อี้เฉินที่ก้าวฝีเท้า ออกไปจากสุสานจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ร่างของเขาก็ถูกชายชรา ส่งไปยังบริเวณป่าไร้สิ้นสุดในทันใด ก่อนร่างที่บาดเจ็บอี้เฉิน จะไหววูบเลือนราง สืบฝีเท้าเดินทางไปยังหมู่บ้านลมหวน ไม่คิดชักช้าอีกต่อไป
ทว่าเมื่ออี้เฉินสืบฝีเท้า เข้าไปภายในหมู่บ้านลมหวน ในไม่กี่ชั่วอึดใจ มาหยุดอยู่บริเวณหน้าที่พักของ ชายชราเสี่ยวปู้เตียน อี้เฉินสัมผัสได้ทันทีว่ายามนี้ ปู่ของเขาเลื่อนขั้นพลังไปอยู่ในขั้น กษัตริย์แล้ว ทำให้อายุขัยของชายชรา เพิ่มพูนขึ้นไปได้หลายสิบปี ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต พอจะทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้ม ขึ้นมาได้บ้างในยามนี้
ก่อนน้ำเสียงหนึ่ง ภายในบ้านไม้หลังเก่าจะกล่าวพูดขึ้นมา ครั้นชายชรารับรู้ว่า มีคนอยู่ด้านนอกที่พัก จ้องมองสายตามาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตา “นั้นเจ้าเช่นนั้นหรืออี้เฉิน หลานรัก เจ้ากลับมาแล้วหรือเข้ามาหาข้าก่อนสิ”
อี้เฉินครั้นคิดจะจากไป เงียบๆ เขาคำนับ หน้าที่พักชายชราในทันใด ก่อนสืบฝีเท้า เข้าไปพูดคุยกับชายชรา ไต่ถามความเป็นอยู่ในยามนี้ ท่านปู่ของเขาเป็นเช่นไรบ้าง
อี้เฉินที่พูดคุยกับท่านปู่ เขาจึงได้รับรู้ว่าตลอดหลายปีมานี้ หลินเฟยคอยดูแลท่านปู่ของเขาไม่ห่าง แม้แต่ผู้คนภายในหมู่บ้าน ยังได้รับการเรียนรู้จากจอมยุทธ์ นอกหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง ทำให้อี้เฉินที่ฝืนยิ้มพูดคุยกับชายชรา รู้สึกขอบคุณหลินเฟย ตัวนางไม่น้อย
ไม่นานเสียงฝีเท้าหนึ่ง ก็ดังขึ้นมาหน้าที่พักของชายชรา ก่อนหลินเฟยจะกล่าวพูดขึ้นมา แม้จะรู้ว่าเสียมารยาทก็ตาม แต่นางมั่นใจว่าต้องเป็นอี้เฉิน ที่นั่งพูดคุยกับชายชรา ภายในห้องส่วนตัว ยามวิกาลในตอนนี้แน่ “ท่านผู้อาวุโส ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่”
น้ำเสียงใสกังวาน ทำให้อี้เฉินยิ้มหน้าเจือนขึ้นมา แม้แต่ชายชราที่เห็นท่าทีของอี้เฉินยังส่ายหัว พอจะรับรู้ว่ายามนี้ อี้เฉินมีอาการบาดเจ็บ จึงไม่อยากจะพบหน้าหลินเฟย ในยามนี้เท่าใดนัก ก่อนชายชราเสี่ยวปู้เตียน จะเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าบอกกล่าวอี้เฉิน “เจ้าโตแล้วนะอี้เฉิน หลานจะไปไม่บอกไม่กล่าว แม่นางหลินเฟยไม่ได้”
ครั้นชายชราเอ่ยเตือนอี้เฉิน เขาก็เรียกแม่นางหลินเฟย ให้เข้ามาพูดคุย ..ภาพที่หลินเฟยเห็นอี้เฉินกายเนื้อบาดเจ็บ จากมหันตะสายฟ้า นางสืบฝีเท้ามานั่งข้างๆ อี้เฉิน ส่งปราณพลังเข้าไปรักษาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ให้อี้เฉินในทันใด
ครั้นในกรอบสายตาอี้เฉิน มองหญิงสาวในกรอบสายตา ทำปากมุ่ย เจือไว้ด้วยความขุ่นเคืองใจ อี้เฉินยิ้มแห้งๆ ออกมาทันใด ก่อนจะไต่ถามนางเป็นเช่นไรบ้างสบายดีหรือไม่ แม้อี้เฉินจะรับรู้ว่าหลินเฟย ยังอยู่ในขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ แต่เขาไม่กล้าที่จะไต่ถามนางอีกต่อไป
“อืมๆ ข้าสบายดี ..อี้เฉินเจ้าเลื่อนขั้นเซียนสวรรค์ เทียบเท่า ระดับ เจ้าสำนักแล้วสินะ”
อี้เฉินพยักหน้า เอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล “ใช่ ถูกต้องหลินเฟย” ทว่าสายตาทั้งสองที่จ้องมองกัน ดึงดูดสายตา เข้าหากันอยู่ไม่น้อย ก่อนหลินเฟยจะหลบเลี่ยงสายตา ไต่ถามถึงสิ่งที่นางสงสัยใคร่รู้ออกมา
“เมื่อสองปีก่อน โม่กวางกับซีเผิง มาตามหาเจ้า ดูท่าพวกเขาจะรีบร้อนกันไม่น้อย ..อี้เฉินมันเกิดอะไรขึ้น เช่นนั้นหรือ?”
“ข้าจะขึ้นไปทำธุระภายในดินแดนเทพเสียหน่อย หลินเฟย เจ้าช่วยรอข้าอยู่ ภายในดินแดนเบื้องล่างได้หรือไม่”
หลินเฟยครั้นได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นของอี้เฉิน ประกายตานางไหววูบในทันใด ‘นางถึงกับครุ่นคิดไปไกล ว่าขั้นพลัง ของนางอ่อนแอเกินไปจวนไม่อาจติดตาม อี้เฉินได้แล้วหรือ’ หญิงสาวมีท่าทีไม่ยินยอม รับรู้ว่าอี้เฉินต้องมีบางอย่าง ปิดซ่อนจากตัวนางอยู่แน่
แม้แต่ชายชราเสี่ยวปู้เตียน ที่เห็นสีหน้าแววตาอี้เฉิน แฝงไว้ด้วยความกังวล แม้ว่าจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่ก็ไม่อาจปกปิด ชายชราที่เลี้ยงดูอี้เฉินได้ เขาเอ่ยพูดบอกกล่าวอี้เฉิน ออกมาทันใด “เจ้าก็โตมากแล้วนะอี้เฉิน ข้าว่าคงจะถึงเวลา ที่เจ้าควรจะแต่งงานได้แล้ว แม่นางหลินเฟย นางเองก็ไม่เลวเช่นกัน เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร หากพวกเจ้าทั้งสองจะแต่งงานกัน”
หลินเฟยครั้นได้ยินคำพูดของผู้อาวุโสชรา กล่าวพูดออกมา อย่างไม่อ้อมค้อม มันก็ทำให้ใบหน้าหลินเฟยอายม้วน เม็ดเลือดฝาดสีแดง แต่งแต้มบนใบหน้าจนแดงระเรื่อ ก้มหน้าไม่กล้าสบตาอี้เฉินไปชั่วขณะ
ทว่าดันผิดคาดหลินเฟยไม่น้อย เมื่อไม่ได้ยินน้ำเสียงอี้เฉินกล่าวค้านแต่อย่างใด แถมอี้เฉินยังเอื้อมฝ่ามือ มากุมมือนาง ไว้ด้วยความอ่อนโยน จนตัวหลินเฟยรับรู้ถึงความอบอุ่น จากฝ่ามือคู่นั้นของอี้เฉินได้
อี้เฉินกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังหนักแน่น ลูบฝ่ามือเรียว ขาว ของหลินเฟยไว้ไม่ห่าง “เจ้ารอข้าจัดการธุระภายในดินแดนเทพ เสร็จสิ้นเมื่อใด ข้าจะกลับมาแต่งงานกับเจ้าหลินเฟย”
หญิงสาวในกรอบสายตา มองชายหนุ่มด้วยประกายตาที่ไหววูบ จู่ๆ ห่างตาของหลินเฟยก็มีน้ำใสไหลซึมออกมา ครั้นคิดว่านางจะได้สวมใส่ชุดแต่งงาน เฉกเช่นที่ พี่เมิ่งอี้สวมใส่ รอยยิ้มที่ทอประกายเจิดจ้า ไม่อาจเก็บความดีใจไว้ได้อีกต่อไป
อี้เฉินปาดน้ำตาแห่งความปีติ ของหลินเฟย ออกด้วยความทะนุถนอม ก่อนจะประสานฝ่ามือคำนับ ออกไปหาชายชราเสี่ยวปู้เตียน แล้วสืบฝีเท้า จากลาไปจากหมู่บ้านลมหวน แม้ในใจอี้เฉินจะมีความสับสนอยู่บ้างก็ตาม แต่เขาไม่คิดคืนคำพูดกับหลินเฟย อย่างแน่นอน ครั้นนึกถึงเยว่ฉาน เยว่ชิงเซียน ความผิดในใจ ของอี้เฉินก็ผุดพรายขึ้นมาไม่น้อย ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา ระหว่างที่สืบฝีเท้า เดินทางกลับไปยังดินแดนเทพ “หวังว่าพวกเจ้าจะให้อภัย ความเห็นแก่ตัวของข้า”
...ไม่นานที่อี้เฉินสืบฝีเท้า ขึ้นมายังดินแดนเทพ เขาก็รับรู้ถึงปราณพลังฟ้าดิน ที่ปั่นป่วนภายในดินแดนเทพ ท้องฟ้าเริ่มเกิดการแตกร้าวพังทลาย จากแก่นโลกที่ไม่สมบูรณ์
ก่อนอี้เฉินจะเร่งสืบฝีเท้า เข้าไปยังด่านในราชวงศ์ รับรู้ถึงสิ่งเปลี่ยนแปลงไม่น้อย จากเส้นทางที่อี้เฉินบินทะยานผ่าน พรจักรพรรดิ ปราณมังกร ค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาภายในกายอี้เฉิน ช้าๆ พร้อมกับอาภรณ์ของเขา ที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น อาภรณ์สีดำ ตัดทอง ลวดลายมังกรของจักรพรรดิ
ทั่วหุบเขาบรรพชนเกิดการสั่นไหว วุ่นวาย เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย ออกมาก้องในทันใด ปราณมังกรที่ล้นทะลักทลายทั่วหุบเขา โพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้า ผู้คนภายในห้องโถงพระราชวังใหญ่ ด้านบนยอดเขา ต่างก็ตื่นตะลึง ครั้นรับรู้ว่าผู้ใดมาเยือน ต่างก็สืบฝีเท้ากันออกมารับหน้า กันอย่างพร้อมเพรียง
ภาพที่อี้เฉินเห็นหุบเขาบรรพชน เต็มไปด้วยเหล่าทหาร นักรบสวมใส่ชุดเกาะสงคราม แม้แต่คนของสองราชวงศ์ใหญ่ ยังมารวมตัวกันอยู่ ภายในสถานที่แห่งนี้ ย่อมต้องเป็นเรื่องร้ายแรงไม่ธรรมดา
ร่างอี้เฉินที่ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศ สืบฝีเท้าลงมาพูดคุยกับผู้คนด้านล่างในทันที ครั้นเห็นผู้นำของสองราชวงศ์ใหญ่ ยืนข้างๆ กายพี่อี้ฟางหรงอย่างพร้อมเพรียง กายามีร่องรอย ของการต่อสู้ศึกมาอย่างต่อเนื่อง “เกิดอะไรขึ้นเช่นนั้นหรือ พี่อี้ฟางหรง?”
หญิงสาวกับคนอื่นๆ ต่างก็กลอกตาสำรวจ กายาของจักรพรรดิหนุ่ม ก่อนอี้ฟางหรง จะกล่าวพูดออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ “อี้เฉินเจ้าเลื่อนขั้นพลัง เซียนสวรรค์ ทำลายสถิติ ที่ไม่มีใครภายในดินแดนเทพ เลื่อนขั้นพลัง เซียนสวรรค์150ปีได้สำเร็จเช่นนั้นหรือ”
คำพูดนั้นต่างก็พาให้เหล่าผู้อาวุโส ที่อยู่ที่นี่โดยรอบ ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง อี้เฉินพยักหน้าตอบอย่างไม่ปิดบัง “ใช่ ข้าเลื่อนขั้นพลังเซียนสวรรค์สำเร็จแล้ว ..แต่ยามนี้ข้าอยากรู้ดินแดนเทพ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
อี้ฟางหรง พร้อมกับคนอื่นๆได้ยิน ต่างก็มีใบหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก กล่าวเชิญอี้เฉินเข้าไปพูดคุย ภายในห้องประชุมแล้วบอกกล่าว เรื่องราวต่างๆ ให้อี้เฉินรับฟัง
ครั้นอี้เฉินได้ยินเรื่องราว ปราการทมิฬถูกพวกศัตรูยึดครอง 10ผู้พิทักษ์ชรา ขั้นราชันสวรรค์แตกพ่าย 6ใน4ผู้พิทักษ์ถูกจับไว้เป็นตัวประกัน มันก็ทำให้อี้เฉินหน้าบึ้งตึงไม่น้อย
ก่อนอี้เฉินจะปรายตาไปมอง บรรพบุรุษของ4สำนักใหญ่ ด้วยจิตสังหารเล็ดลอดออกมา ก่อนอี้เฉินจะเก็บโทสะเหล่านั้นลง ครั้นรับรู้ว่ายามนี้ ดินแดนเทพ กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤต ขั้นราชันสวรรค์ตายตกไปหลายคน จะมัวมาคิด หนี้แค้นเก่ายามนี้ไม่ได้
ไม่คิดว่าเส้นเขตแดนที่จักรพรรดิอี้เทียนหรงสร้างไว้ บัดนี้ จะเกิดรอยรั่ว ในเวลาไม่ถึง30ปี ทำให้ศัตรู ข้ามมายังดินแดนเทพได้
*** หมายเหตุ วันนี้ลงตอนเดียวนะครับ อากาศเปลี่ยนป่วย ดูแลตัวเองด้วยนะครับ