท่ซานใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม (2ชั่วโมง) ตอนนี้ทั้งสองพระองค์กำลังอยู่ในห้องเรียน วิชากลยุทธ์การปกครอง มีผู้เข้าร่วมชั้นเรียนประมาณสิบกว่าคน ส่วนใหญ่เป็คุณชายจากจวนต่างๆ ในเมืองหลวงทั้งสิ้น ในขณะที่ท่านอาจารย์ชุนเซียวกำลังพูดอยู่หน้าห้องนกส่งสารที่แสนคุ้นตาก็บินเข้ามาเกาะริมหน้าต่างที่เ้าหย่งเซิงนั่งอยู่ สองพี่น้องหันมองหน้ากันหย่งเจี้ยนพยักหน้าให้หย่งเซิงแกะจดหมายที่ผูกติดอยู่ตรงเท้านกออกมาแกะและนั่งอ่านพร้อมกัน…
'คุณหนูร่ำสุราและบอกกล่าวกับตู้ฟางซินว่าจะไม่ขอรับชายารองหรือพระสนมเพิ่มเพราะคุณหนูเป็คน'หวงของ'..ถึงแม้จะมีพระสวามีทั้งสองพระองค์คุณหนูก็ 'รับไหว'..เ้าค่ะ’ ทันทีที่อ่านข้อความจบ
หย่งเจี้ยน:ยกมือสองข้างขึ้นปิดใบหน้าที่แดงจัดลามถึงใบหู ‘อ่าา.าาร่ำสุราเช่นวันปักปิ่นรึ’
หย่งเซิง:มือซ้ายกำจดหมายแน่น มือขวายกขึ้นปิดจมูกที่มีเืกำเดาไหลทะลักออกมาหน้าตาแดงก่ำ ‘รับไหวรึ..อ่าา'
“เหม่ยเอ๋อร์เ้าช่างยอดเยี่ยมนัก”