ตอนที่27 ข้อต่อรอง
เหล่าคนตัวเล็กกำลังเดินนำหน้ากลุ่มของลีเดียเข้ามาในหุบเขาดอรานิวซึ่งถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำจากควันไฟของเตาหลอม
เช่นเดียวกับเฟดดี้ที่ต้องย่อตัวลงเพื่อไม่ให้ศีรษะของตนต้องกระแทกกับเพดานอันขรุขระไปจนกว่าจะผ่านพ้นเส้นทางที่แสนคับแคบนี้
และไม่กี่อึดใจพวกเขาก็ก้าวเข้ามาในชั้นใต้ดินที่กว้างมากกว่าหนึ่งร้อยไร่ ซึ่งมีไว้ให้คนตัวเล็กได้สร้างสรรค์สิ่งอัศจรรย์เช่น ธนูประหลาดมักมีเสียงดังเปรี้ยงเวลาจู่โจมเป้าหมายและรถม้าหน้าตาพิลึกที่สามารถวิ่งได้โดยไม่มีสัตว์ค่อยลากจูง
"นี่คือท่านหญิง คิง ลีเดีย ขอรับท่านเจ้าเมือง" เสียงสุดแหบพร่าของชายตัวเล็กทำให้เจ้าเมืองที่กำลังสนใจในสิ่งประดิษฐ์ต้องหันกลับมาพร้อมสีหน้าอันตึงเครียดกว่าปกติ
ก่อนเขาจะพบกับเจ้าหญิงผู้เลอโฉมจนต้องลุกขึ้นยืนแล้วโค้งคำนับให้แก่นางด้วยความนอบน้อม
"มีเรื่องอันใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ข้าต้องการเดินทางไปยังอาณาจักรน้ำแข็ง"
ท่าทางอันเย่อหยิ่งซึ่งมาพร้อมกับคำขอที่ทำให้สีหน้าของเจ้าเมืองเปลี่ยนไป เขาได้หันหลังและเดินออกมาโดยไม่สนใจในตัวลีเดียจนเหล่าคนตัวเล็กต้องรีบเข้าประชิดแล้วกระซิบบอกถึงข้อแลกเปลี่ยนอันคุ้มค่า
"จะมีเรือส่งสินค้าไปยังอาณาจักรนั้นภายในเดือนหน้า ฝ่าบาทพำนักรอที่นี่ได้ตามที่ต้องการพ่ะย่ะค่ะ"
ถึงกระนั้นเจ้าเมืองก็ยังแสดงท่าทีไม่สนใจต่อข้อแลกเปลี่ยนใดๆ จนทำให้สีหน้าของลีเดียเริ่มเปลี่ยนไปประหนึ่งถูกสุมไฟในกองฟาง
และอีกไม่นานรางวัลแก่ผู้เมินเฉยคงจะเป็นความตายอย่างมิอาจหลีกหนี แต่ด้วยแผนการที่เตรียมกันไว้ก่อนหน้านี้มันทำให้นางยังสงบใจลงได้
…………………………………………………
"ข้ามีแผน" เทียเอ่ยขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังยืนรอเหล่าคนตัวเล็กซึ่งหายเข้าไปในหุบเขาเพื่อทำอะไรบางอย่างเป็นเวลาพักใหญ่
"ถ้าเจ้าไม่มีแผน ข้าจะตัดลิ้นโง่ๆนั้นทิ้งเสีย"
"เจ้าคิดจริงๆหรือว่าการเป็นเจ้าหญิงแล้วจะขอสิ่งใดก็ได้ดั่งใจหวัง มีแต่ผลประโยชน์เท่านั้นที่เผ่าเคราดกจะยอมฟัง" เทียตอบกลับด้วยใบหน้าอันนิ่งเฉยจนสร้างความโกรธเคืองอยู่ในอกของลีเดียอย่างที่นางมิอาจระบายมันออกมาได้
"ถึงอย่างไรสิ่งนี้คงยังไม่พอให้เจ้าเมืองสนใจ"
"ค้าขายกับราชอาณาจักรมันก็มากเกินพอที่ข้าจะช่วยได้แล้วนะ"
เทียรับฟังคำกล่าวของลีเดียพร้อมกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนเขาจะเริ่มจ้องมองใบหน้าอันบูดบึ้งของนางและเอื้อนเอ่ยถึงข้อความสำคัญจนทุกคนต้องสดับฟัง
…………………………………………………
"เจ้าคงไม่มั่นใจในคุณภาพสินค้าสินะ ถึงไม่คิดจะร่วมค้าขายกับราชอาณาจักร" เมื่อเจ้าเมืองยังคงแสดงท่าทีไม่สนใจ ลีเดียจึงเลือกใช้วาจาที่สามารถยั่วยุจนเขาหยุดนิ่งลงในทันใด
"ลูกชายคนโตเหลือเพียงคนเดียว จะตัดสินใจได้ดีเท่าบิดาของเจ้ารึเปล่า" และผลก็เป็นดังคาดเจ้าเมืองได้หันกลับมาพร้อมความเกรี้ยวกราดโดยไม่กลัวเกรงต่อชื่อเสียงอันน่าหวาดหวั่นของเจ้าหญิงผู้เย็นชาเลยแม้แต่น้อย
"ท่านจะกล่าวเช่นไรก็ต้องรอเดือนหน้าฝ่าบาท"
"ชีวิตของน้องเจ้านั้นรอได้หรือไม่"
และคำกล่าวที่ดึงความสนใจของเจ้าเมืองได้มากขึ้นจนเขาต้องหันหลังและเดินเข้ามาใกล้ลีเดียด้วยลมหายใจอันถี่รัว
"ท่านรู้ดีรึฝ่าบาท เราได้มีการส่งคำร้องกับราชอาณาจักรให้ช่วยเหลือเรื่องนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ท่านรู้ดีใช่หรือไม่ฝ่าบาท"
…………………………………………………
"เจ้ารู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร"
ลีเดียเอ่ยถามชายผมขาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เพราะนางกำลังตกตะลึงถึงข้อความที่เขาพึ่งกล่าว
"เมืองทราซินเวียและหุบเขาดอรานิวเป็นคู่มิตรการค้าที่ดีต่อกันนับตั้งแต่อีชิลเดอร์ขึ้นปกครอง แต่เมื่อหนึ่งปีก่อนคนในหุบเขาได้ปิดกั้นตนเองจากโลกภายนอก งดการค้าขายทุกชนิดจนเป็นปัญหาแก่หัวเมืองตามละแวกนั้น อีชิลเดอร์ จึงส่งข้าเข้ามาสืบเรื่องราวต่างๆ ……..."
ในครั้งนี้เทียเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาเพราะเหล่าคนตัวเล็กกำลังเดินกลับมาจากตัวหุบเขาเพื่อนำบุคคลทั้งห้าเข้าไปพบกับเจ้าเมืองตามความปรารถนา
"ทำให้รู้ว่าบิดาของเจ้าเมืองหุบเขา ดอรานิว ถูกสังหารด้วยน้ำมือของปีศาจในอาณาจักรน้ำแข็ง และน้องชายแท้ๆ ยังถูกคุมขังอยู่คุกแห่งนั้น"
เทียรีบกล่าวถึงข้อความสำคัญก่อนพวกตัวเล็กนั้นจะมาถึง พร้อมกับจ้องมองใบหน้าของลีเดียเพื่อให้นางรับรู้เกี่ยวกับหน้าที่อันสำคัญว่าควรกระทำเช่นไรในขั้นต่อไป
"และนี่เองคือข้อต่อรองของเจ้า ลีเดีย "
…………………………………………………
"ข้าเพิ่งรู้เรื่องนี้จากสายของข้า พวกเราจะช่วยน้องเจ้ากลับมาแลกกับการพาข้าไปยังอาณาจักรน้ำแข็ง…" ถึงจะเป็นการต่อรองที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นแต่ลีเดียก็ยังคงแสดงท่าทีอันเย่อหยิ่งพร้อมคำกล่าวซึ่งทำให้เจ้าเมืองต้องครุ่นคิดก่อนตัดสินใจ
"อย่างที่กระหม่อมกล่าวไป ยังไงฝ่าบาทก็ต้องรอพ่ะย่ะค่ะ"
แล้วผลของมันก็เริ่มทำให้เทียต้องกลุ้มใจในความเป็นเจ้าหญิงนั้น เพราะมันทำให้การเจรจาต้องล้มเหลวไม่เป็นท่าพร้อมกับขาทั้งสองของเจ้าเมืองที่กำลังก้าวเดินจากไปอย่างสิ้นหวัง
"รุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้จะมีเรือสำเภาส่งศัสตราวุธไปยังอาณาจักรน้ำแข็ง เชิญฝ่าบาทพำนักอยู่ที่นี่ก่อน แล้วในเที่ยงวันกระหม่อมมีเรื่องจะปรึกษาพ่ะย่ะค่ะ"
แต่แล้วเจ้าเมืองก็หันหน้ากลับมากล่าวพร้อมโค้งคำนับลีเดียก่อนจะเดินจากไปเพื่อดูสิ่งประดิษฐ์อันใหม่อย่างพอใจ
จึงทำให้ความยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมิแลนด้าจนเผลอหลุดยิ้มออกมาราวกับเด็กวัยใส ก่อนจะพบว่าบุคคลอื่นๆ มิได้มีท่าทางเช่นนั้น นางจึงรีบทำมาดเข้มแล้วเดินตามเผ่าเคราดกไปยังห้องพักของตนด้วยความเขินอาย