เขาไม่เคยกลัวที่จะเสี่ยง แต่กับเธอ เขาไม่กล้าเสี่ยง...
ส่วนลึกในใจของเขาหวาดกลัวที่จะจินตนาการถึงวันที่ไม่มีเธอ...
พลั๊ก!
ตึง!
ตุ๊บ!
ปัง!
ชายคนหนึ่งบันดาลโทสะให้ชายฉกรรจ์หลายสิบคนอย่างไม่ปราณี ทั้งมือทั้งเท้าและลูกปืนประเคนใส่อีกฝ่ายไม่ยั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้ พวกเขาจะาเ็เจียนตายเพราะแรงะเิอยู่ก่อนแล้วก็ตาม
“กูบอกพวกมึงว่ายังไงหะ! กล้าดียังไงขัดคำสั่งของกู”
พลั๊ก!
พลั๊ก!
“อึก นะนายใหญ่ พวกผมผิดไปแล้ว พวกผมแค่หวังดี”
“หวังดีเหรอไอ้โง่ พวกมึงจะทำแผนพัง” คนเป็นายตะคอกใส่ แววตาเหี้ยมโหด แรงโทสะเผยให้เห็นเส้นเืที่หน้าผากของเขา
ปัง! ปัง! ปัง! เขาสาดลูกตะกั่วใส่ชายคนหนึ่งที่บังอาจตอแหลขึ้นมาด้วยเหตุผลโง่ๆ จนมันแน่นิ่งไปทั้งที่ตายังเปิดอยู่
“ถ้าคุณหนูเป็อะไรไป พวกมึงตายแน่” แค่นั้นยังไม่พอใจ รามือจากอีกคนเขาก็หันไปกระหน่ำทั้งหมัดและเท้าใส่อีกคน
พลั๊ก!
พลั๊ก!
หมับ! มือของร่างสูงที่เป็คนสนิทของนายใหญ่เอื้อมมาหยุดหมัดที่กำลังจะเหวี่ยงออกไป
“นายใหญ่ผมว่าพอก่อนเถอะครับ ถ้าทำมากกว่านี้คนอื่นจะเสียขวัญ อีกอย่างต่อไปนี้พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรนอกเหนือคำสั่งอีกแล้ว” เสียงคนสนิทหนักแน่นแต่นอบน้อม
“ก็ได้ แต่ถ้าพรุ่งนี้กูสืบรู้มาว่าคุณหนูาเ็เพราะการกระทำของพวกมึงด้วย เตรียมขุดหลุมรอได้เลย” เขาสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของคนสนิท เดินย้ำเท้าหนักๆออกไปด้วยโทสะ
ตอนนี้พวกคราวน์กลับมาถึงบ้านหลังจากที่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลมา โชคดีที่คนอื่นๆไม่ได้เป็อะไรมาก มีแค่เกว็นเน็ตเท่านั้นที่อาการหนักที่สุด เพราะมีช้ำในจากแรงะเิ และแผลถลอกตอนที่ะโลงมาจากรถเท่านั้น แม้ไม่ได้รุนแรง แต่ก็ทำให้ร่างกายของเธอบอบช้ำไปหลายส่วน แต่เกว็นเน็ตก็ยังดูสบายดี เธอยืนยันไม่ยอมนอนดูอาการที่โรงพยาบาล ยืนยันว่าจะกลับมาพักที่บ้าน แน่นอนว่าไม่มีใครขัดใจเธอได้ หมอจึงให้ยามาถุงใหญ่พร้อมกับย้ำอีกหลายรอบว่าอย่าทำอะไรหักโหม ให้นอนพักมากๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็ให้กลับมาโรงพยาบาล หมอย้ำบอกในขณะที่เกว็นเน็ตทำหน้าเอือมระอา บอกว่าเคยโดนหนักกว่านี้ยังไม่เห็นเป็อะไร แต่เพราะสายตาคมของคราวน์ตวัดมองมา ทำให้พี่สาวคนสวยยอมสงบปากสงบคำลงบ้าง ส่วนประมุขของบ้านโดนยิงที่แขนก่อนหน้านี้แค่ถากๆเท่านั้น นี่ทำให้ฟีบีรู้สึกโล่งใจ
“กลับมาแล้วเหรอคะ มีใครเป็อะไรมากรึเปล่า ดิฉันได้ยินว่าเกิดเื่” คาเร็นที่ยืนรออยู่หน้าบ้าน สาวเท้าเร็วๆเข้ามาถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรครับ”
“ไม่เป็อะไรได้ยังคะเนี่ย ดูซิ เจ็บรึเปล่าคะ” เธอเอื้อมมือมาจับแผลที่ขมับของนายน้อย
“รีบไปอาบน้ำกันเถอะคะ เดี๋ยวดิฉันจะตั้งโต๊ะรอ” เธอบอก รีบประคองนายน้อยเข้าบ้านไปทันที
“อิจฉาละสิ” เกว็นเน็ตล้อคราวน์ที่มองตามคนทั้งสองด้วยสายตานิ่งๆ แต่ร่างสูงแค่ปรายตามองเธอเท่านั้นก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอีกคน
“งอนอะไรของเขา...” เธอมองตามอย่างสงสัย
“นายท่านละครับ” เด็กสาวถามอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นประมุขของบ้านนั่งประจำอยู่ตรงหัวโต๊ะ
“นายท่านบอกว่าไม่ทานค่ะ”
“ช่างเขาเถอะนา เรามากินกันเถอะ” เกว็นเน็ตบอกเมื่อนั่งประจำที่
“คาเร็นครับ ช่วยตักข้าวต้มให้ผมถ้วยนึงนะครับ แล้วก็จัดยาให้ด้วย ผมจะเอาไปให้เขาเอง”
“ได้คะ” แม่บ้านรับคำแล้วก็ปลีกตัวออกไปเตรียม
ก๊อก ก๊อก ก็อก
“เข้ามา” ฟีบีเปิดประตูเข้าไปเมื่อได้รับอนุญาตจากเ้าของห้อง
“คาเร็นบอกว่า นายท่านยังไม่ได้ทานอะไร ผมเลยเอามาให้”
“ฉันไม่หิว เอาออกไป” เ้าตัวบอกแล้วก้มหน้าอ่านแฟ้มเอกสารต่อ
“แต่คุณต้องกินยา”
“ฉันไม่เป็ไร เธอออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน”
“ถ้าอยากพักก็ควรปิดแฟ้มเอกสารในมือด้วยสิครับ” คำพูดของคนเป็น้อง ทำให้ร่างสูงบนเตียงเงยหน้าขึ้นมอง
“ยอกย้อนฉัน?”
“ผมเปล่า แต่คุณควรพักผ่อน ต้องกินทานข้าแล้วก็ทานยาด้วย”
“นายมีสิทธิ์มาสั่งฉันั้แ่เมื่อไหร่”
“...............”
“ออกไป อย่าให้ฉันต้องลงมือโยนนายออกจากห้อง”
“ผมเป็น้อง ผมมีสิทธิ์เป็ห่วง มีสิทธิ์อยากให้คุณทานยา” เ้าของห้องเพียงแค่นิ่งมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“เหอะ ยังรู้ตัวอยู่เหรอว่าตัวเองเป็น้อง ยังรู้เหรอว่าฉันเป็พี่ชาย แล้วทำไมเวลาเกิดเื่อะไรถึงได้ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาฉัน สิ่งที่นายทำมันเหมือนเห็นฉันเป็พี่ตรงไหน ฉันถาม”
“ผมแค่ไม่อยากรบกวน”
“ฉันก็ไม่อยากรบกวนนายเหมือนกัน ออกไปซะ”
“ถ้าคุณไม่ชอบ ทีหลังผมจะไม่ทำอีก แต่ขอร้องคุณทานข้าวทานยาเถอะครับ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ตายวันนี้หรือพรุ่งนี้เพราะแค่ไม่กินยาหรอก ยังอยู่เป็เ้านายของนายไปอีกนาน”
“...พี่ดื้อเหมือนที่แม่พูดไว้เลย” พี่? นานแค่ไหนแล้วที่เด็กคนนี้ไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่
“....”
“ตอนเด็กๆจำได้ว่า แม่ชอบบ่นว่าพี่ชอบดื้อ ไม่ค่อยเชื่อฟังที่แม่พูด เวลาป่วยก็ไม่ชอบทานข้าวทานยา ชอบขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว” ใช่ตอนเด็กๆเขาเป็แบบนั้นจริงๆ
“แต่แม่ก็บอกอีกว่า เพราะพี่ไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นเลยทำแบบบนั้น แม่บอกว่าพี่อยากให้รู้ว่าพี่สามารถปกป้องเราทุกคนได้ เลยทำเหมือนตัวเองเข้มแข็งตลอดเวลา” เธอวางถาดอาหารตรงโต๊ะหัวเตียง ทรุดตัวลงนั่งใกล้เขา ดึงเอาแฟ้มเอกสารออกไปจากมือของเขาพับเก็บมันไว้บนโต๊ะ
“ผมภูมิใจนะที่พี่ชายของผมเข้มแข็ง ดีใจที่มีพี่ปกป้องมาตลอด แต่ว่านะครับ ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ในตอนที่พี่ป่วยแบบนี้ผมก็อยากจะดูแลพี่บ้าง ตอนนี้เราเหลือกันสองคนพี่น้องแล้วนะ” เธอคว้ามือหนามาจับไว้ สบตาของเขามอบรอยยิ้มบางๆให้
“เอาข้าวมาสิ” คนเป็พี่พูดออกมาในที่สุด ฟีบียิ้มเมื่อเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายสำเร็จ เธอนั่งมองอีกฝ่ายทานข้าวเงียบๆ
“นายกินรึยัง” คนถูกถามเงียบไปนิด
“ทาน.....”
“ฉันไม่ชอบคนโกหก”
“ยังไม่ทานครับ แต่รอพี่ทานเสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยไปทานครับ”
ฟีบีรอจนพี่ชายทานข้าวจนหมด ก็จัดยาที่ส่งให้ รอจนอีกฝ่ายกินเข้าไปเรียบร้อยเธอจึงปล่อยให้เขาได้พักผ่อนส่วนเธอก็กลับมาจัดการธุระของตัวเอง
ก็อกๆ
“มีอะไร” คราวน์ถามคนที่เปิดประตูเข้ามา
“แค่มาขอโทษน่ะ ขอโทษที่ทำให้รถสุดรักสุดหวงของคุณเป็แบบนั้น”
“ช่างเถอะ”
“แล้วก็ขอโทษที่พาน้องคุณไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น” เ้าตัวเดินมาหยุดตรงริมหน้าต่างห้องของเขา หน้าตาที่เปิดไว้ทำให้ผ้าม่านพริ้วไหวน้อยๆเพราะแรงลมจากข้างนอก เธอนิ่งมองมือขวาของคราวน์ที่กำลังเดินตรวจตรารอบบ้านเพราะกลัวมีคนบุกเข้ามา
“มันไม่ใช่ความผิดของเธอ....เธอเองก็รู้เดิฉันหมายจริงๆก็คือเด็กคนนั้น” หญิงสาวผันหน้ากลับมามองร่างสูงบนเตียง
“ก็คงจะอย่างนั้น ฉันได้ยินพวกมันพูดกันด้วย ถ้าฉันไม่ใช่คุณหนูของพวกมันก็คงจะเป็เด็กคนนั้นแหละ คุณจะเอายังไงต่อไป ตอนนี้ฝั่งโน้นคงเริ่มลงมือแล้ว”
“ฉันกำลังหาแหล่งกบดานของมันอยู่”
“แล้วคนของเรามีใครเป็อะไรมากหรือปเล่า” เกว็นเน็ตเดินไปรินขวดไวน์ราคาแพงที่วางอยู่มุมห้องโดยที่ไม่คิดจะขออนุญาเ้าของห้อง
“หึ ถ้าจะถามเจาะจงถึงใครก็พูดชี้มาเลย ไม่ต้องอ้อมหรอก” คราวน์เหยียดยิ้มให้อย่างรู้ทัน จะไม่มีใครพี่เกว็นเน็ตจะห่วงใยเป็เพิเศษ
“อะไรล่ะก็ถามถึงทุกคนนั้นแหละ” เธอบ่ายเบี่ยง ก็ไม่ได้อยากรู้เท่าไหร่หรอก ก็แค่ั้แ่กลับมายังไม่เจอก็เท่านั้น
“เขาไม่ได้เป็อะไร ตอนนี้ให้ไปจัดการเคลียร์พื้นที่อยู่ ไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่หลงเหลือมาจนถึงเราหรือเปล่า”
“อ่าจริงสิ รถไงรถ”
“ฉันไม่ทิ้งไว้หรอกน่า ถึงสภาพมันจะเป็ชิ้นส่วนขยะดีๆนี่เองก็เถอะ”
“ไม่ต้องย้ำก็ได้น่ะ รู้แล้วว่าทำเจ๊ง ขอโทษแล้วไง”
“ฉันมันพ่อค้า คำขอโทษที่ใช้แค่น้ำลายและลมปากเป็วัตถุดิบมันเทียบกับค่าเงินไม่ได้หรอก”
“ย่ะ เออจริงสิ ไม่มีคนที่คุณสงสัยบ้างเหรอ ก็ถ้ามันตามได้ขนาดนี้ บางทีอาจจะมีบางคนแฝงตัวมาอยู่ใกล้ๆเด็กคนนั้นแล้วก็ได้”
“ไม่มี ฉันให้คนของเราสืบทุกคนที่เข้ามาอยู่รอบตัวเด็กนั่นแล้ว แต่ก็ไม่มี”
“อ่าจริงสิ เด็กผู้ชายคนนั้นล่ะ ที่เรียนด้วยกัน อืม ชื่ออะไรนะ .....อ่อ โลเวล สืบหรือยัง”
“เอเดนสืบมาแล้ว เป็ลูกครึ่งพ่อเป็คนอังกฤษมาเจอกับแม่ที่นี่เลยแต่งงานกัน ที่บ้านเปิดร้านอาหารสไตล์อังกฤษ”
“เงามืดมันมีพิษร้ายแบบนี้นี่เอง จะแฝงอยู่ในซอกหลืบไหนก็ไม่รู้ ทำอะไรให้กระโตกกระตากมากก็ไม่ได้ หงุดหงิดเป็บ้า คราวน์ ฉันว่าคุณพาฟีบีกลับอิตาลีไม่ดีกว่ารึไง” คำแนะนำของเธอทำให้เ้าของบ้านขมวดคิ้วหน้าเครียด เขาหันมามองตาเธอ
“ถ้าคุณอยากปกป้องเธอก็ต้องพาเธอไปที่นั่น คุณก็รู้ว่าตอนนี้สถานะของฟีบีไม่ได้เป็ยอมรับในองค์กรของพวกเรา เธอจะไม่ได้รับการคุ้มครองที่ดีพอ แต่ถ้านายพาเธอกลับไป ทำให้ทุกคนรู้จักเธอในฐานะที่ถูกต้อง ตอนนั้นความปลอดภัยของเธอก็เพิ่มขึ้น”
“ฉันไม่มีวันยอมพาฟีบีไปให้ไอ้แก่เ้าเล่ห์พวกนั้นเจอแน่” คราวน์พูดเสียงเครียด ถึงเขาจะเป็ผู้นำของเครือเซนเลอร์แวนด์ แต่ก็มีไอ้แก่โลภมากทั้งหลายคอยหาโอกาสฮุบกิจการเขาอยู่ ถึงเขาจำมีอำนาจที่สุด แต่คนแก่พวกนั้นก็มีอำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นและสมาชิกอาวุธโสขององค์กรที่ร่วมก่อนตั้งองค์ก่อนขึ้นมา ถ้าเขาผลีผลามกำจัดคนพวกนี้ สมาชิกที่เหลือจะไม่ไว้ใจเขาทันที เพราะอย่างนั้นทุกย่างก้าวของเขาต้องรอบคอบที่สุด
“แล้วคุณจะทำไง กับสถานการณ์ตอนนี้ แม้แต่ที่นี่ก็ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว ไม่ใช่แค่คนในเงามืดพวกนั้นที่ตามมาถึงที่นี่ แต่ตอนนี้เ้าหน้าที่ระดับสูงของที่นี่ก็เริ่มจับตามองคุณอยู่ ขืนอยู่ที่นี่ต่อไป คุณก็ทำอะไรไม่สะดวกอยู่ดี ถ้าต้องรับศึกหลายด้าน ฉันว่าคุณกลับไปที่อิตาลีดีกว่า ถึงมีคนของพวกมันรออยู่ แต่ที่นั่นก็เป็ถิ่นของเรา อิทธิพลของตระกูลแผ่กระจายอยู่ในหลายองค์กรของรัฐ ถึงจะเสี่ยงหน่อย แต่ถ้าเป็ศัตรูนที่นั่นคุณก็ทำอะไรได้สะดวกขึ้น”
คราวน์ถอนหายใจออกมาอย่างคนคิดไม่ตก ถ้าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัยของคนที่เขาพยายามปกป้องไว้ เขาคงตัดสินใจทำอะไรได้เด็ดขาดกว่านี้ เื่ที่เกว็นเน็ตพูดมาเขารู้ดี แต่ว่ามันก็มีอีกเหตุผลหนึ่งและมันก็สำคัญมากพอที่เขาจะพาเด็กนั่นกลับอิตาลีไม่ได้
“เธอก็รู้ดีว่าทำไมฉันถึงพาฟีบีกลับไปไม่ได้” เกว็นเน็ตถึงกับเงียบ เธอเองก็ไม่รู้จะช่วยคราน์ยังไงเหมือนกัน อิตาลีไม่ใช่แค่บ้านเกิดของเธอและคราวน์เพียงอย่างเดียว แต่มันเป็บ้านเกิดของฟีบีเหมือนกัน แค่เ้าตัวไม่เคยรู้และไม่สมควรได้รู้
“จริงสิ ฝากนี่ให้ฟีบีด้วย ตอนแรกฉันโดนแรงกระแทกจากะเิ ทำให้หมดสติไป เด็กคนนั้นแบกฉันหนีเข้าไปในป่า แล้วยัดโทรศัพท์ที่มีเครื่องติดตามตัวไว้กับฉัน...” เธอขยับไปที่เตียงของเขา และยื่นโทรศัพท์มือถือให้ ในขณะที่คราวน์รับมันมาถือไว้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด
*******สุขสันต์วันหยุดจ้า ใครไม่อยากรอทีละตอนไปอุดหนุนอีบุ๊คกันได้ที่meb จ้า ส่วนookbeeรออนุมัติก่อนจ้า
*******เจอกันตอนหน้าจ้า
*******ใครมีเพื่อนมีฝูงที่สายเดียวกันฝากชวนๆกันมาอ่านหน่อยน้า ดีไม่ดีติติงกันได้ เราจะเก็บไปพัฒนาตัวเองต่อจ้า