ตอนที่ 11วุ่นวาย 1
ฉันรั้งสายตากลับไปมองพี่พีชที่ยืนอยู่ข้างๆ
“เมื่อวาน เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
“ไม่รู้สิ เมื่อคืนพี่นอนไวก็เลยไม่ได้ยินเสียงว่าเกิดอะไรขึ้น”
“แล้วทำไมหนูมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ห้องอาจีก็อยู่ข้างๆ”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน มากินข้าวกันเถอะ” พี่พีชเดินเข้าไปในครัวหยิบชามและช้อนออกมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว
ฉันยังคงยืนนิ่งพยายามนึกอยู่ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
______________________________________
10.11 น.
บริษัท Tin
ติสรณ์นั่งอยู่ในห้องประชุมที่กำลังพูดเื่แผนงานของโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เขากลับไม่มีสมาธิที่จะฟัง สมองกำลังครุ่นคิดแต่เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“อาเจียว ไหวหรือเปล่า”
“ไหว…” ฐานัสถามขึ้นขณะที่กำลังพยุงอาเจียวมาที่รถก่อนจะหากุญแจในกระเป๋ากางเกง
หมับ!!
แต่แล้วก็มีใครคนหนึ่งดึงตัวหญิงสาวออกไป ทำให้ร่างบางเซไปซบหน้าอกแกร่งของอีกฝ่าย
“อื้อ…ใครเนี่ย” อาเจียวขมวดคิ้วพูดเสียงอู้อี้
“ผมจะไปส่งเจียวเจียวเอง” ติสรณ์พูดจบก็เตรียมจะพยุงเธอเดินจากไป
“เดี๋ยวครับ”
“อืม”
“คุณคือติสรณ์ใช่ไหม”
“อืม”
“คุณคิดยังไงกับอาเจียวกันแน่”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”
“เกี่ยวครับ เพราะผมกำลังจีบเธออยู่”
“ก็ลองดูสิ”
“คุณไม่คิดเหรอครับ ว่าถ้าเธอเลิกชอบคุณแล้วมาชอบผม…”
“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น”
“อะไรทำให้คุณมั่นใจได้ขนาดนั้น”
“เพราะเจียวเจียวเคยทำแบบนี้ สุดท้ายก็ต้องกลับมาหาฉันอยู่ดี เพราะแบบนั้น นายควรจะเลิกหวังได้แล้ว”
“คุณกำลังจะแต่งงานไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมถึงได้เห็นแก่ตัว ไม่ยอมปล่อยเธอไป”
“แค่หมั้น…ไม่ได้แต่ง”
ฐานัสแสยะยิ้ม ไม่นึกว่าจะได้ยินประโยคนี้จากผู้ชายตรงหน้า
“คุณมันโคตรเห็นแก่ตัว”
“อืม ฉันยอมรับและนายก็ต้องยอมรับด้วย ว่าเจียวเจียวไม่มีวันชอบนาย”
ติสรณ์พูดจบก็แบกร่างบางขึ้นบ่าซึ่งเธอก็พยายามต่อต้านและส่งเสียงโวยวาย
“อื้อ…ปล่อยฉันนะ!!”
“อยู่เฉยๆ”
“ปล่อย!! เวียนหัว!!”
“สมน้ำหน้า” เขาบ่นพึมพำพลางพาเธอกลับไปที่รถ กว่าจะดันตัวเธอเข้าไปในรถได้ก็ทุลักทุเลอยู่พอสมควร หลังจากที่ติสรณ์จัดการกับหญิงสาวที่นอนไม่รู้เื่อยู่ด้านข้าง เขาก็กลับมานั่งที่ฝั่งคนขับ และสตาร์ทรถออกไปทันที
“กลิ่นคุ้นๆเหมือนรถใคร” อาเจียวบ่นพึมพำพลางใช้มือน้อยๆควานหาอะไรบางอย่าง
ติสรณ์เห็นหญิงสาวข้างกายเริ่มขยับตัวไม่อยู่นิ่งก็เอื้อมมือไปให้เธอจับไว้ ซึ่งเธอก็ดูเหมือนจะพอใจมาก
“อาขา…หนูรักอานะ อาอย่าทิ้งหนูไป”
เสียงใสๆของหญิงสาวทำให้ติสรณ์เลี้ยวรถจอดข้างทาง ก่อนจะหันไปมองด้วยสายตานิ่งเฉย
“อาอย่าทิ้งหนูสิ”
“ไม่ได้ทิ้ง”
“อื้อ…หนูรักอานะคะ”
เขาจ้องมองเธอด้วยแววตาสับสน ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่ เขาชอบเธอหรือเปล่าก็ไม่รู้ เขาอยากอยู่กับเธอหรือเปล่า เื่นั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่…
เขายังจำเื่คืนนั้นได้ คืนที่ทำให้เขารู้สึกแย่กับผู้หญิงคนนี้ มันยังเป็ราวที่ฝังใจเขา และทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจกับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะเธอ…
ติสรณ์พาอาเจียวกลับมาที่คอนโด แต่เขากลับไม่ได้พาหญิงสาวไปที่ห้องของจี เขาอุ้มเธอพาดบ่าแล้วพาเข้าไปในห้องของตัวเอง เดินให้เบาที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้คนในห้องได้ยิน จากนั้นก็เปิดประตูห้องนอน วางร่างบางลงบนเตียงอย่าเบามือ จัดการถอดรองเท้าและห่มผ้าให้เธอช้าๆ
“อื้อ…”
ชายหนุ่มนั่งลงข้างเตียง เอื้อมมือเกลี่ยผมเธอและจ้องมองใบหน้าเรียบเนียน โดยไม่รู้ว่าสมองกำลังคิดอะไรอยู่
“อาติ…หนูรักอา”
มือบางควานหาอะไรบางอย่างจนเจอข้อมือของเขา จึงจับไว้และเอามาแนบที่แก้ม ยิ้มน้อยๆเหมือนคนกำลังมีความสุข
“เจียวเจียว…”
“อาจะอยู่กับหนูใช่ไหม อาจะไม่ทิ้งหนูใช่ไหม อาจะไม่แต่งงานกับคนอื่นใช่ไหม อาขา…”
หญิงสาวบ่นพึมพำทั้งที่ยังหลับตาแน่นสนิท
“หนูรักอาจริงๆนะ มีแต่อาคนเดียว แต่ทำไม…อาถึงใจร้ายได้ขนาดนี้”
ชายหนุ่มััได้ถึงความเปียกชื้นอยู่ที่หลังมือ นั่นคือน้ำตาของเจียวเจียว
เื่ที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเจอ มันเป็แทบทุกครั้งที่เจียวเจียวไปดื่มเหล้าแล้วเมามายกับเพื่อน เขาก็จะเป็คนไปรับเธอโดยการอ้างชื่อจีเสมอ
แต่เมื่อวานมันต่างกัน ต่างตรงที่เจียวเจียวร้องไห้ ทำให้เขารู้สึกเ็ป…
“คุณติสรณ์คะ ที่หัวหน้าชายเสนอมา ไม่ทราบว่า…”
“โอเคครับ ผมจะเอากลับไปพิจารณา พักการประชุมก่อน ตอนบ่ายค่อยมาอีกครั้งก็แล้วกัน”
ติสรณ์ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องประชุมกลับไปที่ห้องทำงา
__________________________________
ฉันกลับมาที่ห้องของอาจี นอนหงายอยู่บนโซฟา สายตาจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย
“แปลกฉัน เมื่อคืนฉันกลับมายังไงนะ”
ครืด ครืด
ฉันเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะมาเปิดดูข้อความไลน์
ฐานัส : ตื่นหรือยัง มีเรียนหรือเปล่า
อาเจียว : ถามทำไม
ฐานัส : เป็ห่วง
อาเจียว : ฉันสบายดี วันนี้ไม่มีเรียน
ฐานัส : แล้วจะมาที่มหาลัยหรือเปล่า
อาเจียว : คงไม่เข้า เพราะวันนี้ไม่มีเรียน
ฐานัส : โอเค ไปกินข้าวกันไหม
อาเจียว : ไม่ไป
อาเจียว : ว่าแต่เมื่อคืนใครมาส่งฉัน
ฐานัส : คุณติสรณ์ไปรับคุณที่ผับ
อาเจียว : แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นั่น
ฐานัส : GPS
อาเจียว : นายรู้ได้ไง
ฐานัส : ก็โทรศัพท์คุณมันเปิด GPS อยู่ตลอดเวลา
ฉันกดออกไลน์และเข้าไปดูในตั้งค่า จริงด้วย มันเปิดไว้ตลอดเวลาั้แ่เมื่อไหร่กัน
ช่างมันเถอะ!!
ฉันวางโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะเหมือนเดิมก่อนจะเดินไปหยิบถุงขนมในครัว มานั่งกินหน้าโทรทัศน์
‘วันนี้เราจะมาบุกกองถ่ายละครเื่ใหม่ที่กำลังเป็กระแสอยู่ในตอนนี้กันค่ะ นั่น ได้เจอน้องโยลีด้วย เป็ผู้หญิงที่สวยเหลือเกิน สวัสดีค่ะ น้องโยลี’
‘สวัสดีค่ะ’
‘หลังจากหายหน้าไปนาน คราวนี้กลับมารับงานละครที่ประเทศไทย แตกต่างจากเดิมไหมคะ’
‘นิดหน่อยค่ะ แต่โยจะพยายามทำให้ดีที่สุด’
‘ได้ข่าวว่าเล่นคู่กับพระเอกขวัญใจมหาชน…’
‘มีดอกไม้มาส่งครับ!!’
‘ของคุณโยลีครับ จากคุณติสรณ์’
ตอนแรกกะว่าจะเปลี่ยนช่อง แต่พอได้ยินชื่อของอาติ ฉันก็แทบจะทำตัวไม่ถูกเลย ปกติอาติไม่เคยแสดงความอ่อนโยนหรือโรแมนติกสักเท่าไหร่ แต่กลับส่งดอกไม้ไปให้คู่หมั้น
เหอะ!! น่าหมั่นไส้!!
ครืด ครืด ครืด ครืด
“สวัสดีค่ะ”
[สวัสดีค่ะ คุณชญาณ์ภัทรหรือเปล่าคะ]
“ใช่ค่ะ”
[โทรมาจากบริษัท Tin นะคะ อยากจะสอบถามว่า่บ่ายวันพรุ่งนี้ น้องชญาณ์ภัทรสะดวกเข้าบริษัทไหมคะ]
“ค่ะ”
[พอดีอาทิตย์หน้าจะเริ่มเรียนการแสดงค่ะ น้องจะต้องเดินทางเข้ามาคอนโดที่ทางเราจัดเตรียมไว้ จึงอยากจะนัดเจอกันเพื่อดูข้อตกลงค่ะ]
“ได้ค่ะ หนูจะไป”
[โอเคค่ะ]
ฉันวางสายและถอนหายใจออกมา พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกเขาว่าขอสละสิทธิ์ ไม่้าร่วมโปรเจกต์นี้อีกแล้ว
เฮ้อ เป็จุดเริ่มต้นที่ดี ฉันควรจะเว้นระยะห่างออกมาได้แล้ว
_________________________________________
15.32 น.
บริษัท Tin
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณติคะ คุณจีรภัทรมาหาค่ะ”
“เชิญครับ”
จีรภัทรเดินเข้าไปในห้องทำงานของติสรณ์ ก่อนจะนั่งลงหน้าโต๊ะทำงานของเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันมีอะไรจะคุยด้วย”
“อืม”
“เมื่อคืนทำไมอาเจียวไปอยู่ห้องแกได้”
“…”
“พีชบอกฉันเมื่อเช้า ว่าอาเจียวไปนอนอยู่ในห้องแก”
“เมื่อคืนเธอเมา ฉันไม่มีกุญแจห้องแก ก็เลย…”
“แต่แกกำลังจะแต่งงานไง อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกของหลานฉันได้ไหม”
“ฉันแค่เป็ห่วง จะปล่อยให้เธอนอนนอกห้องหรือไง”
“แล้วทำไมไม่โทรบอกฉันล่ะ”
“…”
“อีกอย่าง แกรู้ได้ยังไงว่าหลานฉันอยู่ที่นั่น”
“แกจะมาจับผิดฉันหรือไง”
“เปล่า!! ฉันกำลังทวงคืนความยุติธรรมให้หลานของฉันต่างหาก แกก็รู้ว่าอาเจียวชอบแกมากขนาดไหน แค่ข่าวเื่หมั้นก็ทำเธอสติแตกพอแล้ว ยิ่งแกเข้าใกล้เธอแบบนี้ หลานฉันยิ่งทำใจลำบาก”
“…”
“ถ้าแกไม่ชอบอาเจียว ก็แค่ปล่อยเธอไป ไม่เห็นจะยาก”
ติสรณ์ยังคงมีท่าทีเฉยชา ทำให้จีรภัทรไม่รู้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
“ส่วนเื่โยลี แกจะจัดการยังไงก็เอา ฉันได้หลักฐานมาเพิ่มอีกอย่าง” จีรภัทรหยิบซองสีน้ำตาลออกมาจากเสื้อสูทด้านในก่อนจะวางบนโต๊ะ “ฉันคิดว่า จะให้คุณพอลสันช่วยอีกแรง รายนั้นมีคนเยอะกว่าเรา ยังไงก็ต้องได้อะไรมาบ้าง”
“อืม ขอบใจ”
________________________________
คอนโด
ครืด ครืด ครืด ครืด
“ฮัลโหล”
[อาเจียว]
“ฐานัส?”
[ผมเอง]
“โทรมามีอะไร”
[ไม่ได้เจอหน้าคุณก็เลยคิดถึง]
“แหวะ อยากจะอ้วก ถามจริง หยอดคำหวานใส่ผู้หญิงมากี่ร้อยคนแล้วล่ะ”
[ก็เยอะอยู่นะ มี…อาเจียว อาเจียว อาเจียว แล้วก็อาเจียว]
“บ้า!! ฉันจะวางสายแล้วนะถ้านายยังพูดแบบนี้อีก”
[โอเคครับ ไม่พูดแล้ว คุณทำอะไรอยู่]
“ดูหนัง”
[ออกไปหาอะไรกินกันไหม]
“ฉันไม่อยากออกไปไหน ี้เี”
[งั้นให้ผมไปหาดีไหม]
“นี่ จะหลอกมาที่ห้องฉันเหรอ ฝันไปเถอะ”
[คุณอยู่กับอาไม่ใช่เหรอ จะกลัวอะไร ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก]
ถึงจะอยู่คอนโดอาจี แต่มันก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี อีกอย่าง ฉันไม่เคยพาผู้ชายขึ้นห้องมาก่อน มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้ง แต่จะว่าไป…ฉันก็หิวเหมือนกันนะ หิวมากๆเลยด้วย
“ก็ได้ จะมาก็มา เดี๋ยวส่งโลเคชั่นไปให้ เอาของกินมาเยอะๆเลย”
[ได้ครับ]
1 ชั่วโมงต่อมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“แป๊บ!!” ฉันรีบวิ่งไปเปิดประตู และรีบหยิบถุงอาหารที่อยู่ในมือของฐานัสไปไว้ในครัวอย่างรวดเร็ว
“ดูเหมือนคุณอดอาหารมาหลายวันเลยนะ”
“ฉันแค่หิวเฉยๆ ยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เที่ยง”
“แล้วทำไมไม่หาอะไรกินล่ะ”
“ในห้องมีแต่มาม่า อีกอย่างฉันี้เีลงไปข้างล่าง”
“เดี๋ยวผมจัดใส่จานให้” ฐานัสเดินมาดึงถุงอาหารไปจัดใส่จานเอง โดยปล่อยให้ฉันยืนมองดูเขาเหมือนคู่รักยังไงอย่างนั้น
ไม่สิ คู่รักอะไรเพ้อเจ้อ
ดูอาหารดีกว่า มีทั้งกุ้งอบวุ้นเส้น จ้อปู ไก่ย่าง ส้มตำ ข้าวเหนียว ปลาแซลมอน ซูชิ หมูแดดเดียว ซื้อมากะว่าจะกินให้อิ่มถึงพรุ่งนี้เลยมั้ง
“นายกำลังจะขุนฉันให้อ้วนใช่ไหม” ฉันมองอาหารตาละห้อยพลางกลืนน้ำลายด้วยความหิว
“หุ่นคุณกำลังดี แต่ถ้าเพิ่มอีกนิดก็จะสวยขึ้น”
ฉันหันไปมองใบหน้าด้านข้างของเขาก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“เหอะ!! ปากกินน้ำตาลมาหรือไง” ฐานัสยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันมามองฉัน พลางเอ่ยเสียงแหบพร่า
“ลองชิมไหมล่ะ”
อันตรายค่ะ ผู้ชายคนนี้อันตรายมาก
“ฉันบอกไว้ก่อน ที่นี่มีกล้องวงจรปิด ถ้านายทำมิดีมิร้ายฉัน อาจีไม่ปล่อยนายไว้แน่”
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ อย่าห่วงเลย” เขากลั้นยิ้มก่อนจะก้มหน้าทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
ในเมื่อตรงนี้ เป็หน้าที่ของเขา งั้นฉันไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า ลืมไปว่าต้นไม้หน้าระเบียงห้องยังไม่ได้รดน้ำเลย
“เดี๋ยวฉันมานะ ขอไปรดน้ำต้นไม้ก่อน”
ฉันเดินไปที่หน้าระเบียงห้องเพื่อดูต้นไม้ต้นเล็กๆที่อาจีปลูกไว้ เขาทั้งรักและหลงต้นไม้พวกนี้อย่างกับอะไรดี ถ้าขืนปล่อยให้ลูกรักของเขาเหี่ยวเฉาตาย มีหวังโดนฆ่าแน่นอน
ขณะที่ฉันกำลังใช้บัวรดน้ำต้นไม้อยู่นั้น ก็ดันได้ยินเสียงอาติยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าระเบียงห้องข้างๆพอดี
“ครับ ใช่ครับ ผมเตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้วรบกวนคุณด้วย ครับ ได้ครับ”
ฉันรู้สึกว่า ตัวเองควรกลับเข้าไปในห้อง ไม่อย่างนั้นอาติอาจจะเห็นฉัน…
“เจียวเจียว”
นั่นไง
“ค่ะ”
“ขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
“…”
ใจเต้นไม่เป็จังหวะอีกแล้ว ให้ตายสิ เขาอยากจะคุยอะไรกับเธอกันนะ หรือจะมาบอกว่า
‘เจียวเจียว เลิกยุ่งกับฉันสักที’ หรือว่า
‘เจียวเจียว ฉันกำลังจะมีลูกและกำลังจะมีครอบครัวที่ดี เธอเลิกชอบฉันซะเถอะ’
บอกเลยนะ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็เจ็บเท่ากัน
_____________________
ติสรณ์กำลังยืนคุยกับเลขาเกี่ยวกับเอกสารการประชุมเื่โปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็ดันได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังจึงได้หันไปมอง ก็เห็นเจียวเจียวกำลังหันหลังเดินเข้าไปในห้อง
“เจียวเจียว”
“ค่ะ”
“ขอคุยอะไรด้วยหน่อย”
เขาตั้งใจจะคุยกับเธอถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น เขารู้ว่าเจียวเจียวชอบเขามานานแล้ว และเขาก็มีความรู้สึกชอบเธอเหมือนกัน
ใช่ เขาชอบเธอ และก็ชอบเธอมากด้วย แต่เพราะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขายังคงไม่เปิดใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังไงก็คงต้องคุยกับเธอสักครั้ง
“อาเจียว อาหารเสร็จแล้ว”
“…” นั่น…นั่นคือเสียงใคร เสียงจีเหรอ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่เสียงจี แต่เป็เสียง…
ผู้ชายคนนั้น!!!!
____________________