“เอ๋!”
ยูริร้องออกมาอย่างประหลาดใจ จนมาเรียและเซนต้องหันหน้ามามองที่เธอ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
มาเรียกล่าวถามออกมาอย่างสงสัยปนกังวล นั่นก็เพราะว่าอยู่ๆ เพื่อนของเธอก็ทำสีหน้าประหลาดใจซะขนาดนั้นออกมา สิ่งที่ยูริตกตะลึงนั้นก็คือข้อมูลของเซนที่ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ
【เซน : ระดับ 2 เผ่าพันธุ์ : มนุษย์】
เธอไม่อยากจะเชื่อว่าชายเบื้องหน้าเธอ ที่เธอคาดหวังเอาไว้ว่าจะแข็งแกร่งอย่างมากนั้นกลับมีระดับอยู่เพียงระดับสองเท่านั้น อย่างไรก็ตามเธอกลับไม่ได้เชื่อข้อมูลระดับนั้นสนิทใจ
“แม้ว่านายจะมีระดับแค่สอง แต่ฉันเชื่อว่าค่าสถานะของนายนั้นต้องสูงมากแน่ๆ ใช่ไหม?”
ยูริกล่าวถามออกมาอย่างมั่นใจ เมื่อเห็นความมั่นใจของเธอนั้นเซนก็ไม่ได้อยากจะทำให้เธอต้องผิดหวัง ดังนั้นจึงทำเพียงพยักหน้าตามไปเท่านั้น ในขณะเดียวกันมาเรียในตอนนี้นั้นดูเหมือนจะพึ่งสังเกตเห็นระดับของเซน เธอเองก็ร้องออกมาอย่างประหลาดใจเช่นเดียวกัน
ในโลกนี้นั้นคนธรรมดาสามารถเพิ่มค่าสถานะของตนเองให้สูงขึ้นได้ด้วยการฝึกฝน ยิ่งการฝึกฝนหนักเพียงใดค่าสถานะที่จะได้รับหลังการฝึกฝนนั้นก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในการพัฒนาในรูปแบบเช่นนี้นั้นสุดท้ายแล้วมันก็ต้องมีขีดจำกัดที่มนุษย์นั้นไม่สามารถก้าวผ่านไปได้ ดังนั้นในความคิดของพวกเธอนั้นแม้ว่าเซนจะแข็งแกร่งอยู่บ้างแต่ก็คงไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าที่พวกเธอคิดเอาไว้อย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่พวกเธอคิดนั้นแน่นอนล้วนผิดถนัดเลยทีเดียว เนื่องจากเซนนั้นเป็กรณีพิเศษที่ได้ก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของมนุษย์มานับครั้งไม่ถ้วน โดยพึ่งพาพลังของมุก์อนันตกาลซึ่งเป็สมบัติ์ที่สุดจะแสนพิสดารจนเกินบรรยาย แต่สุดท้ายแล้วพวกเธอทั้งสองก็ไม่มีทางที่จะรู้ข้อมูลนี้ได้ จึงได้แต่ดูเบาเซนไปเท่านั้น
สุดท้ายแล้วหัวข้อสนทนาดังกล่าวเกี่ยวกับตัวเซนนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน ซึ่งก็เป็ผลดีของเซนเช่นเดียวกันเพราะเขานั้นี้เีที่จะคุยเื่เช่นนี้ และี้เีที่จะทำตัวโอ้อวดในพลังของตนเอง สุดท้ายแล้วทั้งสามคนก็ได้เงียบลงไปทันที ก่อนที่ยูรินั้นจะกล่าวบางอย่างขึ้นมาว่า
“สถานที่นี้แปลกมาก…ั้แ่เริ่มการสำรวจโลกใต้ดินมาถึงสามครั้ง ฉันไม่เคยมายังสถานที่นี้มาก่อน แถมพวกมอนสเตอร์ที่เป็สเกเลตันเองก็เป็ครั้งแรกที่พบกับพวกมัน เพราะปกติแล้วที่พวกเราเจอมักจะเป็พวกก็อบลิน กับพวกมนุษย์กิ้งก่าเสียมากกว่า และจากรายงานที่ผ่านมานั้นของการประชุมสหภาพโลกระหว่างสี่ทวีปใหญ่ที่ออกสำรวจโลกใต้ดิน ล้วนแล้วแต่กล่าวเป็เสียงเดียวกันว่าไม่มีสิ่งใดอื่นนอกจากพวกมอนสเตอร์พวกนี้”
สิ่งที่ยูริกล่าวออกมานั้น เซนล้วนแล้วแต่รับฟังมันและคิดตามทั้งสิ้น ชายหนุ่มคิดว่ามันแปลกเช่นเดียวกันในขณะเดียวกันลางสังหรณ์บางอย่างก็เกิดขึ้นในใจของชายหนุ่ม ดังนั้นชายหนุ่มจึงกล่าวออกมา
“หรือว่าพื้นที่ ที่เราอยู่จะใกล้บอสหรือเปล่า? พวกมอนสเตอร์เลยเปลี่ยนแปลงไป?”
“บอส? บอสคืออะไร?”
ยูริและมาเรียแทบจะถามออกมาพร้อมเพรียงกัน ดูเหมือนคำว่าบอสนั้นจะเป็คำศัพท์ที่แปลกใหม่สำหรับพวกเธอ เซนที่เกิดในโลกที่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าโลกแฟนตาซีใบนี้ ทำให้รู้จักเกมแนว mmorpg มากมาย ดังนั้นจึงอดสันนิษฐานไม่ได้ว่าสถานที่ที่ตนเหยียบอยู่นั้นอาจจะเป็ดันเจี้ยน และหากยึดตามเป้าหมายหลักของภารกิจที่มีเวลาให้กว่าหนึ่งเดือนเพื่อที่จะกำจัดผู้พิทักษ์หรือบอสเพื่อก้าวสู่ชั้นต่อไป นั่นมันก็ชัดเจนดีอยู่แล้ว
“บอสที่หมายถึงก็คือผู้พิทักษ์ในชั้นนี้”
“ผู้พิทักษ์? ชั้นอะไร? นายกำลังจะบอกอะไรเรากันแน่!?”
ยูริทำสีหน้าสับสนนั่นทำให้เซนอดไมได้ที่จะประหลาดใจ เพราะเขากำลังคิดว่าบางทีเสียงในหัวอาจจะไม่ได้มอบภารกิจให้กับทุกคนที่เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ บางทีอาจจะมีเพียงแค่เซนคนเดียวก็เป็ได้ ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือพวกเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกำจัดผู้พิทักษ์หรือบอสจะทำให้ก้าวสู่ชั้นต่อไปได้
“ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ได้รับภารกิจจากเสียงในหัวใช่ไหม?”
เซนได้กล่าวถามหญิงสาวทั้งสองเพื่อยืนยันสมมติฐานของตนเองว่าถูกต้อง
“เสียงในหัว? หรือคุณกำลังหมายถึงเสียงของสาวกหลักของพระผู้เป็เ้าหรือคะ? คุณเป็ใครกันแน่ทำไมคุณถึง…”
ตอนนี้เป็มาเรียที่ช็อกหนักที่สุดเท่าที่เธอเคยเป็มา ยูริเองตอนนี้ก็ใบ้กินไปเรียบร้อยแล้ว เซนนั้นไม่ได้ตระหนักเลยว่าคำพูดของตนนั้นได้ทำให้หญิงสาวทั้งสองตกตะลึงขนาดไหน
“นี่มันบ้าอะไร…ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?”
เซนเบื่อหน่ายกับบรรยากาศที่ถูกปกคลุมไปด้วยความตกตะลึงและความเงียบเต็มที จึงได้กล่าวออกมาเช่นนี้
“ถ้าที่นายพูดมาเป็ความจริง…เื่ที่ได้ยินเสียงของสาวกหลัก แสดงว่านายเป็ผู้ถูกเลือกให้ทำตามประสงค์ของพระเ้า…แต่ทำไมพระเ้าถึงได้เลือกคนอย่างนาย…”
ยูริดูจะหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ความหงุดหงิดนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่เธอกล่าวคำพูดของเธอจบ ซึ่งเซนนั้นยิ่งสับสนกว่าเดิม
“คุณเซนคะ…คือว่า…เสียงที่ได้ยินในหัวของคุณบอกให้คุณจัดการผู้พิทักษ์ถูกต้องไหม? ที่พวกเราใกันขนาดนี้ต้องขอโทษด้วย…แต่เพราะว่าสิ่งที่คุณได้ยินมันก็เหมือนกับบัญชาของพระเ้า การที่มนุษย์ธรรมดาจะได้รับบัญชาจากพระเ้านั้น แสดงว่าคุณต้องเป็คนที่พระเ้ายอมรับ และต้องแข็งแกร่ง…แต่ว่า…”
มาเรียกล่าวถึงตรงนี้ก็เงียบไปทันทีพร้อมกับแสดงสีหน้าท่าทางกระอักกระอ่วนออกมา เซนนั้นเข้าใจทันทีเพราะสภาพของเขาตอนนี้นั้นไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่อ่อนแอ สิ่งที่ทั้งสองกล่าวออกมานั้นแน่นอนว่าถูกต้องและเป็ไปตามบัญญัติที่ถูกบันทึกไว้ในวิหารของพระเ้าทุกแห่งบนโลกใบนี้
คนธรรมดาทั่วไปนั้นแน่นอนว่าไม่สามารถรับบัญชาจากพระเ้าได้ และแน่นอนว่าเซนไม่คิดว่าตนเองจะเป็คนธรรมดาทั่วไป
“มีคนอื่นอีกหรือเปล่าที่ได้รับบัญชาจากพระเ้า แบบเดียวกับฉัน?”
เซนที่มีท่าทีสงบครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวถามมาอีกครั้ง ต่อหน้าหญิงสาวทั้งสองที่เหมือนจะเป็ผู้รอบรู้รอบด้าน และเป็ยูริที่เป็ฝ่ายตอบคำถามของเซนออกมา
“ที่เคยได้ยินมาก็จะมีพวกบรรดาแรงค์เกอร์ระดับสองหลัก หรือ 99 ขึ้นไป”
“อะไรคือแรงค์เกอร์?”
เซนนั้นย่อมไม่รู้จักกับพวกที่ถูกเรียกว่าแรงค์เกอร์ และยูริเองก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรมากนัก เพราะเซนในคาบภายนอกนั้นอย่างไรก็ดูเหมือนกับสามัญชนทั่วไป ดังนั้นจึงไม่ใช่เื่น่าแปลกอะไรที่จะไม่รู้จักพวกแรงค์เกอร์ที่อยู่ในวงการต่อสู้
“แรงค์เกอร์คือเหล่ามนุษย์ที่ถูกจัดอันดับความแข็งแกร่ง ซึ่งถูกยอมรับโดยประเทศอันดับหนึ่ง ซึ่งตัวเลขยิ่งน้อยหมายความว่าพวกเขายิ่งแข็งแกร่งมาก และฉันเองก็เป็แรงค์เกอร์ด้วย แต่อยู่ที่อันดับ 114 ซึ่งถือว่าแตกต่างกับพวกสองหลักอย่างสิ้นเชิงราวกับคนละโลก…”
“แบบนี้นี่เอง”
เซนที่ได้ฟังมันก็ค่อนข้างจะสนใจไม่น้อย ระบบการจัดอันดับความแข็งแกร่งเช่นนี้นั้นแน่นอนว่าแม่นยำ เพราะการจะเป็แรงค์เกอร์ระดับสูงได้นั้นจำเป็ต้องท้าชิงอันดับมาเสียก่อน แต่นั่นก็ทำให้เซนคิดว่ายังมีพวกที่แข็งแกร่งที่ไม่ได้รับการจัดอันดับโดยพวกแรงค์เกอร์อยู่อีกมาก
“ข้อมูลบัญชาจากพระเ้าที่พวกแรงค์เกอร์สองหลักได้รับย่อมไม่เอามาเปิดเผยให้คนทั่วไปรับรู้ ดังนั้นนี่จึงเป็ครั้งแรกเลยที่ได้ยินเนื้อหาของบัญชาจากพระเ้า”
ยูริกล่าวพร้อมกับมองมาที่เซนอย่างพิจารณา เซนนั้นก็มีความสนใจเช่นเดียวกัน และอยากรู้ว่าตนเองนั้นอยู่ระดับไหนในระดับแรงค์เกอร์ ในตอนนี้นั้นแน่นอนว่าแรงค์เกอร์นั้นถูกเซนมองเอาไว้สูงเลยทีเดียว เพราะอย่างไรพวกนี้ก็เป็มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งถูกยอมรับกันอย่างทั่วถึง
“การที่คุณได้รับบัญชาจากพระเ้า…แสดงว่าคุณจะต้องแข็งแกร่งในระดับเดียวกับพวกแรงค์เกอร์สองหลักเลยทีเดียว ซึ่งอย่างน้อยจะต้องอันดับที่เก้าสิบเก้า…”
มาเรียกล่าวกระซิบขึ้นเบาๆ แต่ด้วยความเงียบนั้นทำให้ทั้งยูริและเซนสามารถได้ยินคำกล่าวของเธอได้อย่างชัดเจน ซึ่งเซนเพียงหยักไหล่เท่านั้น ส่วนยูรินั้นจ้องมองเขาราวกับ้าจะควักสมองของเขาเพื่อที่จะดูว่าชายหนุ่มกำลังคิดสิ่งใดอยู่
“หืม?”
ในเวลานั้นอยู่ๆ ทุกคนต่างก็ได้พร้อมใจกันเงียบลงทันที เนื่องจากทั้งสามต่างได้ยินเสียงที่สะท้านภายในถ้ำมาจากสถานที่ไกลๆ
…..
ภายในพื้นที่ส่วนหนึ่งของถ้ำที่ลึกลงไปใต้ดินนั้น ชายชราคนหนึ่งที่มีรูปลักษณ์ภายนอกแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเขานั้นเป็เผ่าครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ ดูเหมือนว่าในโลกใต้ดินแห่งนี้นั้นจะไม่ได้มีเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวเสียแล้วที่เข้ามาสำรวจ
ภาพของชายชราที่มีหูเหมือนกับสุนัขสีเทา หางยาวม้วนไปมาขยับเองราวกับว่ามันมีชีวิต พร้อมกับดวงตาที่ทอประกายสีเหลืออร่ามราวกับหมาป่า ชายชราคนนี้เป็เผ่าครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่า แม้จะมีการแต่งตัวที่เรียบง่ายแต่บรรยากาศรอบกายนั้นบ่งบอกได้เลยว่าชายชราคนนี้ย่อมไม่ธรรมดา ซึ่ง ณ ตอนนี้ชายชราคนนี้กำลังอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารเกาะสีแดงเืนับสิบกว่าคน
ทุกคนล้วนแล้วแต่ถืออาวุธหอกยาวหันคมมาที่ชายชราทั้งสิ้น ยกเว้นชายวัยกลางคนร่างั์คนหนึ่งที่ถือดาบและก้าวออกมายืนเบื้องหน้าของชายชราพร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเ็า
“ตัวข้าไรน์ฮาร์ท เ้าชายแห่งอาณาจักรซีเรีย สังกัดกองทัพโลหิต และเป็แรงค์เกอร์อันดับ 111 ข้าขอลงมือสังหารเ้า…เดรัจฉานครึ่งมนุษย์ชั้นต่ำที่บังอาจเข้ามายังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างโลกใต้พิภพแห่งนี้ เ้ามีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่เ้าเดรัจฉาน?”
การที่ตัวเองถูกเรียกว่าเดรัจฉานครั้งแล้วครั้งเล่านั้นทำให้ชายชราครึ่งมนุษย์ครึ่งหมาป่านั้นเริ่มจะทำท่าทางไม่พอใจบ้างแล้ว สีหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็ชา ในขณะที่จ้องมองมนุษย์ที่ล้อมรอบตนเอาไว้
“สิ่งใดกัน…ที่ทำให้มนุษย์เช่นพวกเ้าตัดสินว่าเผ่าพันธุ์ไม่สามารถเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้…”
เสียงของชายชรานั้นแหบแห้งและดุดัน แถมยังแฝงไว้ด้วยการดูแคลนอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตามตามไรน์ฮาร์ทกลับไม่ได้สนใจท่าทางเช่นนี้เลยแม้แต่น้อยมันหัวเราะออกมาอย่างขบขันก่อนที่จะกล่าวว่า
“สิ่งมีชีวิตที่เป็ได้แค่ทาสอย่างพวกแก…ไม่ควรจะอยู่ที่นี่อยู่แล้ว แค่นี้คิดเองไม่ได้หรือยังไง”
เมื่อไรน์ฮาร์ทกล่าวจบมันก็ส่งสัญญาณให้ทหารของมันเข้าจู่โจมชายชราในทันที
“จัดการมันซะ”
ในขณะเดียวกันเซน ยูริ และมาเรียที่ได้ตามเสียงมาก็ได้มาพบกับภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าเข้า เมื่อยูริเห็นไรน์ฮาร์ทเข้าเธอก็มีท่าทางประหลาดใจเป็อย่างมาก แน่นอนในฐานะที่สังกัดกองทัพเดียวกันและถูกยกย่องให้เป็แรงค์เกอร์เหมือนกันทำให้เธอต้องรู้จักไรน์ฮาร์ทดีอยู่แล้ว แต่เธอไม่อาจยอมรับกับภาพเบื้องหน้าได้การกระทำของไรน์ฮาร์ทนั้นนับว่าเกินไปจริงๆ ดังนั้นเธอจึง้าจะเข้าไปห้าม
แต่เธอกลับทำไม่สำเร็จเพราะถูกเซนห้ามเอาไว้เสียก่อน
“ทำไมนายต้องขวางฉันด้วย!?”
“รอดูก่อนเถอะ…คุณปู่หมาป่าคนนั้นไม่เป็อะไรหรอก…แต่ตรงกันข้ามเธอควรจะห่วงพวกทหารพวกนั้นมากกว่า…”
ยูริและมาเรียต่างไม่เข้าใจคำพูดของเซน ดังนั้นทั้งคู่จึงกล่าวถามออกมาพร้อมกัน
“นายหมายความว่ายังไง?” “คุณหมายความว่ายังไง?”