วิรดา ถือกระเป๋าเสื้อผ้ามายืนอยู่หน้าบ้านของ นายหัวครรชิต
“มาแล้วเหรอ นึกว่าจะไม่มาซะอีก” นายหัวครรชิต กล่าวล้อๆ หญิงสาวตรงหน้า
“ค่ะมาแล้ว และก็ขอให้คุณกรุณาทำตามที่เราตกลงกันไว้ด้วยนะคะ” วิรดา กล่าวสวนกลับไป พลางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม
“แน่นอนหากว่าเธอทำงานให้ฉันพึงพอใจในผลงาน” ชายหนุ่ม กล่าวตอบหญิงสาวอย่างมีเลศนัย จน วิรดา ต้องเสมองไปทางอื่น
“แล้วฉันต้องพักอยู่ห้องไหนคะ?” วิรดา ถามนายหัวครรชิต ขึ้นอย่างสงสัย
“ห้องฉัน” ชายหนุ่มตอบ
“หะ ห้องคุณ..” วิรดา กล่าวอย่างใ
“เธอเอากระเป๋าไปเก็บได้แล้ว อย่าโอ้เอ้ แล้วลงมาพบฉันที่ห้องรับแขก” นายหัวครรชิต กล่าวอย่างรำคาญ วิรดา จึงจำต้องเดินตามแม่บ้านที่จะพาไปยังห้องนอนของ นายหัวครรชิต ไปอย่างไม่รู้จะทำยังต่อไปดี
เมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว วิรดา ก็ลงมายังห้องรับแขกเพื่อพบกับ นายหัวครรชิต ตามที่เขาสั่งไว้ั้แ่เข้ามาถึง
“นั่งสิ” ชายหนุ่มสั่งให้ วิรดา นั่งลงบนโซฟา หญิงสาวจึงทำตาม
“เธอชื่ออะไร?” นายหัวครรชิต ถามขึ้น
“วิรดาค่ะ” หญิงสาวตอบ
“มีชื่อเรียกสั้นๆ ไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามอีก
“เรียกดาก็ได้ค่ะ” หญิงสาวบอกชายหนุ่ม
“แล้วอายุเท่าไร?” ชายหนุ่มถามพลางจ้องมองหญิงสาว ซึ่งสายตาคู่นั้นช่างมีพลังเหลือร้าย ดูดเอาความมั่นใจที่มีอยู่ของหญิงสาวไปเกือบครึ่ง
“อายุ 22 ค่ะ” เวทิดา ตอบพลางก้มหลบเพราะรู้สึกประหม่าขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ต่อจากนี้ไปเธอจะต้องทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ เกี่ยวกับเื่ส่วนตัวของฉันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็อาหารการกิน เสื้อผ้า และรวมทั้งเื่บนเตียงด้วย” นายหัวครรชิต บอกอย่างหน้าตายและจงใจเน้นประโยคหลัง
“...ค่ะ” วิรดา หน้าแดงขึ้นทันตา พยายามทำเสียงให้เป็ปกติที่สุด ก่อนที่จะเอ่ยออกไป ซึ่งเธอได้ทำใจรับเื่นี้มาบ้างแล้ว แต่พอมาได้ฟังเขาสาธยายแล้วยังหน้าแดงได้ขนาดนี้ แล้วถ้าลงมือปฏิบัติจริงจะทำยังไงล่ะเนี้ย ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากให้ถึงตอนเย็น
“บางทีฉันก็ไปทำงานที่เหมือง บางทีก็ทำที่บ้านแล้วแต่วัน เื่อาหารก่อนหน้านี้จะมีคนทำมาให้ฉันกิน หรือไม่ฉันก็ทำกินเอง ดังนั้นเธอจะต้องทำอาหารด้วย ส่วนเื่ทำความสะอาดบ้านต่างๆ ก็เป็หน้าที่ของป้าเนียนไป เธอคงเข้าใจทุกอย่างแล้วนะ?” นายหัวครรชิต สาธยายให้ วิรดา ฟังยืดยาว
“เข้าใจค่ะ” วิรดา ตอบรับ
“งั้นก็ตามนี้ อ้อ! อีกอย่าง ฉันจะให้เงินเดือนเธอไม่ได้ใช้เธอฟรีอย่างแน่นนอน” นายหัวครรชิต พอกล่าวจบก็เดินเข้าห้องทำงานไป
วิรดา จึงเข้าไปสำรวจดูอุปกรณ์ของใช้ในห้องครัว พร้อมกับอาหารสดอาหารแห้ง ว่ามีหรือเปล่า เพื่อจะได้เตรียมไว้ทำอาหารกลางวันให้ชายหนุ่มทานเป็มื้อแรกของการทำงานเป็วันแรกของหญิงสาว
แต่กระนั้นเธอก็ยังหวั่นใจในเื่ของค่ำคืนที่จะมาถึงนี้ เพราะั้แ่โตมาเธอเคยนอนร่วมเตียงกับผู้ชายเสียที่ไหนกันล่ะ ฟงแฟนน่ะเหรออย่าได้หวัง เพราะเธอไม่คิดที่จะมีใน่ที่เรียนหนังสือ ซึ่ง่นั้นเธอก็ทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองและเป็ค่าเทอมไปด้วย จะเอาเวลาไหนไปมีแฟนกันล่ะ และเธอก็ตั้งใจที่จะเรียนให้จบเร็วๆ แล้วกลับมาทำงานเลี้ยงพ่อของเธอที่อยู่ที่บ้าน
แต่เมื่อเรียนจบกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน เหตุการณ์ก็กลับผลิกล็อคเกินคาด ไม่คิดว่าพ่อเธอจะติดการพนันจนต้องกู้หนี้ยืมสินจนล้นพ้นตัวอย่างนี้ จะใจดำก็กระไรเพราะพ่อก็คือพ่อ ลูกต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ ดังนั้นหากภายหน้าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
พอใกล้ถึงเวลาเที่ยง วิรดา ก็ลงมือทำอาหารง่ายที่เธอทำได้ให้ นายหัวครรชิต ทาน ซึ่งเธอทำไข่เจียวหมูสับ ผัดกระเพราหมูสับ และต้มจืดเต้าหู้หมูสับ เมื่อทำเสร็จ วิรดา ก็ยกไปตั้งโต๊ะรอเวลาที่ชายหนุ่มจะมาทาน ไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่เธอตั้งโต๊ะอาหารเสร็จ นายหัวครรชิต ก็เปิดประตูทำงานออกมาและเดินมายังโต๊ะอาหารทันที
“เธอทำอะไรให้ฉันกินเที่ยงนี้?” นายหัวครรชิต เอ่ยถามหลังจากที่นั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอาหารแล้ว
“ก็มีไข่เจียวหมูสับ กระเพราหมูสับ และก็ต้มจืดเต้าหู้หมูสับค่ะ” วิรดา บอกแก่ชายหนุ่มผู้เอ่ยถาม
“อืม! มีแต่หมูสับทั้งนั้นเลยนะ” นายหัวครรชิต กล่าวล้อๆ หญิงสาวที่กำลังตักข้าวใส่จานให้เขา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย วิรดา กำลังจะผละออกไป
“เดี๋ยว! จะไปไหน อยู่ทานข้าวด้วยกันสิ จะปล่อยให้ฉันทานคนเดียวหรือไง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มติดดุ
“เอ่อ!..ค่ะ” วิรดา หันมามองชายหนุ่มนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบรับ แล้วเดินไปหยิบจานช้อนส้อมมานั่งทานข้าวร่วมกับเขา
วิรดา มองนายหัวครรชิตอย่างลุ้นๆ ว่าอาหารที่เธอทำจะถูกปากเขาไหม พอชายหนุ่มตักอาหารเข้าปากคำแรก ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาใดๆ ออกมาเลย ว่าชอบหรือไม่ชอบ แต่เขาทานข้าวจนหมดจานและแถมยังเรียกร้องขอเพิ่มอีกนี้สิ ทำให้ วิรดา อิ่มอกอิ่มใจเป็อย่างยิ่ง แสดงว่ารสมือเธอถูกปาก นายหัวครรชิต
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔