“คุณหนู ข้าว่าเขาไม่มาแล้ว”
“ไม่หรอก ก็พี่หยางบอกว่าจะมาหาข้าเขาต้องมาแน่”
ซูลี่มองคุณหนูของนางที่กอดกระบี่ด้วยรอยยิ้มซูลี่มองท้องฟ้าที่ตอนนี้เริ่มปกคลุมไปด้วยเมฆดำชายไม่ได้เื่นั่นผิดนัดมาสามวันแล้ว เหตุใดคุณหนูยังเอาแต่เฝ้ารอนายท่านในตอนนี้ก็ไปส่งคุณชายทั้งสองที่ชายแดน นางต้องดูแลคุณหนูให้ดีแทนนายท่านแล้ว
“อากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวข้าจะไปเอาผ้าคลุมมาให้นะเ้าคะ”
“อืม ไปเถอะ”
ฟางหรงพูดออกมาด้วยรอยยิ้มเธอก้มลงมองกระบี่ที่อยู่ในอ้อมกอด ถ้าตงหยางเห็นจะดีใจแค่ไหนกันแต่ทำไมถึงไม่ตอบจดหมายเธอเลยกันนะ คงไม่ได้เป็อะไรใช่ไหม
“ช่างน่าอิจฉาข้าได้ยินมาว่าเ้าสาวก็หน้าตาดีและร่ำรวยเป็ถึงลูกพ่อข้า ตงหยางนี่ช่างโชคดีจริงๆ ”
เสียงสาวใช้ที่เดินผ่านพูดคุยกันเสียงดังทันทีที่ได้ยินชื่อที่นางคิดถึงก็หันไปมองสาวใช้ทันที ตงหยาง??
“ข้าเฝ้าแอบรักท่านตงหยางมาตั้งนานเหตุใดเ้าสาวไม่ใช่ข้ากันนะ”
เ้าสาว?? ตงหยาง???
“เดี๋ยว!!! พวกเ้าพูดเื่อะไรกัน”
“คุณหนู/คุณหนู”
ฟางหรงเดินไปหาสาวใช้ทั้งสองที่ตอนนี้มีท่าทางใที่เห็นฟางหรง
“ข้าถามว่าพวกเ้าพูดเื่อะไรกันอยู่”
“คุณหนูคือว่าพวกข้ากำลังพูดคุยกันเื่พิธีแต่งงานของตงหยาง วันนี้เ้าค่ะ”
“ตะ....แต่งงาน....พวกเ้าพูดเื่อะไร”
“.........”
“ข้าถามว่าพวกเ้าพูดเื่อะไร!!!!”
“วันก่อนตอนที่คุณหนูออกจากจวนไปกับคุณชายทั้งสองท่านตงหยางพาว่าที่เ้าสาวมาคารวะนายท่าน พวกข้าเลยรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงาน”
“..........”
ฟางหรงกำกระบี่ในมือแน่น นางเดินออกไปทันทีฟางหรงเดินตรงไปที่หน้าประตูจวน
“คุณหนูท่านจะไปไหน”
“ไปนำรถม้ามา ข้าจะไปบ้านตงหยาง”
นางในตอนนี้ไม่มีทางเชื่อว่าตงหยางที่เฝ้าพร่ำบอกว่ารักนางมาตลอดหลายปีจะทำเช่นนี้เขาไม่มีทางแต่งกับผู้อื่น ทุกอย่างต้องเป็เื่เข้าใจผิด
บ้านตงหยาง
ฟางหรงเม้มปากแน่นนางมองผ้าสีแดงที่ถูกตกแต่งอยู่ด้านหน้าเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยของแขกในงานดังไปทั่ว ฟางหรงกำมือแน่นใจของนางตอนนี้เต้นแรงจนรู้สึกเจ็บนางมาที่นี่แค่อยากมาเห็นด้วยตาของตัวเองเท่านั้น ฟางหรงเดินเข้าไปในบ้านทุกก้าวของนางสั่นเทาด้วยความกลัว ในตอนนี้นางแค่กลัวยอมรับความจริง แม้ในใจลึก ๆจะเชื่อมั่นว่า ตงหยางไม่มีทางทรยศนางเหมือนกับจางหมิ่งในอดีต
“คุณหนู.....”
หญิงชราเดินเข้ามาทักทายนาง
“ข้ามาพบตงหยาง เขาอยู่ไหน”
“อาหยางตอนนี้.....กำลังเข้าหอ”
“............”
“หากคุณหนูอยากพบอาหยาง ข้าจะไปเรียก”
“ไม่ต้อง ขอบคุณท่านป้ามากอย่ารบกวนคือเข้าหอของเขาเลย”
ฟางหรงฝืนยิ้มออกมามองงานแต่งตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา นางหันหลังก่อนจะตัดสินใจเดินออกมา
“หรงหรง ท่านแม่ข้าจะคุยกับนางเอง”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้ฟางหรงหันไปทันที พบตงหยางยืนอยู่ ในตอนนี้เขาสวมชุดสีแดงมองมาที่นางด้วยสีหน้าลำบากใจฟางหรงที่เห็นเช่นนั้นก็เข้าใจทันที แท้จริงแล้วเป็นางที่หลอกตัวเองตงหยางกำลังจะแต่งงานแล้วจริง ๆ
“หรงหรง ข้า”
“ข้ารักท่านปักใจเช่นนี้เหตุใดท่านไปแต่งงานกับสตรีอื่น สิบปีที่ผ่านมาไม่ใช่ท่านบอกรักข้าหรือไหนท่านบอกจะส่งแม่สื่อมาสู่ขอข้า!!!”
“หรงหรง..ข้าขอโทษเ้า...เ้ากลับไปเถิดที่นี่ไม่เหมาะกับเ้า”
ตงหยางเองในตอนนี้พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเขาหันหลังทันทีที่เห็นน้ำตาของเด็กสาวตรงหน้าเสียงร้องไห้ดังจากด้านหลังทำให้เขาสงสารจับใจอยากวิ่งเข้าไปกอดและปลอบประโลมนางแต่ไม่อาจทำได้ ตงหยางกำมือแน่นข่มอารมณ์ของตัวเอง
“หากวันนี้เ้าเดินเข้าห้องหอไปข้าเฉินฟางหรงผู้นี้จะไม่มีวันให้อภัยเ้า เลือกมาข้าหรือนาง!!!!”
ตงหยางหยุดชะงักมองไปที่มารดาของเขาที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางส่ายหน้าเป็การห้ามไม่ให้ตงหยางหันกลับไปตงหยางทำเพียงหลับตาลง น้ำตาของเขาไหลที่ฝืนไว้ตอนนี้ไหลออกมา
“พี่หยางจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่”
“ฟางหรงเ้าตัดใจเถิดข้าในตอนนี้แต่งงานแล้ว ข้าขอให้เ้าได้พบคนที่ดีกว่าข้า”
ฟางหรงเองมองแผ่นหลังของตงหยางที่เดินออกไป
“ตงหยาง...พี่หยาง!!!”
“คุณหนูเห็นแก่หญิงชราเช่นข้า ท่านปล่อยตงหยางบุตรชายข้าไปเถิด”
หญิงชราตัดสินใจคุกเข่าตรงหน้าฟางหรงทันที
“ข้าขอร้องคุณหนูตัดใจจากบุตรชายข้าเถิด ตงหยางลูกข้าไม่อาจใช้ชีวิตเคียงคู่ในแบบที่ท่าน้าได้”
“ท่านป้าข้า....”
“ตงหยางบุตรชายข้าไม่เหมาะสมกับคนสูงส่งเช่นท่านหรอกข้าไม่อาจดึงผู้มีพระคุณเช่นท่านมาลำบากกับบ้านข้าได้ข้าขอร้องท่านกลับไปใช้ชีวิตของท่าน ลืมตงหยางลูกข้าเถิด”
ฟางหรงมองหญิงชราที่คุกเข่าตรงหน้าก้มหัวขอร้องนางฟางหรงเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินออกจากบ้านของตงหยางด้วยแววตาเหม่อลอย
“คุณหนูกลับจวนเลยไหมขอรับ”
ฟางหรงเพียงพยักหน้านางขึ้นไปนั่งบนรถม้ามองเบื้องหน้าด้วยแววตาเหม่อลอยตอนนี้ความคิดมากมายต่างตีกันในหัวของนางภาพของจางหมิ่งที่เอาแต่ผลักไสนางและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างนางกับตงหยางฉายซ้ำไปมาในหัว
“เฉินฟางหรงรักที่ดีอะไรกัน เ้าช่างโง่งม”
ฟางหรงมองไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเศร้ากี่ครั้งแล้วที่นางทุ่มเทให้ผู้อื่นเช่นนี้ฟางหรงมองกระบี่สีขาวนวลที่นางตั้งใจซื้อให้ตงหยาง
“ทั้งเ้าและข้าต่างไม่เป็ที่้า”
รอยยิ้มเศร้า ๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟางหรง พลางคิดว่าตลอดหลายปีที่รักกันหวานชื่นแท้จริงแล้วแค่เื่โกหกจริงหรือ
“สุราเลิศรส อาหารเลิศล้ำ บุรุษรูปงามสตรีอ่อนหวาน มีแค่หอผู่เยว่เท่านั้น เชิญเลยคุณชายเชิญเลย”
เสียงของหญิงสาวมีอายุดังขึ้นเรียกความสนใจให้ฟางหรงหันไปมอง พบสตรีและบุรุษมากมาย ที่แต่งกายน้อยชิ้นเรียกผู้คนผ่านไปมาด้วยใบหน้ายั่วยวน
“หอผู่เยว่”
ฟางหรงพูดออกมาอย่างแ่เบานางจำได้ดีนี่เป็นรกของนางในอดีต เพราะซินซินได้ขายนางเป็นางโลมที่นี่ฟางหรงมองไปที่สตรีที่แต่งกายน้อยชิ้นยืนเรียกบุรุษอยู่หน้าร้าย ก็รู้สึกพะอืดพะอมภาพในอดีตยามนางต้องรับแขกและเรียกแขกเช่นนี้ฉายเข้ามาในหัวฟางหรงพยายามข่มอารมณ์ไว้จนรถม้ามาจอดที่หน้าจวน นางสูดหายใจเข้าลึก ๆเพื่อเรียกสติ ก่อนจะฝืนยิ้มออกมานางลงไปจากรถม้ามองไปที่หน้าจวนพบซูลี่ที่กำลังยืนเถียงกับสตรีมีอายุหลายคนอยู่หน้าจวน
“ข้าบอกให้พวกท่านกลับไปไงตอนนี้นายท่านไม่อยู่”
“งั้นพวกเ้าก็รับของกำนัลไว้เ้านายขอข้าอยากยื่นไมตรีให้คุณหนูของเ้า เ้ามีหน้าที่แค่ไปส่งของก็พอ”
“นายท่านสั่งว่าไม่รับของจากแม่สื่อคนใดทั้งสิ้น”
เธอมองแม่สื่อที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความไม่พอใจ
“งั้นแจ้งข้าหน่อยว่าเป็แม่สื่อจากตระกูลใดเหตุใดไร้มารยาทเช่นนั้น เวลาเช่นนี้สมควรหรือไม่มาะโหน้าจวนของข้า”
“คุณหนู”
ซูลี่ยิ้มออกมาฟางหรงเดินผ่านบรรดาแม่สื่อไปยืนข้าง ๆ ซูลี่
“นั่นใช่คุณหนูเฉินใช่ไหมเ้าคะ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นฟางหรงปรายตาไปทางต้นเสียง
“พวกข้ามาขอพบคุณหนูอยู่หลายครั้งแต่นางบ่าวไม่ได้ความคนนั้นไม่ยอมให้พวกข้าได้พบ”
“...........”
“ข้าเป็แม่สื่อจากตะ....”
“ออกไป”
“คุณหนูหะ..หากท่านทำเช่นนี้จะเป็สาวเทื้อนะเ้าคะ อย่างน้อยแค่รับน้ำใจหรือเทียบเชิญ”
“ข้าไม่้าเอากลับไป”
“เหอะ บุตรสาวท่านกุนซือชั่งอวดเก่งนักเห็นทีหากไม่แต่งบุรุษเข้าจวนเองนิสัยไร้มารยาทเช่นนี้คงไม่มีผู้ใดอยากแต่งเข้าจวน”
แม่สื่อพูดออกมาด้วยน้ำเสียงท้าทายฟางหรงปรายตามองพวกนางนิ่ง พลางมีความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางทันที
“อยากแต่งหรือ เช่นนั้นก็มาแต่งสิข้าเฉินฟางหรงจะไม่แต่งเข้าสกุลใดหากผู้ใดอยากแต่งก็ส่งบุตรชายมาแต่งเข้าตระกูลข้า หากรูปงามข้าจะนำมาเป็อนุแต่หากหน้าตาใช้ไม่ได้ก็จะส่งไปทำงานที่คอกม้าแทน เอาคำข้าไปแจ้งแก่นายพวกเ้าด้วย”